ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 273 เกือบหัวล้านแล้ว / ตอนที่ 274 หกล้มไม่เป็นท่า
ตอนที่ 273 เกือบหัวล้านแล้ว / ตอนที่ 274 หกล้มไม่เป็นท่า
ตอนที่ 273 เกือบหัวล้านแล้ว
เซี่ยหนิวซานรู้สึกปวดใจเหลือเกิน
เขานึกไม่ถึงเลยว่าการเลี้ยงลูกจะต้องใช้เงินมากขนาดนี้ ถึงอย่างไร…ลูกชายสองคนนั้นของเขาและนังหนูเซี่ยซีล้วนมีนิสัยแบบที่แค่ได้ของกินนิดหน่อยก็มีความสุขแล้ว ไหนเลยจะกล้าขอนั่นขอนี่
“เนื้อกวางกับเนื้อหมูนี่ก็มันเนื้อเหมือนกันไม่ใช่หรือ ต่างกันตรงไหน” เซี่ยหนิวซานกระแอมไอแห้งๆ หนึ่งที
“ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว กวางนี่อยู่กลางป่าเขาได้กินสมุนไพรล้ำค่ามากมายจะเหมือนกับหมูที่เลี้ยงกับหญ้าแห้งๆ ได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยนิ่งเรียบ
น้องกวางน่ารักขนาดนั้น จะไม่กินได้อย่างไรเล่า!
หากเป็นชาติก่อน นางรับประกันว่าจะกินแต่สัตว์ที่เลี้ยงเอาไว้เท่านั้น
แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกันแล้ว มันเป็นปัญหาเรื่องการมีชีวิตอยู่ของนาง หากบำรุงได้ก็บำรุงไปเถอะ ยิ่งกว่านั้นการล่าเป็นหนึ่งในวิธีการทำมาหากินในสมัยนี้ ดังวลีที่ว่า ‘อยู่ใกล้ภูเขาก็หากินกับภูเขา’ ซึ่งไม่รู้ว่าเลี้ยงชีวิตคนมามากมายเท่าไรแล้ว
เซี่ยหนิวซานต้องยอมรับว่าสิ่งที่เซี่ยเฉียวพูดนั้นมีเหตุผล
“อาหารพวกนี้ซับซ้อนขนาดนี้ มีคนครัวทำได้หรือ” เซี่ยหนิวซานเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวเห็นว่าเขายังคงดื้อรั้น
“ชุนเอ๋อร์กับท่านยายวั่นทำเป็นหมดทุกอย่าง ท่านพ่อวางใจได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยท่าทีไร้กังวล
เซี่ยหนิวซานลูบจมูกของเขา “เหล้า ทำไมในนี้ถึงมีเหล้าอยู่ด้วยเล่า สุราดีสี่ฤดูนี่คืออะไร”
“มันเป็นเหล้าชั้นเลิศที่ทำจากดอกไม้และผลไม้ในแต่ละฤดูกาลหรือทำจากสมุนไพรโสม อันนี้ไม่ต้องออกไปซื้อมาจากข้างนอก แต่ต้องซื้อวัตถุดิบบางอย่างมาก็พอ ข้าค่อยให้ท่านยายวั่นกับชุนเอ๋อร์หมักแล้วฝังไว้ในเรือน ค่อยเอาออกมาดื่มตอนจำเป็น” เซี่ยเฉียวอธิบายด้วยความอดทนอย่างยิ่ง
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว
ทำจากผลไม้และดอกไม้?
แล้วรสชาติมันจะหวานหรือจะเปรี้ยวกันเล่า
สีหน้าของเซี่ยหนิวซานเคร่งขรึม
ผ่านไปสักพักเขาก็เรียกพ่อบ้านคนใหม่เข้ามา
พ่อบ้านคนใหม่นี้ทำงานอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ยมาได้ห้าหกปีแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนเก่าคนแก่ที่ติดตามมาจากค่าย แต่ก็เป็นคนที่รู้ความและซื่อสัตย์อย่างหาได้ยาก ซึ่งก่อนหน้านี้มีหยวนหรงคอยกดเขาอยู่ ตอนนี้นับว่าเป็นโอกาสของเขาแล้ว
เซี่ยหนิวซานให้พ่อบ้านนำสมุดบัญชีมาให้
หลังจากที่เขาพลิกไปพลิกมาจนอาหารบนโต๊ะเย็นชืดหมดแล้ว แต่กลับกินไม่ลงสักคำ
บัญชี…ไม่มีเงินเหลือแล้ว
พอดูให้ละเอียดเขาก็พบว่าช่วงก่อนที่เขาจะหย่ากับหลูซื่อ ผู้หญิงคนนั้นซื้อของไปมากมายหลายอย่าง ซึ่งคาดว่าจะเป็นของของเผยหว่านเย่ว์
หากเขาไปทวงถามกลับมาตอนนี้ก็เท่ากับว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้ว
แต่เขายากจนจริงๆ!
