ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 315 รักษาชีวิต / ตอนที่ 316 สอบประเมิน
ตอนที่ 315 รักษาชีวิต / ตอนที่ 316 สอบประเมิน
ตอนที่ 315 รักษาชีวิต
หลานชายคนโตของนายท่านผู้เฒ่าตระกูลโจวอายุเกือบห้าสิบแล้ว และอยู่ว่างๆ จะทำหรือไม่ทำงานก็ได้ เขาแต่งงานกับองค์หญิงสามในฮ่องเต้องค์ก่อน
ซึ่งก็คือน้องสาวขององค์หญิงซิงโม่
แม้ว่าองค์หญิงสามในฮ่องเต้ผู้ล่วงลับจะไม่ได้ให้กำเนิดเจียงไทเฮา แต่นางก็ยังนับว่าเป็นลูกสาวที่เติบโตมากับการเลี้ยงดูของเจียงไทเฮา
เนื่องจากการหายตัวไปขององค์หญิงซิงโม่ เจียงไทเฮาจึงทรงรักใคร่เอ็นดูองค์หญิงสามมาก แม้แต่คนที่ไม่รู้เรื่องในราชวงศ์เช่นนางก็ยังรู้ว่าองค์หญิงสามนี้เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง
ราชบุตรเขยโจวคนนี้ยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งที่แต่งเข้าวังเช่นกัน และให้กำเนิดองค์หญิงพระองค์หนึ่งแก่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
กล่าวได้ว่าเป็นราชวงศ์และเครือญาติเป็นที่โปรดปรานอย่างไม่มีสิ้นสุด
ตอนนี้เป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาแล้ว
ศพนี้มาอยู่ที่บ้านตระกูลโจว ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางคงไม่ได้พบกับคดีใหญ่ที่น่าตกใจเข้าแล้วหรือ!
เซี่ยเฉียวขลาดกลัวจึงรีบถอยออกมาก่อน
เมื่อนางกลับถึงบ้านก็ยังคงสงสัย ใจไม่สงบ
นางแบกความลับเล็กๆ ไว้มากมายเกินไปแล้ว อีกทั้งนางยังมีแผนที่โลกของตระกูลไป๋หลี่อยู่ในมืออีก ของสิ่งนั้นยังไม่พ้นไปจากมือนาง ตอนนี้นางยังได้…ข่าวที่น่าเหลือเชื่อมาอีกเรื่องหนึ่งแล้ว
เซี่ยเฉียวห่อเหี่ยวเล็กน้อย
รู้มากไป นางจะตายเร็วไหมนี่
เพียงแต่เมื่อสักครู่นางแค่มองๆ จากข้างนอก นางจึงไม่แน่ใจว่าศพนั้นอยู่ในจวนตระกูลโจวหรือไม่ แม้ว่าจะอยู่ที่นั่นจริงๆ นางก็ต้องรู้ตำแหน่งที่แน่นอนเสียก่อน
ช่วงนี้ตระกูลโจว…จะมีการจัดงานเลี้ยงหรูหราบ้างหรือไม่นะ
เซี่ยเฉียวหรี่ตาครุ่นคิด
นางเก็บวิญญาณขององค์หญิงซิงโม่ไปแล้ว และยังมีบางเรื่องต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน
เบาะแสเล็กน้อยอย่างไรก็ยังดีกว่าไม่มี คำขอของวิญญาณนางต้องแบกรับไว้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้!
