ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 361 ยอมรับ / ตอนที่ 362 คนขี้ขลาด
ตอนที่ 361 ยอมรับ / ตอนที่ 362 คนขี้ขลาด
ตอนที่ 361 ยอมรับ
แต่เนื่องจากเซี่ยเฉียวเป็นเด็กผู้หญิง และจู่ๆ ก็มีโครงกระดูกเปื้อนโคลนโผล่ขึ้นมามากมายขนาดนี้ ซึ่งมันดูน่าขยะแขยงเล็กน้อย รัชทายาทจึงผ่อนปรนให้นางบ้าง
ผ่านไปไม่นานนักก็มีฉากกั้นมาบังไว้รอบตัวเซี่ยเฉียว ทั้งยังมีโต๊ะพร้อมของว่างน้ำชามาตั้งไว้ให้นางอีกตัว
ทหารองครักษ์ที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นต่างก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เซี่ยผิงกั่งเป็นคน ‘ค้นพบ‘ เรื่องของตระกูลโจว เขามางานเลี้ยงพร้อมกับน้องสาวย่อมต้องกลับพร้อมกันอยู่แล้ว
นางยังเป็นเด็กสาว หากต้องตกอกตกใจไปคงไม่ดีแน่ การกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าเหมาะสมอยู่
หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม โลงศพที่ถูกก้อนหินใหญ่ทับเอาไว้ก็ถูกแบกขึ้นมาได้ในที่สุด
โลงศพนั้นมีขนาดไม่เล็กและผุพังเล็กน้อย
โครงกระดูกภายในก็ถูกกู้ขึ้นมาได้แล้วเช่นกัน จากนั้นรัชทายาทรีบถอดเสื้อคลุมของเขาออกมาคลุมโครงกระดูกไว้ทันที
องค์หญิงผู้สูงศักดิ์บอบบางกลับต้องมาจมอยู่ใต้น้ำนานหลายปีขนาดนี้!
ภายหลังฉากกั้นเซี่ยเฉียวเห็นเงาร่างของรัชทายาทดูโดดเดี่ยวขึ้นมากจนนางรู้สึกสงสารเขา
เศรษฐีน้อยอย่าเพิ่งหนาวตายไปก่อนนะ เกิดเป็นผู้ชายถ้าปวดช่วงเอวขึ้นมาล่ะก็ จึ๊ๆ อีกครึ่งชีวิตของเขาคงไม่มีความสุขแน่ๆ
เซี่ยเฉียวกอดเตาอุ่นและขดตัวจนเป็นก้อนกลม
“นำตัวราชบุตรเขยมา” น้ำเสียงของรัชทายาทเยือกเย็นและต่ำลึกราวกับเสียงน้ำไหล
เวลานี้คนตระกูลโจวทนหนาวอยู่ในห้องมานานกว่าสามชั่วยามแล้ว
แต่ละคนตัวสั่นสะท้าน ในบรรดาบางเขามีบางคนที่ยังไม่รู้อะไรเลย แต่นายหญิงชราของตระกูลโจวและพี่ชายแท้ๆ ของราชบุตรเขยต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
เวลานี้พวกเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ความแตกแล้ว
“อย่าได้พูดถึงฐานะของคนผู้นั้นออกไป…เพื่อรักษาชีวิตของพวกเราตระกูลโจวทั้งหมดไว้ น้องรอง…” นายท่านใหญ่ตระกูลโจวเอ่ย
บิดาของราชบุตรเขยตายจากไปนานแล้วเหลือแต่มารดาของพวกเขา ดังนั้นสองพี่น้องจึงผูกพันกันมาก และยังคงอาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้ด้วยกันทั้งคู่
ในบ้านยังมีน้องชายต่างมารดาและหลานชายคนอื่นๆ เดิมทีก็ยังเจริญรุ่งเรืองดี
“เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่!” คนอื่นๆ ในตระกูลโจวคำรามออกมาอย่างโกรธจัดในเวลานี้
นายหญิงผู้เฒ่าของตระกูลโจวนั้นอายุตั้งหกเจ็ดสิบปีแล้ว เวลานี้นางทั้งหนาวทั้งหวาดกลัวจนแทบจะครองสติไว้ไม่อยู่ ริมฝีปากสั่นเทา ดูนางสงสารอย่างยิ่ง
ราชบุตรเขยโจวถูกคนลากตัวขึ้นมา
ไม่นานเขาก็ถูกลากไปอยู่ตรงหน้ารัชทายาท
เมื่อได้เห็นโครงกระดูกที่เรียงรายเป็นแถวและโลงศพเก่าคร่ำนั้น สีหน้าเรียบเฉยของราชบุตรเขยโจวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพี้ยะ องค์หญิงลั่วซูรีบพุ่งตัวเข้าไปตบหน้าราชบุตรเขยโจวทันที “ใครเป็นคนฆ่าคนพวกนี้ เจ้าไม่ต้องแบกรับแทนพวกเขาแล้ว นี่มันชีวิตคนทั้งนั้น!”
