ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 367 ค่าตอบแทน / ตอนที่ 368 ไร้หัวใจ
ตอนที่ 367 ค่าตอบแทน / ตอนที่ 368 ไร้หัวใจ
ตอนที่ 367 ค่าตอบแทน
ฮ่องเต้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“รัชทายาทมีคุณธรรมกตัญญู จริงใจรอบรู้ บุ๋นบู๊เพียบพร้อม ตำแหน่งรัชทายาทนี้ต้องเป็นเขาเท่านั้น ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เขาได้รับสายตาที่เย็นชาและต้องน้อยเนื้อต่ำใจ เสด็จแม่ทรงวางพระทัย ใต้หล้านี้ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นของเสวียนเอ่อร์” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย ไม่มีอะไรต้องสงสัยทั้งนั้น
เจียงไทเฮาเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
หากพูดถึงเรื่องความสามารถแล้วรัชทายาทย่อมโดดเด่นที่สุด
“ตระกูลโจวสนับสนุนองค์ชายสี่ การลงโทษครั้งนี้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู รัชทายาททำได้ไม่เลวเลย เขาควรจะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมเด็ดขาดเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว” ฮ่องเต้เอ่ยเสริมขึ้นมาอีกประโยค
เจียงไทเฮาทรงรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง สีหน้าของนางดูไร้พลัง
เมื่อฮ่องเต้เห็นดังนั้นจึงทูลลาเพื่อให้ไทเฮาได้พักผ่อน
…
ศพขององค์หญิงซิงโม่ถูกขุดขึ้นมาแล้ว แต่วิญญาณดวงนี้ได้รับความเสียหายรุนแรง นางจึงไม่สามารถฟื้นความทรงจำคืนมาได้ แต่จิตใต้สำนึกนางรู้ดีว่าความปรารถนาสุดท้ายของนางสำเร็จแล้ว
เซี่ยเฉียวนำนางกลับไปที่หอส่องชะตา แล้ววางนางไว้ที่หน้าเทพเซียนเพื่อหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณก่อนจะส่งนางกลับไปเกิดในเทศกาลเชงเม้งครั้งหน้า
อย่างไรก็ตามเมื่อไม่มีวิญญาณขององค์ซิงโม่แล้ว เซี่ยเฉียวก็มียังวิญญาณหญิงสาวที่นางนำออกมาจากตระกูลโจวอีกตน
หญิงสาวผู้นี้…
หนวกหูไปหน่อย
“ข้ากับท่านแม่ก็มีที่ดินนะ แต่ที่ดินตรงนั้นถูกทิ้งร้างมาหลายปีแล้ว หากเจ้าทำความปรารถนาของข้าให้สำเร็จได้ ที่ดินตรงนั้นข้ายกให้เจ้าเลยดีหรือไม่” วิญญาณตนนี้รู้ความไม่น้อย
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฉียวมีความรู้สึกว่า ความปรารถนาของหญิงสาวคนนี้คงไม่ใช่เรื่องอะไรที่ง่ายๆ
“ข้าเองก็ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว ตอนนี้…ข้าก็ไม่รู้ว่าต้องการทำอะไร เพียงแต่ยังไม่อยากจากไป ข้าตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเลย ทั้งยังตายอย่างน่าอนาถเช่นนั้น ข้าน่าสงสารจริงๆ” วิญญาณตนนี้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางน่าสงสาร
“แล้วอย่างไร” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้รีบร้อน