เซี่ยเฉียวไม่ค่อยรู้เรื่องตระกูลโจวมากนัก นางจึงเรียกคนเข้ามาแล้วสั่งให้เขาออกไปสืบหาข่าวข้างนอก
เมื่อเซี่ยหนิวซานกลับบ้าน เซี่ยเฉียวก็พูดเรื่องรับทหารนอกเมืองกับเขา
การรับทหารนี้ไม่เหมือนกับการซื้อตำแหน่ง เซี่ยหนิวซานเป็นแม่ทัพจึงมีสิทธิที่จะเลือกคนจากข้างนอกเข้ามาในค่ายทหาร ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ถูกเลือกเข้ามาก็เป็นเพียงทหารมือใหม่เท่านั้น ขั้นตอนการรับสมัครยังเป็นไปตามข้อกำหนดการเกณฑ์ทหารปกติ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันระหว่างเซี่ยเฉียวและซย่าหย่าอวิ๋น ดังนั้นเซี่ยหนิวซานจึงกังวลใจอย่างยิ่ง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเขาจึงพาลูกน้องของเขาไปดูที่นอกเมือง
เดิมทีเซี่ยหนิวซานก็ไม่ใช่คนที่จะสนใจอะไรหยุมหยิมอยู่แล้ว ในเมื่อมาแล้วทำไมเขาจะต้องเลือกไปแค่คนเดียวด้วยเล่า
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ประสบภัยนอกเมืองจำนวนมากไร้ญาติขาดมิตร ดังนั้นพวกเขาจึงเข้ารับการเกณฑ์ทหารทันที และข้อกำหนดก็เขียนไว้เช่นกันว่า พวกเขาต้องเขียนชื่อบรรพบุรุษทั้งสามรุ่นออกมาให้ชัดเจน ภูมิหลังของครอบครัวต้องบริสุทธิ์ และยังต้องตรวจสอบความสูงและความแข็งแรงด้วย
ในค่ายทหารพวกเขาจะต้องทนลำบาก หากสุขภาพไม่ดีก็ย่อมเข้าไปไม่ได้
ในบรรดาผู้ประสบภัยเหล่านี้มีผู้คุณสมบัติเหมาะสมไม่มากนัก
แต่หลู่หลินเป็นหนึ่งในนั้น
วิธีการเกณฑ์ทหารที่เปิดเผยยุติธรรมของเซี่ยหนิวซานทำให้หลู่หลินต้องประหลาดใจ ความนับถือตนเองที่น่าสงสารของเขา จึงได้รับการปลอบโยนขึ้นอีกเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามความสบายใจนี้ก็คงอยู่ได้ไม่นาน
เซี่ยหนิวซานนำทหารใหม่สองสามคนกลับไปที่ค่ายทหาร และเรียกนายกองมาพบทันที
“เจ้าพวกนี้ผอมเกินไป อย่าลืมเพิ่มอาหารให้พวกเขาเป็นพิเศษ แต่ละมื้อควรกินเป็นสองเท่า ค่าอาหารหักจากเงินเดือนทหาร! หากกินไม่หมด…” เซี่ยหนิวซานยิ้มจางๆ “นั่นแปลว่ายังหิวไม่พอ เหนื่อยไม่พอ ให้ฝึกเพิ่ม! โดยเฉพาะเขา”
เขาชี้ไปที่หลู่หลิน
หลู่หลินตัวสั่นเทาไปหมด
ก่อนหน้านี้เขามีความคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าอึดอัดใจ แต่เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงบารมีของเซี่ยหนิวซานเวลานี้ และชั่วขณะนั้นในหัวสมองของเขาก็เหลือแค่ความคิดที่จะเอาตัวรอดเท่านั้น
โจรตระกูลเซี่ยน่ากลัวเหมือนกับที่เล่าลือกันเหลือเกิน!
เวลานี้วันที่ยากลำบากโดยแท้จริง ได้มาถึงแล้ว!
เดิมทีเซี่ยหนิวซานก็เป็นคนฝึกทหารที่โหดที่สุดอยู่แล้ว เมื่อหลู่หลินได้รับการเจาะจงว่าต้องได้รับการดูแลอย่างดี เขาจึงต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันกว่าผู้อื่นหลายเท่า!
แต่อย่างไรก็ตามหลู่หลินก็ไม่สามารถถือโทษโกรธเคืองใดๆ เซี่ยหนิวซานได้
เพราะเซี่ยหนิวซาน…‘ดี’ กับเขามาก!
