ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 347 วางแผนจับปลาใหญ่ / ตอนที่ 348 ทั้งจนทั้งลำบาก
ตอนที่ 347 วางแผนจับปลาใหญ่ / ตอนที่ 348 ทั้งจนทั้งลำบาก
ตอนที่ 347 วางแผนจับปลาใหญ่
หลินหยาเซียงดูออกว่าหลานชายและหลานสาวของนางไม่รู้ใจลอยไปไหนต่อไหนตั้งนานแล้ว ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเหลือเกิน
ไหนเลยจะเหมือนคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยคนนี้ที่นั่งหลังตรงตลอด มีมารยาทและสุภาพเรียบร้อย
ไม่เหมือน…
คนที่มีชาติกำเนิดเป็นโจรเลยสักนิด
ตอนที่มาที่นี่พวกนางรู้สึกกังวลใจเหลือเกิน
ได้ยินว่าแม้ว่าภรรยาคนที่สามของโจรแซ่เซี่ยจะไม่ได้ถูกเขาตัดหัวแต่ก็ถูกขับไล่ออกไป
พวกเขาเคยแอบสอบถามเรื่องนี้มาก่อนด้วย และบางคนก็บอกว่าหลูซื่อใจดีกับเด็กๆ มาก ดังนั้นพวกเขาจึงสงสารและขอบคุณหลูซื่ออยู่ในใจ
ในใจก็ยังมีความรู้สึกหวาดกลัวคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยเล็กน้อย กระทั่งวาดภาพท่าทางของคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยขึ้นมาในหัว
ก่อนที่พวกเขาจะได้เจอนาง พวกเขาต่างก็คิดว่าแม่นางคนนี้น่าจะเป็นคนร้ายกาจเหมือนกับโจรแซ่เซี่ย
แต่ตอนนี้…
ตระกูลหลินทั้งหมดต่างก็รู้สึกอับอายมาก
จนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเซี่ยเฉียวบ่อยขึ้น
เด็กสาวคนนี้หน้าตาดีมาก ใบหน้าที่ขาวผ่องของนางนี้ ผิวพรรณนั้นที่มีน้ำมีนวลยิ่งกว่าหัวไชเท้าในฤดูใบไม้ร่วงเสียอีก ยังมีน้ำเสียงที่เหมือนนกขมิ้นสีเหลืองตัวเล็กๆ ทำให้คนมองได้ไม่รู้เบื่อ
การสนทนาสนุกสนานเพลิดเพลินอย่างยิ่ง
เมื่อได้เวลาเซี่ยเฉียวก็ขอให้คนตระเตรียมอาหารและนำเหล้าผลไม้ทั้งหมดที่นางแอบเก็บไว้ออกมา
วันนี้เซี่ยผิงไหวกลับรู้สึกนั่งไม่ติดเล็กน้อย
โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นเซี่ยเฉียวกระซิบกระซาบเสียงอบอุ่นกับเด็กๆ ตระกูลหลินสามคนนั่น ในใจเขาก็รู้สึกแปลกๆ
ทำไมพี่หญิงใหญ่ต้องยิ้มหวานขนาดนี้กับเด็กบ้านอื่นด้วย
เด็กผู้ชายตัวดำๆ คนหนึ่งกับเด็กผู้หญิงหน้าตาขี้เหร่สองคนไม่ได้ดูดีเท่ากับน้องสาวของเขาเลย
“พี่หญิงใหญ่ บ้านเราไม่มีเงินแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมวันนี้ยังกินเนื้อกันเล่า” เซี่ยผิงไหวจงใจเอ่ยขึ้นมา เขาพูดจบแล้วยังเอื้อมไปหยิบน่องไก่มาวางไว้ตรงหน้าตนเองก่อนจะกัดมันทันที จากนั้นก็จ้องมองไปที่เด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางอวดดี
เซี่ยเฉียวรู้สึกหมดคำพูด
หลังปีใหม่เขาก็นับได้ว่าอายุสิบสามปีแล้วแต่กลับยังทำตัวเหมือนเด็กสามขวบ!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเซียวอวี้หรงจึงได้ผัดผ่อนการกราบอาจารย์เป็นทางการมาจนถึงตอนนี้!
ถ้าหากนางเป็นศิษย์น้องเซียวแล้วต้องมาเห็นเด็กที่น่ารำคาญเช่นนี้ก็คงกินข้าวไม่ลง!
