ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 333 แรงมากแค่ไหนกัน / ตอนที่ 334 เรื่องใหญ่
ตอนที่ 333 แรงมากแค่ไหนกัน / ตอนที่ 334 เรื่องใหญ่
ตอนที่ 333 แรงมากแค่ไหนกัน
บ่าวรับใช้ต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ
อันธพาลพวกนี้ไม่ได้เรื่องเลย แม้แต่ดาบก็จับไม่อยู่!
พวกเขาแย่งดาบมาได้หนึ่งเล่มก่อนจะสู้ต่อไป
ที่แห่งนั้นวุ่นวายไปหมด
หยางหมาไห่โหดเหี้ยม แต่มองดูแล้วกลับขาดความน่าเกรงขามไปมาก เพราะข้างกายเขามีวิญญาณแค้นคอยติดตาม เขาดูผิดปกติมากกว่าใครๆ ทั้งปวดคอ เมื่อยเนื้อตัว วิงเวียน ฟันมั่วไปหมดจนถึงขึ้นทำร้ายคนของตนเองไปสองคน
มีวิญญาณจริงๆ หรือ!
หยางหมาไห่หวาดกลัวสุดขีด
แต่เขาไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ ทั้งๆ ที่เป็นกลางวันแท้ๆ!
ทั้งหมดฝีมือของผู้หญิงคนนั้น!
หยางหมาไห่พยายามทำจิตใจตนเองให้สงบอย่างสุดความสามารถ เขาอ้าปากกัดแขนตนเอง พริบตานั้นเขาก็รู้สึกสติแจ่มใสขึ้นมาในทันที ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เซี่ยเฉียว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบกายนางเขาจึงรีบพุ่งเข้าไปทันที
จะบอกว่าเซี่ยเซี่ยวไม่ตื่นตระหนกเลยก็คงเป็นไปไม่ได้
ดาบขนาดใหญ่ฟันฉับเข้ามา ในขณะที่เซี่ยเฉียวยกกระบี่ไม้ท้อในมือเข้าขวางไว้ มันแตกออกเป็นสองส่วนทันที
หากนางถูกกักไว้บนรถม้าคงไม่ดีแน่ เซี่ยเฉียวจึงรีบหนีลงจากรถ
นางเคยต่อสู้กับพวกวิญญาณแค้น ไม่ใช่ว่านางจะไม่มีวิธีรับมือเลย เพียงแต่มนุษย์ย่อมไม่เหมือนกับวิญญาณ
หากต้องต่อสู้จริงๆ เซี่ยเฉียวก็ไม่สามารถใช้พลังจากยันต์พวกนั้นได้เลย ยันต์สามารถจัดการกับวิญญาณได้เท่านั้น มันส่งผลกระทบต่อมนุษย์น้อยมาก
เซี่ยเฉียวหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง นางเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว
นางเห็นแค่ว่าดาบเล่มใหญ่นั้นกำลังฟันฉับลงมาบนไหล่นางอีกครั้งแล้ว
ฉึก…
เสียงลูกธนูพุ่งปักเข้าไปในเลือดเนื้อลอยมากระทบหูของเซี่ยเฉียว
หยางหมาไห่ชะงักไปทั้งร่าง สีหน้าของเขาเจ็บปวด เซี่ยเฉียวถือโอกาสกลิ้งหนีไปทางด้านหนึ่งเพื่อหลบดาบใหญ่ไม่ให้ฟันเข้าศีรษะนาง
ตึง หยางหมาไห่ล้มลงกับพื้น
ลูกธนูดอกนั้นพุ่งทะลุหน้าอกเขาไปทันที
เขาสิ้นใจแล้ว
เซี่ยเฉียวมองไปยังที่ที่ลูกธนูพุ่งมา จึงได้เห็นว่าจ้าวเสวียนจิ่งนำผู้คนมากมายขี่ม้ามา
เซี่ยเฉียวตกตะลึงครู่หนึ่งจากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ช่างเป็นโชคชะตา!”