ดีขนาดที่หลังจากการฝึกฝนในแต่ละวันสิ้นสุดลงเขาจะถูกเรียกมาให้มาเรียนศิลปะการต่อสู้โดยเฉพาะ!
หลู่หลินไม่ได้โง่ ตอนนี้เขากำลังอยู่ในค่ายทหาร ยิ่งเรียนรู้มาก เขาก็จะยิ่งมีโอกาสที่จะรักษาชีวิตไว้ได้มากขึ้นเท่านั้น!
ตอนที่ 316 สอบประเมิน
ในขณะที่หลู่หลินเพิ่งถูกส่งตัวไปยังค่ายทหาร ซย่าหย่าอวิ๋นก็ทราบข่าวแล้ว
นางโกรธมากจนทำถ้วยน้ำชาใบโปรดแตกและแสดงสีหน้าน่าดุร้ายน่ากลัว
“นางจงใจหาเรื่องข้าจริงๆ! เด็กวัยรุ่นพวกนั้นกว่าครึ่งกลับไปเข้าค่ายทหารกันหมดแล้ว นางเจตนาจะแย่งผลงานข้าชัดๆ!” ซย่าหย่าอวิ๋นโกรธจนแทบเต้น “พวกเนรคุณพวกนั้น ข้าให้โอกาสพวกเขาตั้งมากมายไม่อยากได้ กลับคิดว่าค่ายทหารเป็นสถานที่ที่ดี! โง่เหมือนกันหมด!”
เมื่อเข้าไปในค่ายทหารแล้ว อนาคตอาจจะแขนขาขาดก็ได้!
ยิ่งไปกว่านั้นค่ายทหารที่เซี่ยหนิวซานอยู่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการสงครามของเฉียนหยวน ซึ่งหากเกิดการจลาจลก็จะต้องส่งทหารออกไป และมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับความเสียหายมากที่สุด!
ล้วนแต่เป็นพวกตัวปัญหาทั้งนั้น หากภายหน้าต้องตายในสนามรบก็จะได้รู้ว่าข้อเสนอที่นางยื่นให้ดีนั้นเพียงใด!
“ส่งเสื้อกันหนาวไปให้เด็กๆ พวกนั้น จะต้องให้พวกเขาสวมเสื้อผ้าหนาๆ เลี้ยงดูให้พวกเขาอ้วนท้วนสมบูรณ์ พอถึงสิ้นปีก็ค่อยพาพวกเขาทั้งหมดไปที่สำนักศึกษา หากเทียบกับห้าสิบคนนั้นของเซี่ยเฉียวย่อมดูออกเลยว่าใครมอบของที่ดีที่สุดให้พวกเขา!” ซย่าหย่าอวิ๋นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางแทบจะกลืนกินเซี่ยเฉียวเข้าไปทั้งเป็นอยู่แล้ว
แม้ว่าซย่าหย่าอวิ๋นจะโกรธก็ตาม แต่นางก็คิดว่าเซี่ยเฉียวนั้นน่าขัน
ตอนนี้เซี่ยเฉียวเพิ่งจะช่วยเด็กวัยรุ่นไม่กี่คนให้ได้เข้าค่ายทหาร แค่จำนวนคนนางก็ยังรวบรวมได้ไม่ครบเลย
ส่วนนางน่ะหรือ
นางแค่ต้องส่งของไปให้พวกเขาบางครั้งบางคราวเท่านั้น เด็กวัยรุ่นพวกนี้ก็เชื่อฟังนางแล้ว
ตอนนี้ซย่าหย่าอวิ๋นมีเวลาเหลือเฟือ นางไม่จำเป็นต้องออกไปนอกเมืองทุกวันแล้ว
ส่วนที่สำนักศึกษาก็เริ่มมีการสอบรอบใหม่ขึ้นเช่นกัน
การสอบของสำนักศึกษาแต่ละรอบล้วนมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะฝั่งผู้หญิง แต่ละครั้งที่มีการสอบ หากได้คะแนนดีก็จะสามารถเลือกย้ายเรือนได้ หรือจะรับถั่วเงินเป็นรางวัลก็ได้ แต่หากผลสอบออกมาแย่ก็อาจจะถูกลดระดับได้
