ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 327 ผังแปดทิศ / ตอนที่ 328 เล็งแม่นหรือ
ตอนที่ 327 ผังแปดทิศ / ตอนที่ 328 เล็งแม่นหรือ
ตอนที่ 327 ผังแปดทิศ
เซี่ยเฉียวยอมรับของขวัญจากเซี่ยผิงกั่งมาอย่างไม่เต็มใจ
เซี่ยหนิวซานเห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าตนเองกำลังหลงทางแล้ว ก่อนหน้านี้ของที่ลูกสาวของเขาต้องการ มักจะไม่ใช่ของถูก ดังนั้นพอนึกถึงของขวัญเขาก็เลยนึกถึงของที่มีราคาหลายร้อยตำลึงไปโดยปริยาย
แต่พอดูของที่ลูกชายคนโตของเขาให้นางแล้ว…
เขามอบอะไรง่ายๆ ให้นางก็ได้แล้วนี่
ทว่าตอนนี้เขาบอกไปแล้วว่าจะต้องนำทหารออกไป แถมยังบอกอีกว่าตนเองจะนำของขวัญมาให้นางด้วย เช่นนั้นของขวัญนี่คงจะให้อะไรง่ายๆ ไม่ได้เสียแล้ว…
ในใจจึงรู้สึกเสียดายขึ้นมา
อันที่จริงเซี่ยหนิวซานไม่เดินทางไปไหนไกลๆ ขุนนางเช่นเขาคิดจะเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงไม่อยากเปลืองแรง
เขากำลังคิดว่าจะเอาของขวัญขอโทษจากตระกูลเมิ่งหรือนกอินทรีทองคำให้นางเป็นรางวัลดีหรือไม่
ในใจเขาคิดเช่นนั้นแต่เซี่ยหนิวซานกลับไม่กล้าที่จะพูดออกมา
เซี่ยหนิวซานจะเดินทาง เซี่ยเฉียวก็กำลังเตรียมจะทำนายดวงชะตาให้เขาด้วยว่าการเดินทางจะราบรื่นหรือไม่
เซี่ยเฉียวหยิบเหรียญทองแดงออกมาสองสามเหรียญแล้วจัดการโยนมันลงบนโต๊ะ
เมื่อดูจากผังแปดทิศแล้ว การเดินทางของท่านพ่อนางคราวนี้น่าจะดี เมื่อมองดูตำแหน่งที่เหรียญทองแดงหล่นลงหลายครั้ง เสือขาวครองลม และมังกรเขียวครองสายฝน ลมฝนเติมเต็มซึ่งกันและกัน มีพลังเต็มเปี่ยม เขาจะสามารถกลับบ้านได้อย่างมีชัย
เป็นมงคลอย่างยิ่ง
“ท่านพ่อ หลังจากที่ท่านออกเดินทาง ทุกครั้งที่ท่านไปถึงจุดสูงสุด ให้ท่านลงจากหลังม้าแล้วหันไปทางทางตะวันออกโขกศีรษะสามครั้ง มันจะทำให้การเดินทางของท่านราบรื่น” เซี่ยเฉียวเอ่ยอึกอักๆ ด้วยความลังเล
“โขกศีรษะ!?” เซี่ยหนิวซานพ่นลมหายใจออกมาทันที
มันเรื่องอะไรกันเล่า!
