ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 357 ราชบุตรเขยไม่ต้องกลัว / ตอนที่ 358 เจ้ากำลังพูดกับข้าหรือ
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 357 ราชบุตรเขยไม่ต้องกลัว / ตอนที่ 358 เจ้ากำลังพูดกับข้าหรือ
ตอนที่ 357 ราชบุตรเขยไม่ต้องกลัว / ตอนที่ 358 เจ้ากำลังพูดกับข้าหรือ
ตอนที่ 357 ราชบุตรเขยไม่ต้องกลัว
เซี่ยผิงกั่งยังไม่ทันได้สติกลับมา พลุลูกหนึ่งก็ถูกจุดขึ้นกลางอากาศแล้ว นี่ไม่ได้ดูเหมือนกำลัง…ล้อเล่นอยู่
“ฝ่าบาท?” เซี่ยผิงกั่งดูงุนงง “ปิดล้อมตระกูลโจวไปทำไม ที่นี่…ซ่อนโจรไว้หรือ”
จ้าวเสวียนจิ่งมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าด้วย ข้าถึงได้พบโชคร้ายของตระกูลโจว เมื่อความจริงปรากฏ ข้าจะต้องรายงานความดีความชอบของเจ้าให้ไทเฮาและท่านพ่อทราบแน่ เพื่อตบรางวัลตามผลงาน!”
“…” อะไรนะ!
เขามีผลงานอะไร!
เวลาเซี่ยผิงกั่งมึนงงจริงๆ แล้ว เขาสับสนไปหมดและไม่เข้าใจอะไรเลย “ฝ่าบาท ข้า…”
วันนี้เขาก็แค่มาบ้านตระกูลโจว และยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!
ไม่ใช่สิ วันนี้เขาพูดกับฝ่าบาทไปแปดคำแล้ว!
“นั่นเป็นคำพูดของน้องสาวข้า…” เซี่ยผิงกั่งชี้ไปทางห้องอบอุ่น เขารู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย แต่พอลองคิดดูให้ดีเขาก็ต้องขมวดคิ้วหน้าดำคร่ำเครียด “หรือว่า…แปดคำนั้นมีอะไรซ่อนอยู่…หลักฐานการก่อกบฏ”
“ก่อกบฏ?” นั่นกลับไม่ใช่ แต่ข้อหาฆาตกรรมก็ไม่ได้ดีไปกว่าการก่อกบฏสักเท่าไร รัชทายาทเห็นท่าทางโง่เง่าของเซี่ยผิงกั่งเช่นนี้ก็มีความสุขมาก
ถ้าหากหาร่างขององค์หญิงซิงโม่เจอจริงๆ ตระกูลโจวก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาในการสังหารเชื้อพระวงศ์ได้แล้ว
ในที่สุดความปรารถนาอันยาวนานเป็นเวลาหลายปีของไทเฮาก็สำเร็จลุล่วง
เวลานี้เซี่ยผิงไหวแทบรอไม่ไหวที่จะลากเซี่ยเฉียวมาถามไถ่ให้ละเอียดยิบ
การคุยกับรัชทายาทเปลืองแรงเหลือเกิน
หากน้องหญิงใหญ่กล้าพูดจาแปลกๆ เช่นนี้กับรัชทายาท ตนเองก็น่าจะตบหน้าน้องสาวของเขาได้เหมือนกัน แต่นี่คือรัชทายาท แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจคำพูดเหล่านี้ก็ได้แต่ต้องอดทนเท่านั้น
พลุสัญญาณดับลงได้ไม่นานข้างนอกก็เกิดความโกลาหลขึ้น
บ้านตระกูลโจวตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
ด้านนอกมีทหารจำนวนมากรีบวิ่งเข้ามาปิดล้อมบ้านตระกูลโจวไว้อย่างแน่นหนา ข้างในสามชั้นข้างนอกสามชั้นแม้แต่น้ำก็รั่วไหลออกไปไม่ได้
“องค์หญิง! ทหารบุกเข้ามาแล้วขอรับ!” ทันใดนั้นก็มีคนรีบวิ่งไปห้องอบอุ่นเพื่อรายงานทันที
องค์หญิงลั่วซูกลับไม่ได้ตกอกตกใจที่ได้ยินเช่นนั้นแต่กลับขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ย “ใครนำทหารมาหรือ ได้ถามให้ชัดเจนแล้วหรือไม่ว่าจะตรวจสอบใคร”
ตระกูลโจวใหญ่โตมากขนาดนี้ อาจจะมีผู้น้อยบางคนที่ไม่รู้ความ คงทำเรื่องอะไรไม่ดีผิดกฎหมายอย่างนั้น
“เป็น…เป็นคนของรัชทายาท…รัชทายาทส่งทหารชั้นยอดมาห้าพันนายล้อมข้างนอกไว้หมดแล้ว ยังมีอีกสองพันนาย เวลานี้…เข้าไปในสวนแล้วขอรับ…” บ่าวรับใช้รีบรายงานทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าขององค์หญิงก็เปลี่ยนไปทันที นางหันกลับไปมองราชบุตรเขยโดยไม่รู้ตัว
ราชบุตรเขยโจวเป็นคนที่อบอุ่นอ่อนโยนมาก
