ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 255 ไร้ประโยชน์ / ตอนที่ 256 โดดเดี่ยวและไร้คนสนับสนุน
ตอนที่ 255 ไร้ประโยชน์ / ตอนที่ 256 โดดเดี่ยวและไร้คนสนับสนุน
ตอนที่ 255 ไร้ประโยชน์
เซี่ยหนิวซานเองก็รู้สึกเสียใจ
เขาถามตนเอง และก็คิดว่าเขาดีกับพวกนางไม่น้อย จะให้เลี้ยงนังหนูเผยหว่านเย่ว์ เขาก็ตอบตกลงโดยไม่ได้คิด กระทั่งว่าเขาเคยคิดที่จะให้นางแขวนชื่อในตระกูลเป็นลูกของเขา แต่ทว่าเขาดันกลายเป็นไอ้หน้าโง่สารเลวคนหนึ่ง
ทรัพย์สินของครอบครัวทั้งหมดอยู่ในมือของนาง นางใช้จ่ายมากไม่รู้จักประหยัด ในขณะที่เขาไม่ได้ใช้อะไรเลย!
พอคิดเช่นนี้ เขาก็แทบจะเก็บดาวเก็บเดือนมาให้พวกนางอยู่แล้ว แต่กลายเป็นว่าพวกนางกลับไม่สำนึก!
เขารู้ว่าตนเองเป็นคนหยาบคายเช่นไร และไม่สามารถสั่งสอนลูกสาวได้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าหลูซื่อจะเก่งไปกว่าเขาเท่าไร เพียงแต่อย่าให้นางทำเกินไปเท่านั้น เขาก็ทนได้หมด
แต่นางไม่ควรที่จะล้ำเส้น
หากพูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ หากนางพุ่งเป้าไปที่เจ้าเด็กบ้าเซี่ยผิงกั่งนั่น เขาก็คงไม่โกรธขนาดนี้
แต่นังหนูใหญ่แตกต่างออกไป เดิมทีนางก็เป็นพวกอายุสั้นอยู่แล้ว สะใภ้เผิงต้องแลกชีวิตนางจึงมีชีวิตรอดมาได้ เขาควรที่จะทะนุถนอมนางให้มาก หากไม่ใช่เพราะดวงชะตาบ้าๆ นั่น นางก็ไม่ต้องอยู่ในวัดมานานหลายปีขนาดนี้!
ตลอดชีวิตของเขามีเพียงไม่กี่คนที่เขากลัว
สะใภ้เผิงเป็นหนึ่งในนั้น
หากเซี่ยเฉียวต้องตายเพราะผู้หญิงคนนี้ ต่อไปเขาคงนอนไม่หลับด้วยซ้ำ!
“เรื่องนี้…ก็เอาแบบนี้เถอะ หากเจ้าไม่ยินยอมไป เช่นนั้นก็ต้องทำตามที่ผิงกั่งบอก ขังเจ้าไว้ในบ้าน แล้วทำห้องพระขนาดเล็กเหมือนบ้านครอบครัวใหญ่ แล้วให้เจ้าอยู่ข้างในตลอดชีวิต ข้าคิดว่าแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเลี้ยงสัตว์ เกรงว่าเจ้าก็คงรับไม่ได้ มิสู้ปล่อยเจ้าออกไปข้างนอกดีกว่า แม้ว่าชื่อเสียงอาจจะไม่ดี แต่ก็ได้เป็นอุปสรรคให้เจ้าใช้ชีวิตต่อไป” หลังจากที่พูดจบเซี่ยหนิวซานเองก็รู้สึกปวดหัว
กว่าเขาจะแต่งภรรยามาได้ก็ลำบากยากเย็น พริบตาเดียวก็จะไม่มีเสียแล้ว
แต่จะให้เขาอยู่โดยไม่มีคนข้างกายเลยก็คงไม่ได้ใช่ไหม
เขาไม่ใช่พระเสียหน่อย ครั้นกลางคืนเวลาเงียบสงัด เขาก็ต้องทำอะไรบางอย่างให้สบายตัวสบายใจบ้าง จริงไหม
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว
เดิมทีหลูซื่อคิดว่าเซี่ยหนิวซานล้อเล่นเพื่อข่มขู่นาง แต่ตอนนี้เมื่อเห็นท่าทางเขาเคร่งขรึมเช่นนี้ นางก็ตื่นตระหนกจริงๆ
