ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 355 ราชาผู้เย็นชา / ตอนที่ 356 หินใหญ่กดทับ
ตอนที่ 355 ราชาผู้เย็นชา / ตอนที่ 356 หินใหญ่กดทับ
ตอนที่ 355 ราชาผู้เย็นชา
องค์หญิงลั่วซูไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษต่อเซี่ยเฉียว ซึ่งนั่นทำให้หลายคนแอบโล่งใจ
ใครๆ ก็รู้ว่าองค์หญิงลั่วซูเป็นแก้วตาดวงใจของเจียงไทเฮา!
เมื่อองค์หญิงที่โปรดปรานของเจียงไทเฮา และฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ทรงเป็นลูกกตัญญูจึงย่อมกรุณาต่อนาง แม้กระทั่งตระกูลโจวก็ยังได้รับพระเมตตาไม่น้อยเช่นกัน นายท่านผู้ชราของตระกูลโจวจากไปตั้งหลายปีแล้วก็จริง แต่จนถึงตอนนี้ตระกูลโจวก็ยังคงรุ่งเรืองเหมือนเดิม!
องค์หญิงลั่วซูมีความสัมพันธ์ที่ดีกับในวัง ความโปรดปรานเช่นนี้จึงก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
วันนี้แม่นางตระกูลเซี่ยได้รับเชิญมาเป็นพิเศษทำให้หลายคนแปลกใจอยู่บ้าง จนถึงขั้นสงสัยว่าหญิงสาวคนนี้อาจจะถูกกำหนดให้เป็นพระชายารัชทายาทเป็นการภายในแล้วก็เป็นได้
แต่พอมาคิดดูดีๆ แล้วมันคงจะเป็นไปไม่ได้
สถานะของตระกูลเซี่ยต่ำต้อยเกินไป รัชทายาทเป็นถึงว่าที่ฮ่องเต้ ต่อให้เขาจะชอบหญิงสาวผู้นี้ แต่อย่างมากนางก็เป็นได้แค่พระชายารองเท่านั้น
เมื่อคิดได้อย่างนี้บางคนก็แสดงท่าทีเยาะหยันเซี่ยเฉียว
แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีความแค้นหรือไปมาหาสู่กับตระกูลเซี่ย แต่แม่นางคนนี้หน้าตางดงาม ซึ่งสามารถแย่งชิงความสนใจไปได้นั้นเป็นเรื่องจริง
เวลานี้เซี่ยเฉียวกลับมานั่งโดยไม่ได้แสดงความรู้สึกอันใด
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะนั่งลง รัชทายาทก็มาถึงพอดี
หลังจากที่ทุกคนทำความเคารพแล้ว รัชทายาทก็ส่งของขวัญแสดงความยินดีให้กับองค์หญิงลั่วซูด้วยรอยยิ้มสุภาพ ถึงขนาดสองอาหลานแลกเปลี่ยนคำทักทายกัน!
งานเลี้ยงของตระกูลโจวคราวนี้แม้แต่องค์ชายสี่องค์ชายห้าก็ไม่เห็นมาเข้าร่วม พวกเขากลับนึกไม่ถึงว่ารัชทายาทจะเสด็จมา ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกงุนงงอย่างไม่น่าเชื่อ!
เจ้าชายมีบุคลิกที่เย็นชาและไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร ในราชสำนักมีคนที่สนับสนุนเขาน้อยมาก มีเพียงแค่ข้าราชบริพารเก่าแก่เพียงไม่กี่คน และอิทธิพลของพวกเขาก็ไม่มาก!
อาจกล่าวได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ฮ่องเต้ทรงยินยอมเผยความคิดที่จะปลดรัชทายาทออกมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ก็คงไม่มีใครราชสำนักนี้ที่จะคัดค้าน!
รัชทายาทมักจะใช้อำนาจทำตามอำเภอใจ ไม่เคยผูกมิตรกับข้าราชบริพาร และมักจะทำให้คนอื่นขุ่นเคือง แม้แต่กับเชื้อพระวงศ์เหล่านี้พระองค์ก็เย็นชาและไม่แยแสสนใจ
วันนี้…
พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นทางทิศตะวันตกแน่แล้ว
เขายังมอบของขวัญให้องค์หญิงลั่วซูเป็นพิเศษอีกด้วย
เวลานี้องค์หญิงลั่วซูก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “เหตุใดวันนี้รัชทายาทถึงได้มีเวลาว่างได้ล่ะ ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่เจ้าไปที่ศาลตัดสินคดี ศาลตัดสินก็คลี่คลายคดีสำคัญได้ติดต่อกันหลายคดีแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ายังได้ยินฮองเฮาพูดว่าเจ้ายุ่งจนผ่ายผอมลง และเข้าวังน้อยลงไปทุกที…”
แม้แต่จะเข้าวังเขายังไม่ค่อยจะเข้าไป แต่กลับมาหานางที่นี่
“แค่คลี่คลายคดีเท่านั้น ข้าไม่จำเป็นต้องลงมือเองหรอก ก็แค่กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ทำงานเท่านั้น ไม่มีอะไรยากลำบากเลย” ใบหน้ารัชทายาทแต้มรอยยิ้มก็จริง แต่รอยยิ้มของเขามักไปไม่ถึงดวงตา ซึ่งมันทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวยะเยือก
องค์หญิงลั่วซูครุ่นคิดอยู่ในใจ เมื่อเร็วๆ นี้เองที่นาง…
เพียงแต่เข้าวังไปพบปะกับฮองเฮาที่ตำหนักของไทเฮาบ่อยๆ และไม่ได้ทำอะไรที่จะดึงดูดความสนใจของรัชทายาทได้เลย…
หรือจะเป็น…
ความสนิทสนมระหว่างซูเฟยและเมิ่งกุ้ยเฟยในช่วงนี้ที่…ทำให้รัชทายาทไม่สบายใจ?