คนตระกูลหลินรู้สึกอักอ่วนเล็กน้อย
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้นออกมาก็ไม่กล้าที่จะกินข้าวต่อแล้ว
“โรคพูดเหลวไหลไร้สาระของน้องชายข้าไม่รู้เมื่อไรจะรักษาหายเสียที” เซี่ยเฉียวทอดถอนใจอีกครั้งก่อนจะหันไปมองผู้เฒ่าหลิน “ท่านตาหลิน ท่านเป็นหมอก็น่าจะฝังเข็มเป็นใช่หรือไม่”
“แน่นอน” ชายชราพยักหน้าทั้งที่ไม่รู้ว่านางถามเรื่องนี้ทำไม
“ท่านว่าโรคนี้ของน้องชายข้าจะรักษาได้อย่างไร จะต้องฝังเข็มลงไปบนกระหม่อมสักกี่เข็มดี หรือว่าแค่เย็บปากไปเสียเลยก็ได้ ตอนนี้ท่านก็ถือว่าเป็นคนกันเองแล้ว ล่วงเกินอะไรไปท่านก็คงไม่ถือสาเขา แต่หากเขาทำแบบนี้กับคนนอกอีก ข้าก็คงกังวลใจเหลือเกิน” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
ผู้เฒ่าหลินได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจไปครู่หนึ่ง ส่วนหลินหยาเซียงกลับยิ้มยังร่าเริง
“มีเหตุผล” หลินหยาเซียงเอ่ยตรงๆ “พี่ไหว หากเนื้อนี้ไม่เพียงพอสำหรับเจ้า เดี๋ยวป้าไปตลาดซื้อให้เจ้าสักยี่สิบชิ้น ให้เจ้ากินให้พอ”
เขาเป็นหลานชายของนางเอง ทำไมนางจะพูดอะไรไม่ได้
นางทำถูกต้องแล้ว หากเด็กคนนี้ทำไม่ถูกต้องก็ควรต้องสั่งสอน!
ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกนางมาเป็นแขกอย่างสง่าผ่าเผย แม้ว่าพวกนางจะมาเยือนอย่างกะทันหันไปหน่อยทำให้เขาไม่พอใจ แต่ก็ไม่ควรแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างนั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นคนจิตใจคับแคบ
แต่รูปร่างหน้าตาของเด็กคนนี้ช่างคล้ายกับน้องสาวของนางเหลือเกิน ดังนั้นนางจึงรู้สึกปวดใจเล็กน้อย
หากน้องสาวของนางยังมีชีวิตอยู่ เด็กคนนี้จะต้องเป็นเด็กดีที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชมแน่นอน
เซี่ยผิงไหวพ่นลมหายใจ “จะพูดโม้อะไรมากมาย ข้ารู้จักพวกเจ้าดี ตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตก่อนหน้านี้เคยบอกกับข้าว่า ตระกูลหลินของพวกเจ้าเป็นแค่ชาวบ้าน เป็นคนยากจนที่แม้แต่จะกินไข่สักใบก็ยังลังเล ไม่ได้ดีไปกว่าผู้ประสบภัยข้างนอกเท่าไรนัก แค่แผ่นเงินเล็กๆ พวกนี้คงต้องใช้เงินเก็บทั้งชีวิตของพวกเจ้าเลยล่ะสิ คงคิดจะวางแผนจับปลาใหญ่ด้วยการใช้ของพวกนี้มาแลกผลประโยชน์สินะ?!”
ตอนที่ 348 ทั้งจนทั้งลำบาก
เซี่ยผิงไหวพูดจาไม่เหมาะสม สายตาที่มองคนตระกูลหลินก็เด็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
แม้แต่เซี่ยเฉียวเองก็ยังนึกไม่ถึงว่าเขาจะพูดคำเหล่านี้ออกมาได้
“ท่านแม่?” สีหน้าของหลินหยาเซียงทะมึนมืดทันทีที่ได้ฟังคำพูดของเซี่ยผิงไหว “คนภายนอกพูดกันว่าหลูซื่อดีต่อพวกเจ้า พวกข้าก็รู้สึกยินดีไปกับพวกเจ้าด้วยที่ได้พบกับแม่เลี้ยงที่จิตใจดี แต่ข้าดูๆ แล้ว แม้แต่จะสอนให้เจ้ามีมารยาทยังทำไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าคนคนนี้ไม่ได้เรื่อง ถูกโจรแซ่เซี่ยขับไล่ออกไปก็ไม่ถือว่าไร้เหตุผลแล้ว”
ท่านแม่ ใครคือท่านแม่ของเขา
ขอแค่มีชื่ออยู่ในสำมะโนครัวเท่านั้น เขาก็สามารถเรียกภรรยาทั้งสามของโจรแซ่เซี่ยว่าท่านแม่ได้ทั้งนั้น หากไม่เรียกก็แปลว่าเขาไม่รู้ความ
ตอนนี้หลูซื่อคนนั้นจากไปแล้ว แต่เขากลับยังเรียกนางเช่นนั้น?
