ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 365 นอกในประสาน / ตอนที่ 366 จุดจบที่ดี
ตอนที่ 365 นอกในประสาน / ตอนที่ 366 จุดจบที่ดี
ตอนที่ 365 นอกในประสาน
เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างภาคภูมิ หลังจากพูดจบเขายังเหลือบมองเซี่ยเฉียวด้วยความรังเกียจ “จึ๊ พวกเราสองคนพี่น้องมีท่านแม่คนเดียวกัน ดวงตาที่วิเศษขนาดนี้ทำไมถึงไปอยู่ที่เจ้าได้ หากให้ข้าจะดีแค่ไหนกันนะ ข้าทำงานที่ศาลตัดสินคดี สืบสวนทั้งคนเป็นคนตายไปพร้อมกันเลยทีเดียว จะมีคดีอะไรที่คลี่คลายไม่ได้อีก!”
พอพูดอย่างนี้แล้วเซี่ยผิงกั่งก็รู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของเขาก็มึนงงไปในทันที
“พี่ใหญ่…ข้าน่าสงสารจะตาย…” เซี่ยเฉียวบ่นพึมพำ
หลังจากที่พูดไปแล้วเซี่ยเฉียวก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา
เหตุใดท่าทีของพี่ชายใหญ่นางจึงดูเหมือนว่านางเอาเปรียบเขาอย่างนั้นเล่า!
“ได้ๆ เจ้าน่าสงสาร น่าสงสารมากเหลือเกิน” เซี่ยผิงกั่งอดรนทนไม่ไหว “เจ้ามีความสามารถในการจับวิญญาณไม่ใช่หรือ เรียนอะไรมาตั้งมากมายแล้วยังจะกลัววิญญาณอยู่อีก เจ้านี่มัน…”
เมื่อพูดมากถึงตรงนี้เซี่ยผิงกั่งก็ชะงักไปทันที
ตรงไหนไม่ถูกต้อง มีอะไรสักอย่างไม่ถูกต้องนะ
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วครุ่นคิด
หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็หันไปมองนาง “เรื่องที่โรงทำเทียน…เกี่ยวกับเจ้าด้วย?”
“อืม…เอ่อ?” เซี่ยเฉียวกำลังจะตอบรับโดยสัญชาตญาณก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ว่านางเผยไต๋ไปเสียแล้ว ใจนางเต้นตึกตักขึ้นมาทันที “เกี่ยว…นิดหน่อย”
“ไม่ใช่สิ เมื่อครู่เจ้าบอกข้าว่าเจ้าเป็นคนจับวิญญาณแค้นนั้น แต่ข้าเห็นอยู่ชัดว่าๆ ปรมาจารย์นั่นเป็นคนจับนี่” เซี่ยผิงกั่งจับประเด็นสำคัญไว้ได้
ทันใดนั้นเซี่ยเฉียวก็นั่งหลังตรง สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง และกระวนกระวายใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “เรื่องมันเป็นอย่างนี้ อันที่จริงแล้วข้าไปที่นั่นด้วยกันกับปรมาจารย์ ปรมาจารย์อยู่ข้างใน ส่วนข้าอยู่ข้างนอก ข้าไม่เคยบอกท่านหรือว่า ปรมาจารย์โม่ชูเซิงคนนั้นเป็นศิษย์น้องเล็กของอาจารย์ข้าโม่หลิงจือ นางก็ถือว่าเป็นอาจารย์อาของข้าด้วย ดังนั้นข้าจึงไปแอบเรียนมาจากนางด้วย”
หากตัวตนของนางในฐานะโม่ชูเซิงถูกเปิดเผย เช่นนั้นแล้วต่อไปเมื่อนางใช้ตัวตนนี้ทำงานก็คงจะต้องคอยระแวงอยู่เสมอ คงมีจะเรื่องที่นางทำไม่ได้อีกมากทีเดียว
เซี่ยผิงกั่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะอวดดีขนาดนี้ กล้าแย่งแม้แต่ผลงานของปรมาจารย์” เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่นาง
เซี่ยเฉียวหัวเราะแห้งๆ “ข้าและอาจารย์อานอกในประสาน…”
“อืม ตอนนั้นโชคดีที่มีพวกเจ้า ไม่เช่นนั้นแม้แต่ชีวิตน้อยๆ ของรัชทายาทก็ต้องสังเวยไว้ที่นั้น” เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า
เซี่ยเฉียวทำหน้านิ่งพลางพยักหน้าอย่างว่างาย
เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจอีก
“เรื่องสุขภาพของเจ้า หมอก็คงทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน แต่ที่เจ้าเคยพูดก่อนหน้านี้ก็ไม่เลวนะ บำรุงได้ก็บำรุงไปย่อมดีอยู่แล้ว ครั้งนี้ท่านพ่อของเรานำทหารออกไปก็น่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง เวลานั้นค่อยเพิ่มอาหารให้เจ้าอีกหน่อย” อันที่จริงเซี่ยผิงกั่งก็กังวลใจเช่นกัน
นางอายุสั้นก็แล้วไปเถอะ แต่ดวงตาของนางก็ยังไม่เหมือนคนปกติอีก