ราชบุตรเขยโจวเลียริมฝีปาก และสบตากับองค์หญิงลั่วซู
สายตาขององค์หญิงลั่วซูฉายแววขอร้องอ้อนวอน
“ราชบุตรเขยโจว คนที่อยู่ในโลงศพนี่เป็นเสด็จป้าของข้าองค์หญิงซิงโม่ใช่หรือไม่” รัชทายาทเอ่ยถามตรงไปตรงมา
องค์หญิงลั่วซูได้ยินเช่นนั้นก็หันหน้ากลับมาด้วยความตกใจ “ใคร…เจ้าว่า นี่เป็นใครนะ!”
“ถูกต้อง” ราชบุตรเขยโจวกลับตอบกลับด้วยท่าทีสงบยิ่ง
องค์หญิงลั่วซูเซไปทันที
พริบตานั้นสีหน้าของนางก็ไร้สีเลือดและจับจ้องแน่นิ่งไปที่ราชบุตรเขยของนางเอง
“ตอนนั้นเสด็จป้าของข้านึกสนุกจึงแต่งตัวเป็นสาวใช้ออกนอกวังไป พร้อมกับสนมนางหนึ่งที่ออกไปเยี่ยมญาติ ต่อมาก็ไม่มีข่าวคราวใดๆ อีกเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงนางถูกเจ้าฆ่าตายไปแล้ว” รัชทายาทเอ่ย
ราชบุตรเขยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
เขาเองก็รู้ดีว่าตนเองไม่อาจจะรอดพ้นไปได้ รัชทายาทมั่นใจถึงขนาดนี้เขาต้องรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วแน่นอน
ดังนั้นหลังจากนั้นไม่นานเขาจึงพยักหน้าอย่างสงบ “ถูกต้อง”
“ทำไม” รัชทายาทเอ่ยถาม
องค์หญิงลั่วซูสั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงตาทั้งคู่ของนางเป็นสีแดงเลือด!
