ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 337 ปากยื่นปากยาว / ตอนที่ 338 คุณหนูคนนั้น
ตอนที่ 337 ปากยื่นปากยาว / ตอนที่ 338 คุณหนูคนนั้น
ตอนที่ 337 ปากยื่นปากยาว
เพียงแต่อีกแค่ไม่กี่วันก็จะถึงวันที่นางตกลงไว้กับเซี่ยเฉียวแล้ว…
คนพวกนั้นถูกจับหมดแล้ว และเวลานี้ในเมืองยังไม่มีข่าวลือเกี่ยวกับเซี่ยเฉียว เช่นนี้แล้วแม้ว่าเซี่ยเฉียวจะได้รับบาดเจ็บ แต่ตราบใดที่นางรักษาจนหายดี นางก็ยังสามารถปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนได้!
“เจ้าไปหาคนจำนวนหนึ่งปล่อยข่าวลือออกไปว่า แม่นางเซี่ยถูกคนเหยียดหยามที่นอกเมือง โชคดีที่นางได้รับการช่วยเหลือจากรัชทายาทจึงรอดชีวิตมาได้!” ซย่าหย่าอวิ๋นกัดฟันเอ่ยด้วยจิตใจชั่วร้าย
“คุณหนูใหญ่ รัชทายาทเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ พวกเราก็ไม่ควรไปต่อแล้วนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นหากรัชทายาทรู้เรื่องนี้เข้าพวกเราจะทำอย่างไร” สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซย่าหย่าอวิ๋นยิ้มเยาะขึ้นมาทันที
“เจ้ากลัวอะไร รัชทายาทสนใจแต่เรื่องจับโจรเท่านั้นแหละ เขายังสนใจเรื่องความบริสุทธิ์ของหญิงสาวบ้านไหนด้วยหรือ ให้พวกมันระวังตัวหน่อยก็พอ”
นางกลัวว่ารัชทายาทจะรู้ว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกหัวหน้าอันธพาลหยางเท่านั้น
ตอนนี้ทั้งลูกพี่หยางและหยวนหรงก็ตายไปหมดแล้ว เรื่องที่พวกอันธพาลเหล่านั้นเข่นฆ่าผู้คนก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางอีก
ส่วนเรื่องข่าวลืออื้อฉาวในเมือง…
เฮอะ ในเมืองหลวงนี้มีวันไหนบ้างที่จะไม่มีข่าวลือ รัชทายาทก็ใช่ว่าจะว่างมากมาย มาวุ่นวายเรื่องนี้ทำไมกัน
นางต้องทำให้เซี่ยเฉียวอับอายขายหน้าไม่กล้าสู้หน้าคนจึงจะทำให้นางรู้ว่าตอนที่พี่หญิงต่งเกือบจะถูกรังแกนั้นนางรู้สึกหวาดกลัวมากแค่ไหน!
ซย่าหย่าอวิ๋นใช้ให้คนไปจัดการทันที
อย่างไรก็ตามคนพวกนี้เพิ่งจะเริ่มดำเนินการก็ถูกโจวเว่ยจงที่นำคนมาจับไว้ได้ทันที
เขานำตัวพวกมันไปพบรัชทายาท
“ฝ่าบาท ท่านพูดไว้ไม่ผิดเลย ข้าให้คนสองสามคนคอยจับตาดูใกล้ๆ โรงน้ำชาและแถวย่านพลุกพล่านไว้ เจอคนพูดเรื่องซุบซิบจริงๆ ปากต่อปาก ข้าจับมาหมดแล้ว” โจวเว่ยจงเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
หัวหน้าหยางตายไปแล้วก็จริง แต่เขายังมีลูกน้องที่ยังไม่ตายอยู่อีกจำนวนมาก
พอถามไปถามมาก็รู้ว่าคนพวกนี้ต้องการที่จะทำลายชื่อเสียงของแม่นางเซี่ย!
ในเมื่อตอนนี้ยังทำไม่สำเร็จก็ยังต้องคิดหาวิธี?
เพียงแต่เขาไม่คิดว่าคนคนนี้จะโง่จนถึงขนาดแค่วันเดียวก็รอไม่ไหวเขายังคิดว่าจะต้องให้พวกพี่น้องของเขาตรวจสอบอีกสักกี่วันถึงจะรู้เรื่อง!