เมื่อรัชทายาทนำคนมาถึงที่นี่ อันธพาลพวกนั้นก็เริ่มเผ่นหนีกันทันที แต่ฝีเท้าคนหรือจะสู้ฝีเท้าม้าได้ พวกเขาทั้งหมดจึงถูกจับกลับมาในเวลาเพียงไม่นาน
เซี่ยเฉียวยังคงนั่งอยู่บนพื้น
ขาของนางอ่อนแรงจึงนั่งพักอยู่บนพื้นเสียเลย แต่นางก็ยังนั่งตัวตรง และกำใบไม้ไว้ในมือ แล้วโยนมันใส่ศพของหยางหมาไห่ที่อยู่ข้างๆ นางด้วยความโกรธ
ใบไม้ก็ลอยขึ้นและหมุนวนอีกครั้งก่อนจะร่วงหล่นลงไป
รัชทายาทลงจากหลังม้า
รัชทายาทเดินเข้ามา
เจ้าชายย่อเข่าต่อหน้านาง
เขาเข้ามาค่อนข้างใกล้ทีเดียว
เซี่ยเฉียวเบือนหน้าหนีไปด้านข้าง “ข้าผิดพลาดไปหน่อยจึงได้ดูน่าอายเช่นนี้ โหงวเฮ้งเขาดูโชคไม่ดี จุดอินถังกลางหน้าผากหมองคล้ำ ข้าก็รู้เลยว่าเขากำลังจะตาย ทุกอย่างล้วนเป็น…สิ่งที่ข้าคาดการณ์ไว้แล้ว”
“ดูดวงชะตาคนอื่นแต่ไม่ดูตัวเอง ที่จุดอินถังของเขาหมองคล้ำก็เป็นเพราะเจ้านี่แหละ เจ้าดูออกด้วยหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะ “แข้งขาหมดแรงแล้วใช่หรือไม่ เจ้าทุ่มเทกับการทำความดีเช่นนี้ หรือเจ้าจะคิดว่าพญายมจะปล่อยเจ้าไปอย่างนั้นหรือ”
“ฝ่าบาท วันนี้ช่างบังเอิญจริงๆ ท่านออกมาล่าสัตว์ที่นอกเมืองหรือ” เซี่ยเฉียวรับเปลี่ยนหัวข้อทันที
ภาพลักษณ์ผู้หยั่งรู้อันสูงส่งของนางเล่า!
มันหายหมดไปแล้วเพียงเพราะนางกลิ้งไปบนพื้นแค่สองสามตลบ
“มีไปคนรายงานคดีนี้พอดี บังเอิญกับที่ข้าออกไปลาดตระเวนนอกเมือง ข้าก็เลยคิดว่าบางทีวันนี้ข้าน่าจะสามารถช่วยลูกแกะที่หลงทางกลับมาได้” จ้าวเสวียนจิ่งมองนางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “หากลุกขึ้นไม่ไหว จะขอให้ข้าช่วยก็ได้นะ”
เขารู้ว่าเซี่ยเฉียวกำลังทำการกุศลอยู่ข้างนอกก็เลยนั่งบนหอคอยดูนางเสียหน่อย
เซี่ยเฉียวโบกมืออย่างรวดเร็ว “ไม่ต้องหรอก ทิวทัศน์ที่นี่ดีมาก ข้าจะนั่งอยู่อีกสักพัก”
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบก็มองไปที่แขนขวาของเขา
แน่นอนว่าเมื่อนางมองดูมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของเขาก็ได้เห็นว่าปลายนิ้วที่โผล่ออกมาสั่นเล็กน้อย
ลูกธนูเมื่อครู่ แม้ว่ามือซ้ายเขาจะออกแรง แต่มือขวาก็ต้องยืดออกด้วย
ดอกเดียวทะลุหน้าอก เขาใช้แรงมากแค่ไหนกันนี่
ตอนที่ 334 เรื่องใหญ่
เซี่ยเฉียวรู้สึกอับอายมาก
“มือของท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามอย่างสงบ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของนางจ้าวเสวียนจิ่งก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นริมฝีปากบางของเขาก็ยกโค้งขึ้น “ก็ไม่เลว ยังพอจะยกเจ้าด้วยสองมือได้อยู่”
ยกด้วยสองมือ?
เซี่ยเฉียวเลียริมฝีปากของนาง
นางไม่ใช่สาวน้อยตัวจิ๋วเท่าหัวแม่มือนะ
โจวเว่ยจงผู้ซึ่งไม่สามารถแยกห่างจากรัชทายาทได้ที่อยู่ข้างๆ เช็ดเหงื่อเย็นๆ ของเขาด้วยความรู้สึกหวาดกลัวแทนเซี่ยเฉียว
แม่นางผู้นี้กล้าดีอย่างไรจึงได้ถามฝ่าบาทตรงๆ ว่ามือของเขาเป็นอะไรไหม! ช่างกล้าเสียจริง!
แต่ก็เป็นเพราะรัชทายาทนั่นแหละที่ตามใจนาง ตามใจจนนางไม่เกรงใจพระองค์แล้ว…
เขาคิดอย่างนั้นก็จริง แต่โจวเว่ยจงก็ยังยิ้มให้เซี่ยเฉียวและทักทายนางคำหนึ่งด้วยเสียงเบาๆ “แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน”
ถึงอย่างไรเซี่ยเฉียวก็ได้รับทองจากโจวเว่ยจงมาแล้ว เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ ดังนั้นท่าทีของนางที่มีต่อเขาจึงดีอย่างยิ่ง ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลังจากผ่านไปสักพักเซี่ยเฉียวก็รู้สึกดีขึ้นมาก นางจึงลุกขึ้น
คนเหล่านั้นถูกมัดไว้หมดแล้ว พวกบ่าวรับใช้ก็ยืนเข้าแถวอยู่ด้านหนึ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกเขาดูเหมือนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
แข้งขาของเซี่ยเฉียวยังคงสั่นอยู่เล็กน้อย แต่นางก็ยังสามารถควบคุมได้ นางเดินไปหยุดอยู่ต่อหน้าคนเหล่านั้นด้วยความเร็วที่ช้ามากๆ
“ทำไมพวกเจ้าถึงวางแผนทำร้ายข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากถาม “ช่วงนี้ทหารก็คอยคุ้มครองพวกผู้ประสบภัยอยู่ พวกเจ้าต้องคำนวณเวลามาแล้วเป็นอย่างดี และคอยให้คนจับตาดูความเคลื่อนไหวของข้าจึงจะลงมือสินะ พวกเจ้ารู้ว่าข้ากำลังทำความดีจึงได้พยายามคิดหาวิธีล่อข้าให้ออกมาที่นี่…มีคนสั่งมา ใช่หรือไม่!”
