ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 349 ยโสโอหังเกินไปหน่อย / ตอนที่ 350 พี่สาวคนโตก็เหมือนมารดา
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 349 ยโสโอหังเกินไปหน่อย / ตอนที่ 350 พี่สาวคนโตก็เหมือนมารดา
ตอนที่ 349 ยโสโอหังเกินไปหน่อย / ตอนที่ 350 พี่สาวคนโตก็เหมือนมารดา
ตอนที่ 349 ยโสโอหังเกินไปหน่อย
เซี่ยซีมีนิสัยเหมือนตุ๊กตาดินเผา นางเชื่อฟังว่าง่ายอย่างที่สุด แต่เซี่ยเฉียวก็กังวลเกี่ยวกับนางก็ไม่น้อย
หลังจากสังเกตมาเป็นเวลานานนางก็รู้สึกว่าเซี่ยซีไม่ได้โง่จริงๆ
เพียงแต่เป็นพวกเก็บตัวมากเกินไป
นางหมกมุ่นอยู่กับโลกของตัวเองและไม่ชอบสื่อสารกับใคร สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยก็คือเงินเท่านั้น
ทั้งหมดเป็นความผิดของบิดานาง!
เขาเลี้ยงลูกราวกับเลี้ยงสัตว์อย่างไรอย่างนั้น แค่มีให้กินก็พอแล้ว ไม่เคยถามไถ่แสดงความห่วงใย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องทำนองกอดๆ หอมๆ อุ้มขึ้นสูงๆ อะไรพวกนั้นเลย!
เมื่อเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่เย็นชาเช่นนี้ พวกเขาจะมีจิตใจที่แข็งแรงได้อย่างไร
เด็กสองคนนี้เติบโตมาเช่นนี้ได้ก็นับว่าดีมากแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นผลมาจากการปกป้องคุ้มครองอย่างลับๆ ของสะใภ้หลิน!
“เจ้าสองคนคิดว่าคนตระกูลหลินดีไหม” เซี่ยเฉียวถาม
“ไม่ดีเลย! โดยเฉพาะหญิงชราคนนั้น ดุร้ายแถมยังพูดอะไรบ้าๆ ด้วย ข้านี่อยากจะทุบนางเลย!” เซี่ยผิงไหวฮึดฮัดขัดใจ เต็มไปด้วยอารมณ์
เซี่ยซีไม่ตอบสนองอะไรทั้งนั้น
“น้องชายกล้าหาญมาก ไม่สู้ข้าไปจับท่านป้าหลินมัดมาให้ แล้วให้เจ้าจัดการนางเอง?” เซี่ยเฉียวยิ้ม
“ไม่จำเป็นหรอก แค่ไล่ออกไปก็พอแล้ว…” เซี่ยผิงไหวสีหน้ามุ่งมั่นแถมยังฉีกยิ้ม “พี่หญิงใหญ่ ท่านเป็นพี่สาวแท้ๆ ของข้า ส่วนพวกเขาเป็นใครข้าไม่รู้จักหรอก!”
“ท่านป้าหลินที่เจ้าเกลียดก็คือพี่สาวแท้ๆ ของท่านแม่เจ้า และผู้เฒ่าหลินที่เจ้าดูถูกก็เป็นบิดาแท้ๆ ของท่านแม่เจ้า หากแม้ท่านแม่ของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ และได้พบเจอพวกเขาในตอนนี้ก็ยังไม่กล้าพูดจาเหลวไหลเช่นนั้นออกมาเลย ดังนั้น…น้องชาย ข้าช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว เจ้าปฏิบัติต่อผู้อาวุโสเช่นนี้เป็นความผิดใหญ่หลวง รอให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่กลับมา…” เซี่ยเฉียวทำท่าเชือดคอตนเองอย่างจริงจัง
“กลัวอะไร พวกเขาจะกล้าฟ้องหรือ!“ เซี่ยผิงไหวไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด “ตอนที่ท่านแม่…ท่านน้าหลู่ยังอยู่ก็เคยบอกเขาว่าคนตระกูลหลินเป็นพวกมุสิก[1] ไร้ยางอาย”
และหลูซื่อยังเคยพูดว่า ถ้าหากพวกเขาคิดถึงเขาจริงๆ เหตุใดจึงเพิ่งจะมาหาเขาตอนนี้
“พวกสาวใช้บ่าวรับใช้ที่อยู่กันเต็มเรือนนี่เป็นแค่ของตกแต่งบ้านหรือ พี่ชายใหญ่คิดจะรู้อะไรยากเสียที่ไหน” เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ “อีกอย่างท่านพ่อ ท่านพ่อก็ให้ความสำคัญกับตระกูลหลินมาก!”
“เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ของเจ้าสะใภ้หลินเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและมีคุณธรรมมาก ท่านพ่อของพวกเรารักและทะนุถนอมนางมาก ข้าได้ยินมาว่าตอนที่แม่สองยังมีชีวิตอยู่ หากนางอยากจะให้ท่านพ่อไปเก็บดาวเก็บเดือนมาให้ ท่านพ่อก็เต็มใจทำ! ตอนนี้เจ้ากลับรังแกคนในครอบครัวของนางที่เป็นยอดดวงใจของท่านพ่อ ท่านพ่อจะพอใจหรือ”
“หากท่านพ่อกับท่านพี่ของเราไม่พอใจขึ้นมาล่ะก็…”
น้ำเสียงของเซี่ยเฉียว
ที่พอได้ยินแล้วก็ทำให้เซี่ยผิงไหวคิด ‘จินตนาการ’ ไปไกล
นิสัยของท่านพ่อกับท่านพี่เป็นอย่างไรเขารู้ดีกว่าพี่หญิงใหญ่เสียอีก
เขาย่อมรู้ว่าพวกเขาเป็นพวกไม่มีเหตุผลแค่ไหน
“ท่านอย่าขู่ข้าเลย…หากท่านพ่อรักใคร่ท่านแม่ของเข้าขนาดนั้นจริงๆ เขาจะแต่งงานใหม่ทำไม…” เซี่ยผิงไหวรีบเอ่ยทันที
“ความรักใคร่เอ็นดูแม่สอง ไม่เกี่ยวกับอันใดเลยกับการแต่งงานใหม่ ท่านพ่อของพวกเราไม่ใช่คนที่จะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตได้” โทนเสียงของนางค่อนข้างผ่อนคลาย “เรื่องที่หลูซื่อผลาญทรัพย์สมบัติในบ้านเจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือ ตอนนี้ท่านพ่อเกลียดหลูซื่อจะตายไป เขามีภรรยาทั้งหมดสามคน นอกจากหลูซื่อแล้วก็เหลือแต่ท่านแม่ของเจ้ากับท่านแม่ของข้า”
“ท่านแม่ของข้า…มีชื่อว่าแม่เสือเผิง ส่วนท่านแม่ของเจ้าเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของค่าย โดยเฉพาะหลังจากที่ท่านพ่อถูกท่านแม่ของข้าข่มเหงรังแก เมื่อได้พบกับความอ่อนโยนดั่งสายน้ำของแม่สอง…ทำไมจะไม่เห็นว่านางเป็นดั่งยอดดวงใจเล่า”
นางรับประกันได้เลยว่าท่านพ่อของนางตกหลุมรักสะใภ้หลินก็เพราะเขาชอบนิสัยของสะใภ้หลินที่ตรงข้ามกับท่านแม่ของนางโดยสิ้นเชิง!
