ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 301 หินก้อนเดียวยิงนกหลายตัว / ตอนที่ 302 ของขวัญขอโทษของศัตรูตัวฉกาจ
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 301 หินก้อนเดียวยิงนกหลายตัว / ตอนที่ 302 ของขวัญขอโทษของศัตรูตัวฉกาจ
ตอนที่ 301 หินก้อนเดียวยิงนกหลายตัว / ตอนที่ 302 ของขวัญขอโทษของศัตรูตัวฉกาจ
ตอนที่ 301 หินก้อนเดียวยิงนกหลายตัว
เดิมทีเซี่ยผิงไหวก็ไม่ใช่คนที่ชอบขาดทุนอยู่แล้ว พอเซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้นเขาก็ยิ่งพยักหน้าอย่างจริงจัง
ให้เขาถูกทุบตีโดยเปล่าประโยชน์ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
เซี่ยผิงกั่งติดตามรัชทายาทมาติดๆ เขาจึงมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน
ทันทีที่เขาเข้าไปในร้านยาก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง พอเขาก้มหน้าลงมองก็ได้เห็นว่าเป็นน้องชายอัปลักษณ์ที่ไม่เอาไหนของเขานั่นเอง
เขากำลังจะหิ้วคอมันออกไปอย่างนึกรังเกียจ แต่เซี่ยผิงไหวกลับยึดเสื้อผ้าของเขาไว้ก่อนจะเอ่ยทั้งน้ำหูน้ำตา “พี่ชายใหญ่ ข้า ข้าถูกคนทุบตีมา วันนี้เข้าออกไปทำกุศลกับพี่หญิงใหญ่ กำลังคิดจะไปช่วยผู้ประสบภัย ใครจะรู้ว่าพวกอันธพาลนอกเมืองพอเห็นว่าข้านุ่งผ้ากระสอบหยาบๆ ก็คิดว่าข้าเป็นผู้ประสบภัย พวกมันเลยต้องการจะแย่งชิงของของข้า พอข้าไม่ยอมให้ท่าเดียว พวกมันก็ทุบตีข้า ท่านดูสิ ข้าเกือบโดนพวกมันทุบตีจนตายแค่เพราะข้าสวมเสื้อผ้าของผู้ประสบภัย พวกมันรังแกข้า แต่ข้า ข้าไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นที่สนใจเกินไปนี่!”
เสียงของเซี่ยผิงไหวได้ยินไปทั่วทั้งข้างในข้างนอก
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันหมด
มิน่าลูกชายของตระกูลเซี่ยคนนี้จึงแต่งตัวโทรมมากเช่นนี้ พวกเขายังคิดว่าบ้านนี้ยากจนจนไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่า…
เขาจะออกไปทำกุศลที่นอกเมือง?!
ไม่น่าเชื่อว่าจะเก็บเนื้อเก็บตัวขนาดนี้ สวมใส่ผ้ากระสอบหยาบๆ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
หากจะบอกว่าเขาโกหกก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็ยังไม่โต ดูแล้วน่าจะสักสิบสองสิบสามปี อายุน้อยแค่นี้คงไม่ถึงกับทุบตีตนเองจนกลายเป็นแบบนี้หรอกกระมัง!
“พี่ใหญ่! มีพวกอันธพาลอยู่ข้างนอกตั้งหลายสิบคน พวกเขาเฝ้าดูผู้ประสบภัยที่ได้รับของ แล้วพอลับหลังก็แอบแย่งชิงไป พวกมันเกือบจะทุบข้าตายแล้ว หากพี่หญิงใหญ่มาไม่ทันข้าคงตายแน่! พี่ใหญ่ ข้าจะตายหรือไม่ไม่สำคัญ แต่พวกอันพาลข้างนอกนั่นจะทำร้ายชาวบ้านจนตายอีกสักเท่าไรเล่า!” เซี่ยผิงไหวพูดต่อ
เซี่ยเฉียวสอนเขามาน่ะ
ส่วนผู้บงการตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาดูโศกเศร้ารันทดอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นผู้คนก็รู้สึกละอายใจ
ที่แท้ว่าลูกๆ ของตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด?
พวกเขาไปทะเลาะวิวาทมาก็จริง แต่มันเป็น…พวกอันพาล?
