ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 359 แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ / ตอนที่ 360 น้องสาวขี้กลัว
ตอนที่ 359 แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ / ตอนที่ 360 น้องสาวขี้กลัว
ตอนที่ 359 แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
เซี่ยเฉียวพยักหน้าเล็กน้อย เวลานี้คนอื่นๆ กำลังกลัวมาก จนเสียสติจึงไม่ได้สนใจนางเลยแม้แต่น้อย
เมื่อวิญญาณเห็นนางพยักหน้าจึงหมุนตัวกลางอากาศด้วยความตื่นเต้นยินดีในทันใด
จนทำให้เกิดลมหมุนเล็กๆ รอบๆ ม้วนเอาฝุ่นที่อยู่บนพื้นลอยขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้ามองเห็นข้าได้ด้วย! สวรรค์ นี่เจ้าเป็นศพที่เดินได้หรือ” วิญญาณพยายามจะสัมผัสตัวนาง แต่นางเพิ่งจะแตะถูกไหล่ของเซี่ยเฉียวเท่านั้น นิ้วมือของนางก็เหมือนกับจะไหม้ เจ็บปวดจนนางต้องร้องไห้โอดโอยออกมา “เจ้า เจ้าเป็นปรมาจารย์จากสวรรค์ที่สามารถจับวิญญาณได้หรือ! ไอ้หยา เจ้าร้ายการจริงๆ ข้าเจ็บปวดไปหมดแล้ว!”
เซี่ยเฉียวไม่สามารถเอ่ยอะไรได้ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้
นางได้แต่ขยับมุมปากอย่างจนใจ
วิญญาณที่มีชีวิตชีวาตนนั้นรีบลูบนิ้วที่บาดเจ็บของตนเอง หลังจากผ่านไปสักพักจู่ๆ นางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “หากอย่างนั้นเจ้า เจ้ารีบบอกรัชทายาทเร็วว่า ราชบุตรเขยโจวนั่นแหละที่เป็นคนฆ่าพวกเรา เขาชั่วมาก! คนอื่นๆ ต่างก็จมน้ำตายทั้งเป็นและติดอยู่ใต้น้ำออกมาไม่ได้ พอผ่านไปนานเข้า พวกนางก็ไม่มีความนึกคิดใดๆ แล้ว มีแต่ข้าเท่านั้นที่สิ้นใจไปก่อนที่จะถูกโยนลงไปใต้น้ำ ข้าจึงสามารถลอยไปไหนมาไหนได้!”
ราชบุตรเขยโจว?
ใบหน้าเซี่ยเฉียวเผยความประหลาดใจ
ไม่จำเป็นต้องรอให้นางถาม วิญญาณที่อยู่ข้างกายนางก็พูดไม่หยุด
“ราชบุตรเขยโจวชั่วช้ามาก! อย่าได้มองแค่ว่าตอนวัยเยาว์เขาเป็นคนที่หล่อเหลามีความสามารถ แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นโรคจิต!” วิญญาณเอ่ยด้วยความโกรธ “ข้าเป็นญาติห่างๆ ของตระกูลโจว หลายสิบปีก่อนท่านแม่ของข้าพาข้ามาเมืองหลวง และเนื่องจากพวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลโจวจึงได้มาเป็นแขกและพักอยู่ที่บ้านตระกูลโจวช่วงหนึ่ง”
“แต่มีอยู่วันหนึ่งหลังจากที่ข้ากินอิ่มนอนหลับไปแล้ว พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าข้าถูกขังอยู่ในห้องห้องหนึ่งตามลำพัง ราชบุตรเขยที่มักจะสุภาพอ่อนโยนอยู่เสมอกลับน่ากลัวเป็นพิเศษ เขาวาดภาพเหมือนให้ข้า เขาวาดไม่หยุด ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเวลากี่วัน ต่อมาเขาก็เบื่อ จากนั้นจึงยกหีบใบใหญ่เข้ามาแล้วขังข้าไว้ข้างในนั้น“
“ข้าดิ้นรนไม่หยุด แต่ว่าข้าไม่ได้กินข้าวเลยจึงไม่มีแรง พอหัวข้ากระแทกเข้ากับหีบก็สิ้นใจไปทันที เขาคิดว่าข้าแค่สลบไปเท่านั้นจึงยัดข้าเข้าไปในหีบแล้วเอาไปถ่วงน้ำ”
“ต่อมา! ต่อมาก็ผู้หญิงมากมายที่โดนขังไว้ในห้องเหมือนกับข้า!”
“แต่มีบ้างที่เขาไม่ค่อยพอใจ หลังจากที่วาดภาพไปเพียงไม่กี่แผ่นก็ปล่อยให้คนหิวตายทั้งเป็นอยู่ในห้องโดยไม่ได้โยนทิ้งไม่ได้เอาไปฝัง เพียงแต่กองไว้ตรงนั้น มีหนอนขึ้นและส่งกลิ่นเหม็น…”
“หลายปีมานี้คนที่ตายก็น้อยลงไปมาก นอกจากเขาอารมณ์ไม่ดีจริงๆ มิฉะนั้นก็จะไม่ฆ่าคน แต่หากเขาพบเห็นคนที่หน้าตางดงามอย่างเจ้าเขาก็จะเริ่มคิดทันที”
“…”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกขนหัวลุก
เช่นนั้นก็หมายความว่าโครงกระดูกไม่ได้มีแค่สิบเก้าศพนี้เท่านั้น?