“ตอนนี้ครอบครัวของเราก็ถือว่าตั้งรกรากในเมืองหลวงได้อย่างมั่นคงแล้ว ท่านพ่อจึงไปเชิญคนตระกูลหลินมาทันที จะเห็นได้ว่าเขาห่วงใยครอบครัวของแม่สอง” เซี่ยเฉียวกล่าวเสริมอีกประโยค
หรือก็คือน้องชาย…
เจ้ากำลังจะถูกอัดแน่แล้ว
เซี่ยผิงไหวกำลังครุ่นคิดพิจารณา
เขาเป็นคนอ่อนไหวต่อการถูกทุบตีมาก
เวลานี้ในใจเขาจึงรู้สึกลนลานเล็กน้อย
พี่หญิงใหญ่พูดถูก ท่านพ่อไม่มีเหตุผล เขาจะต้องไม่ฟังคำอธิบายและเตะเขาทันทีอย่างแน่นอน
เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะยโสโอหังเกินไปหน่อย…
ตอนที่ 350 พี่สาวคนโตก็เหมือนมารดา
เวลานี้เซี่ยผิงไหวรู้สึกเสียใจภายหลังเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันกลับมาและมองเซี่ยเฉียวด้วยสีหน้าน่าสงสาร “พี่หญิงใหญ่…”
“ไปขอโทษท่านตาหลินกับพวกลุงป้าและน้องๆ ที่เจ้าทำให้ตกใจกลัวไว้เสียสิ” ท่าทางเซี่ยเฉียวดูจริงจังขึ้นมาก ดูเหมือนนางจะมีความน่าเกรงขามกว่าปกติเสียอีก จนเขาไม่อาจโต้แย้งได้
“ไม่เอาหรอก” เซี่ยผิงไหวส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน “น่าอาย ข้าไม่ไปหรอก”
“หากเจ้าไม่ไป พี่ชายใหญ่ก็อาจจะไล่เจ้าออกจากบ้าน ของที่อยู่ในห้องเจ้าก็เอาไปไม่ได้ ถึงเวลานั้นเจ้าจะยากจนกว่าครอบครัวของท่านป้าที่เจ้าดูถูก อย่าว่าแต่แม่ไก่ยี่สิบตัวเลย แม้แต่ไข่สักใบเจ้าก็ไม่มีปัญญาซื้อ” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
รอยยิ้มของเซี่ยผิงไหวแข็งค้างไปทันที
“พี่ชายใหญ่คงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกกระมัง!” เซี่ยผิงไหวร้อนใจแล้ว
เขารู้ความสามารถของตนเองดี หากเขาถูกไล่ออกจากบ้านจริงๆ เขาจะต้องอดตายแน่!
เขาทำอะไรไม่เป็นเลย!
“พี่ชายใหญ่ทำแน่ ข้าพูดอะไรเขาก็เชื่อทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวท่าทางภูมิใจอย่างยิ่ง
เซี่ยผิงไหวได้ยินเช่นนั้นก็ก็เบิกตาโต เขาแทบจะทะลึ่งลุกขึ้นมาชี้นิ้วใส่หน้าเซี่ยเฉียวแล้ว “พี่หญิงใหญ่ ทำไมเล่า!”
นางทำอย่างนี้กับเขาได้อย่างไร!
แม้ว่าเขาจะร้ายกับคนนอกแต่เขาก็ดีกับพี่หญิงใหญ่มากนะ!
“อาจจะเป็นเพราะวันนี้ข้าต้องอับอายขายหน้าน่ะ?” มือน้อยๆ ของเซี่ยเฉียวถูไถใบหน้าของนางพลางเอ่ยอธิบายอย่างช้าๆ “โบราณว่าไว้ พี่สาวคนโตก็เหมือนมารดา พวกเราทั้งคู่ไม่มีท่านแม่แล้ว หากเจ้าโง่เง่าเหลือทนก็หมายความว่าข้าเป็นพี่สาวที่ไม่ดี วันนี้เจ้าทำให้แขกต้องอับอาย เอะอะโวยวาย ทำให้ข้าอับอายจนไม่รู้จะพูดอย่างไร น้องชายเจ้าลองคิดดูว่า พี่สาวคนนี้ของเจ้าเคยต้องอับอายขายหน้าขนาดนี้เชียวหรือ”
พอได้ยินเช่นนั้นเซี่ยผิงไหวก็รู้สึกร้อนตัวแล้ว
พี่หญิงใหญ่เหมือนลมบริสุทธิ์หลังฝนที่สะอาดชัดเจน
ไหนเลยจะอับอายขายหน้าได้
หากจะพูดให้หยาบคายหน่อยก็คือ แม้นางจะผายลมออกมาก็ต้องมีกลิ่นหอมแน่
วันนี้…
พี่หญิงใหญ่ก็น่าจะต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยกระมัง…
เซี่ยเฉียวพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เซี่ยผิงไหวก็รู้ตัวแล้วว่าเขาเลือกที่จะไม่ขอโทษไม่ได้แล้ว ฐานะของเขาในบ้านนี้…ไม่สามารถพูดอะไรได้! หากเขาไม่ทำตามสงสัยคงไม่ได้กินข้าวแน่
เซี่ยผิงไหวฮึดฮัดในใจสองสามที รอให้เขาโตก่อนเถอะ หากเขามีเงินมากๆ เมื่อไร ถึงตอนนั้นเขาทำอะไรก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าของใครแล้ว!
