ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 277 ทวงหนี้ / ตอนที่ 278 ไม่ไว้หน้า
ตอนที่ 277 ทวงหนี้ / ตอนที่ 278 ไม่ไว้หน้า
ตอนที่ 277 ทวงหนี้
เขาควบม้า เฆี่ยนแส้ราวกับกลัวว่าหากเขาช้าไปสักก้าวหลูซื่อจะหนีหรือตายไปเสียก่อนกระนั้น รีบร้อนจนเหงื่อไหลอกมาเลยทีเดียว
ใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึง
พ่อบ้านของหลูซื่อทราบแล้วดังนั้นเขาจึงออกมาทันที ฟ้ามืดแล้วแต่เซี่ยหนิวซานกลับใช้เท้าถีบประตูจนเปิดออก
ทำให้พวกหลูซื่อสองแม่ลูกตกใจทันที
“หลูซื่อออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้!” เซี่ยหนิวซานตะโกนเสียงดังราวกับอุกกาบาตชนโลก
หัวใจของหลูซื่อเต้นผิดจังหวะ ตอนที่นางคว้าเสื้อคลุมแล้วออกมาเห็นสายตาของเซี่ยหนิวซานเจือไปด้วยความขุ่นเคือง นางก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย
“ท่านพี่…” หลูซื่อเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา
“เจ้าเอาของของข้าที่อยู่ในหีบเหล็กนั่นส่งไปให้คนอื่นหมดแล้วใช่หรือไม่! เจ้าส่งอะไรออกไปให้ใครก็เขียนออกมาให้ข้าทั้งหมด หากขาดไปแม้แต่อย่างเดียวก็อย่าได้โทษว่าดาบของข้าไม่มีตา!” เซี่ยหนิวซานเกรี้ยวกราด
จะมีภรรยาไปทำไม
หากเขารู้ว่าการแต่งกับภรรยาอย่างนี้จะทำให้แม้แต่มรดกตกทอดของตระกูลก็ไม่เหลือเช่นนี้ เขายอมไปเป็นขันทีในวังดีกว่า!
ภรรยาที่น่าเกลียดชังผู้นี้ช่างผลาญเก่งเหลือเกิน
นี่แค่กี่ปีเอง?
หลูขมวดคิ้วอย่างสงสัยทันทีที่ยกหีบขึ้นมา “ของข้าก็ส่งออกไปแล้วนี่ ตระกูลเหล่านี้ก็ไปมาหาสู่กันอยู่ จะไม่ให้ส่งของขวัญให้หรือ ข้าคิดว่าหากออกไปซื้อของขวัญข้างนอกก็ต้องใช้เงินไม่น้อย ของที่บ้านก็มีพร้อมอยู่แล้ว…”
“มีพร้อมแล้ว! เจ้าไม่มีสมองหรือ! หากมันเป็นของราคาถูก ข้าจะเก็บมันไว้ในหีบ!?” เซี่ยหนิวซานแทบจะกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
เมื่อหลูซื่อเห็นเซี่ยหนิวซานมีท่าทางเช่นนี้ นางก็รู้สึกขึ้นมา
ของพวกนั้นล้ำค่ามากเป็นพิเศษเลยหรือ
นางคิดว่าของวางในห้องอาวุธน่าจะไม่ได้มีราคาแพงเป็นพิเศษ และราคาก็ใกล้เคียงกับห่วงโซ่หยกนั่น!
ยกเว้นอินทรีทองคำตัวนั้นที่นางเห็นว่าน้ำหนักมันค่อนข้างมากจึงส่งไปให้ตระกูลเมิ่ง ตระกูลเมิ่งเพิ่งได้ตำแหน่งใหม่ ทั้งยังเป็นญาติของราชวงศ์ อีกทั้งนางยังเคยได้ยินคนพูดกันว่า องค์ชายสี่มีความเป็นไปได้ที่จะได้เป็นฮ่องเต้ แล้วตระกูลเมิ่งก็เป็นญาติฝั่งมารดา…
หลูซื่อท่าทางน้อยใจและทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
เซี่ยหนิวซานใช้กระดาษแผ่นหนึ่งตบหน้านาง “เขียน! ส่งให้ใครบ้างเขียนออกมาให้หมด!”