ไม่ใช่สิ หากรวมกับโลงศพขององค์หญิงแล้วที่นี่ก็มีทั้งหมดยี่สิบศพ
“เฮ้อ สงสารก็แต่ท่านแม่ของเจ้า ตอนที่ข้าถูกขังเป็นวันที่สอง ท่านแม่ของข้าก็ตายไปแล้วเช่นกัน พวกเราไม่มีที่พึ่ง แม้แต่คนที่ช่วยทวงความเป็นธรรมให้พวกเราก็ไม่มี คนในตระกูลโจวหลายคนต่างก็คิดว่าพวกเราจากไปแล้ว”
วิญญาณทอดถอนใจ “โชคดีที่ท่านแม่ของข้าไม่ได้ตายอย่างทุกข์ทรมาน นางไม่รู้อะไรเลยสักอย่างก็ลงไปอยู่ในปรโลกด้วยความงุนงงแล้ว ตอนนี้นางก็น่าจะไปได้เกิดใหม่ตั้งนานแล้ว”
“หลายปีมานี้ข้าลอยไปลอยมา แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะจากไปได้ วิญญาณอื่นๆ จากสระน้ำและบ่อน้ำตระกูลโจวไปไม่ได้ ส่วนข้าไปจากบ้านตระกูลโจวไม่ได้ จริงสิก่อนหน้านี้มีวิญญาณสาวใช้ที่ถูกวิญญาณน้ำฆ่าตาย เมื่อก่อนสาวใช้คนนั้นเคยติดตามราชบุตรเขยโจว นางก็ชั่วช้ามากเช่นกัน เมื่อสักครู่นางไปที่เรือนด้านหน้าแต่พริบตาเดียวนางก็หายไปแล้ว”
“…” มุมปากของเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย
หากไม่ได้มีอะไรผิดพลาดล่ะก็ วิญญาณสาวใช้คนนั้นน่าจะถูกเซี่ยเฉียวทำลายไปแล้ว
แต่อย่าโทษนางเลย ใครใช้ให้วิญญาณนั้นพุ่งตรงมาหานางเล่า
วิญญาณตนนั้นพุ่งมาชนเข้ากับยันต์บนร่างนางเองจะเรียกว่าแมลงเม่าบินเข้ากองไฟก็ได้
ดังนั้นอาจจะพูดได้ว่าการเป็นวิญญาณก็ต้องรู้จักรอบคอบด้วย
ตอนที่ 360 น้องสาวขี้กลัว
วิญญาณสองตนหมอบอยู่ข้างกายเซี่ยเฉียวทั้งซ้ายทั้งขวาอย่างว่าง่าย
องค์หญิงซิงโม่มีสีหน้าสับสน ขณะที่วิญญาณอีกตนอยู่ในอารมณ์โกรธเคืองกระโดดขึ้นลงไม่หยุด
เซี่ยเฉียวโบกมือเรียกพี่ชายใหญ่ของนาง จากนั้นก็เชิญเขาไปด้านข้างก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ชายใหญ่ ข้าอยากฝากท่านไปทูลรัชทายาทอีกอย่าง…”
เวลานี้เมื่อเซี่ยผิงกั่งได้เห็นศพที่อยู่ใต้น้ำแล้วเขาก็เคร่งขรึมลงอย่างมาก แม้เขาจะรู้ว่าเซี่ยเฉียวกำลังปิดบังเรื่องใหญ่อะไรบางอย่างไว้ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ เขาจึงไม่กล้าดูและกดข่มความงุนงงไว้แล้วพยักหน้าทันที “จะฝากทูลอะไร”
“ราชบุตรเขยโจวภายนอกสูงส่ง ร้อยกระดูกในห้องลับกลับร่ำร้อง เงื่อนงำอยู่ในห้องหนังสือ ข้างหลังภาพวาดนางฟ้า” เซี่ยเฉียวกัดฟันพูด
นางอธิบายทุกอย่างเสร็จสรรพแล้ว
เซี่ยผิงกั่งมองดูนางด้วยดวงตาที่ลึกล้ำขึ้นมาก
“ห้ามไปบอกคนอื่น” เซี่ยผิงกั่งกัดฟัน
มิน่าเล่ารัชทายาทจึงคิดที่จะยกผลงานครั้งนี้ให้เป็นความดีความชอบของเขา
เซี่ยเฉียวเป็นหญิงสาวที่โตมาในวัดเต๋า ทั้งยังมาที่บ้านตระกูลโจวนี่เป็นครั้งแรก นางจะรู้จักบ้านตระกูลโจวดีเกินไปไม่ได้
แต่เขาไม่เหมือนกับนาง เขาเป็นคนของศาลตัดสินคดี
เพื่อความสะดวกในการคลี่คลายคดีเขาจึงจำเป็นที่จะต้องมีสายลับเป็นของตนเองบ้าง ต่อไปเขาก็แค่ต้องบอกกับคนอื่นๆ ว่าตนเองตามสืบเรื่องการหายตัวไปของหญิงสาวมานานจนมาพบหลักฐานที่บ้านตระกูลโจว เช่นนี้จึงไม่มีใครสงสัยแน่