ตอนนี้เขามีอายุเกือบครึ่งร้อยแล้ว แต่เดือนปีเหล่านี้ก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าของเขามากนัก ยังสามารถทำให้ผู้คนเห็นได้ว่าเขาหล่อเหลาสง่างามแค่ไหนในตอนนั้น
ทุกคนต่างรู้กันทั่วว่าราชบุตรเขยโจวและองค์หญิงลั่วซูมีความรักที่ลึกซึ้งต่อกัน
เพื่อองค์หญิงแล้วราชบุตรเขยยอมไม่ใช้พรสวรรค์ของตนเอง ปกปิดความเฉียบแหลมของตนเอง ยินยอมเป็นคนว่างงาน และทำตัวปลีกวิเวก
ส่วนองค์หญิงก็เอาใจใส่ราชบุตรเขย จวนองค์หญิงว่างมานานหลายปีแล้ว องค์หญิงอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลโจวตั้งแต่แต่งงาน นางคอยดูแลสามีและเลี้ยงลูกด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง
“ราชบุตรเขยไม่ต้องกลัว” องค์หญิงลั่วซูเหลือบมองเขาด้วยความเป็นห่วง
สีหน้าของราชบุตรเขยดูไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
หลังจากนั้นไม่นานตระกูลโจวคนอื่นๆ ก็เข้าไปอยู่ในห้องอุ่นทั้งหมด
เวลานี้แขกในห้องอุ่นก็ตกอยู่ในความโกลาหลเช่นกัน
รัชทายาทเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง
“หลานชายของข้า ตอนนี้เจ้าควรจะอธิบายข้าสักหน่อยไหม ว่าเหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้ ตระกูลโจวของข้าทำหน้าที่อย่างดีมาตลอด ไม่ทราบว่าไปทำให้หลานชายขุ่นเคืองตั้งแต่เมื่อใด เจ้าถึงได้ทำให้ข้าต้องอับอายในเวลานี้” องค์หญิงลั่วซูเอ่ยเสียงดัง
รัชทายาทเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น
จากนั้นเขาจึงโบกมือให้โจวเว่ยจงนำคนเข้ามา
“ข้าขอให้แขกที่มาเยือนในวันนี้อยู่ในห้องนี้ไปก่อนสักครู่ รอให้ข้าสะสางคนข้างนอกให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะคุ้มกันทุกท่านออกไป” โจวเว่ยจงเอ่ยจบก็ให้คนลงมือจับคนตระกูลโจวทั้งหมดเอาไว้
ตอนที่ 358 เจ้ากำลังพูดกับข้าหรือ
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้คนตกใจกลัวจนตัวสั่น
คนตระกูลโจวไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงถูกพาไปขังไว้ด้วยกันในเรือน ไม่เว้นแม้แต่ราชบุตรเขยโจว!
เว้นแต่องค์หญิงลั่วซูที่ถึงอย่างไรก็เป็นเชื้อพระวงศ์ จึงได้รับการไว้หน้าอยู่บ้าง
“ที่รัชทายาทเคลื่อนไหวรวดเร็วเช่นนี้ ข้าก็ควรที่จะได้รู้หน่อยว่าตระกูลโจวทำอะไรผิดกันแน่!” องค์หญิงเอ่ยอย่างมีเหตุผล
“ในเมื่อเสด็จอาเอ่ยถาม เช่นนั้นก็ไปดูพร้อมกันกับข้าเลยดีหรือไม่ ข้าคิดว่าอีกสักประเดี๋ยวเสด็จอาก็จะรู้สึกว่าคนตระกูลโจวก่อกรรมทำชั่วจนไม่น่าให้อภัยแล้ว” รัชทายาทยังคงปฏิบัติตัวกับองค์หญิงลั่วซูไม่ต่างจากเมื่อครู่
และในเวลานี้รัชทายาทก็ได้สั่งให้คนไปที่สวนด้านหลัง เพื่อกู้ศพขึ้นมาจากสระน้ำแล้ว
คนงานดำดิ่งลงสู่ก้นสระและสำรวจคนแล้วคนเล่าจนได้รับการยืนยัน
หลังจากขึ้นมาบนฝั่งแล้วก็ทูลรายงานว่า “มีโลงศพเก่าอยู่ตรงก้นสระ มีหินก้อนใหญ่กดทับ และถูกโซ่เหล็กรัดไว้ ตอนนี้ยังนำออกมาไม่ได้ นอกจากนั้นรอบๆ โลงศพยังมีหีบไม้วางอยู่อีกสิบเก้าหีบ ซึ่งภายบรรจุกรวดหินและกระดูก โชคดีที่ไม่มีโซ่เหล็กมัดไว้ คนงานจึงกู้ขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยามพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงลั่วซูตกตะลึง
“โลงศพ?! จะมีโลงศพได้อย่างไร!” องค์หญิงลั่วซูเอ่ยด้วยความตกใจ
นางก้าวถอยหลัง ใบหน้าซีดเผือดดูเหมือนนางจะตกใจไม่น้อย
