ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 351 เขาก็ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่ / ตอนที่ 352 ช่างบังเอิญ
ตอนที่ 351 เขาก็ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่ / ตอนที่ 352 ช่างบังเอิญ
ตอนที่ 351 เขาก็ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่
คนตระกูลหลินพักอยู่ที่บ้านตระกูลเซี่ยคืนหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กที่พ่อบ้านช่วยหาให้ในวันถัดมา
เซี่ยเฉียวให้เซี่ยผิงไหวและเซี่ยซีย้ายไปอยู่กับพวกเขาด้วย
นางถึงขนาดบอกพวกเขาว่าไม่จำเป็นต้องกลับบ้านช่วงปีใหม่
ท่านพ่อยังไม่กลับจากการเดินทางไกล เด็กสองคนนี้อยู่บ้านตระกูลเซี่ยไปก็ไม่มีความหมายอะไร
แม้ว่าเซี่ยผิงไหวจะเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ แต่ภายใต้ความอภิสิทธิ์ของเซี่ยเฉียว เขาก็ได้แต่ต้องทำตามแต่โดยดี
เซี่ยเฉียวรอข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากตระกูลโจวอยู่ที่บ้านอยู่ตลอด
นางรับปากเรื่องความปรารถนาสุดท้ายของวิญญาณหญิงสาวในชุดชาววังนี้มาก็นานแล้ว แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จเสียที นางจึงรู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง
ในขณะที่เซี่ยเฉียวกำลังคิดว่าจะแต่งตัวเป็นโม่ชูเซิงออกไปดีหรือไม่ นางก็ได้รับเทียบเชิญในที่สุด
คนที่มาส่งเทียบเชิญดูเหมือนจะเคอะเขินเล็กน้อย เมื่อเข้าพบเซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ “ระยะนี้องค์หญิงของพวกเราเข้าวังไปเข้าเฝ้าอยู่บ่อยๆ ฮองเฮาทรงชมท่านไม่หยุดปาก บังเอิญใกล้จะถึงงานวันเกิดขององค์หญิงพอดีจึงคิดจะเชิญแม่นางเซี่ยไปร่วมสนุกสนานด้วยขอรับ”
เซี่ยเฉียวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง
รัชทายาทช่างตรงไปตรงมาเสียจริงๆ ถึงกับให้ฮองเฮาเป็นคนออกหน้าเลยทีเดียว
ฮองเฮาทรงชมนางไม่หยุด เมื่อองค์หญิงสามได้ยินมากๆ เข้า ก็ต้องอยากเห็นหน้านางเป็นแน่
องค์หญิงสามผู้นี้มีชื่อตำแหน่งว่าลั่วซู
เจียงไทเฮาชอบทรงพระอักษรเป็นอย่างมาก ก็จะสามารถเห็นได้จากชื่อตำแหน่งขององค์หญิงนั่นเอง
สองวันถัดมาเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงกั่งก็ไปตามนัดหมายด้วยกันอย่างเปิดเผยสง่างาม
น้อยนักที่บุตรชายและบุตรสาวตระกูลเซี่ยจะเข้าร่วมงานสังคม ตระกูลขุนนางจำนวนมากจัดงานเลี้ยงที่หรูหรา พวกเขาจึงไม่กล้าเชิญเซี่ยผิงกั่งและเซี่ยผิงไหวไปด้วย แต่วันนี้เป็นข้อยกเว้น
เซี่ยผิงกั่งเองก็รู้สึกไม่คุ้นเคยเล็กน้อย
ก่อนออกไปเซี่ยเฉียวบังคับให้เขาโกนหนวดเครา เวลานี้เขาจึงเหมือนคนละคน
ในเวลานี้เองที่นางตระหนักว่าพี่ชายใหญ่…ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรขนาดนั้น
หลังจากโกนหนวดเคราออกไปแล้วร่างกายของเขาก็ดูสะอาดสะอ้านขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าเขาจะดูดุแค่ไหน เขาก็ยังมี ความฉลาดหล่อเหลาแบบคนหนุ่มอยู่บ้าง นอกจากนี้อวัยวะทั้งหน้าบนใบหน้าของเขาก็ตั้งตรงดี เพียงแต่ตัวสูงไปหน่อยเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เขาดุดันและบนใบหน้าก็ยังไว้หนวดเคราสั้นๆ อยู่เสมอ จึงดูเหมือนหมี
ตอนนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย
เหมือนคนขึ้นมาแล้ว
เซี่ยผิงไหวและเซี่ยซียังเด็กอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมงานลักษณะนี้ในตอนนี้ แต่ในวัยเช่นพี่ชายใหญ่ของนาง เขาควรขยับเคลื่อนไหวให้มากหน่อย
“พี่ใหญ่ท่านต้องจำไว้นะว่า หากเกิดบังเอิญไปเจอคุณหนูบ้านไหนเข้าก็อย่าได้ไปจ้องนางอย่างดุดัน หรือหากมีคนมาโยนผ้าเช็ดหน้าให้ท่านก็อย่าได้เอะอะเสียงดังให้คนเขาตกใจจนขวัญหนี!” เซี่ยเฉียวสอนเขาอย่างจริงจัง
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง
แล้วลูบคางของตนเอง
เรียบเนียนเกินไปเหมือนกับที่พวกผู้หญิงทำให้ให้รู้สึกอึดอัดใจอย่างนั้น
“ตกลง ข้าจะไม่พูดอะไร ยืนอยู่เฉยๆ อย่างนี้ก็น่าจะได้แล้วใช่หรือไม่ หากผู้หญิงพวกนั้นแค่มองข้าแวบเดียวแล้วตกใจจนเป็นลมไป แล้วข้าจะแต่งนางเข้าบ้านไปเพื่ออะไร” เซี่ยผิงกั่งยังคงไม่เข้าใจ
เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา…
เซี่ยเฉียวก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง
พี่ชายใหญ่ของนางไม่ค่อยให้เกียรติผู้หญิงสักเท่าไรนัก หาภรรยา…ท่าจะยาก!