ก่อนหน้านี้ตอนที่เซี่ยเฉียวไปเรียนหนังสือ เดิมทีเขายังพอมีเงินเหลืออยู่สักหมื่นตำลึง แต่ตอนที่เผยหว่านเย่ว์ไปเรียน เขาก็ต้องใช้ไปอีกสองพันตำลึง
นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายเดือนนี้ก็ประมาณหนึ่งพันตำลึง
เอาให้หลูซื่ออีกห้าพันตำลึง…รวมกับที่หลูซื่อถลุงไปอีก…
เซี่ยหนิวซานเกือบจะหัวล้านแล้ว
ครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ แต่กลับมีเงินในบัญชีแค่หนึ่งพันสองร้อยตำลึงเท่านั้น!
เขามีบ่าวรับใช้มากมายที่ต้องเลี้ยง ไหนจะค่าใช้จ่ายสำหรับรถม้าและเงินสำหรับการดื่มเหล้าเข้าสังคมของเขาอีก… นี่มันไม่พอเลยสักนิด!
สีหน้าของเซี่ยหนิวซานคับแค้นอย่างยิ่งเพราะความยากจน แต่เซี่ยเฉียวทำราวกับไม่เข้าใจกระนั้น นางถึงขั้นใช้ให้พ่อบ้านไปที่เรือนของนาง แล้วสั่งใช้ชุนเอ๋อร์ยกโจ๊กรังนกมาให้
เซี่ยเฉียวกลืนโจ๊กอุ่นๆ ลงไปต่อหน้าต่อตาเซี่ยหนิวซาน
นางดื่มเข้าไปทีละอึกๆ ช่างรสชาติดีอะไรอย่างนี้
เซี่ยหนิวซานกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเขาเห็นลูกสาวดื่มโจ๊กลงไปอย่างว่าง่ายเช่นนั้น เขาจะพูดว่าตนเองไม่มีเงินเลี้ยงดูนางได้อย่างไร
ในฐานะหัวหน้าโจรแล้ว เขาไม่เคยพูดคำพูดน่าละอายเช่นนั้นเลย!
“ก่อนหน้านี้ หลูซื่อไม่ได้ให้เงินเจ้าไว้ใช้เลย แล้วใช้จ่ายอย่างไรเล่า” เซี่ยหนิวซานเอ่ยถาม
“ก็ให้เงินนั่นล่ะ ตอนที่ข้าเข้าเรียนก็ใช้ภาพวาดนั้นไปกราบอาจารย์ แต่ข้าเอาเงินจากบัญชีมาห้าพันตำลึง เพียงแต่ข้าเอาเงินห้าพันตำลึงนั่นไปซื้อร้านเล็กเอาไว้ร้านหนึ่ง…ใช้เงินจนไปจนหมดแล้ว เงินซื้อยาบำรุงพวกนี้เป็นเงินที่อาจารย์วัดเต๋าให้มา” เซี่ยเฉียวเอ่ยตามความจริง
“ร้านค้า ทำเงินได้ไหม” เซี่ยหนิวซานเอ่ยถามตามสัญชาตญาณ
ตอนที่ 274 หกล้มไม่เป็นท่า
เซี่ยเฉียวพูดความจริงด้วยสีหน้าจริงจัง “ร้านเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน ยังไม่ได้เงินทุนคืนมาเลย”
“ก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพิ่งจะเปิดกิจการ ไม่ต้องควักเนื้อเพิ่มก็ถือว่าดีแล้ว” เซี่ยหนิวซานถอนหายใจ
ความจริงแล้วกิจการของเซี่ยเฉียวไม่เลวเลย
ร้านของนางใช้คนน้อย นอกจากผู้ดูแลแล้ว ก็มีแค่คนสำหรับวิ่งทำธุระอีกสองคนและคนงานดูแลที่คอยต้าสยงอีกคนหนึ่งเท่านั้น การตกแต่งภายในร้านก็เรียบง่าย เงินทุนส่วนใหญ่อยู่ในของจำพวกชาดบางส่วน
นางขายยันต์พวกนั้นออกไปได้หมดแล้ว เงินที่ได้มาก็มากพอดู
หากท่านพ่อถามต่อไปอีก นางก็ไม่คิดที่จะปิดบังเรื่องที่ว่านางไม่ได้ขาดทุนแต่อย่างใด
แต่เห็นได้ชัดว่าเซี่ยหนิวซานไม่ได้สนใจร้านที่ ‘ไม่ทำกำไร’ นี้เท่าไร
“เจ้าเอารายการอาหารนี้ให้พ่อบ้านเถอะ ต่อไปก็ให้เขาซื้อของให้เจ้าตามรายการนี้ เจ้าแค่ให้คนในเรือนเจ้าทำอาหารก็พอ” เซี่ยหนิวซานหลั่งเลือดในใจ
ในสมองเขาคิดแต่ที่จะไปดูคลังสมบัติส่วนตัวของเขาแล้ว
“ขอบคุณท่านพ่อ ท่านใจดีเหลือเกิน” เซี่ยเฉียวพูดจาอ่อนหวาน
เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสดใสขึ้นมาทันที “นังหนูนี่จะมาเกรงใจอะไรกับพ่อ เงินเล็กน้อยแค่นี้แก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เจ้ารอพ่อเถอะ พ่อรับประกันว่าจะเลี้ยงเจ้าให้อ้วนท้วนสมบูรณ์เลยทีเดียว”
หากนักพรตเฒ่านั่นยังเลี้ยงนางได้ ทำไมข้าจะเลี้ยงนางไม่ได้!