เวลานี้คนที่ถูกจับได้ต่างก็มีสีหน้าหวาดกลัว “พวกเราทำตามคำสั่ง…ทำตามคำสั่ง…”
“เลิกแสร้งทำเป็นสับสนไม่รู้เรื่องได้แล้ว พวกเจ้าทั้งหมดเป็นพวกปากยื่นปากยาวที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ ความสามารถนี้คงทำเงินให้พวกเจ้าได้ไม่น้อยสินะ” โจวเว่ยจงหัวเราะ “บอกออกมาเสียดีๆ ว่าใครเป็นคนซื้อตัวพวกเจ้าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมาก ไม่อย่างนั้น ต่อไปพวกเจ้าก็อย่าได้ทำงานนี้อีกเลย ลิ้นก็จะรักษาไว้ไม่ได้”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาพวกลูกน้องชายหญิงสิบกว่าคนก็อดสะดุ้งไม่ได้
แต่ละคนต่างหวาดกลัวหัวหด
เท่าที่สายตาพวกเขาพอจะมองเห็น พวกเขาเห็นแต่ผู้สูงศักดิ์นั่งอยู่ใกล้ๆ เขาสวมเสื้อคลุมสีดำที่มีลายกิเลนเมฆเหลืองอยู่ที่ชายเสื้อ ซึ่งจะต้องสูงส่งมากแน่
ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
ปกติแล้วพวกเขาเหล่านี้ชอบที่จะคบค้าสมาคม บนถนนหลายสิบสายไม่มีใครที่พวกเขาไม่รู้จัก!
เพราะพวกเขาชอบเรื่องซุบซิบนินทา และก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่มักจะมีคนมาหาพวกเขาพร้อมเสนอเหรียญทองแดงให้เพื่อแลกกับการซุบซิบนินทากับคนนอก ตราบใดที่เรื่องซุบซิบนินทาเหล่านี้เข้าหูสาวใช้หญิงชราและเด็กรับใช้ตัวน้อยจากตระกูลใหญ่ที่ออกมาซื้อของได้ก็นับว่างานสำเร็จ
อย่างไรก็ตามเรื่องขยับปากนี้ก็มักจะทำเงินให้พวกเขา
แต่วันนี้…
พวกเขาก้าวเท้าผิด แค่อ้าปากก็โดนจับมาแล้ว!
คนพวกนี้ก็ใช่ว่าจะเคยได้เห็นโลกอะไรมามากนัก พวกเขาต่างก็เป็นชาวบ้านธรรมดา เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นก็ตกใจหวาดกลัวจนหมอบกราบอยู่กับพื้น “พวกข้าก็ไม่รู้จัก แค่รับเงินมาทำงานเท่านั้น…”
ส่วนอีกคนเช็ดเหงื่อของเขาอย่างประหม่าแล้วเอ่ยเสียงเบา “ข้า ข้ารู้ คนที่มาหาข้าคนนั้นคือ…คนที่เคยเป็นคนวิ่งทำธุระให้ตระกูลใหญ่มาก่อน ข้าเคยเห็นเขาคุยอยู่กับสาวใช้คนหนึ่ง ได้ยิน ได้ยินมาว่าเจ้านายของสาวใช้คนนั้นเป็นขุนนาง…แซ่ แซ่…แซ่ซย่า!”
ตอนที่ 338 คุณหนูคนนั้น
เมื่อมีเบาะแสนี้ก็ง่ายต่อการตรวจสอบแล้ว
เพียงแค่ตรวจสอบคนตระกูลซย่าที่อยู่รอบกายเซี่ยเฉียวก็สามารถระบุได้แล้วว่าเป็นใคร
ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวเสวียนจิ่งก็ยังรู้เรื่องการเดิมพันของเซี่ยเฉียวกับคุณหนูจากตระกูลซย่าคนนั้นแล้วด้วย
เขาไม่แปลกใจเลยที่เป็นนาง
แต่การจับโจรก็ต้องเห็นของขโมยมา จะอาศัยแค่การคาดเดาไม่ได้
จ้าวเสวียนจิ่งขอให้ลูกน้องของเขาวาดลักษณะเฉพาะของสาวใช้ตระกูลซย่าและคนทำธุระตามที่คนนั้นบอกออกมา
ครั้งนี้จึงได้รับการยืนยันไม่ผิดตัวแน่
“หลังจากที่พวกเจ้ากลับไปแล้วให้เปลี่ยนคำพูดใหม่ พูดว่า…คนที่ประสบเหตุเป็นคุณหนูตระกูลซย่า ในเมื่อพวกเจ้าทำเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวนี้แล้วก็ต้องทำให้ดีหน่อย หากแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังทำให้ดีไม่ได้ ก็ตัดลิ้นไปเป็นอาหารสุนัขเสียเถิด” น้ำเสียงเย็นชาของจ้าวเสวียนจิ่งลอยมา
ไหนเลยคนพวกนี้จะกล้าโต้แย้งอะไร
พวกเขามีกันตั้งเยอะขนาดนี้ เขาคิดจะจับก็จับมาได้แล้ว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขาหนีไปไม่พ้นมือเขาแน่!