“จริงสิ หากเจอกับแม่นางต่งนั่นอีก…” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
ต่งซีอวิ๋นคนนี้โหดเหี้ยม แม้แต่ซย่าหย่าอวิ๋นเพื่อนสนิทของนางก็ยังถูกนางเล่นไปมาอยู่บนฝ่ามือ หากนางได้เห็นพี่ชายใหญ่ของนางแล้วเกิดความคิดอะไรไม่ซื่อขึ้นมาอีกกลัวว่าพี่ชายใหญ่ของนางจะหนีไม่พ้น!
“เป็นเรื่องที่คนนอกพูดจาเหลวไหลทั้งนั้น ข้ารู้จักแม่นางต่งอะไรที่ไหนกัน” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“…” เซี่ยเฉียวหมดคำพูด
นางยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าพี่ชายใหญ่ของนางถูกใส่ร้าย
แล้วทั้งสองพี่น้องก็มาถึงที่หมายโดยไม่รู้ตัว
เซี่ยเฉียวพกขวดกระเบื้องที่บรรจุวิญญาณหญิงสาวในชุดชาววังติดตัวมาด้วยเช่นกัน
และปล่อยนางออกมาในเวลานี้
ตอนที่ 352 ช่างบังเอิญ
นอกบ้านตระกูลโจวมีรถม้าหลายคันจอดอยู่แล้ว และผู้คนก็ทยอยกันเดินเข้าไปเรื่อยๆ
วันนี้เซี่ยเฉียวได้เตรียมของขวัญเอาไว้ด้วย มันเป็นภาพวาดและอักษรของปรมาจารย์อวิ๋นเวยที่ทั้งเล็กและไร้ราคา แต่ดีที่เป็นของหายาก
ทันทีที่เข้าไปในบ้านของตระกูลโจว
เซี่ยเฉียวก็ต้องตกใจ
เพราะนางเพิ่งก้าวเข้าไปข้างใน เงาสีดำพุ่งก็มาที่คิ้วของนาง เซี่ยเฉียวชะงักอยู่กับที่ไปครู่หนึ่งแล้ววิญญาณนั้นก็ผ่านร่างนางไป
ใบหน้าของเซี่ยเฉียวซีดขาวขึ้น
อย่างไรก็ตามเงาดำนั้นก็ใช่ว่าจะผ่านไปได้ง่ายๆ หลังจากดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งมันก็สลายหายไป
นางแอบซ่อนยันต์จำนวนมากเอาไว้กับตัว วิญญาณธรรมดาจึงไม่กล้าเข้าใกล้ แต่วิญญาณตนนั้นซุกซนเกินไป แม้ว่ามันจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติเมื่อสัมผัสตัวนาง แต่ด้วยความเร็วระดับนั้นมันก็หยุดไม่ทันแล้ว
กลายเป็นว่านางทำลายวิญญาณตนหนึ่งไปโดยไม่มีความผิด
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ริมฝีปากแบะปากลงเล็กน้อย
นางตกใจแทบตาย
“เป็นอะไรหรือ ไม่สบายหรือเปล่า” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว แล้วรัศมีแบบที่ผู้หญิงไม่ควรอยู่ใกล้ก็กลับมาทันที
เขาทำให้แขกคนอื่นที่อยู่รอบๆ ตกใจจนต้องรีบเดินหนีไปไกลในทันที
“ไม่เป็นไร ช้าๆ ลงหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว” เซี่ยเฉียวปรับลมหายใจ นางยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้าแล้วไอสองครั้ง
นางพยายามรวบรวมความกล้าแล้วมองไปรอบๆ
โชคดีที่แม้จะมีวิญญาณบ้าบิ่นฉวัดเฉวียนไปมาตนหนึ่ง แต่วิญญาณรอบข้าง…
ขณะที่นางกำลังคิดสีหน้าเซี่ยเฉียวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ตระกูลโจวมีบางอย่างผิดปกติ
ตระกูลใหญ่นี้สร้างบ้านตามหลักฮวงจุ้ย!