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้มน้อยๆ
เซี่ยหนิวซานนั่งไม่ติดแล้ว หลังจากที่เขาเอ่ยอะไรออกมาอีกสองสามคำก็รีบร้อนกลับไปเปิดหีบที่ห้องดูทันที
จากนั้นเขาก็เดินไปถึงประตู แต่ก้าวยาวๆ ของเขาก็กลับก้าวไม่ออกโดยไม่รู้สาเหตุ เมื่อจู่ๆ แข้งขาอ่อนแรง เขาก็สะดุดเข้ากับธรณีประตู ล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นทันที
ตึง! เสียงดังจนน่าตกใจ
เปลือกตาของเซี่ยเฉียวกระตุกทันที
เซี่ยเฉียวหัวเราะแหะๆ “ท่านพ่อ ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไร ธรณีประตูบ้านี่! เดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนมารื้อให้หมด!” คำว่าไม่เป็นไรของเขาเป็นเรื่องโกหก
เซี่ยหนิวซานเป็นใครกัน เขาอยู่มาตั้งนานขนาดนี้ นอกจากความคับข้องใจที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวตนเองตอนเด็กๆ แล้ว หลังจากได้มาอยู่ในค่ายโจรทุกอย่างก็ราบรื่นเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้กลับมาหกล้มไม่เป็นท่าต่อหน้าลูกสาวตนเอง!
หลังจากที่เซี่ยหนิวซานลุกขึ้นแล้วเขาก็เตะไปที่ธรณีประตูนั้นทันที
กลายเป็นว่าเขาทำเท้าตัวเองเจ็บไปอีก
ต้องทนเจ็บจนหน้าแดงไปหมด
ดูน่าสงสารมาก
เซี่ยเฉียวเม้มปากก่อนจะพ่นลมหายใจเบาๆ
ใครใช้ให้บิดาของนางรังแกนางก่อนเล่า หากไม่ใช่พี่ชายใหญ่เป็นคนออกหน้าจัดการให้ สมองอันโง่งมของท่านพ่อนางก็ยังคงคิดไม่ได้หรอก!
ข่มเขาเสียเลย!
พรุ่งนี้นางก็จะมาอีก!
ใบหน้าน้อยๆ ของเซี่ยเฉียวดูจริงจัง นางเพียงแต่กินอะไรเล็กน้อยแล้วกลับไป
ระหว่างทางกลับเรือน นางยังได้เห็นพี่ชายของนางอยู่กับน้องชายและน้องสาวทั้งคู่ เขาเหลือบมองนางจากที่ไกลๆ จากนั้นเซี่ยผิงกั่งก็หิ้วคอเด็กน้อยสองคนจากไปอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ ถึงอย่างไรนางก็แค่ต้องการรังแกบิดาผู้ให้กำเนิดที่ไม่เคยมีความรับผิดชอบ และไม่เคยคิดจะข่มพี่น้องของนาง พวกเขาหลบไปไกลๆ ก็ดีแล้ว รอให้นางหายโกรธแล้วค่อยไปเล่นกับพวกเขาก็แล้วกัน!
อีกด้านหนึ่ง เซี่ยหนิวซานกลับไปถึงห้องของตนเองด้วยสีหน้าบึ้งตึง พอถึงห้องเขาก็ปิดประตูลง จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะกระโดดด้วยขาเดียวไปจนถึงเตียงนอน พอถอดร้องเท้าถุงเท้าออกดูก็พบว่านิ้วหัวแม่เท้าเปลี่ยนเป็นห้อเลือดไปเป็นแถบ
เซี่ยหนิวซานแยกเขี้ยวยิงฟันขณะที่ใส่ยา จากนั้นเขาก็อดทนกับความเจ็บปวดไปเปิดหีบออกดู
พอเปิดหีบออกดู…
สีหน้าเขาก็มืดคล้ำลงทันที
กล่องใส่สมบัติของเขามีหลายใบ ใบที่อยู่ในห้องนี้เป็นของที่ปกติหลูซื่อจะซื้อหามา เขาคิดว่าถึงอย่างไรก็คงไม่ได้ใช้ ตอนที่รู้ถึงความจำเป็นเร่งด่วน
มันกลับ…ว่างเปล่าไปเสียแล้ว
ช่างเถอะ เขาเป็นคนให้หลูซื่อเอาไปเอง ลูกผู้ชายจะมาตระหนี่ขนาดนั้นไม่ได้!
เขาหันหลังกลับออกไปยังห้องเก็บอาวุธเพื่อเปิดหีบอีก
ที่นั่นจึงจะเป็นของรักของหวงของเขาทั้งหมด!