“ท่านพี่ ข้ารู้น่า” เซี่ยเฉียวรับปากอย่างว่าง่าย
“วันนี้กลับบ้านไป เจ้าต้อง…บอกข้ามาให้หมดเสียดีๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะไล่ชุนเอ๋อร์ที่อยู่ในเรือนเจ้าออกไปเสีย!” เซี่ยผิงกั่งขู่นาง
เขาเองก็ไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาคนนี้ให้ความสำคัญกับสิ่งใด แต่จู่ๆ ในสมองเขาก็นึกถึงสาวใช้ผู้จงรักภักดีคนนั้นของเซี่ยเฉียวขึ้นมา
เซี่ยเฉียวเบ้ปาก “อ่า”
ให้นางบอกก็ได้อยู่หรอก แต่อย่าหัวใจวายตายไปก่อนก็แล้วกัน
เซี่ยผิงกั่งขึงตามองนางก่อนจะเดินไปไปหารัชทายาท เพื่อส่งต่อข้อความของนางด้วยท่าทีเคร่งขรึม
ไม่ว่าจะเป็นใครในตระกูลโจวก็ต้องค้นให้หมด
จากคำพูดของเซี่ยเฉียวตอนนี้เป้าหมายจึงชัดเจนขึ้นไปอีก อย่างน้อยก็ระบุตัวผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมได้แล้ว
เวลานี้รัชทายาทเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแล้วจึงได้สั่งให้โจวเว่ยจงปล่อยแขกเหล่านั้นกลับบ้านไป
คนภายนอกมีอคติกับเขามาก ถ้าหากเขาปล่อยคนเหล่านี้ออกไปตั้งแต่แรกก็ไม่รู้ว่าจะมีคำพูดลือกันว่าตระกูลโจวไร้ความผิดออกมามากมายแค่ไหน แต่ตอนนี้พวกเขาต้องตกใจเพราะตระกูลโจว สถานการณ์จึงต่างออกไปแล้ว
รัชทายาทกำลังครุ่นคิดว่าเร็วๆ นี้หูของเขาคงจะสงบขึ้นมาก
เขาปล่อยให้คุณหนูผู้อ่อนวัยพวกนั้นมองดูศพน่าจะเป็นผลให้พวกนางตกใจ เพราะความสยดสยองพอควร พวกขุนนางที่ไม่มีตาเหล่านั้นคงไม่คิดจะวุ่นวายอะไรกับเขาในช่วงนี้แล้วกระมัง
“แม่นางเซี่ยอยู่เป็นเพื่อนพี่ชายของเจ้าก่อนเถอะ” รัชทายาทเอ่ยอย่างเย็นชา
คนอื่นๆ ที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็หันกลับมามองนางอย่างเห็นอกเห็นใจ
นางมีพี่ชายเช่นนี้ต้องซวยไปแปดชาติจริงๆ!
อยู่ดีๆ ไม่ชอบกลับสืบคดีมาจนถึงบ้านตระกูลโจวนี่ แล้วตอนนี้เขาก็ยังชักนำให้รัชทายาทต้องเคลื่อนไหวใหญ่โตเช่นนี้ ช่างน่ากลัวเกินจะบรรยาย!
ต่งซีอวิ๋นมองนางอย่างเย้ยหยัน
หากมีคนในครอบครัวเช่นนี้ ต่อให้ตระกูลเซี่ยจะเป็นคนดีแค่ไหน คนอื่นก็คงไม่กล้าที่จะไปมาหาสู่กับนางหรอก
ทว่าเซี่ยเฉียวสงบนิ่งมาก
ถึงขนาดที่ว่าเมื่อคนอื่นจากไปกันหมดแล้ว นางกลับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียด้วยซ้ำ
เมื่อสาวใช้และคุณหนูรวมกลุ่มกันกลิ่นแป้งจึงแรงมาก กลิ่นเครื่องหอมยิ่งแรงเข้าไปใหญ่ มันฟุ้งกระจายจนนางแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว
เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองเซี่ยเฉียวด้วยความเป็นห่วง จากนั้นเขาก็เอ่ยกับรัชทายาท “น้องสาวของข้าขี้กลัว ท่านว่า…เอาฉากบังตามากั้นไว้เสียหน่อยดีหรือไม่…”
“น้องสาวเจ้า…ขี้กลัวถึงเพียงนี้” รัชทายาทหัวเราะออกมาก่อนจะพยักหน้า “ได้สิ”
ขี้กลัวจนไปนั่งขุดกระดูกอยู่คนเดียวกลางป่าตอนดึกๆ เลยเชียวล่ะ