“ท่านพี่! นังหนูนั่นรังแกข้า ข้าเป็นแม่เลี้ยงของนาง ทำไมแม้แต่จะเข้าไปในเรือนของนาง ข้าก็ทำไม่ได้ด้วยเล่า นางเล็งหน้าไม้มาทางข้า ข้าต่างหากที่เกือบจะต้องตายแล้ว” หลูซื่อคร่ำครวญทันที
“ข้าบอกเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่อนุญาตให้เข้าไปในเรือนของนาง! ปกติผิงไหวกับซีเอ๋อร์ก็ยังไม่ไปที่นั่น แล้วเจ้าไปทำไม เจ้าคิดว่าข้าโง่เช่นนั้นหรือ” เซี่ยหนิวซานโกรธขึ้นมาแล้ว “ข้าจะให้คนเตรียมหนังสือหย่าไว้”
พอพูดจบเขาก็พ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะเดินออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
ทิ้งให้หลูซื่ออยู่ในความมึนงง “เขาจะหย่ากับข้า?! เขาถึงกับจะหย่ากับข้าเพราะนังเด็กน่ารังเกียจนั่น ข้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรเล่า!”
น้ำตาของหลูซื่อไหลลงมาเป็นสายทันที
“ท่านแม่! อย่าร้องไห้เลย ตอนนี้ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์!” เผยหว่านเย่ว์รีบคว้ามือของหลูซื่อ “ท่านไม่ต้องหย่าหรอก ท่านกลับมาเมืองหลวงก็ระยะหนึ่งแล้ว ในระหว่างนี้ในท้องท่านอาจจะมีลูกของท่านลุงเซี่ยอยู่แล้วก็ได้ ท่านพยายามอดทนให้ผ่านไปสักอีกกี่วัน แล้วคอยเกลี้ยกล่อมท่านลุงเซี่ย ไม่แน่เขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้!” เผยหว่านเย่ว์รีบเอ่ย
นอกจากทำเช่นนี้ นางเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีแล้ว
หากท่านแม่ของนางหย่าเสียแล้ว ต่อไปพวกนางสองแม่ลูกก็จะไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกต่อไปแล้ว
เผยหว่านเย่ว์รู้สึกมึนงงไปหมด
นางจะต้องพึ่งพาแต่ตระกูลเซี่ยเช่นนั้นหรือ คนตระกูลเซี่ยช่างไร้น้ำใจ!
“จริงสิ! ลูก…” หลูซื่อรีบกุมหน้าท้องของนางก่อนจะรู้สึกสิ้นหวังอีกครั้ง “ตอนที่ข้าอยู่กับตระกูลเผยก็ไม่อาจมีลูกได้อีก ตอนนี้อยู่กับตระกูลเซี่ย…ข้าจะมีลูกอีกได้อย่างไรเล่า!”
หลูซื่อร้องไห้คร่ำครวญจนเผยหว่านเย่ว์รู้สึกเหนื่อยหน่ายและรำคาญ
“ท่านแม่นั่นแหละที่ไม่ดี อยู่บ้านนี้มาตั้งนานขนาดนี้แล้วยังสำคัญสู้เซี่ยเฉียวไม่ได้อีก! มีบ้านไหนบ้างที่มีนายหญิงไร้ประโยชน์แบบท่าน!” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยด้วยอารมณ์โกรธ
สีหน้าของนางก็ดูแห้งเหี่ยวหมดกำลังใจ
หลูซื่อมองนางด้วยความตกใจ “ข้าไร้ประโยชน์ หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้า ข้าก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก!”