เขาเป็นเด็กดีที่กตัญญูรู้คุณคน แต่หลูซื่อกลับสอนให้เขาดูถูกครบครัวมารดา จะเห็นได้ว่าผู้หญิงคนนี้ใจแคบ ไม่ใช่คนดี เรื่องเล็กๆ แค่นี้แต่เขากลับแยกแยะถูกผิดไม่ได้ทำให้นางรู้สึกผิดหวังจริงๆ
“หยาเอ่อร์” ผู้เฒ่าหลินจ้องหน้าหลินหยาเซียงด้วยสีหน้าไม่พอใจ
พวกเขามาที่นี่ในฐานะแขก แม้ว่าจะมีอะไรที่ไม่น่าพอใจอยู่บ้าง พวกเขาไม่ควรพูดออกมาให้เจ้าของบ้านไม่พอใจ
หลินหยาเซียงระบายลมหายใจจากนั้นจึงเอ่ยกับเซี่ยเฉียว “คุณหนูใหญ่เซี่ย ข้าเป็นคนนิสัยตรงๆ เจ้าอย่าได้แปลกใจไป เพื่อที่จะได้พบหน้าเด็กสองคนนี้หลายปีมานี้พวกเราก็พยายามเก็บออมเงินกันมา เพียงแต่ว่าตระกูลของชาวบ้านธรรมดานี้ไม่สามารถที่จะใช้จ่ายเงินได้เหมือนกับครอบครัวที่ร่ำรวยและมีเกียรติได้ ของขวัญพวกนี้ก็เป็นของแทนใจของพวกเราด้วย อาจจะไม่ได้ดูมีหน้ามีตามากมาย แต่ความรู้สึกรักใคร่เอ็นดูเด็กสองคนนี้เป็นจริงแท้แน่นอน”
ตระกูลหลินของพวกเขาไม่ใช่ครอบครัวที่มีกิจการใหญ่โต
ตอนนี้พวกเขาก็มีเงินเหลืออยู่ไม่ถึงห้าสิบตำลึงเสียด้วยซ้ำ
เดิมทีพวกเขาหาเงินได้ร้อยตำลึง แต่เมื่อมาที่บ้านตระกูลเซี่ยครั้งนี้ก็ต้องใช้จ่ายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อจ่ายไปแล้วก็แล้วไป พวกเขาไม่ได้คิดที่จะได้อะไรกลับคนมาจากตระกูลเซี่ย
พวกเขาไม่ใช่ไม่รู้จักชื่อเสียงของโจรแซ่เซี่ย
คิดจะแย่งเงินไปจากมือโจร พวกเขาไม่คิดจะมีชีวิตอยู่ดีๆ แล้วหรือ
“ท่านกล่าวหนักไปแล้ว” เซี่ยเฉียวรู้สึกผิด “ข้ากับพี่ชายต่างก็รู้ดีว่าพวกท่านลำบาก คำพูดของเด็กคนนี้…หยาบคายไปหน่อย แต่ข้าจะพูดกับพวกท่านตรงๆ ว่าปกติเขาก็มีนิสัยเช่นนี้ ที่เขาพูดไปเมื่อครู่ไม่อาจนับได้ว่าเกินไปหรอก ตอนนี้เขาพูดออกมาแล้วก็ทำให้พวกท่านได้รู้ว่า หากต่อไปเขาไปพักกับบ้านตระกูลหลินชั่วคราวแล้วก็อย่าได้ตามใจเขา”
ในความเห็นของนาง ตระกูลหลินนี้มีข้อดีหลายประการ
ประการแรกตระกูลหลินเป็นหมอซึ่งเดิมทีเป็นพวกจิตใจดีอยู่แล้ว
ประการที่สองผู้เฒ่าหลินสั่งสอนลูกสาวและลูกศิษย์มากมาย พวกเขาทุกคนต่างก็มีบุคลิกลักษณะที่ดี นั่นจะส่งผลดีต่อเซี่ยผิงไหว
ประการที่สามตระกูลหลินเป็นตระกูลฝ่ายมารดาแท้ๆ ของเซี่ยผิงไหว
น้องชายของนางมักจะดูเหมือนคนที่ไม่คิดอะไรมาก แต่ถึงอย่างไรเด็กก็ยังคาดหวังและรอคอยผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าหลูซื่อจงใจตามใจเขาจนเสียนิสัย เขาก็ยังเข้าหานางแต่โดยดี
นางปล่อยวางหลูซื่อไปไม่ได้ก็เป็นเพราะตอนนั้นหลูซื่อเป็นคนเดียวในตระกูลเซี่ยที่มองมาที่เขาและเอาใจใส่เขา
แม้ว่าจะเป็นการเสแสร้งทำแต่ก็ทำให้เซี่ยผิงไหวก็พอใจแล้ว
อย่างไรก็ตามตระกูลหลินจะต้องทำเรื่องนี้ได้ดีกว่าหลูซื่อเป็นแน่
เวลานี้เซี่ยผิงไหวรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเซี่ยเฉียวเอ่ยออกมาเช่นนั้น
ใครจะไปอยู่กับตระกูลหลินกัน!
บ้านนั้นต้องสกปรก เลอะเทอะ ยากจน และลำบาก ไม่มีเนื้อและสุราให้เขากินดื่ม เกรงว่าแม้แต่กระดาษเช็ดก้นก็ไม่มี เขาไม่ไปหรอก!
เซี่ยผิงไหวทำหน้าตาหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา ดูน่าอัดเป็นพิเศษ
เวลานี้เมื่ออยู่ต่อหน้าคนตระกูลหลิน เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้พูดอะไร
ตระกูลหลินก็ไม่ได้ถือสาหาความอีก
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วเซี่ยเฉียวจึงเชิญให้คนตระกูลหลินกลับไปพักผ่อนที่ห้องรับแขก แล้วนางก็เรียกเด็กสองคนมาหา