หลูซื่อสั่นไปทั้งตัว นัยน์ตาก็แดงก่ำแล้ว
เผยหว่านเย่ว์ก็หลบอยู่หลังประตูห้องไม่กล้าออกมา
ในใจหลูซื่อตื่นตระหนก แต่เมื่อถูกเซี่ยหนิวซานจ้องมองอยู่นางจึงต้องลงมือเขียน
ของข้างในมีอะไรบ้างนางยังจำได้ ถึงอย่างไรของที่อยู่ข้างในนั้นก็ไม่ค่อยเหมือนของตกแต่งธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว
อีกอย่างคนที่ตระกูลเซี่ยไปมาหาสู่ด้วยก็นับว่ามีไม่มาก…
นางจรดพู่กันด้วยมืออันสั่นเทา
ไม่นานนักนางก็เขียนเสร็จจนได้
นางเองก็ไม่รู้ว่าของพวกนั้นมีชื่อเรียกว่าอะไร ได้แต่ใช้คำพูดอธิบายออกมา
เซี่ยหนิวซานดูแล้วก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างเปลืองแรง แต่แค่เขารู้ว่าของอยู่ในมือใครก็เพียงพอ
ครั้นจัดการเรื่องนี้เสร็จสิ้นก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว แม้เซี่ยหนิวซานจะรอไม่ไหวที่จะเอาของคืนอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่ต้องอดทนกลับบ้านไปนอนก่อน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเซี่ยหนิวซานไม่ได้ไปที่ค่ายทหารเลย เขาตรงไปที่บ้านของมารดาผู้ชราก่อน
เขามีเหตุผลที่จะไปบ้านพี่น้องของเขาก่อน
ตอนนี้ครอบครัวเขาขาดเงิน เขาจำเป็นต้องรีบไปเอาของคืนมาให้เร็วหน่อย
ตระกลูหลูอยู่ไกลออกไปเล็กน้อย การส่งจดหมายต้องใช้เวลาสักพัก ดังนั้นจึงไม่ทันการณ์
นอกจากนี้ตระกูลเมิ่งและเพื่อนร่วมงานของเขาบางคนไม่ได้สุขสบายเท่าญาติพี่น้องของเขา และพี่น้องของเขามีสมบัติหลายอย่างอยู่ในมือ
เซี่ยหนิวซานเคาะประตูบ้านตั้งแต่เช้า หญิงชราผู้เป็นมารดาเชิญเขาเข้าบ้านอย่างยินดีปรีดา
เวลานี้พี่น้องตระกูลเซี่ยยังไม่ได้ออกจากบ้าน พวกเขารู้สึกว่าการปรากฏตัวของเขานั้นแปลก จึงให้การต้อนรับอย่างดี
“น้องรอง ข้าได้ยินคนข้างนอกพูดกันแล้วว่าเจ้ากับน้องสะใภ้แยกทางกันแล้ว เฮ้อ ที่จริงหลูซื่อก็ไม่เลวนะ ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาถึงขั้นนี้กันได้อย่างไร เจ้าฟังพี่ใหญ่พูดสักหน่อยนะ เจ้าแต่งกับนางแล้วก็ต้องดีกับนางหน่อย อย่าให้นิสัยของเด็กๆ มาสร้างปัญหาให้ ใช่หรือไม่” เซี่ยหมั่งซานเอ่ยปาก
ตอนที่ 278 ไม่ไว้หน้า
เซี่ยหมั่งซานจงใจเสียดสีเซี่ยเฉียว แต่เซี่ยหนิวซานกลับฟังไม่เข้าใจ
เขาแค่รู้สึกว่าพี่ใหญ่กำลังชมหลูซื่อ เวลานี้เขากำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้าจึงเอ่ยขึ้นทันที “นางไม่เลวได้อย่างไรเล่า! สมบัติของตระกูลที่ข้าเก็บซ่อนไว้ถูกนางกระจายออกไปจนหมดแล้ว นางร้ายกาจเสียยิ่งกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก อ้าปากทีเดียวกินเงินข้าไปตั้งสองแสนตำลึงเชียว!”
“สองแสนตำลึง?!” เซี่ยหมั่งซานใจเต้นกระตุกด้วยความไม่อยากเชื่อ
พี่น้องของเขาคนนี้ไม่น่าจะมีเงินมากขนาดนั้นนี่
เซี่ยหนิวซานเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย
เขาแสดงออกว่าตนเองยากจนต่อคนภายนอกมาตลอด
อย่างไรก็ตามไม่ได้นับของเหล่านั้นเป็นทรัพย์สมบัติของครอบครัว และแอบเก็บเอาไว้เป็นความลับ
ตอนนั้นเขาบอกคนอื่นว่าเขาบริจาคทรัพย์สมบัติของครอบครัวเกือบทั้งหมดเพื่อให้ได้รับตำแหน่งขุนนางนี้ ส่วนที่เหลือถูกใช้เป็นเงินเพื่อซื้อบ้านและกิจการ
ในความเป็นจริงแล้วคนเราต้องเก็บสมบัติบางอย่างไว้บ้าง เมื่อลูกหลานมีความจำเป็นต้องใช้ในภายหลังจะได้ขายแลกเป็นเงินมาใช้ได้
แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าหลูซื่อจะผลาญได้ขนาดนี้!