“เอ่อ อาจารย์ของข้าบอกเอาไว้ว่า หากคนในครอบครัวของข้าออกเดินทางไกลจะต้องกำจัดความโชคร้าย พลังมงคลมาจากทิศตะวันออก หากท่านโขกศีรษะไปทางทิศตะวันออก ผลลัพธ์ก็จะออกมาดีหน่อย” เซี่ยเฉียวแต่งเรื่องขึ้นมามั่วๆ
นางคำนวณตามผังแปดทิศได้คำออกมาว่า ผู้สูงศักดิ์อยู่ทางทิศตะวันออก แม้มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ แต่ควรปฏิบัติด้วยความเคารพจึงจะได้รับพร
จะปฏิบัติด้วยความเคารพได้อย่างไร โขกศีรษะก็นับว่าใช่แล้วหรือไม่
“ก็แค่โขกศีรษะเท่านั้น ท่านทำตามที่น้องหญิงใหญ่บอกก็พอแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองเซี่ยเฉียวก่อนจะเอ่ยกับเซี่ยหนิวซาน
เซี่ยหนิวซานพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
สิ่งที่เขาสัญญาว่าจะทำเขาทำแน่นอน นั่นทำให้เซี่ยเฉียวค่อนข้างวางใจ
แน่นอนว่าหากเขาไม่โขกศีรษะก็ไม่เป็นไร แต่ก็จะถือว่าพลาดผู้สูงศักดิ์ที่ซ่อนเร้นนี้ไปเท่านั้น
ผังแปดทิศว่าไว้
เซี่ยเฉียวยังไม่ลืมที่จะยื่นมือไปขอเหรียญทองแดงจากเซี่ยหนิวซานมาเหรียญหนึ่งด้วย
เงินค่าทำนายไม่อาจติดค้างได้
เซี่ยหนิวซานตกอยู่ในความงุนงง แต่โชคดีที่เขาเป็นคนใจกว้าจึงให้นางไปสิบอีแปะทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรมาก…
เขาควานออกมาได้เท่านี้แหละ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเขาก็ไปค่ายทหารนับจำนวนคนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง และออกเดินทางไปพร้อมกับทหารชุดหนึ่งทันทีอย่างเรียบง่าย
เซี่ยเฉียวก็ตื่นแต่เช้า ทันทีที่ประตูเมืองเปิดออกนางก็นั่งรถม้าไปที่ประตูเมืองถือโอกาสส่งบิดาของนางออกเดินทาง
และเหมือนเช่นเคย หลังจากที่เซี่ยเฉียวมาถึงแล้วก็เรียกวิญญาณที่อยู่รอบๆ มาถามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในละแวกใกล้เคียง
วิญญาณเหล่านี้รู้จักสถานที่นี้ดีกว่านาง และจะเล่าให้นางฟังว่าวันนี้ผู้ประสบภัยคนไหนบ้างที่ป่วย ใครบ้างที่ถูกรังแก……
แน่นอนว่าข้างนอกนี้มีพลังหยินเข้มข้น ดังนั้นเด็กหรือคนชราบางคนก็ถูกวิญญาณตามตอแย
ตอนนี้เซี่ยเฉียวไม่ใช่โม่ชูเซิงจึงไม่อาจเปิดเผยความชำนาญทางไสยศาสตร์ของนางได้ หลังจากได้รับข่าวนางก็แอบจัดการเก็บวิญญาณมา และเรียกหมอให้มารักษาแทนพวกเขา
หากไม่มีวิญญาณตามตอแยแล้ว หมอก็จะรักษาความเจ็บป่วยพวกนี้ให้หายได้
แต่หากวิญญาณยังอยู่ แม้ว่าหมอจะสั่งยาให้อย่างถูกต้อง คนคนนั้นก็จะต้องนอนป่วยอยู่บนเตียงไม่ว่าจะเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือรุนแรงเพียงใด และร่างกายของเขาจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ
เมื่อเร็วๆ นี้จำนวนผู้ประสบภัยนอกเมืองเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนไม่น้อย
อาจเป็นเพราะพวกอันธพาลถูกจับไปแล้ว ผู้ประสบภัยที่จากไปก่อนหน้านี้จึงกลับมาอีกครั้งหลังจากได้ยินข่าว
เพียงแต่ไม่มีที่แล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงต้องแออัดอยู่ในป่าในเขตชานเมือง
รถม้าของเซี่ยเฉียวหยุดลงตรงที่แห่งหนึ่ง
“ท่านปรมาจารย์ ในป่าไกลๆ นั่นดูเหมือนจะมีฮูหยินคนหนึ่งถูกจับตัวไป นางร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังน่ากลัวมาก…” วิญญาณน้อยที่ลอยผ่านเข้ามาเอ่ยกับเซี่ยเฉียวด้วยท่าทางหวาดกลัวหัวหด
ตอนที่ 328 เล็งแม่นหรือ
วิญญาณน้อยมองเซี่ยเฉียวด้วยความหวาดกลัว ดูเชื่อฟังอย่างมาก
วิญญาณตนนี้ดูดีทีเดียว ขาวสะอาด หากไม่ลอยอยู่ก็ดูไม่ออกว่าเป็นวิญญาณเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงทำข้อตกลงกับเขา
วิญญาณช่วยนางสังเกตรอบๆ ในขณะที่นางเผาเงินกระดาษให้เขาเพื่อมีเงินใช้คล่องมือขึ้นมาหน่อย นางยังสามารถช่วยเขาปรับตำแหน่งของเนินหลุมศพเล็กๆ ให้เขาเล็กน้อยเพื่อประโยชน์ของญาติพี่น้องและลูกหลานของเขา
“ถูกใครจับไปหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบปี มีผู้ชายสามสี่คนลากนางไป ใกล้ๆ นั้นมีชาวบ้านอยู่แค่ไม่กี่คน พวกเขาต่างกลัวหัวหดไม่มีใครกล้าพูดอะไร…” วิญญาณน้อยเอ่ย
ในป่าแห่งนี้ไม่มีทหารลาดตระเวนอยู่ และถึงแม้ว่าจะมี พวกเขาก็จะผ่านมาที่นี่เป็นครั้งคราวเท่านั้น ถึงอย่างไรที่นี่ก็ยังอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเล็กน้อย
ที่ดินนอกเมืองถูกจัดสรรปันส่วนแบ่งให้ชาวบ้านไปพอสมควรแล้ว หากจำนวนคนมากเกินไปก็คงอยู่อาศัยไม่สะดวกสบาย ต่อมาผู้ประสบภัยเหล่านี้ก็ได้แต่อาศัยและนอนแถวๆ นี้เท่านั้น พอกลางวันก็ไปรับอาหารที่นอกเมืองพอให้อยู่ได้ไปวันๆ
เพียงแต่เซี่ยเฉียวนึกไม่ถึงว่ายังจะมีคนกล้าท้าทายก่อคดีเช่นนี้
แปลกๆ อยู่บ้าง
แต่ตอนนี้นางก็ได้ยินเรื่องนี้แล้ว เซี่ยเฉียวจึงไม่สามารถเพิกเฉยได้
ขั้นแรกนางส่งคนไปแจ้งความกับทางการก่อน แล้วจึงให้บ่าวรับใช้ขับรถม้าติดตามนางไปดู
เมื่อพวกนางไปถึงที่นั่นก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็ตัวสั่นเทา ดูเหมือนจะตกใจหวาดกลัวเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวลังเลว่าจะตามไปดีหรือไม่
ถ้าหากนางไม่ตามไปแต่รอให้ทหารมา เวลานั้นพวกเขาก็คงไปไกลแล้ว ไหนเลยจะหาตัวพบได้อีก
ให้บ่าวรับใช้ไป?