เช่นนี้แล้วจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าระดับของนักเรียนในแต่ละเรือนอยู่ในระดับที่เท่าเทียบกันเพื่อให้อาจารย์สามารถสั่งสอนได้ง่าย
การสอบประเมินมีความสำคัญมาก และเซี่ยเฉียวก็ต้องมาเข้าสอบเช่นกัน
การสอบนี้จะใช้เวลาสามวัน ฝ่ายชายจะสอบเนื้อหาเกี่ยวกับราชสำนัก ส่วนฝ่ายหญิงจะมีเนื้อหาหลากหลาย
อาจารย์ทุกคนจะต้องออกข้อสอบ นอกจากวิชาศิลปะการต่อสู้แล้ว แม้แต่วิชาปักผ้าและคัมภีร์ชาก็มีการสอบข้อเขียนด้วย อย่างไรก็ตามใครที่ไม่ได้เข้าเรียนวิชาประเภทนี้ก็สามารถไม่เข้าสอบได้
เซี่ยเฉียวมักจะเข้าเรียนชั้นเรียนของอาจารย์หลี่ว์ ซึ่งบรรยายเนื้อหาเกี่ยวกับสี่ตำราห้าคัมภีร์ การประพฤติตน และประวัติศาสตร์
แต่จะให้นางสอบเพียงเท่านี้ก็ไม่เพียงพออย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเซี่ยเฉียวครุ่นคิดและเตรียมที่เข้าสอบวิชาคำนวณและวิถีดอกไม้ด้วย
วิถีดอกไม้นี้ไม่เพียงเกี่ยวกับการจดจำภาพและรู้จักดอกไม้ต่างๆ แต่นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญในการปลูกและจัดดอกไม้อีกด้วย กระทั่งอาจจะมีการสอบบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้ด้วยซึ่งระดับความยากนับว่าไม่น้อย
ทันทีที่เซี่ยเฉียวกลับมาที่สำนักศึกษา ซย่าหย่าอวิ๋นก็มองเห็นนางเป็นศัตรูและอิจฉานางเป็นพิเศษ
เซี่ยเฉียวแทบจะไม่มาเข้าเรียนเลย ดังนั้นเมื่อนางปรากฏตัวขึ้นก็มีสายตาวิตกกังวลมากมาย
“เซี่ยเฉียวอย่าได้กังวลไป เจ้าไม่ได้มาเข้าเรียนเลยช่วงนี้และสุขภาพก็ไม่ดี แม้ว่าจะสอบไม่ผ่าน อาจารย์ก็น่าจะเข้าใจได้ และไม่ลดระดับเจ้าลงไปอยู่เรือนหวงจวี๋หรอก”
“นี่คือประเด็นหลักของสิ่งที่อาจารย์บรรยายช่วงนี้ เจ้าพยายามจำให้ได้มากที่สุด บางทีอาจจะจับถูกจุดก็เป็นได้!”
รอบกายเซี่ยเฉียวมีคนคอยปลอบโยนนางเพิ่มขึ้นมากมาย
บางคนถึงกับแสดงความเสียใจต่อเรื่องของเซี่ยผิงไหว
หลายวันมานี้เซี่ยผิงไหวกำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บอยู่ที่บ้าน เดิมทีเขาอยู่เรือนไห่ถัง อีกทั้งสาเหตุของอาการบาดเจ็บของเขาก็ยังน่าชื่นชมอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงสามารถที่จะไม่เข้าร่วมการสอบนี้ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของทุกคน
ทั้งๆ ในตอนที่เซี่ยเฉียวเพิ่งเข้าเรียนที่สำนักศึกษา ทุกคนต่างก็รังเกียจนางชัดๆ!
หรือว่าเซี่ยเฉียวจะเป็นภูตจิ้งจอก ถึงได้ล่อลวงใจคนได้เช่นนี้!