โดยเฉพาะเมื่อนางได้ยินราชบุตรเขยยอมรับ พริบตานั้นนางรู้สึกราวกับว่าแรงสนับสนุนทั้งหมดหายวับไปกับตา เจ็บปวดใจเหลือเกิน
“องค์หญิงซิงโม่…สูงส่งล้ำค่า ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้…” แววตาของราชบุตรเขยโจวกระเพื่อมไหวเล็กน้อย “ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้ได้เห็นนางก็หลงใหล แต่ไม่ได้รวมถึงตัวข้าด้วย”
“เดิมทีข้างกายข้ามีคนรักในวัยเด็กอยู่แล้ว นางเป็นลูกสาวของแม่นมของข้า มีฐานะไม่สูงส่ง แต่…อ่อนโยนและมีคุณธรรม เติบโตมาด้วยกันกับข้า ข้าสาบานว่าจะแต่งกับนาง!” เมื่อพูดถึงตรงนี้สายตาของราชบุตรเขยโจวก็ฉายความเกลียดชังอย่างรุนแรงออกมา
ตอนที่ 362 คนขี้ขลาด
ตอนที่ปู่ของโจวเฟยหยวนนายท่านผู้เฒ่ายังมีชีวิตอยู่ สะใภ้โจวมีชีวิตอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า
นายท่านผู้ชราได้สั่งสอนฮ่องเต้มาถึงสองพระองค์และมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า
ทว่าหลานชายของเขากลับคิดที่จะแต่งงานกับลูกสาวแม่นมคนหนึ่ง มันจะเป็นที่น่าขบขันขนาดไหน
แต่ตอนนั้นโจวเฟยหยวนมีนิสัยดื้อรั้นและแน่วแน่ เขาคอยพูดคุยอยู่กับบิดามารดาทั้งวัน ทั้งเอาใจออดอ้อนสารพัดจนทำให้คนในตระกูลโจวยอมตกลงในที่สุด
“ในตอนนั้นท่านปู่ของข้าบอกว่า ขอแค่ข้าสอบได้ตำแหน่งขุนนางและเข้าสู่ราชสำนักได้ ข้าก็จะสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ แต่จากนั้นท่านปู่ก็ได้รู้มาว่าองค์หญิงใหญ่ซิงโม่ต้องการเลือกคู่”
“ในเมื่อนางต้องการเลือกคู่ ขุนนางผู้ชายทั้งหลายในเมืองหลวงนี้ก็จะต้องรอให้นางเลือกก่อน! ฮ่องเต้องค์ก่อนเรียกตัวท่านปู่ของข้าไปและยกองค์หญิงซิงโม่ให้แต่งงานกับข้า ท่านปู่จึงตอบตกลง”
“น้องถิงของข้าจมน้ำตาย”
“ข้าไม่อยากกลับบ้าน กำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน แต่แล้วก็ได้เห็นองค์หญิงอยู่ในชุดสาวใช้ในวัง นางสนุกได้ทุกที่! แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเจ็บปวดเพราะนาง ต้องตายเพราะนาง! ข้าติดตามนางไปอย่างใกล้ชิด หลอกให้นางขึ้นไปบนรถม้าแล้วรัดคอนางจนตายทันที ข้าลากนางกลับบ้านแล้วมัดเอาไว้ด้วยโซ่เหล็ก ทำให้นางทุกข์ทรมานอย่างที่สุด! แต่นางตายไปแล้ว นางไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการจมน้ำของน้องถิงของข้า!”
ใบหน้าที่เดิมทีดูใจดีมีเมตตาของราชบุตรเขยเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาดูน่ากลัวเหลือเกิน
เซี่ยเฉียวอยู่ห่างไกลจากเขาจึงมองเห็นไม่ชัด
ตอนที่อยู่ในห้องอุ่นก่อนหน้านี้นางถึงขนาดมองข้ามราชบุตรเขยคนนี้ไปเสียด้วยซ้ำ
เขานิ่งสงบเกินไปจนเหมือนกับไม่มีตัวตนอยู่เลยกระนั้น แต่นึกไม่ถึงเลยว่าภายในจิตใจของเขาจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้
“ข้าเชิญท่านปู่มาดูการลงโทษด้วยตัวเอง ช่างน่าขันที่ท่านปู่ผู้ภาคภูมิใจในความจงรักภักดีของตัวเองเสียเหลือเกินกลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เขายอมให้ข้าซื้อโลงศพมาแล้วนำนางไปไว้ที่ใต้น้ำ เอาหินใหญ่ทับไว้ พันธนาการด้วยโซ่เหล็ก!”