เงินสำคัญก็จริงแต่ลิ้นสำคัญกว่า
พวกเขารีบพยักหน้ากันระรัว
ที่แย่ก็คือตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะทำตามที่ผู้สูงศักดิ์เรียกร้องก็ตาม แต่เวลานี้ก็ไม่มีใครอยู่ข้างนอกเพื่อจะฟังเรื่องไร้สาระของพวกเขาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงอดทนและรอให้ถึงวันรุ่งขึ้นเท่านั้น
พอฟ้าสางพวกเขาก็รีบออกไปทันที
“จำเรื่องคุณหนูที่ถูกพวกอันธพาลนอกเมืองเหยียดหยามที่ข้าบอกเจ้าไปเมื่อวานได้ไหม! ใช่ๆ เป็นคุณหนูซย่าคนนั้น? เซี่ย?! ไม่ใช่เซี่ย ซย่าต่างหาก คุณหนูซย่า ว่ากันว่าเป็นแม่นางซย่าที่ออกไปนอกเมืองทำความดีเหมือนแม่นางเซี่ยคนนั้นล่ะ!”
“ข้าจะบอกให้นะว่าตาเฒ่าหวังที่อยู่นอกเมืองเห็นมาเองกับตาเลย! คุณหนูซย่าคนนั้น ใช่ นางยังเป็นคุณหนูลูกสาวตระกูลขุนนางด้วยนะ! นางนั่งรถม้าออกไปแล้วถูกคนย่ำยี ไอ้หยา เสื้อผ้าขาดหมดเลย ตาเฒ่าหวังยังมองเห็นไหล่เปลือยเปล่าของนางแต่ไกลเลยด้วยนะ!”
“ได้ยินมาว่าแม่นางซย่าออกไปนอกเมืองเพื่อไปหาชายหนุ่มอะไรนี่ล่ะ กลับกลายเป็นว่าต้องมาพังยับเยินเช่นนี้ เหลือเชื่อเลยจริงๆ”
“พวกเจ้าไม่เชื่อหรือ ก็เป็นพวกอันธพาลที่รัชทายาทจับมาได้เมื่อวานนี้นั่นแหละ เดิมทีพวกเขาต้องการรังแกผู้ประสบภัยโน่น ใครจะรู้ว่าหญิงสาวผู้สูงส่งจะถูกส่งมาถึงที่ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย! ”
“ข้าได้ยินมาว่า ที่ก้น…ของแม่นางซย่ายังวาดรูปดอกไม้ไว้ด้วยนะ!”
“…”
ใครจะไปสนว่านางจะมีดอกไม้หรือไม่มีกันเล่า ถึงอย่างไรก็คงไม่มีใครไปตามหาแม่นางซย่าคนนั้นและฉีกเสื้อผ้านางออกดูได้อยู่แล้ว
เวลานี้ทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน
พวกชาวบ้านจะรู้จักคุณหนูซย่าได้อย่างไร
แต่อย่างไรก็ตามพวกนางก็รู้สึกว่าคุณหนูคนนี้น่าสงสารที่ถูกโจรย่ำยี
พวกคนปากยื่นปากยาวขี้ซุบซิบนินทาพวกนี้ก็รู้จักดูคนเหมือนกัน พวกเขาไปที่ไหนก็พูดไปทุกที่ เมื่อเห็นว่ามีสาวใช้บ่าวหญิงชรามาก็เอ่ยซุบซิบไปสักกี่คำ
เรียกง่ายๆ ว่าพยายามกันอย่างสุดความสามารถ
“คุณหนู วันนี้ตอนที่ข้าออกไปข้างนอกก็ได้ยินมาว่าแม่นางซย่าคนนั้นถูกคนย่ำยีเสียแล้ว!” ชุนเอ๋อร์ที่ออกไปซื้อของข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ เพิ่งกลับมาเอ่ยกับเซี่ยเฉียว
หลังจากการสอบเสร็จสิ้นสำนักศึกษาก็ผ่อนคลายมากขึ้น เซี่ยเฉียววางแผนที่จะลาเรียนในวันนี้และอยู่ที่บ้านวาดยันต์เพิ่มขึ้นสักหน่อย
เมื่อนางได้ยินที่ชุนเอ๋อร์พูดในเวลานี้จึงอดไม่ได้ที่จะวางพู่กันลง
“แม่นางซย่า? ซย่าหย่าอวิ๋น?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
น่าอนาถขนาดนั้นเลย?
“ใช่นางแหละเจ้าค่ะ ทุกคนยังบอกว่าสมควรแล้ว นางออกไปหาชายหนุ่มวัยรุ่นพวกนั้นทั้งวันดูเหมือนความดี แต่จริงๆ แล้วไปหาแต่คนหน้าตาดีพวกนั้น ยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้ยังมีอะไรที่ยังปกปิดอยู่อีกไหม หากจะบอกว่านางไม่เกี่ยวข้องอะไรกับวัยรุ่นพวกนั้น แต่เรื่องทำความดีนี่ยังต้องแบ่งแยกชายหญิง ดูอายุกันด้วยหรือ” ชุนเอ๋อร์แค่นเสียงเยาะ “เดิมที่ข้ายังชื่นชมนางที่กล้าเดิมพันกับท่าน แต่ดูจากสิ่งที่นางทำแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนดีอะไร เหตุใดต้องเสแสร้งด้วย”