ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 303 รังแกคน / ตอนที่ 304 เปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 303 รังแกคน / ตอนที่ 304 เปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 303 รังแกคน
เซี่ยผิงไหวไม่ใช่คนมีเหตุผล
“เขายังพูดว่าข้าลับหลังด้วยหรือ! เลวทรามเหลือเกิน!” เซี่ยผิงไหวได้ยินเช่นนั้นก็โกรธมาก
เขายังไม่เคยพูดถึงฉู่เจี้ยนกับคนในครอบครัวเลยนะ!
เวลานี้ชายผู้นั้นรู้สึกทุกข์ใจจนพูดอะไรไม่ออกเล็กน้อย และจากนั้นเขาก็มองไปที่เซี่ยเฉียวราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ
เขาจนปัญญาแล้ว คุณชายรองตระกูลเซี่ยคนนี้พูดไม่รู้เรื่อง คุยด้วยยากยิ่ง เขาไม่กล้าคิดจินตนาการเลยว่าคนที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้จะกลายเป็นคนที่จิตใจละเอียดอ่อนออกไปช่วยผู้ประสบภัยที่นอกเมืองได้!
ทว่าถึงแม้ว่าเขาจะไม่เชื่อ แต่ใบหน้าปูดบวมเช่นนี้ย่อมไม่ผิดแน่
คนที่ไปทำกุศลจนถูกทุบตีมา ทั่วทั้งเมืองหลวงนี้ไม่มีคนอื่นอีกแล้ว
“รบกวนเจ้ากลับไปกล่าวขอบคุณคุณชายฉู่แทนน้องชายที่ไม่เอาไหนของข้าให้ด้วย น้องชายของข้าคนนี้ดื้อรั้นซุกซน และออกจะโง่เขลาเล็กน้อย ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ลำบากคุณชายฉู่ต้องคอยดูแลและกระตุ้นเขามาตลอดเสมอมา” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างอบอุ่นและสงบนิ่ง
เซี่ยผิงไหวหันหน้าไปจ้องนางทันที
ฉู่เจี้ยนเคยดูแลเขาตอนไหนกัน!
เขาอยากจะตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ แต่พอสบตากับเซี่ยเฉียวเขาก็รู้สึกเย็นเยียบจึงได้แต่นั่งนิ่งแต่โดยดี
เขาเองก็ปวดแก้มอยู่ด้วยจึงไม่พูดดีกว่า
เมื่อบ่าวชราได้ยินเช่นนั้นก็นับว่าโล่งใจได้ เขาจึงได้จากไป
“พี่หญิงใหญ่! เขาไม่เคยช่วยข้าเลยนะ! แล้วฉู่เจี้ยนคนนี้ก็ยังชอบรังแกข้าด้วย เขาฟ้องอาจารย์เซียวตั้งหลายครั้งว่าข้าทำผิด! เพราะเขาข้าเลยโดนอาจารย์เซียวอัดตั้งสองสามครั้ง!” เซี่ยผิงไหวเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อคนที่มาจากไปแล้ว
พี่หญิงใหญ่จะเห็นคนอื่นดีกว่าเขาได้อย่างไร!
“เช่นนั้นแล้วเจ้าลองบอกข้ามาดีๆ สิว่าเขาพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเจ้าต่อหน้าอาจารย์เซียว หากมันเป็นความผิดของเขา ข้าจะพาบ่าวรับใช้ไปจัดการเขาทันที” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ครั้งแรก เขาเอาเรื่องภาพวาดลามกของข้าไปบอกอาจารย์เซียว! ครั้งที่สอง เขาบอกอาจารย์เซียวว่าในกองการบ้านของข้ามีคนช่วยเขียนด้วย ยังมีอีกครั้งที่เขาฟ้องอาจารย์เซียวว่าข้าแอบดึงหนามออกจากไม้บรรทัดหนาม! ทั้งที่จริงแล้วข้าไม่ได้ทำ มันดึงไม่ออก!” เซี่ยผิงไหวโกรธมาก
“มันเป็นความผิดของเจ้าไม่ใช่หรือ หากเจ้ากราบอาจารย์สำเร็จ เขาก็เป็นศิษย์พี่ของเจ้าแล้ว การแนะนำสั่งสอนศิษย์น้องในฐานะที่เขาเป็นศิษย์พี่ก็สมควรแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเป็นเหตุเป็นผล
เขายังกล้าดึงหนามออกจากไม้บรรทัดของอาจารย์?