เมื่อคิดได้เช่นนั้นองค์หญิงลั่วซูก็รู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเข็มนับร้อย
น้องสาวของสามีนางก็ไร้ประโยชน์ นางให้กำเนิดองค์หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อดูจากสุขภาพของฮ่องเต้ที่ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน หากนางคิดจะมีองค์ชายอีกสักคนคงเป็นไปไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับองค์ชายท่านอื่นๆ เท่านั้น
รัชทายาท…
ไม่รู้จักยืดหยุ่น ไม่ยอมรับผลประโยชน์อื่นใด และทำอะไรตามอารมณ์ของเขาเอง เขาไม่แยแสสนใจตระกูลโจว ยิ่งกับน้องชายน้องสาวของเขาเองยิ่งมีท่าทีห่างเหิน ไม่มีความใกล้ชิดสนิมสนมใดๆ
แม้ว่าองค์ชายสี่จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็เป็นคนสบายๆ มากกว่า
ความทะเยอะทะยานของเขาก็ยังสูงที่สุด
นางเพิ่งจะ…ให้ซูเฟยและเมิ่งกุ้ยเฟยเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ไปนิดหน่อยเท่านั้น
สิ่งที่พวกนางทำก็ไม่ได้สะดุดตา ทำไมรัชทายาทถึงสังเกตเห็นได้เร็วขนาดนี้
เวลานี้ความคิดขององค์หญิงลั่วซูกำลังยุ่งเหยิงวุ่นวาย
ส่วนรัชทายาทก็ยังคงรั้งไว้อยู่ไม่ยอมไปไหน
เซี่ยเฉียวพบว่ารัชทายาทองค์นี้เป็นราชาผู้เย็นชา ฉากที่แต่เดิมมีชีวิตชีวาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขามา บริเวณโดยรอบเงียบไร้สุ้มเสียง บรรยากาศยิ่งเคร่งขรึมมากกว่าตอนนางสอบที่สำนักศึกษาเสียอีก!
ตอนที่ 356 หินใหญ่กดทับ
ผ่านไปสักพักวิญญาณหญิงสาวในชุดชาววังก็กลับมา
“ร่างของข้าอยู่ในน้ำตำแหน่งกึ่งกลางก้นทะเลสาป มันถูกหินก้อนใหญ่กดและถูกล่ามโซ่ไว้ ข้าอึดอัดมาก พอเข้าไปใกล้ๆ ข้าก็รู้สึกหายใจไม่ออก ช่วยด้วย…ช่วยข้าด้วย” เสียงของวิญญาณเศร้าสลดใจ
“ใต้น้ำลึกลงไปแค่ไหน” เซี่ยเฉียวกระซิบถามเสียงเบา
“ลึกแค่ไหน” วิญญาณผู้หญิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งด้วยความเจ็บปวด “มันลึกประมาณสองจั้งสามฉื่อ[1]…”
นั่นคือความลึกประมาณเจ็ดแปดเมตร…
โดยทั่วไปแล้วสระน้ำในบ้านจะขุดให้ลึกประมาณหนึ่งจั้ง ซึ่งจะทำความสะอาดซ่อมแซมได้ง่าย สองจั้งสามฉื่อความลึกระดับนี้เทียบได้กับความลึกของทะเลสาปขนาดใหญ่ข้างนอกแล้ว
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นเหลือบมองรัชทายาท
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาพี่ชายใหญ่ของนาง ก่อนจะกระซิบข้างหูเขา “อีกประเดี๋ยว ถ้าหากฝ่าบาทเรียกหาท่าน ให้พี่ใหญ่ทูลฝ่าบาทไปว่า กึ่งกลางทะเลสาบ หินใหญ่กดทับ”
“…” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร”
“ข้าพอจะรู้วิชาเต๋าอยู่บ้างไม่ใช่หรือ ฝ่าบาทขอให้ข้าช่วยทำนายดวงชะตาให้เล็กน้อยเท่านั้น ข้าเพิ่งบอกไปว่าสระน้ำของตระกูลโจวนั้นสวยงาม…เป็นสถานที่ที่ดี” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างร้อนตัว
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าน้องสาวของเขาทำตัวแปลก
ถึงกับทำนายดวงชะตาให้รัชทายาท?