ตระกูลโจวก็เช่นเดียวกัน ทันทีที่เข้ามานางก็สามารถเห็นได้เลยว่าเดิมทีชัยภูมิฮวงจุ้ยนี้น่าจะยอดเยี่ยม ปราณจย่าเซิน [1] พลังมังกรดินบริสุทธิ์ ลูกหลานในตระกูลจะต้องฉลาดและหล่อเหลาสวยงาม ร่ำรวยไร้กังวลส่งต่อให้คนรุ่นหลังไม่รู้จบ
แต่ชัยภูมิฮวงจุ้ยนี้แทบจะหักล้างกับฮวงจุ้ยสังหารพอดี
ในบ้านนี้…จะต้องมีโลงศพ ตำแหน่งของโลงศพต้องอยู่ในร่มเงาที่ระดับน้ำ และ…
ก้นโลงศพผุพัง พลังพิฆาตรั่วไหล ศพกลายเป็นโคลน
ภายในบ้านหลังหนึ่งมีบ่อน้ำเชื่อมต่อกัน หากเกิดความเสียหายหนึ่งจุด ทั้งบ้านก็ต้องทนทุกข์ทรมาน
สิ่งนี้เป็นตัวทำลายชัยภูมิฮวงจุ้ยที่ยอดเยี่ยมนี้
เซี่ยเฉียวไม่แน่ใจว่าโลงศพนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับองค์หญิงซิงโม่หรือไม่ นางจึงได้แต่ต้องสงบสติอารมณ์ และแสร้งทำตัวตามปกติเดินเข้าห้องอันแสนอบอุ่นไป
บ้านตระกูลโจวค่อนข้างหรูหรา ในโถงใหญ่มีกะละมังถ่านวางไว้มากมาย แม้จะเปิดหน้าต่างไว้แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
“ข้าอยู่ใต้น้ำ และยังมีคนอื่นๆ อยู่ใต้น้ำด้วย” วิญญาณหญิงสาวในชุดชาววังเอ่ยกับเซี่ยเฉียวอย่างน่าสงสาร
แทบไม่เห็นลักษณะท่าทางแบบองค์หญิงแล้ว
“เจ้าลองไปดูที่สระน้ำแล้วบอกที่ตั้งหลักๆ ของสระน้ำนั้นให้ข้ารู้ แล้วข้าจะไปบอกรัชทายาทแทนเจ้า” เซี่ยเฉียวกระซิบ
ตอนนี้องค์หญิงซิงโม่ยังจำไม่ได้ว่านางเป็นใคร นางเพียงแต่ฟังและทำตามที่เซี่ยเฉียวบอกแต่โดยดี
เซี่ยเฉียวนั่งลงบริเวณด้านล่าง รอบข้างนางล้วนแล้วแต่เป็นเด็กสาวจำนวนหนึ่ง ส่วนที่นั่งตรงข้ามส่วนใหญ่เป็นแขกผู้ชาย และอยู่ห่างไกลกันมาก
ผู้ชายในเมืองหลวงค่อนข้างหน้าตาดี
รูปงามหล่อเหลาเป็นส่วนใหญ่ ส่วนพี่ชายใหญ่ของนางก็เหมือนหมีใหญ่นั่งอยู่ในกลุ่มจิ้งจอกขาวโดดเด่นสะดุดตามาก
“นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้แม่นางเซี่ยก็มาได้ด้วย” ช่างบังเอิญที่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ นางก็คือต่งซีอวิ๋น
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “แม่นางต่งยังมาได้ ข้าก็มาได้เช่นกัน”
ต่งซีอวิ๋นกลับไม่ได้โกรธ “เรื่องของท่านน้าซย่าก่อนหน้านี้ทำให้เจ้าต้องลำบากใจ ข้าต้องขอโทษแทนนางด้วย”
มือของเซี่ยเฉียวที่กำลังถือของว่างชะงักค้างกลางอากาศ
ท่านน้าซย่า
ต่งซีอวิ๋นปรับตัวได้ดีเลยทีเดียว?
ทว่าเหตุใดนางจึงได้รู้สึกว่าน้ำเสียงของต่งซีอวิ๋นเหมือนจะใช้ซย่าหย่าอวิ๋นมาขู่นางเล่า
เซี่ยเฉียวส่งเสียงเยาะออกมาหนึ่งที นางกินขนมเข้าไปคำหนึ่งแล้วจึงเอ่ยอย่างมีความสุขว่า “วันนี้ช่างบังเอิญจริงๆ ที่ข้ากับพี่ชายใหญ่อยู่ด้วยกันทั้งคู่พอดี แม่นางต่งเตรียมตัวจะขอโทษพวกเราสองคนเมื่อไรหรือ”
หรือต่งซีอวิ๋นจะคิดว่านางลืมเรื่องที่ตนเองใช้ผลการเรียนของเซี่ยผิงไหวมาดูถูกนางไปแล้ว?
—————————
[1] ปราณจย่าเซิน หรือกะซิงในภาษาจีนแต้จิ๋ว อักษรคู่ราศีบนและราศีล่างแสดงปีนักษัตรและธาตุ ในที่นี้คือลิงไม้