จากนั้นเขาจึงเดินออกไปอย่างเกรี้ยวกราด!
เขาก้าวออกไปอย่างทรงพลัง ท่าทางที่ทุ่มสุดตัวที่แสดงออกไปราวกับมีศัตรูอยู่ตรงหน้า!
เซี่ยผิงไหวเดินไปจนถึงห้องปีก
“ท่านตา ท่านป้า ท่านลุง น้องๆ! ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว!” เขาตะโกนออกไปอย่างกล้าหาญชาญชัย
หลังจากเอ่ยออกไปแล้วเขาก็วิ่งหนีไปทันที
น่าอายชะมัด!
ในห้องรับรองแขกผู้เฒ่าหลินและคนอื่นๆ ก็พากันประหลาดใจ
จากนั้นพวกเขาก็เผยสีหน้าท่าทางเมตตาและซาบซึ้ง
“เด็กคนนี้…ก็แค่ปากแข็งและใจอ่อน ดูสิ นี่ก็ดูเหมือนจะรู้ความอยู่บ้างไม่ใช่หรือ” ผู้เฒ่าหลินเอ่ย
“ข้าว่าแปดในสิบส่วนน่าจะเป็นเพราะคุณหนูใหญ่เซี่ยคนนั้น ใช้วิธีอะไรเสียมากกว่าเขาถึงยอมก้มหัวให้ แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็นับว่ารู้สึกยืดได้หดได้และรู้จักที่จะอาย ก็ไม่เลว” หลินหยาเซียงแย้มยิ้ม
ในความดื้อรั้นเจ้าเด็กบ้านี่ก็ยังมีความขลาดกลัวอยู่บ้าง อายุน้อยแค่นี้กลับขี้โมโห น่าสนใจเสียจริง
ถึงอย่างไรก็เป็นลูกของน้องสาวตัวเอง นางจะไปโกรธเขาจริงๆ ได้อย่างไรกัน
ถึงจะโกรธ ก็เป็นความโกรธที่มีต่อโจรแซ่เซี่ยเท่านั้น
เขาแย่งชิงน้องสาวของนางไปแต่ดูแลนางไม่ดี ปล่อยให้นางตายเพราะคลอดลูกยาก นางทิ้งลูกไว้ข้างหลังก็ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนอะไรมากมาย ช่างเป็นสามีที่ป่าเถื่อน!
เมื่อหลินหยาเซียงนึกถึงเซี่ยหนิวซานขึ้นมาก็แทบอดไม่ไหวที่จะเอามีดทำครัวตัดหัวสุนัขของเขา
น่าเสียดายที่เซี่ยหนิวซานไม่อยู่บ้าน จากที่ได้ฟังจากคุณหนูใหญ่เซี่ยมา…เขานำทหารออกไปปราบปรามโจรแล้ว!?
โจรออกไปปราบปรามโจรน่าขันยิ่งนัก
หลินหยาเซียงรู้สึกเกลียดชังเขาก็จริงแต่นางเองก็รู้ว่าความโกรธเคืองนี้ต้องเก็บไว้ในใจเท่านั้น ถึงอย่างไรตอนนี้โจรแซ่เซี่ยก็เป็นขุนนางและยังเลี้ยงดูลูกทั้งสองของน้องสาวนางอยู่
แค่ด่าว่าลับหลังก็พอแล้ว
————————-
[1] มุสิก หนู