เมื่อครู่นี้แทบทุกคนกำลังรังเกียจพวกเขาอยู่ในใจ และบางคนถึงกับป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปแล้ว
แต่ในเวลานี้พวกเขารู้สึกกับรู้สึกหน้าร้อนไปหมด
“นอกเมืองมีเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้ด้วยหรือ” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ตามติดมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณชายเซี่ยและคุณหนูเซี่ยมีจิตใจที่เมตตา ข้าก็รู้สึกสบายใจ เพียงแต่พวกเจ้าทั้งสองอายุยังน้อย แต่ต้องมาถูกทำร้ายรังแกเช่นนี้ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งพวกเจ้าทั้งสองกลับจวน…”
พอพูดถึงตรงนี้จ้าวเสวียนจิ่งก็นำเตาอุ่นมือที่อยู่ในมือของเขาส่งให้เซี่ยเฉียว “แม่นางเซี่ยร่างกายอ่อนแอ ต้องรู้จักถนอมตัวเองให้ดี”
เซี่ยเฉียวตกตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะรับมันไว้อย่างมึนงง
เตาอุ่นมือของรัชทายาทนี้หอมมากทีเดียว ดูเหมือนจะเป็น…ของผู้หญิง
“ขอบพระทัยฝ่าบาท” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวของรัชทายาท แต่ก็ไม่อาจถามต่อหน้าธารกำนัลได้
“เจ้าออกไปดูกับข้าที่นอกเมืองหน่อย ขนาดใกล้เมืองหลวงยังไร้กฎหมายเช่นนี้ แผ่นดินนี้จะเป็นอย่างไรเล่า” จ้าวเสวียนจิ่งโกรธขึ้นมาในเวลานี้
เรื่องที่เซี่ยเฉียวมีเดิมพันเขาเคยได้ยินมาบ้างแล้ว
การกระทำของพวกอันธพาลนอกเมืองอาจเป็นเรื่องจริง และเรื่องที่เซี่ยเฉียวเอาตัวเองไปเสี่ยงเพื่อยิงนกสองตัวด้วยหินก้อนเดียวก็เป็นเรื่องจริง
และทั้งสองเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสบายใจสักเรื่อง โชคดีที่คนที่ถูกทุบตีเป็นเจ้าเด็กนั่น หากเป็นเซี่ยเฉียว…
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขานึกถึงมือที่เย็นเป็นน้ำแข็งจนแดงไปหมดเมื่อครู่ เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าอันธพาลที่อยู่นอกเมืองพวกนั้นจบเห่แล้ว
รัชทายาทรักประชาชนเหมือนลูก ดูตอนนี้สิ เมื่อเขาได้ยินว่าผู้ประสับภัยที่น่าสงสารถูกทำร้ายรังแก ใบหน้าของเขาก็แทบจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว
รัชทายาทที่ดีเช่นนี้ทำไมจะนั่งบัลลังก์ไม่ได้เล่า!
ก็แค่มือข้างเดียวเองไม่ใช่หรือ มันก็ไม่ได้พิการโดยสมบูรณ์นี่ เขายังสามารถเอาถือของได้อยู่!
ตอนที่ 302 ของขวัญขอโทษของศัตรูตัวฉกาจ
เดิมทีเซี่ยเฉียวคิดจะให้พี่ชายใหญ่ของนางออกหน้า เรื่องนี้จะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วยนิสัยที่ดุดันของเขา เมื่อประกอบกับฎีกาที่บิดาของนางยื่นถวาย ราชสำนักก็จะต้องเข้ามาจัดการเป็นแน่
ท่านพ่อของนางเป็นขุนนางโจร ปกติแล้วเขาก็ไม่ค่อยมีความคิดเห็นที่สร้างสรรค์อะไร นานๆ จะได้ทำเรื่องดีๆ แถมยังเป็นเรื่องที่ชาวบ้านรู้กันทั่ว จะต้องมีผลกระทบที่ใหญ่โตแต่นอน
อย่างไรก็ตามนางนึกไม่ถึงว่ารัชทายาทจะจิตใจดีเช่นนี้
เซี่ยเฉียวก้มหน้าแล้วถูมือไปมา นางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เซี่ยผิงไหวเล่นละครได้สมบทบาทมาก เขาร้องไห้จริงบ้างเท็จบ้าง เดิมทีนางคิดว่าพี่ใหญ่จะรังเกียจว่าเขาไร้ประโยชน์ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าพี่ใหญ่จะตบบ่าเขาก่อนจะไป สายตานั่น…
อบอุ่นอ่อนโยนเป็นพิเศษ!
แน่นอนว่าความจริงแล้วเขาก็ยังน่ากลัวอยู่ดี แต่เมื่อเทียบกับความดุร้ายของเขาในยามปกติแล้ว ท่าทางของพี่ชายใหญ่เมื่อครู่นี้ทำให้เขาเหมือนสายลมฤดูในใบไม้ผลิขึ้นมาเลยทีเดียว!
เวลานี้เซี่ยผิงไหวรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง ขณะที่เขาเดินอยู่ก็รู้สึกราวกับตัวเองตัวเบาล่องลอยราวกับเขากำลังมีปุยเมฆอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
ตลอดทางที่องครักษ์ของรัชทายาทคุ้มครองพวกเขาไปส่งที่บ้าน เซี่ยผิงไหวรู้สึกราวกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง
จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าเรื่องที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
จ้าวเสวียนจิ่งนำเซี่ยผิงกั่งและองครักษ์กลุ่มหนึ่งออกไปข้างนอกก่อนจะเรียกผู้ประสบภัยมาถามไถ่เพื่อตรวจสอบทันที
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นอย่างที่เซี่ยเฉียวพูดเอาไว้ไม่มีผิด
ขุนนางเจ้าหน้าที่ที่รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของผู้ประสบภัยนอกเมืองกังวลร้อนใจจนเหงื่อตก
หากเจ้าหน้าที่คนอื่นมาสอบสวน บางทีพวกเขาอาจคิดหาวิธีบางอย่างได้ แต่นี่คือรัชทายาท!