“มันเป็นสมบัติทั้งหมดที่ข้าแย่งชิงมาจากคนเถื่อน หากขายก็คงจะได้เงินมากเท่านั้นแหละ ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้หลูซื่อได้ส่งของให้พวกเจ้าไม่น้อย ของพวกนั้นพวกเจ้าต้องคืนให้ข้า!” เซี่ยหนิวซานพูดจบก็หยิบรายการออกมา
“ชุดน้ำชาที่ประดับด้วยอัญมณีสีแดงและสีน้ำเงิน หนึ่งชุดมีหลายชิ้น ยังมีช้างทองคำและหยกคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นของเล่นชิ้นสิ่งเล็กๆ ไม่ใหญ่ นอกจากนี้…มงกุฎอัญมณี และ…”
เซี่ยหนิวซานพึมพำออกมาหลายอย่างทีเดียว
หญิงชราและคนอื่นๆ นั่งไม่ติดเสียแล้ว
“ของพวกนี้…เป็นเงินเท่าไรหรือ” เซี่ยหมั่งซานเอ่ยถามทันที
“ของพวกนี้รวมกันแล้วมีมูลค่าประมาณหกหมื่นตำลึง” เขาไม่ได้ปิดบังคนในครอบครัวของตนเอง
เมื่อเซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
หกหมื่นตำลึง?!
พวกเขาเอาของพวกนี้ไปไว้ที่โรงรับจำนำตั้งนานแล้ว และหลายรายการนี้รวมกันมีค่าเพียงห้าหกพันตำลึงเท่านั้น!
พวกเขาถูกหลอกแล้ว?!
“น้องรอง ข้าขอบอกความจริง ครอบครัวเราขาดเงิน เราจึงเอาของพวกนี้ไปจำนำแล้ว และก็ไม่ได้ขายได้เงินมากเท่าไรนัก แค่ห้าหรือหกพันตำลึงเท่านั้น?! เจ้าคำนวณผิดแล้วหรือเปล่า ของพวกนั้นล้วนเป็นของแปลกๆ ไม่มีราคานี่”
“เพราะเป็นของแปลกอย่างไรเล่าจึงมีราคา! มันเป็นของที่ข้าแย่งชิงมาจากค่ายศัตรู สมบัติส่วนตัวของข้าจะไม่มีราคาได้อย่างไร!” เซี่ยหนิวซานตะคอก
สีหน้าเซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานหวาดกลัวสุดขีดทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
“ขาย ขายไปได้ไม่มากขนาดนั้นจริงๆ…”
“พวกเจ้าไม่อยากจะคืนของให้ข้าใช่หรือไม่” เซี่ยหนิวซานไม่พอใจแล้ว
นอกจากของรักของหวงเหล่านี้แล้วเขายังให้อะไรพี่น้องของเขาไปอีกไม่น้อย แค่คืนของรักของเขากลับมาจะเป็นอย่างไรเล่า
“ไม่มีจริงๆ! น้องรอง นี่เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ!” เซี่ยหมั่งซานอยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก
แน่นอนว่าต่อให้เขายังไม่ได้ขายของ เขาก็ไม่คิดจะคืนให้หรอก
หากเขาคืนของมีค่าเช่นนี้ไปแล้ว เขาจะเหลืออะไรเล่า
แต่ตอนนี้หัวใจของเขาก็ราวกับกำลังหลั่งเลือด เขารู้สึกอึดอัดไปทั้งร่าง ของห้าหกหมื่นตำลึงกลับขายได้แค่ห้าหกพันตำลึง!
หากเขามีเงินหลายหมื่นตำลึงเช่นนั้น เขาจะใช้ชีวิตทุกวันนี้ได้อย่างสบายใจมากขนาดไหน!
สองพี่น้องต่างก็มีท่าทางเสียใจที่ทำอย่างนั้น
แต่ไฟโทสะของเซี่ยหนิวซานยิ่งลุกโหม
“พวกเจ้าเป็นพี่น้องของข้า ข้ามีเนื้อกินหนึ่งวัน พวกเจ้าก็ไม่มีวันขาดน้ำแกงให้ดื่ม! แต่ตอนนี้ต้องเอาของพวกนี้คืนมาให้ข้าก่อน บ้านข้าจนจนไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อแล้ว ข้าจะเอาของพวกนี้ไปเลี้ยงดูลูกๆ!” เซี่ยหนิวซานเอ่ยเคร่งขรึมจริงจัง
เซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานกลับไม่เชื่อคำพูดเหล่านี้เลย
ในความคิดของพวกเขาเซี่ยหนิวซานมาเพื่อจับผิดเท่านั้น
จริงสิ ไม่แน่เรื่องพวกนี้ทั้งหมดอาจจะไม่จริงก็ได้ หากของพวกนั้นมีค่ามากมายขนาดนั้น หลูซื่อจะมอบให้พวกเขาทำไม
เขาไม่ต้องการภรรยาแล้ว และเวลานี้ยังถูกเซี่ยเฉียวเป่าหูจนคิดจะเอาของที่เคยให้ไว้คืนโดยไม่ไว้หน้ากันเลยใช่หรือไม่! เฮอะ!