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในขณะที่นางกำลังจะพูดก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ที่นี่อันตรายเกินไป บ่าวรับใช้สิบกว่าคนนี้คือกำลังของนาง หากแบ่งเป็นสองฝ่ายแล้วต้องพบเจอกับคนชั่วจริงๆ พวกนางก็จะรับมือไม่ไหว
“พวกเราไปดูกัน” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย
พวกบ่าวรับใช้ก็ทำตามคำสั่งของนางแต่โดยดี
บนพื้นยังมีร่องรอยลากคนเหลือทิ้งไว้ เซี่ยเฉียวนำคนติดตามไปตลอด อีกฝ่ายก็หนีไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน รอบด้านก็ไร้เงาคนโดยสิ้นเชิง
เมื่อพวกนางมาถึงที่โล่งซึ่งรอบด้านเป็นป่าทึบ คนที่อยู่ข้างหน้ากลับหยุดลง ไม่เพียงแค่นั้นแต่ยังมีคนอีกนับสิบคนที่คลานออกมาจากหญ้าแห้งรอบๆ
“คุ้มครองคุณหนูใหญ่!” บ่าวรับใช้ข้างกายเซี่ยเฉียวตกใจและตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ก็มีบางคนตามหลังนางมาในระยะไม่ไกลนักเช่นกัน
เมื่อนับดูแล้ว
รวมๆ ก็มีมากกว่ายี่สิบคน
เซี่ยเฉียวเลียริมฝีปากของนาง สมองเริ่มหมุน ดวงตาคู่นั้นของนางกวาดผ่านคนพวกนี้ไปมา
มันทำให้นางได้เห็นคนที่นางรู้จักคนหนึ่งเข้าจริงๆ
“เฮอะ นั่นไม่ใช่พ่อบ้านคนเก่าของตระกูลเซี่ยหรือ หยวนหรงใช่หรือไม่ ตัดแขนตัดขาเจ้าไปข้างหนึ่งยังไม่พออีกหรือ เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยเย็นชา
เดิมทีหยวนหรงยืนอยู่ด้านหลังคนพวกนี้ ขาของเขาพิการ
แต่ในขณะนี้เมื่อเขาได้ยินเซี่ยเฉียวเอ่ยชื่อเขาขึ้นมา เขาก็เดินกะเผลกออกมามองดูนางด้วยสายตามืดมน “คุณหนูใหญ่ เป็นคนอย่าได้โหดเหี้ยมเด็ดขาดเกินไป จะต้องรู้จักเหลือทางรอดไว้ให้ตัวเองบ้าง ต่อไปอาจจะได้พบกันอีกก็ได้ ตอนนี้ท่านก็อยู่ในมือของข้าแล้ว ข้าน้อยต้องดูแลท่านให้ดีอย่างแน่นอน!”
ใครใช้ให้เซี่ยเฉียวได้ใจเกินไปจนสร้างศัตรูไปทั่วกันเล่า!
ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยดีขึ้นมาแล้ว แต่นางไม่เคยคิดว่านางทำลายหนทางทำมาหากินของผู้คนมากมาย?!
ที่นอกเมืองมีคนถูกจับไปมากมาย แต่เป็นไปได้หรือที่จะจับหมด!
เฮอะ ดูสิ การแก้แค้นได้มาถึงแล้ว!
“ข้าว่าเจ้าคงลืมไปแล้วว่าศรดอกนั้นที่ข้าเคยยิงเจ้ามันเจ็บปวดแค่ไหน” เซี่ยเฉียวยังคงนั่งอยู่บนรถม้า ในมือของนางถือหน้าไม้ที่ไม่รู้ว่าหยิบออกมาตอนไหน
เมื่อเห็นหน้าไม้ที่คุ้นตา หว่างคิ้วของหยวนหรงก็กระตุกทันที ช่องท้องของเขารู้สึกถึงความเจ็บปวดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
อาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดี!
ทั้งหมดเป็นเพราะเซี่ยเฉียว หากไม่ใช่เพราะการกลับมาของเซี่ยเฉียว เขาก็จะยังคงเป็นพ่อบ้านใหญ่ของตระกูลเซี่ยมีอำนาจบารมี!
“เป็นสาวเป็นนางจะเล่นของพวกนี้ไปทำไม แม่นางเซี่ย พวกข้าจะไม่ทำให้ท่านลำบากใจ ท่านลงมาจากรถม้าเองจะดีกว่า ให้พี่น้องของพวกเราลูบๆ คลำสักทีสองที เรื่องนี้ก็จะถือว่าแล้วกันไป ไม่ทำให้แม้แต่ผมสักเส้นเสียหาย ท่านว่าดีไหม” ชายที่เป็นหัวหน้าหัวเราะหยอกล้อนาง
สาวน้อยเล่นหน้าไม้?
จะเล็งแม่นหรือ
ฟิ้ว…