ตอนที่ 256 โดดเดี่ยวและไร้คนสนับสนุน
เมื่อหลูซื่อพูดเช่นนี้ออกมา จู่ๆ นางก็รู้สึกว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ถ้าหากลูกสาวของนางคนนี้ไม่คอยแต่จะประชันขันแข่งกับเซี่ยเฉียวไปเสียทุกเรื่อง นางก็คงไม่ต้องระบายโทสะกับเซี่ยเฉียวเพื่อลูกของนาง จนต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซี่ยเฉียว!
หากนางไม่มีลูก เพื่อที่ยึดตำแหน่งของนางให้มั่นคงแล้ว นางย่อมต้องเอาใจเซี่ยเฉียวอย่างแน่นอน และก่อนหน้านี้นางก็เคยพูดกับเผยหว่านเย่ว์ไว้แล้วว่าเซี่ยเฉียวมีอายุสั้น ไม่ว่านางจะโดดเด่นเพียงไรก็ตามยังเป็นการปูทางให้นาง นางไม่จำเป็นจะต้องไปถือสาหาความกับเซี่ยเฉียว
แต่เผยหว่านเย่ว์กลับไม่เชื่อฟัง
ทำไปทำมานางก็สร้างปมแค้นข้อบาดหมางกับเซี่ยเฉียวไปเสียด้วยซ้ำ
ยังมีเรื่องหยกชิ้นนั้นที่นางขโมยไปอีกที่ยิ่งทำให้นางเสียหน้าเข้าไปใหญ่!
“ตอนนี้ท่านแม่คิดเรื่องพวกนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร ท่านไม่ลองคิดหาวิธีที่ทำให้ท่านอยู่ต่อได้เล่า” เผยหว่านเย่ว์แค่นเสียง
นางเองก็ต้องคิดหาวิธีเช่นกัน จะอาศัยแต่แม่ของนางไม่ได้แล้ว
หลูซื่อรู้สึกราวกับท้องฟ้ามืดมิดไร้หนทางออก ร่างกายของนางไร้เรี่ยวแรง เวลานี้นางเหมือนกับจะป่วยไปจริงๆ เสียแล้ว กินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ
ส่วนเซี่ยผิงกั่ง หลังจากที่เขาออกมากจากเรือนของเซี่ยเฉียวแล้ว เขาก็เริ่มจัดระเบียบสะสางเรื่องคนงานสาวใช้และบ่าวชราทันที
เช้าตรู่วันถัดมา เขารีบลางานหนึ่งวันทันทีก่อนจะตามนายหน้าจำนวนหนึ่งให้มาที่บ้าน
เขาขายพวกบ่าวรับใช้คนงานที่ไม่ซื่อสัตย์ออกไปจนหมด โชคดีที่นอกจากหยวนหรงแล้ว คนงานในบ้านที่เป็นอิสระไม่มีสัญญาซื้อขายมีไม่มาก มิฉะนั้นคงต้องวุ่นวายมากกว่านี้
เวลานี้พวกที่เป็นอิสระก็ถูกไล่ออกไปทันที กระทั่งว่าหามหยวนหรงออกมาต่อหน้าทุกคน
และโบยเขาไปเพียงยี่สิบทีเท่านั้น อย่างไรเสียหากตีเขาครบถึงแปดสิบไม้ คนคนนี้ก็คงต้องตายเป็นแน่
หยวนหรงอ่อนแรง เมื่อเขาถูกโบยตีในเวลานี้จึงไม่อาจต่อต้านได้
“นายน้อย เจ้ามันลืมบุญคุณคน ข้าติดตามนายท่านมาตลอดนะ!” หยวนหรงพูดด้วยความขมขื่น
“มารดา เจ้า ผายลมน่ะสิ! เจ้าเข้าไปอยู่ในค่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ข้าจะได้ดี เจ้ามันเป็นพวกรู้หลบหลีกลื่นไหลไปเรื่อย ตอนที่พวกเราไปสู้รบกับคนเถื่อนเจ้าก็ไม่อยู่ แต่พอเวลาท่านพ่อมารับราชการในเมืองหลวงเจ้ากลับติดตามมาด้วย!” สีหน้าเซี่ยผิงกั่งจริงจังน่าเชื่อถือ “ตัดแขนตัดขามันออกมาข้างหนึ่งแล้วโยนออกไป”
“นายน้อย! ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ข้า ข้าไม่มีผลงานก็จริง แต่ข้าก็ทำงานหนักเพื่อพวกท่านนะ!” หยวนหรงลากร่างของเขาคลานเข้าไปคว้าชายเสื้อผ้าของเซี่ยผิงกั่ง