เจ้าชายเหลือบมองไปอาหญิงของเขาเล็กน้อย “ดูท่าแล้วตระกูลโจวไม่เพียงแต่ฆ่าคน แต่ยังปิดบังเสด็จอาอีกด้วย ข้าเกรงว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาราชบุตรเขยโจวก็คงจะแสแสร้งหลอกลวงเสด็จอาเช่นกัน”
องค์หญิงลั่วซูเกร็งไปทั้งตัว สายตาของนางจับจ้องไปที่ใต้น้ำไม่วางตา
คนงานยังคงลงมืออย่างขะมักเขม้น
อย่างไรก็ตามดูเหมือนรัชทายาทจะคิดขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน แขกที่เดิมทีเขาคิดว่าจะกลับไปทั้งหมดกลับได้รับเชิญให้ไปชมเหตุการณ์ที่สวนหลังบ้านในเวลานี้
สำหรับหลายคนแล้วนี่ไม่ต่างกับการดูการลงโทษเท่าไรนัก
ผ่านไปไม่นานคนงานก็กู้หีบไม้เก่าๆ ใบหนึ่งขึ้นมาจากก้นสระได้ หีบไม้นี้แทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อขึ้นมาถึงบนฝั่ง หินที่มีตะไคร่น้ำเกาะและโครงกระดูกก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาผู้คน
พวกเด็กสาวเห็นเช่นนั้นก็รีบหลับตาไม่กล้าดูอีกต่อไป
เจ้าหน้าที่ชันสูตรเข้าไปตรวจสอบเล็กน้อย “ทูลฝ่าบาท โครงกระดูกนี้น่าจะเป็นของหญิงสาวที่มีอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปีพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม” รัชทายาทตอบรับ
สักพักก็มีมาอีกหีบ
ยังคงเป็น…โครงกระดูกของหญิงสาว
หีบแล้วหีบเล่า ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามหีบทั้งสิบเก้าใบก็ถูกยกขึ้นมาวางลงตรงหน้าทุกคน
เวลานี้ผู้ที่มาเป็นแขกที่ด้านหลังบางคนก็เป็นลมหมดสติไปแล้วด้วยความตกใจ
อย่างไรก็ตามรัชทายาทยังคงทำราวกับมองไม่เห็น เขาเพียงแต่ให้คนไปเชิญหมอมาเท่านั้น แต่ไม่ยอมปล่อยให้ทุกคนจากไป
สีหน้ารัชทายาทไม่เปลี่ยนไปไปเลยแม้แต่น้อย เขาถึงกับยิ้มเยาะออกมาเป็นบางครั้ง เซี่ยผิงกั่งในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของศาลตัดสินคดีจึงย่อมดูภูมิฐานในเวลานี้ เขาคอยสังเกตลักษณะเฉพาะของกระดูกเหล่านี้เพื่อค้นหาเบาะแสอะไรบางอย่าง
ไม่ต้องพูดถึงคนที่ด้านหลังพวกนั้นเลย เวลานี้แม้แต่เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ต้องเห็นอะไรเช่นนี้
เมื่อศพปรากฏขึ้นมาวิญญาณบางตนที่ถูกกดอยู่ใต้น้ำก็โผล่ขึ้นมาเช่นกัน
แต่วิญญาณพวกนี้ไม่นับว่าเป็นวิญญาณที่ดุร้ายอะไรมากนัก เมื่อพวกนางออกมาแล้วก็ลอยไปลอยมาเหมือนวิญญาณเร่ร่อนเท่านั้น
หลังจะลอยไปลอยมาสักพัก ในท้ายที่สุดพวกนางก็ลอยไปอยู่ข้างหลังรัชทายาทราวกับได้กลิ่นอาหารอันโอชะกระนั้น
อย่างไรก็ตามวิญญาณที่อยู่รอบกายรัชทายาทมีไม่น้อยอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีวิญญาณพวกนี้เพิ่มมาอีกไม่กี่ตนก็ไม่เป็นไร
ถึงกระนั้นก็ยังมีวิญญาณตนหนึ่งที่ยังรู้สึกตัวอยู่
และมาอยู่ข้างกายนางในเวลานี้
นางเป็นวิญญาณตนเดียวกับที่เคยเตือนนางในห้องอบอุ่นก่อนหน้านี้
“เจ้าโชคดีเป็นอย่างมาก เพิ่งจะถูกเขาหมายตาแท้ๆ รัชทายาทจับคนชั่วได้เสียแล้ว เจ้าจะต้องไม่ตายอย่างแน่นอน เช่นนี้แล้วข้าก็วางใจได้แล้ว” วิญญาณตนนั้นบ่นพึมพำ
นางพูดไปพูดมาก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาอีกแล้ว “ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลงได้สักที แต่ข้าจะทำอย่างไรดีเล่า ข้าไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี…”
“ตามข้ามาก่อนก็แล้วกัน” เซี่ยเฉียวกระซิบ
วิญญาณตนนั้นตกตะลึงไปทันทีพลางจะเหลือบมองนาง “เจ้ากำลังพูดกับข้าหรือ!”