ปกตินางก็จะต้องตกใจกลัวสิ่งที่ได้ยินอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วนางจะแต่งงานได้อย่างไรเล่า
การปกปิดความลับระหว่างสามีภรรยาก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ ขนาดนั้น ผู้ชายคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ใจกล้าเหมือนเขา ถ้าหากนางเพิ่งแต่งเข้าไปก็ทำให้สามีตกใจตายเสียแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องให้กำเนิดลูกเลย นางจะกลายเป็นหญิงกาลกิณีที่ทำให้สามีต้องตายด้วยซ้ำ
มาตรฐานในการเลือกน้องเขยของเขาจะต้องสูงขึ้นไปอีก
จะต้องใจกล้า
จะต้องไม่กลัววิญญาณ
แต่เมื่อมีเงื่อนไขเช่นนี้ออกมา เกรงว่าบัณฑิตพวกนั้นก็คงจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว
เขามองหาขุนนางฝ่ายบู๊ดีกว่า
ยิ่งคิดเซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งปวดหัว การเลี้ยงดูน้องสาวสักคนนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่กล้าพูดมาก นางเพียงแต่นั่งนิ่งๆ และเมื่อเซี่ยผิงกั่งโบกมือปล่อยนางไป นางจึงลุกขึ้นอย่างสงบและเดินออกไปอย่างสง่างาม
ตระกูลเซี่ยผ่านค่ำคืนนั้นไปอย่างเงียบสงบ
แต่ข้างนอกนั้นแตกต่างออกไป
ผู้ที่ไปร่วมงานเลี้ยงหรูหราของตระกูลโจวในวันนี้เวลานี้ล้วนตกอยู่ในฝันร้าย
หลับตาลงเมื่อใดก็เห็นโครงกระดูกที่น่ากลัวนั่น!
ตอนที่ 366 จุดจบที่ดี
โครงกระดูกของตระกูลโจวทำให้คนทั้งเมืองหลวงต้องตกตะลึง
วันถัดมาแทบไม่มีใครที่ไม่พูดถึงเรื่องนี้
ในวังองค์หญิงลั่วซูคุกเข่าลงตรงหน้าเตียงยอมรับความผิด เส้นผมนางหลุดลุ่ย ท่าทางไร้วิญญาณ
“เจ้า…ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก” น้ำเสียงของเจียงไทเฮาแตกพร่าและแหบแห้ง แต่ก็ยังทำให้คนรู้สึกได้ถึงอำนาจบารมีของนาง
“เสด็จแม่…” องค์หญิงลั่วซูรีบคุกเข่าลงแล้วคลานเข้าใกล้ “ราชบุตรเขยมีโทษตาย แต่ลูกๆ ของข้า…พวกเขาบริสุทธิ์ ทั้งยังไม่รู้เรื่องที่บิดาทำลงไป ข้าขอร้องท่านล่ะ ละเว้นชีวิตพวกเขาเถอะ…”
“พวกเขาไม่รู้ แล้วเจ้าล่ะ คนที่เป็นแม่อย่างเจ้า ไม่รู้เลยหรือ” สายตาที่เจียงไทเฮาใช้มองนางในเวลานี้เต็มไปด้วยความชิงชัง
“ข้าไม่รู้ว่าเขาฆ่าเสด็จพี่ หากข้ารู้ว่าเขาเป็นฆาตกร ต่อให้ข้าจะชอบเขามาแค่ไหน ข้าก็จะต้องฆ่าเขาแก้แค้นให้เสด็จพี่แน่นอน” ลั่วซูรีบเอ่ย
เมื่อเจียงไทเฮาได้ยินเช่นนั้นก็มองนางด้วยสายตาราวกับเห็นคนแปลกหน้ามากยิ่งขึ้น
“เสียงแรงที่เมื่อก่อนข้ารักเอ็นดูเจ้า เจ้ายังห่างไกลจากซิงโม่นัก ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ชีวิตคนตั้งร้อยกว่าชีวิตแต่เจ้ากลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เจ้าคิดว่าข้าตำหนิเจ้าแค่เพราะซิงโม่หรอกหรือ” เจียงไทเฮาส่ายศีรษะ “เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นคนในราชวงศ์”
ฮ่องเต้ยังคงนิ่งเงียบมาตลอด
เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็พอจะรู้แล้ว
หลายปีมานี้เขามีเมตตาต่อตระกูลโจวก็เพราะเห็นแก่ลั่วซู หากไทเฮายืนกรานที่จะข้อรองแทนลั่วซู การไว้ชีวิตลั่วซูและลูกๆ ของนางก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ทว่าในเวลานี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องลงโทษสถานเบาแล้ว
คดีของตระกูลโจวได้รับการตัดสินอย่างรวดเร็ว แค่ชั่วข้ามคืนทั้งตระกูลก็พังทลาย
แห่ประจานผู้บงการโจวเฟยหยวนและคนอื่นๆ ในตระกูลโจวที่รู้เรื่องราวในเดือนสาม ประหารชีวิตหลังจากฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ส่วนคนอื่นๆ ถูกเนรเทศไปห้าพันลี้ องค์หญิงลั่วซูถูกปลดเป็นสามัญชน คุมขังในวัดหย่งเมี่ยวเพื่อสวดมนต์ให้แก่ผู้วายชนม์ ห้ามออกไปไหนตลอดชีวิต!
ไทเฮาแก่ชราลงมากในชั่วพริบตา
“อันที่จริงหลายปีมานี้ข้าก็เคยคิดถึงเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วว่า หากซิงโม่ยังมีชีวิตอยู่จะไม่มีข่าวคราวของนางเลยได้อย่างไร ข้าเพียงแค่อยากจะรู้ว่าใครกันที่มันกล้าทำร้ายนางได้ขนาดนี้” น้ำเสียงของไทเฮากลับสงบราบเรียบ ดูไม่เหมือนว่านางได้รับความสะเทือนใจอย่างยิ่ง
“โจวเฟยหยวนนั่นสมควรตาย กล้าเหยียดหยามราชวงศ์เยี่ยงนี้!” ฮ่องเต้เองก็ทรงกริ้ว
“รัชทายาทบอกว่า เรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยได้สืบรู้ จึงจะต้องตบรางวัลให้เขาอย่างดีนะ” ไทเฮาเอ่ย
ฮ่องเต้เองก็เป็นลูกกตัญญู เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยทันที “เสด็จแม่วางพระทัยได้ ข้าเตรียมที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็นเสียงสิงต้าฟุของศาลตัดสินคดี หมอนี่อายุยังน้อย ทั้งยังกล้าหาญและมีความสามารถ รัชทายาทเองก็ชื่นชมเขามากเช่นกัน ข้าจะต้องตอบแทนเขาให้ดีแน่”
ไทเฮาพยักหน้า
เขาหาโครงกระดูกให้ลูกของนางจนพบแต่เลื่อนตำแหน่งให้เขาแค่ขั้นหก อันที่จริงก็นับว่ายังต่ำไปด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามเขาอายุยังน้อย การเลื่อนขั้นขึ้นสูงเกินไปในคราวเดียวกลับไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร
“เสด็จแม่ทรงผ่อนคลายปล่อยวางเถิด ตอนนี้เราก็พบศพของเสด็จพี่แล้ว นางที่อยู่ในปรโลกคงไม่น้อยเนื้อต่ำใจอะไรอีกแล้ว” ฮ่องเต้เอ่ย
พวกเขาได้ประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงไปนานแล้ว กระทั่งสุสานก็มีแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้มันยังเป็นสุสานที่ว่างเปล่า พวกเขาแค่ต้องฝังนางใหม่
ไทเฮาพยักหน้าอย่างเหนื่อยล้า
“หลายปีนี้ข้าไม่ได้สนใจเรื่องราวภายนอก แต่ก็ยังพอได้ยินอะไรมาบ้าง คนภายนอกที่ไม่พอใจรัชทายาทมีมากมาย เขาเกิดมาก็ได้รับตำแหน่งรัชทายาทแล้ว หากไม่สามารถขึ้นครองราชย์ได้ในอนาคต…ข้าว่าเจ้ารีบปูทางให้เขาเร็วๆ หน่อยดีกว่า เขาจะไม่ได้ไม่ต้องมีจุดจบที่ไม่ดี” เจียงไทเฮาเอ่ย
ความหมายของเจียงไทเฮานั้นชัดเจน
หากไม่ให้เขาเป็นฮ่องเต้คนต่อไปก็ให้รีบปลดเขาเสีย แต่งตั้งให้เขาเป็นอ๋องและพระราชทานที่ดินให้เขาจะได้มีชีวิตที่ดีต่อไป
เมื่อหลายปีผ่านไปหากมีรัชทายาทองค์ใหม่ ผู้คนก็อาจจะลืมเลือนความโดดเด่นของรัชทายาทไปได้บ้าง