“เจ้าทำงานอยู่ในบ้านข้ามาหลายปีขนาดนี้ แม้แต่ผลงานเล็กน้อยก็ไม่มี แล้วจะมีเจ้าไว้ทำไม” เซี่ยผิงกั่งไม่ชอบหน้าเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
พอพูดเสร็จเขาก็สั่งให้คนลงมือทันที
“เจ้า เจ้าจะมาใช้ศาลเตี้ยกับข้าไม่ได้นะ ข้าเป็นอิสรชน ข้าไม่ใช่บ่าวรับใช้!” หยวนหรงรีบเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งโบกมือทันที “เจ้าคิดจะฟ้องร้องอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ได้ วางแผนทำร้ายน้องสาวข้า และมีพยานรู้เห็น หรือว่าเจ้าจะให้ข้าส่งเจ้าไปด้วยตัวเองดี”
หยวนหรงใจเต้นกระตุกทันที
เขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่า หากฟ้องร้องจริงๆ เขาจะยิ่งโชคร้ายไปกว่านี้
ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงเลย แต่เซี่ยผิงกั่งรับราชการอยู่ที่ศาลตัดสินคดี หากเขาจะส่งข่าวให้ลงโทษเขาก็คงเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ยิ่งไปกว่านั้น…
ก่อนที่เขาจะกลายเป็นโจร เขามีคดีติดตัวอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาเขาติดตามเซี่ยหนิวซานจึงได้รับความคุ้มครองจากความดีความชอบทางทหารของตระกูลเซี่ย หากฟ้องร้องเป็นคดีขึ้นมา เขาไม่มีความดีความชอบทางการทหาร คดีเก่าก็คงถูกรื้อขึ้นมาด้วย…
หยวนหรงส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
ทั้งยังไม่กล้าเอะอะโวยวายอีกแล้ว
เซี่ยผิงกั่งพูดจริงทำจริงและทำให้เขาเป็นคนพิการจริงๆ
ความเจ็บปวดทำให้เขาหมดสติไปทันใด
เซี่ยผิงกั่งไม่มีความสงสารหรือเห็นใจ และสั่งให้คนเอาเขาไปโยนไปไว้นอกเมือง
หยิบฉวยผลประโยชน์จากตระกูลเซี่ย แล้วยังกล้าที่จะรังแกคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยอีก ไม่ถูกตัดหัวเสียตรงนั้นเลย ก็นับว่าดวงดีแล้ว
เซี่ยหนิวซานไม่ได้เข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้ และเขาก็ดูทรุดโทรมลงอย่างมากในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
ในใจเขารู้ดีว่าใครทำอะไรผิดต่อใคร และรู้ว่าไม่ควรเก็บคนอย่างหยวนหรงไว้ เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีหยวนหรงแล้ว พวกคนเก่าแก่ที่มาจากค่ายด้วยกันบ้างก็ถูกขายออกไป บ้างก็ถูกไล่ออกไป ภายในพริบตาเดียวก็เหมือนกับว่างเปล่าลงกระนั้น ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
เดิมทีเขาไตร่ตรองดู แม้ว่าเขาจะเป็นขุนนางแล้ว แต่เมื่อมีคนเก่าคนแก่พวกนั้นอยู่ในบ้านของเขา ชีวิตของเขาก็คงไม่ต่างจากเมื่อก่อนมาก
บัดนี้ภายในชั่วพริบตา จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าข้างหลังเขาว่างเปล่า โดดเดี่ยวและไร้คนสนับสนุน