ราชบุตรเขยราวกับรู้สึกมีความสุขขึ้นมากเมื่อพูดถึงตรงนี้
แต่ภายในใจของเขาก็ยังคงมีส่วนหนึ่งที่ว่างเปล่า
หลังจากที่ซิงโม่ตายไปแล้วเขาก็ดูเหมือนจะจำไม่ได้ว่าน้องถิงของเขาหน้าตาเป็นอย่างไร เขาพยายามอย่างไรก็นึกไม่ออก!
เขาเก็บตัวอยู่ในห้องหนังสือไม่หลับไม่นอนเป็นเวลาหลายวัน แต่กลับนึกลักษณะเฉพาะของนางไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
กระทั่งว่าทุกครั้งที่เขาคิดถึงน้องถิง เขากลับนึกออกแต่ลักษณะท่าทางขององค์หญิงซิงโม่ที่มองมาที่เขาก่อนนางจะตายเท่านั้น!
มันทำให้เขาคลุ้มคลั่ง มันทำให้เขาโกรธ!
เขาพยายามค้นหาความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับน้องถิงอยู่ตลอด ทุกครั้งที่เขาพบเจอคนคนหนึ่ง พบเจอผู้หญิงที่มีหน้าตางดงามคนหนึ่ง เขาก็จะคิดว่าบนใบหน้าของนางจะมีส่วนไหนที่เหมือนกับน้องถิงของเขาบ้างหรือไม่
เขาวาดภาพนางออกมา!
จะต้องวาดมันออกมา!
เขาทนรับความรู้สึกยึดติดนั้นไม่ได้ คนที่เขาลงมือวาดภาพเหมือนน้องถิงก็จริง แต่ยามที่ผู้หญิงพวกนั้นถูกผลักลงน้ำก็เหมือนกับองค์หญิงซิงโม่!
ความทรงจำครั้งแล้วครั้งเล่า แก้แค้นครั้งแล้วครั้งเล่า ความสุขครั้งแล้วครั้งเล่า!
…
“บันทึกทั้งหมดไว้แล้ว?” รัชทายาทถาม
องครักษ์โจวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้เป็นคำสารภาพ
คำพูดเหล่านี้ของราชบุตรเขยโจว…หึ ฟังดูเหมือนตัวเขาเองมีความรักที่ลึกซึ้งอะไรเช่นนั้น แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับองค์หญิงซิงโม่ด้วย
ตอนนั้นองค์หญิงใหญ่เพิ่งจะอายุแค่สิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น แม้ว่าอดีตฮ่องเต้จะหมายตาโจวเฟยหยวนเป็นราชบุตรเขยแต่ก็พระองค์ก็ไม่ได้บังคับนี่!
หากพระองค์คิดจะบังคับ แค่ออกราชโองการเลยก็ได้แล้ว ไหนเลยจะต้องเรียกนายท่านผู้เฒ่าโจวมาถามความต้องการด้วย?
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากราชบุตรเขยจะต้องเป็นโจวเฟยหยวนจริงๆ ต่อมาเมื่อจะเลือกสวามีให้องค์หญิงลั่วซูจึงไม่ได้เลือกโจวเฟยหยวนเล่า
พูดได้ว่าฮ่องเต้แค่อยากจะอุ้มชูตระกูลโจวจึงได้ให้โอกาสพวกเขาเท่านั้น นายท่านชราตระกูลโจวตอบตกลงด้วยตัวเองแล้วมันเกี่ยวอะไรกับองค์หญิงซิงโม่ด้วย
อีกอย่างดูจากตอนนี้ที่องค์หญิงลั่วซูได้ปกป้องดูแลตระกูลโจวมาตลอดยี่สิบกว่าปีนี้ ตระกูลโจวไม่มีแววที่จะล่มสลายเลยแม้แต่น้อย!
ผลประโยชน์ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ
รัชทายาทแค่นเสียงเยาะและมองโจวเฟยหยวนด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม
“ขี้ขลาดตาขาว” เขาพูดเพียงสี่คำนี้ออกมาอย่างเฉยเมย จากนั้นก็สั่งให้คนจับเขาใส่กุญแจมือทันที “ลากไปขังคุก!”