สมควรโดน!
“แต่เขาแย่งหยกขาวของข้าไปถึงได้กราบอาจารย์ได้นะ!” เซี่ยผิงไหวยิ่งรู้สึกไม่พอใจเมื่อรึกถึงเรื่องนี้
คนนอกต่างก็พูดกันว่าเขาเป็นวิญญูชน วิญญูชนที่ไหนกันที่ทำเรื่องแบบนี้!
“ตอนที่ฉู่เจี้ยนเพิ่งมาก็อาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง ข้อบกพร่องเล็กน้อยเหล่านี้อาจารย์เซียวจะสอนเขาเอง แต่เจ้าลองคิดดูให้ดี หากเจ้าคิดอยากจะกินขนมเกาลัดทุกวันๆ แล้วพ่อครัวที่สามารถทำขนมเกาลัดได้อยู่แค่ใต้จมูกเจ้า เจ้าจะไม่อยากพาเขากลับบ้านแล้วให้เขาทำขนมเกาลัดให้เจ้ากินทุกวันหรือ ฉู่เจี้ยนฉกฉวยเอาหยกขาวไปก็เป็นเรื่องธรรมดา”
“อีกอย่าง หยกขาวของฉู่เจี้ยนก็มาจากการแลกเปลี่ยนกับการแนะนำรายชื่อ ซึ่งหากว่ากันในด้านวิธีการแล้ว เขาก็นับว่าได้มาอย่างถูกต้อง”
นอกจากนั้น ในตอนนั้นฉู่เจี้ยนก็คิดว่าเผยหว่านเย่ว์เก็บหยกขาวได้ และไม่ได้รู้ว่าเผยหว่านเย่ว์เป็นคนขโมยมันไป
เมื่อมองอย่างนี้แล้ว แม้ว่าฉู่เจี้ยนจะผิดแต่ก็ผิดไม่มาก
แน่นอนว่านางเองก็ไม่ได้คิดว่าฉู่เจี้ยนจะถูกไปทั้งหมด เพียงแต่ฉู่เจี้ยนก็กราบอาจารย์ไปแล้ว เซี่ยผิงไหวก็ไม่ควรที่จะมัวแต่คิดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
เซี่ยผิงไหวเบะปาก
“เขารังแกข้าตลอดเลย!” เซี่ยผิงไหวยังคงยืนกราน
เซี่ยเฉียวทอดถอนใจ
“เจ้าคิดว่าฉู่เจี้ยนฉลาดไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“อืม เขาท่องหนังสือได้เร็ว อาจารย์ก็มักจะชมเขาอยู่ตลอด” เซี่ยผิงไหวห่อเหี่ยวเล็กน้อย
“ใช่ เขาฉลาด คนฉลากมักจะจับจ้องมองไปข้างบนอยู่เสมอ หากอย่างนั้นทำไมเขาถึงต้องสนใจเจ้าอยู่เสมอด้วยเล่า นั่นก็เพราะเขามองออกว่าอาจารย์เซียว…กำลังสั่งสอนเจ้า”
“เขาวางเจ้าไว้ในระดับเดียวกับเขา แต่กลับพบว่าเข้ากำลังทำให้ตัวเองเสียโอกาสไปหมดทุกเรื่อง ไม่จริงจัง ไม่มั่นคง รู้ความ กระทั่งไม่ละอาย ก็เหมือนกับ…มีคนวิจารณ์ขนมเกาลัดว่าเหม็นเหมือนมูลต่อหน้าเจ้านั่นล่ะ! ในความคิดของฉู่เจี้ยนอาจารย์เซียวก็คือขนมเกาลัด ส่วนเจ้าก็คือคนที่ดูถูกขนมเกาลัดแต่กลับยึดตัวคนทำขนมเกาลัดเอาไว้กับตัวทั้งวัน เจ้าเข้าใจแล้วหรือไม่”
ตอนที่ 304 เปลี่ยนแปลง