ทำนายดวงชะตาก็แล้วไปเถอะ แต่เจ้าจะไปทำนายกันที่อื่นไม่ได้หรือ สระน้ำ…หากฝ่าบาทเอาจริงขึ้นมาและยืนกรานที่จะพายเรือในสระแล้วตกลงไปเล่าจะทำอย่างไร!
เขาถลึงตาใส่เซี่ยเฉียวไปหนึ่งที
เซี่ยเฉียวเพิ่งพูดกับเซี่ยผิงกั่งจบไปยังไม่ทันถึงหนึ่งเค่อ รัชทายาทก็ดูเหมือนจะเบื่อหน่ายแล้ว
“ข้ารู้สึกเบื่อเล็กน้อย” เขาพูดจบก็หันไปทางเซี่ยผิงกั่ง “เจ้าไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าหน่อย”
“…” ใบหน้าของเซี่ยผิงกั่งตึงเครียดขึ้นมาทันที
แล้วเขาก็รีบลุกขึ้นปฏิบัติตามคำสั่ง
ทันทีที่เซี่ยผิงกั่งลุกขึ้นยืน คนรอบข้างก็รู้สึกราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านขึ้นมา รูปลักษณ์ที่ดูก้าวร้าวนั้นเหมือนกับเสือที่กำลังจะกินคน!
โดยเฉพาะเมื่อภูเขาลูกนี้เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังรัชทายาท…
รัชทายาทยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีกในชั่วพริบตา
การปรากฏตัวของเซี่ยผิงกั่งไม่เพียงแต่ไม่ช่วยทำให้รัชทายาทดูอ่อนโยนขึ้นมา แต่กลับดูเหมือน…การรวมตัวกันของเทพเจ้าที่ดุร้ายและปีศาจชั่วร้าย ความน่าสะพรึงกลัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!
คนหนึ่งเย็นชา อีกคนดุร้าย ข้างหลังยังมีองครักษ์ท่อนไม้ผู้เฉยชาอยู่อีกคนหนึ่ง…
ยิ่งมองยิ่งทำให้รู้สึกหวาดหวั่นขวัญผวา
“เจ้าคิดว่างานเลี้ยงนี้เป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ตระกูลโจวเชิญคนมาไม่น้อย หากเจ้ามีคนที่ถูกตาต้องใจ ข้าช่วยเจ้าได้นะ” เมื่อออกมาจากห้องอุ่น ลมเย็นสายหนึ่งก็พัดมา คำพูดของรัชทายาทกลับอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย
เซี่ยผิงกั่งส่ายศีรษะ “ไม่มีใครเทียบน้องสาวของกระหม่อมได้”
รัชทายาทนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเตือนขึ้นมาเบาๆ “เจ้าเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกับแม่นางเซี่ยนะ”
“หากแม้แต่น้องสาวที่อายุสั้นขี้ขลาดของกระหม่อมก็ยังสู้ไม่ได้ กระหม่อมแต่งเข้าบ้านไปแล้วต้องไปพบเจอบิดาที่มีนิสัยเช่นนั้น คงจะตกใจตายอยู่ไม่ทันข้ามวันพอดี” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยด้วยความรังเกียจ
รัชทายาทหัวเราะชอบใจ
“เมื่อสักครู่แม่นางเซี่ยพูดอะไรกับเจ้าหรือ” รัชทายาทเอ่ยถาม
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เขารู้สึกว่าน้องสาวของตนมีความลับกับคนอื่นอยู่ตลอด และความลับนี้เขาก็ไม่เข้าใจเสียด้วย!
แต่ต่อหน้ารัชทายาทเขาต้องยอมสารภาพแต่โดยดี
“กึ่งกลางทะเลสาบ หินใหญ่กดทับ” เซี่ยผิงกั่งดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินดังนั้นดวงตาของเขาก็เย็นชามืดมน แม้แต่เซี่ยผิงกั่งก็ยังรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่บูดบึ้งของเขา ในขณะที่เซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้น
รัชทายาท…
ทรงกริ้ว?
ทำไมเล่า
เวลานี้เซี่ยผิงกั่งเหมือนกับถูกแมวข่วนหัวใจ เขารู้สึกคันคะเยอไปหมด ทั้งสับสนทั้งอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ทำอะไรไม่ถูก
“ส่งสัญญาณ ล้อมจวนตระกูลโจวไว้!” รัชทายาทระเบิดคำสั่งออกมา
ก่อนที่จะมาบ้านตระกูลโจวเขาได้ขอราชโองการไว้แล้ว เขาจะค้นจวนตระกูลโจวเมื่อไรก็ได้ ตอนนี้ในเมื่อเขาได้รับสัญญาณแล้วย่อมต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุด!
———————————–
[1]สองจั้งสามฉื่อ หนึ่งจั้งเทียบเท่ากับประมาณ 3.33 เมตร หนึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 33.33 เซนติเมตร ในที่นี้จึงหมายถึงความลึก 7.7 เมตรโดยประมาณ