อันที่จริงแล้วเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นนอกเมือง แต่ในความเห็นของเขา ตราบใดที่จำนวนผู้เสียชีวิตของผู้ประสบภัยอยู่ภายในขอบเขตที่รับได้ก็จะไม่มีผลกระทบอื่นใด
ส่วนเรื่องที่ของของผู้ประสบภัยจะถูกแย่งชิงไปหรือไม่นั้น…
ไม่ใช่เรื่องสำคัญ!
ถึงอย่างไรสิ่งของเหล่านั้นก็เป็นของที่ผู้อื่นบริจาคมา ไม่ใช่ของผู้ประสบภัยเหล่านั้นอยู่แล้ว!
แต่เขาไม่เคยคิดว่าพวกอันธพาลจะโง่เขลาจนมองไม่ออกแม้แต่ลูกหลานผู้มีอันจะกิน!
ทั้งยังทุบตีเขาเกือบตายด้วย!
เรื่องนั้นก็ช่างมันเถอะ เพียงแต่เรื่องนี้ดัน…ราวกับมีปีกกระนั้น ยังไม่ทันถึงสองชั่วยามคนก็รู้กันไปทั่วเมืองหลวงแล้ว!
ตกบ่ายก็มีของขวัญส่งมาที่บ้านตระกูลเซี่ยมากมาย
เมื่อในบ้านไม่มีนายหญิงแล้ว อีกทั้งเซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งก็ไม่อยู่ พ่อบ้านจึงได้แต่ต้องเชิญคนแขกเข้าไปในบ้าน โดยมีเซี่ยผิงไหวและเซี่ยเฉียวออกมารับแขก
“คุณชายบ้านข้าบอกว่าก่อนหน้านี้เขาเชื่อข่าวลือภายนอกจึงนึกไปว่าคุณชายรองเป็นคน…เอ่อ…หยาบคายคนหนึ่ง กลับนึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนจิตใจดีและละเอียดอ่อนเช่นนี้ หลายวันก่อนคุณชายของข้ามีเรื่องผิดใจกับคุณชายรอง วันนี้จึงได้ให้บ่าวนำของขวัญขอโทษมาให้เป็นพิเศษ เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มากมายอะไร หวังว่าคุณชายรองจะไม่ถือสาหาความคุณชายของพวกข้าเลยนะขอรับ”
เซี่ยผิงไหวมองดูของขวัญ…เล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นด้วยความตื่นกระหนก
คนที่ส่งของขวัญมาคือ..ฉู่เจี้ยน ที่ได้หยกขาวของเขาไปก่อนหน้านี้และกราบเป็นศิษย์อาจารย์เซียว
เขาไม่ชอบหน้าฉู่เจี้ยนเป็นพิเศษ เพราะเจ้าหมอนี่กราบอาจารย์สำเร็จ แม้ปกติเขาจะไม่ได้พูดจาร้ายๆ กับเขา แต่สายตาที่มองเขานั้นมักจะเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์!
ราวกับเป็นผู้วิเศษอย่างไรอย่างนั้น!
ก่อนวันหยุดเขาอดไม่ไหวจริงๆ จึงได้มีปากเสียงกับเขาไปหนึ่งรอบจนเกือบจะลงไม้ลงมือ ภายหลังอาจารย์ก็เซียวมา และลงโทษให้เขาคัดหนังสือ…
เรียกได้ว่าฉู่เจี้ยนเป็น ‘ศัตรูตัวฉกาจ’ ของเขา!
แต่วันนี้ศัตรูตัวฉกาจให้คนมามอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้เขา!
“ฉู่เจี้ยนคงไม่ได้เสียสติหรอกนะ? ก่อนหน้านี้เขายังไม่ชอบขี้หน้าข้าอยู่เลย!” เซี่ยผิงไหวแค่นเสียง เขาจะต้องมีแผนอะไรแน่นอน!
ไม่แน่พอเขารับของขวัญมาแล้ว เขาก็จะแอบไปบอกอาจารย์เซียวว่าเขาโลภเห็นแก่ของเล็กๆ น้อยๆ!
ไม่ผิด ต้องเป็นเช่นนี้แน่!
บ่าวที่มาส่งของขวัญได้ยินคำพูดของเขาก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็รีบอธิบายทันที “คุณชายรองเซี่ยอย่าได้เข้าใจผิด คุณชายของข้า…โดยนิสัยแล้วเป็นคนถือตัวเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีจิตใจชั่วร้าย ตอนที่เขาอยู่ที่บ้านก็เคยพูดถึงท่านว่ามีจิตใจบริสุทธิ์ แต่ไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย หลงทางได้ง่าย ดังนั้นท่าทางที่มีต่อท่านจึงออกจะไม่ถูกต้องไปบ้าง แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ คุณชายของเรารู้สึกละอายใจและรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจท่านผิดไปแล้ว!”