เซี่ยผิงไหวสับสน แต่เขาก็เข้าใจแล้วหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ท่านจะบอกว่าที่เขากำลังมีแผนลับหลังข้า แท้จริงแล้วเขาเป็นห่วงข้า?” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างแปลก
เซี่ยเฉียวกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “ก็ประมาณนั้นล่ะ”
หากไม่ใช่ความห่วงใยก็คือความอิจฉา นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว
ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม เซี่ยผิงไหวก็ไม่เหมาะที่จะเผชิญหน้ากับฉู่เจี้ยนอีกต่อไป และเขาควรเรียนรู้…นโยบายประนีประนอมเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามเซียวอวี้หรงเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดพอสมควร เขาจะไม่ยอมทนต่อสิ่งที่ตัวเองรับไม่ได้ ดังนั้นนางจึงเดาว่าแม้ฉู่เจี้ยนจะมีปัญหาอยู่บ้าง ก็คงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร ไม่เช่นนั้นเซียวอวี้หรงก็คงจะขับไล่เขาออกไปนานแล้ว
เวลานี้ความรู้ความเข้าใจของเซี่ยผิงไหวได้พังทลายลงแล้ว
นอกจากของขวัญขอโทษจากตระกูลฉู่แล้ว ยังมีของขวัญแสดงความเสียใจจากเพื่อนร่วมชั้นอีกหลายคน
มีอาหารของกินเล่นกองโต และยาอาหารบำรุงอีกจำนวนมาก
ทั้งหมดนี้ทำให้เซี่ยผิงไหวงงเป็นไก่ตาแตก
เขาดังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!
แค่เพราะเขาโดนทุบตีมายกหนึ่งนี่น่ะหรือ!
แต่ในขณะที่เซี่ยผิงไหวรู้สึกสับสน แรกเริ่มเขาก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อยด้วย แต่ไม่นานนักเขาก็หน้าด้านและรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
พอตกเย็นเซี่ยซีก็กลับมาจากสำนักศึกษา นางกลับมาพร้อมกับสิ่งของมากมายไม่ต่างกัน ใบหน้าของนางตึงเครียดดูเหมือนกำลังสับสนอย่างยิ่ง
“ซีเอ๋อร์ ขนมมากมายขนาดนี้ข้ากินไม่หมดหรอก มาแบ่งไปกินสิ” เซี่ยผิงไหวเอ่ยโม้
เซี่ยซีสั่นศีรษะ “ข้าก็มี”
หลังจากที่นางพูดจบพ่อบ้านก็ขนของลงมาจากรถม้าพอดี
ใช่ว่าจะเป็นอาหารราคาแพงเป็นพิเศษ เพียงแต่นางไม่เคยได้รับของขวัญพวกนี้มาก่อน
“ครอบครัวของพวกลืมตาอ้าปากได้แล้วสินะ! หากข้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ ข้าจะทนอยู่ตรงนั้นให้นานกว่านี้อีกหน่อย ให้ถูกทุบตีทั้งวันก็ยังได้!” เซี่ยผิงไหวเอ่ยอย่างตื่นเต้น
เขามีความอดทนสูง!