คนพวกนั้นต่างพากันหดหัว
“บอกมาเองก็จะลงโทษสถานเบา” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่ายหนึ่งประโยค
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาก็มีคนพูดขึ้นทันทีว่า “หยวนหรงรู้! เขาอยู่นอกเมืองตลอด ต่อมาเขาก็มาพบหัวหน้าของเรา เสนอเงินห้าร้อยตำลึงเพื่อทำให้แม่นางเซี่ยต้องอับอายขายหน้า ผู้คนรังเกียจ…”
หยวนหรง…
หยวนหรงเวลานี้นอนอยู่กับพื้นโดยมีเลือดไหลออกมาไม่น้อย
มันถูกเซี่ยเฉียวยิงเข้าทีหนึ่งก็จริงแต่เป็นการยิงโดนบาดแผลเก่า ระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่ก็ถูกคนรอบข้างเหยียบย่ำโดยไม่ระวังไปอีกหลายครั้ง เวลานี้…
สิ้นลมไปแล้ว
ตอนที่หยวนหรงถูกขับไล่ออกจากเมืองเขาไม่มีเงินเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเงินห้าร้อยตำลึงนี้จึงไม่ใช่ของเขาอย่างแน่นอน
แต่พวกอันธพาลเหล่านี้คงไม่รู้ว่าใครคือผู้บงการที่แท้จริง
“เอาตัวไป” โจวเว่ยจงเอ่ยอย่างรู้ใจ
ลงโทษสถานเบา เด็กโง่พวกนี้ก่อคดีท้าทายกฎหมาย!
เพื่อรักษากฎหมายและความรักษาความสงบปลอดภัยของผู้ประสบภัย โทษสถานเบาคือศพยังสมบูรณ์ ส่วนโทษสถานหนักคือใช้รถแยกร่าง
อย่างไรก็ตามคนพวกนี้ก็ไร้ความสามารถจริงๆ พวกเขาล่อแม่นางเซี่ยมาที่นี่ตั้งนานขนาดนี้แล้ว แต่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง คนของพวกมันก็เหลืออยู่แค่ครึ่งเดียวแล้ว
ไร้ความสามารถแต่ยังกล้ามีความคิดเช่นนี้อีก สมควรตายไปเสีย
“ข้าจะไปสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง นอกเมืองนี้ยังไม่ปลอดภัย ต่อไปหากเจ้าจะมาที่ป่านี้ก็ให้เรียกใช้ทหารม้า” จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองบ่าวรับใช้พวกนั้นอย่างรังเกียจเล็กน้อย
เขามองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้เป็นคนที่เซี่ยหนิวซานเลี้ยงไว้
หน้าตาเหมือนโจร ดูดุร้ายก็จริง แต่กลับไม่ได้มีความสามารถอะไรจริงๆ สักเท่าไร
“ขอบพระทัยฝ่าบาท” เซี่ยเฉียวตอบรับอย่างเชื่อฟังด้วยความยินดี
“เจ้าไปได้ภาพเหมือนขององค์หญิงซิงโม่มาจากไหน” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้รีบร้อนจากไป เขาเอ่ยถามนางขึ้นมาอีก
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเซี่ยเฉียวก็เตรียมที่จะบอกเขาไปตามความจริง
ในวันเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวรัชทายาทก็เคยเห็นนางผู้ที่ถูกวิญญาณเข้าสิงแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้นางจึงสามารถพูดตรงๆ ได้ “ข้าบังเอิญไปเจอวิญญาณขององค์หญิง และกำลังคิดจะขอความช่วยเหลือจากฝ่าบาท วิญญาณคนนั้นมีความปรารถนาสุดท้าย นางขอให้ข้าส่งนางกลับบ้าน ดังนั้นข้าจึงต้องหาร่างนางให้เจอก่อน…”
“ก่อนหน้านี้ข้าพบว่าดูเหมือนนางจะมุ่งความสนใจไปที่ตระกูลโจวเป็นพิเศษ ดังนั้นผ่าบาทจะทรงหาโอกาสให้ข้าไปลองดูที่ตระกูลโจวได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
ทันทีที่นางเอ่ยเช่นนั้นออกมาสีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งก็เปลี่ยนไปทันที
นางหมายความว่า ท่านอาหญิงตายในบ้านตระกูลโจว เช่นนั้นแล้วเรื่องนี้…ก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว!