ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 363 บอกมาตามจริง / ตอนที่ 364 ไม่มีอะไรน่ากลัว
ตอนที่ 363 บอกมาตามจริง / ตอนที่ 364 ไม่มีอะไรน่ากลัว
ตอนที่ 363 บอกมาตามจริง
จ้าวเสวียนจิ่งก็อดทนไว้ เขาไม่ได้ประหารโจวเฟยหยวนไปในทันที
คนชั่วช้าต่ำต้อยเช่นนี้สมควรที่จะต้องตะเกียกตะกายเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ในมุมมืดตามลำพัง ให้เขาตายคงจะง่ายเกินไปหน่อย
ส่วนเซี่ยเฉียวก็พยักหน้าอย่างจริงจังเมื่อได้ยินคำวิจารณ์ของรัชทายาท
เขาพูดไม่ผิด
มีความรักลึกซึ้งอย่างนี้ที่ไหน มันก็แค่การหาทางออกสำหรับความไร้ความสามารถและความขี้ขลาดของเขาเท่านั้น หากเป็นรักแท้จริงๆ ทำไมตอนที่นายท่านผู้เฒ่าของตระกูลโจวยังอยู่เขาไม่ไปคิดบัญชีเอากับเขาเสียล่ะ!
คำพูดดูทรงเกียรติสง่าผ่าเผย แต่แท้จริงแล้วก็แค่ผายลมเท่านั้น
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ
ผ่านไปสักพักพวกเขาก็หาห้องลับจนเจอ
หลังจากทำความสะอาดโครงกระดูกแล้วก็พบว่าคนที่ถูกฆ่าตายมีมากกว่าร้อยคน
อย่างไรก็ตามพวกนางเหล่านั้นน่าจะเป็นแค่สาวใช้ที่มีฐานะต่ำต้อย เมื่อตายไปแล้วจึงสามารถสะสางปัญหาได้ง่ายดาย ดังนั้นราชบุตรเขยโจวผู้นี้เป็นพวกที่เรียกได้ว่ารังแกคนอ่อนแอแต่ไม่กล้ากับคนจริงเท่านั้น
องค์หญิงลั่วซูในวัยเยาว์ไม่งดงามอย่างนั้นหรือ นางย่อมต้องงดงามมากแน่ๆ แต่เหตุใดเล่านางถึงไม่ตาย
ไม่ใช่เพราะคนคนนี้แต่งเข้าบ้านเขาไปแล้วหรือ ถ้าหากนางตายขึ้นมา ในวังจะต้องสืบหาสาเหตุการตายแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถลงมือได้?
องค์หญิงลั่วซู…เวลานี้กำลังเสียขวัญ
“รัชทายาทเชื่อหรือไม่ว่า แม้ว่าข้าจะรู้ว่าเขาฆ่าคน แต่กลับไม่เคยรู้เลยว่าคนแรกที่เขาฆ่าเป็นเสด็จพี่?” องค์หญิงลั่วซูรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย
มารดาของนางฐานะต่ำต้อยทั้งยังจากไปเร็ว นางได้รับการเลี้ยงดูจากเจียงไทเฮามาตั้งแต่ยังเล็ก อีกทั้งยังได้องค์หญิงซิงโม่ช่วยดูแล
ตอนที่เสด็จพี่ของนางเลือกคู่ ฮ่องเต้องค์ก่อนก็ได้ให้ตัวเลือกนางไว้หลายคน โจวเฟยหยวนนับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตามนางชื่นชมคุณชายโจว ต่อมาจึงได้รวบรวมความกล้าบอกพี่สาวของตน
เสด็จพี่ของนางจึงบอกว่านางคิดจะออกไปนอกวังดูหน่อย บางทีนางอาจจะได้พบเจอคนรู้ใจ และจะได้ดูด้วยว่าโจวเฟยหยวนนั่นเป็นคนที่จะฝากฝังชีวิตไว้ได้หรือไม่
หากเขาสามารถไว้วางใจได้ เมื่อนางกลับวังไปแล้วก็จะทูลขอฮ่องเต้ให้โจวเฟยหยวนเป็นราชบุตรเขยขององค์หญิงลั่วซูแทน!
นางเบิกบานใจและรอคอยอย่างยิ่ง
ทว่าเสด็จพี่ของนางไปแล้วไปลับไม่กลับมาอีกเลย
บางครั้งนางก็คิดว่าพี่สาวของนางได้พบกับคนรู้ใจก็เลยพเนจรไปทั่วหล้าอย่างอิสระเสรี
และไม่เคยคิดเลยว่า…นางจะถูกโจวเฟยหยวนฆ่าตายไปแล้ว!
“คำพูดของเสด็จอา ข้าจะเชื่อหรือไม่นั้นสำคัญหรอก จะต้องรายงานไทเฮาก่อนถึงจะตัดสินอะไรลงไปได้” รัชทายาทเย็นชาไร้อารมณ์ใดๆ
องค์หญิงลั่วซูไม่อาจจะแสดงความเจ็บปวดภายในใจของนางออกมาได้ในเวลานี้
สามี ลูกชาย ลูกสาวของนางถูกจับตัวไว้หมดแล้ว และยังมีความจริงในอดีตอันน่าตกใจอีก!
เรื่องของตระกูลโจววุ่นวายมาเป็นเวลานานแล้ว
แต่พอฟ้ามืดลงเซี่ยผิงกั่งก็พาเซี่ยเฉียวจากไป
โครงกระดูกเหล่านั้นถูกส่งไปที่ศาลตัดสินคดีเพื่อรอการระบุตัวตนและจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป
ตอนนี้คดีก็เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้ว ที่เหลือคือการจัดการลงโทษตระกูลโจวซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเซี่ยผิงกั่ง
ทันทีที่เซี่ยผิงกั่งกลับมาถึงบ้านเขาก็หยิบกระบองไม้ออกมาและยืนหัวเราะหึๆ อยู่ข้างๆ เซี่ยเฉียว
เมื่อถึงห้องรับแขกเซี่ยผิงกั่งก็เอ่ยขึ้นอย่างดุดัน “บอกมาตามจริง! หากข้าใช้วิธีเดียวกับที่ใช้กับนักโทษล่ะก็ เจ้ารักษาชีวิตน้อยๆ ของเจ้าไว้ไม่ได้เป็นแน่!”
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขาและยื่นมือออกมา “พี่ใหญ่ ท่านดุขนาดนี้ ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว!”
“…” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกอึดอัดไปทั้งร่าง
เด็กคนนี้จะไม่ยอมเลียนแบบเซี่ยผิงไหว? ดื้อดึงสักหน่อย?
ขี้ขลาดขนาดนี้ ไร้ประโยชน์เหลือเกิน
“บอกมา เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าตระกูลโจวมีปัญหา? แม้แต่ในห้องลับนั่นมีกี่ศพเจ้าก็รู้ หรือว่าเจ้ามีหูทิพย์ตาทิพย์!” ในขณะที่เซี่ยผิงกั่งรู้สึกหดหู่ เขาก็สงสัยมากกว่า
ความสามารถนี้ยิ่งใหญ่เกินไป หากนางไปอยู่ที่ศาลตัดสินคดีจะมีคดีไหนบ้างที่คลี่คลายไม่ได้
“หากข้าพูดความจริง พี่ใหญ่ท่าน…จะไม่เผาข้าหรอกใช่ไหม พวกเราเป็นพี่น้องแท้ๆ มีท่านแม่คนเดียวกันนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามเสียงเบา
“จะมัวอึกอักยึกยักทำไม! มีอะไรก็พูดมา! ข้าเป็นคนไม่สนใจพี่น้องอย่างนั้นหรือ หากข้าไม่สนใจเจ้า ข้าจะเอาภาพเหมือนผู้ชายมากมายขนาดนั้นกลับมาบ้านทำไม!”
ตอนที่ 364 ไม่มีอะไรน่ากลัว
เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจออกมา เขาไม่ได้ว่างไม่มีอะไรทำนะ
เด็กคนนี้ไม่มีมโนธรรม นางซ่อนความลับที่รัชทายาทรู้แต่ไม่ยอมบอกให้เขารู้ หรือว่ารัชทายาทน่าเชื่อถือกว่าเขาอีก
เซี่ยเฉียวอึกอัก ค่อนข้างลังเลใจ เซี่ยผิงกั่งอดทนรอจนเริ่มมีโทสะแล้ว
“พี่ใหญ่ ข้าเห็นของสกปรกบางอย่างได้ตั้งแต่เด็กแล้ว” เซี่ยเฉียวโพล่งออกไปในที่สุด
เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ว่าอย่างไรนะ”
“ข้าบอกว่า ข้าเห็นพวกวิญญาณได้ พวกเขาลอยไปลอยมา บางตนก็เหมือนกับคนทั่วไปอาศัยอยู่รอบๆ ยังมีบางตนเป็นวิญญาณแค้นวิญญาณดุร้ายที่สามารถทำร้ายคนได้ ข้าก็สามารถเห็นได้หมด นอกจากนั้น…ข้าเคยถูกสิงร่างด้วย ตอนนั้นเป็นช่วงเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว บังเอิญรัชทายาทเห็นข้าพอดี เขาก็เลยช่วยข้าไว้” เซี่ยเฉียวเอ่ย
พอนางพูดเสร็จก็ถอนหายใจและเดินไปนั่งที่เก้าอี้
นางสงบนิ่งว่าง่ายอย่างยิ่ง
เซี่ยผิงกั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นสักพักเขาก็เอ่ย “ข้าไม่เชื่อ”
“เจ้ากำลังใช้วาทศิลป์ของเจ้าหลอกข้าเพื่อเอาตัวรอด…” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“คดีของท่านพี่ก่อนหน้านี้ข้ารู้ได้อย่างไรว่าผู้หญิงเป็นฆาตกร นั่นก็เพราะว่าข้าเห็นวิญญาณของคนที่ถูกฆ่าตายน่ะสิ เขากลับมาพร้อมกับท่านแล้วเล่าข้าว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง ข้าจึงสามารถช่วยท่านได้” เซี่ยเฉียวอธิบาย
“ยังมีอีก ที่โรงทำเทียนตอนนั้นมีวิญญาณแค้นอยู่ ตอนแรกคนอื่นจึงไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ คนที่อยู่ข้างนอกก็ออกมาไม่ได้ หลังจากที่ข้าปราบวิญญาณแค้นได้แล้วจึงไม่เป็นอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยอธิบายออกมาอีกประโยค
เซี่ยผิงกั่งเองก็นั่งลงแล้วเช่นกัน
อึกๆ เขาดื่มชาลงไปมากมาย
หลังจากดื่มน้ำชาหมดไปหนึ่งกาเขาก็ดูเหมือนจะสงบใจลงได้แล้ว “ตอนที่เจ้าส่งจดหมายมา เจ้าบอกว่าโม่หลิงจือเป็นผู้วิเศษไม่ใช่หรือ เขาก็แก้ปัญหานี้ให้เจ้าไม่ได้?”
“เป็นมาตั้งแต่เกิด รักษาไม่ได้หรอก” เซี่ยเฉียวส่ายหน้าและยอมรับในโชคชะตา “เนื่องจากข้ามองเห็นพวกเขาจึงได้รับผลกระทบจากพวกเขาอยู่บ่อยๆ พวกเขามักจะมาขอความช่วยเหลือจากข้าให้ทำอะไรบางอย่างให้ ครั้งนี้ก็เป็นวิญญาณขององค์หญิงซิงโม่ นางให้ข้าพานางกลับบ้านจึงได้ไปพัวพันกับโครงกระดูกเก่าพวกนั้นในบ้านตระกูลโจวเข้า…”
“ร่างกายของข้าอ่อนแอขนาดนี้มีสาเหตุมาจากพวกวิญญาณ และที่มีข้าสามารถมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้ก็อาจจะเป็นเพราะพวกวิญญาณด้วยเช่นกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ตอนนี้นางยอมรับความจริงข้อนี้ได้อย่างสงบแล้ว
ในช่วงสองสามปีแรกของการกลับชาติมาเกิดของนาง เป็นตัวนางเองก็ไม่ค่อยพอใจนักและพยายามทำให้โม่หลิงจือแก้ไขชะตาชีวิตของนางให้
แต่น่าเสียดายที่มันแก้ไขไม่ได้
ชีวิตนี้ของนางไม่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดก็ต้องตายเร็ว
แน่นอนว่านางเลือกอย่างแรก นางจะต้องดิ้นรนเพื่อให้รอดและพยายามมีชีวิตที่สดใสให้ได้ อีกอย่างการช่วยทำความปรารถนาสุดท้ายของพวกวิญญาณให้สำเร็จบางครั้งก็น่าสนใจ
แน่นอนว่าหากวิญญาณพวกนั้นไม่ทะเล่อทะล่าเข้ามาพร้อมกันหรือไม่ก็พร้อมใจกันขู่ให้นางตกใจก็ดียิ่งขึ้นไปอีก!
และแน่นอนว่าหากนางกระโดดโลดเต้นได้ก็จะยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบไปเลย
สีหน้าของเซี่ยผิงกั่งค่อนข้างเคร่งขรึม
ก่อนหน้านี้เขาถึงกับเคยคิดว่าบางทีเซี่ยเฉียวอาจจะเคยติดต่อกับคนตระกูลโจวมาก่อน จึงได้พอรู้เรื่องอะไรอยู่บ้าง แต่เขาไม่คิดเลยว่าความจริงจะเป็นเช่นนี้!
หากอย่างนั้น…
เซี่ยผิงกั่งนึกอะไรขึ้นมาได้แล้ว
น้องสาวของเขาคนนี้ปกติแล้วมักจะไม่เงยหน้ามองผู้คน
นางมีจะเหม่อลอย บางครั้งก็ตกใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน หมายความว่า…ตอนนั้นนางพบเห็นวิญญาณอย่างนั้นหรือ!
เซี่ยผิงกั่งไม่กลัววิญญาณ
คนเป็นเขายังไม่กลัว แล้วเขาจะกลัวคนที่ตายไปแล้วได้อย่างไร!
คนอย่างเขาก็ไม่ชอบบรรยากาศโศกเศร้าหรือการจากลาเช่นกัน
ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกสงสารน้องสาวของเขา แต่สงสารนางไปก็ไร้ประโยชน์
“ก็แค่เห็นวิญญาณได้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรเสียหน่อย คนเป็นกับคนตายก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรนักหรอก หรือว่าพวกเขากลายเป็นสัตว์ประหลาดได้ เจ้านี่นะ ไม่เคยอยู่ในสนามรบ ไม่เคยเห็นว่าคนตายในสนามรบหน้าตาเป็นอย่างไร มันน่ากลัวและน่าขยะแขยงมากกว่าพวกวิญญาณเสียอีก วันหลังข้าจะเชิญคนมาวาดภาพให้เจ้าดู เจ้ามองดูให้บ่อยๆ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว!”