ทุกครั้งที่พี่ชายใหญ่ลงไม้ลงมือจะโหดมาก เจ็บกว่าอันธพาลพวกนั้นทุบตีมาก แต่ตอนที่พี่ชายใหญ่ลงมือจะไม่ให้โดนหน้าเขาเท่านั้น
“พวกเขาบอกว่าเข้าใจครอบครัวของพวกเราผิดไปแล้ว ขอโทษ และให้ของกินข้ามา แต่…พวกเขาไม่ยอมให้ข้าช่วย ข้าหาถั่วเงินไม่ได้แล้ว” เซี่ยซีมีสีหน้าขมขื่น
เซี่ยเฉียวรู้สึกสับสนทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
เด็กโง่คนนี้เห็นการทำธุระให้คนอื่นในสำนักศึกษาเหมือนกับการได้กินขนมหวาน
ตอนนี้คนพวกนั้นมองนางเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์จริงๆ แล้ว และให้ความเคารพต่อนาง ดังนั้นจะไม่อาจที่จะใช้นางทำงานได้อีกต่อไป เซี่ยซีจึงไม่อาจจะหาถั่วเงินได้อีก
“ซีเอ๋อร์ต้องการหาเงิน?” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ต่อไปหากเจ้าจะช่วยข้าทำงานบางอย่าง และข้าจะจ่ายเงินให้เจ้า เป็นอย่างไร”
“ไม่ได้ เงินของพี่หญิงข้าจะรับมาได้อย่างไร” เซี่ยซีส่ายศีรษะ
“แล้วของข้าเล่า!” เซี่ยผิงไหวอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยิน
ปกติหากเขาใช้ให้เซี่ยซีทำอะไรก็ต้องจ่ายเหรียญทองแดงให้แก่นาง
เซี่ยซีไม่ได้พูดอะไรอีก
พี่รองมีเงิน ก่อนหน้านี้ท่านแม่…หลูซื่อจะชดเชยให้เขาอยู่เสมอ
พี่หญิงใหญ่…นางอ่อนโยนยิ่งกว่าท่านแม่อีก นางไม่เหมือนคนอื่น
“หากเจ้าไม่รับเงิน เช่นนั้นแล้วข้าคงจะต้องขอให้คนอื่นทำ…” เซี่ยเฉียวถอนหายใจด้วยท่าทางแสนเสียดาย
เซี่ยซีได้ยินเช่นนั้นก็ลังเลเล็กน้อย
นางอยากหาเงิน
“ก็ได้” ดวงตาเซี่ยซีเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย และคาดหวังรอคอยอย่างยิ่ง
น้องสาวคนนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ
ขณะที่ตระกูลเซี่ยกำลังมีความสุข อย่างไรก็ตามข่าวพวกนี้ก็ลอยมาเข้าหูซย่าหย่าอวิ๋นเช่นกัน
นางไม่เชื่อเรื่องที่บ่าวรับใช้รายงานจนถึงขนาดคิดว่ามันน่าขบขัน “พวกเขาคิดว่าตระกูลเซี่ยมีจิตใจดี?! พวกตระกูลเซี่ยนั่นเป็นโจรมาก่อนนะ ก่อนหน้านี้ก็เคยปล้นชิงของของคนอื่น!”
“เพราะแม่นางเซี่ยบอกว่านางต้องการออกหน้าแทนชาวบ้าน ให้ใต้เท้าเซี่ยยื่นฎีกาทวงความยุติธรรมให้กับชาวบ้าน กระทั่งเชิญรัชทายาทให้มาจับพวกอันธพาล ดังนั้น…พวกผู้ประสบภัยเหล่านั้นจึงคิดว่าแม่นางเซี่ยเป็น…คนดี” บ่าวรับใช้เอ่ยด้วยความประหม่า
ไม่ใช่แค่คนดีเท่านั้น? ผู้ประสบภัยข้างนอกต่างก็พูดกันว่านางเป็นเซียนมาจากสวรรค์!
ซย่าหย่าอวิ๋นกำหมัดของนาง
โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะทำให้นางชนะไม่ใช่เด็กวัยรุ่นห้าสิบคนนั้น แต่เป็นชื่อเสียงในฐานะโจรของตระกูลเซี่ยต่างหาก!
ไม่ว่าเซี่ยเฉียวจะทำอะไรมากมายแค่ไหนก็ตาม นางเพียงแต่ต้องบอกให้ผู้ประสบภัยเหล่านั้นรู้เรื่องราวของตระกูลเซี่ย ทำให้ผู้ประสบภัยเหล่านั้นรู้สึกว่านางโจรเซี่ยเฉียวคนนี้เป็นพวกเจ้าเล่ห์จอมปลอม เช่นนั้นแล้วนางก็จะสามารถชนะได้อย่างแน่นอน!
แต่ตอนนี้ชื่อเสียงอันดีงามของเซี่ยเฉียวได้เกิดขึ้นแล้ว!
พวกคนโง่เหล่านั้นยกย่องเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงไหวว่าจิตใจดีมีเมตตาทั้งๆ ที่รู้ว่าตระกูลเซี่ยมีพื้นเพเป็นโจรมาก่อน?!