“ข้าอยากอยู่ต่ออีกหน่อย หลายปีมานี้ข้าถูกขังอยู่แต่ในบ้านตระกูลโจว…ตั้งแต่ข้าเป็นสาวน้อยอายุสิบกว่าปีจนกลายเป็นหญิงชราไปแล้ว…” วิญญาณเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวมองวิญญาณตนนี้แล้วรู้สึกจนใจอยู่บ้าง
หน้าตาของนางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
“ขอ…แค่ข้าติดตามเจ้าก็พอแล้ว ข้าไม่พูดมากและจะไม่แตะต้องเจ้าด้วย พอข้าได้รู้ได้เห็นอะไรมากพอแล้วข้าก็จะไป” วิญญาณเอ่ยอีก
เดิมทีเซี่ยเฉียวยังคิดว่าวิญญาณตนนี้อาจจะสร้างปัญหาให้นาง นางอาจจะอยากแต่งงานอะไรทำนองนั้น แต่นึกไม่ถึงว่านางเพียงแค่อยากจะเตร่ไปเตร่มาเพียงเท่านั้น
“ได้สิ เจ้าสามารถอยู่ประจำที่หอส่องชะตานี้ได้ ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่พอดี หลายคนจะวางเครื่องเซ่นบางอย่าง เจ้าก็กินได้นะ” เซียวเฉียวเอ่ย
วิญญาณหญิงสาวพอใจอย่างยิ่ง
จากนั้นนางก็รายงานทรัพย์สินของตนเองออกมา
“ข้าซื้อบ้านเอาไว้ในเมืองหลวงหลังหนึ่ง ทำเลที่ตั้งของมันไม่เลวนัก มันตั้งอยู่บนถนนเล็กๆ ชื่อซีซาน โฉนดบ้านและที่ดินและทรัพย์สินของข้ากับท่านแม่ทั้งหมดถูกซ่อนอยู่ในกำแพง เพียงแต่ข้าอาศัยอยู่ที่นั่นได้แค่ไม่กี่วัน…เจ้าช่วยแก้แค้นให้ข้า ของพวกนี้เจ้ารับไปเถอะ”
วิญญาณพูดจบแล้วก็ต้องการจะพานางไปดู
เซี่ยเฉียวย่อมไม่ปฏิเสธผลประโยชน์ดีๆ เช่นนี้แน่นอน
หลังจากที่นางนั่งรถม้ามาถึงแล้ว…
ก็ได้เห็นบ้านหลังนั้น…
เซี่ยเฉียวถึงกับตกตะลึงไป
“ทำไมถึงใหญ่โตขนาดนี้” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ไม่ใหญ่นะ? ยังไม่เท่าจวนตระกูลโจวเลย” วิญญาณฉีกยิ้ม “ตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ท่านพ่อของข้ามีกิจการน่ะ ตระกูลโจวถึงได้ยอมให้พวกเราไปพักด้วยอยู่หลายวัน เพราะตอนที่ท่านพ่อของข้ายังอยู่ท่านเคยได้ส่งข้าวของเงินทองไปให้ตระกูลโจวไม่น้อย หลังจากที่ท่านพ่อของข้าตายไป ข้ากับท่านแม่ก็ไม่สามารถดูแลกิจการของครอบครัวต่อได้จึงค่อยๆ เสื่อมถอยลง แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ยังพอมีทรัพย์สินเหลืออยู่บ้าง”
เซี่ยเฉียวผลักประตูเข้าไปข้างใน
สถานที่ทรุดโทรม ต้นหญ้ารกเรื้อใบไม้ร่วงหล่น ดูรกร้างอย่างยิ่ง
ทั้งยัง…
บ้านหลังนี้ผุพังถล่มลงมาหลายแห่งไม่ว่า แค่กลับมีบางจุดที่…ดูเหมือนจะเคยถูกไฟไหม้มาก่อน
เวลานี้ยังมีขอทานไม่น้อยรวมตัวกันอยู่ข้างใน ซึ่งมันทำให้เซี่ยเฉียวตกใจจนต้องรีบถอยออกมาทันที
ตอนที่ 368 ไร้หัวใจ
วิญญาณหญิงสาวเข้าไปวนดูหนึ่งรอบ จากนั้นนางก็เดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยว “มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ถูกเผาหมดเลย เครื่องประดับของข้ากับของท่านแม่ ข้าวของที่อยู่ในบ้านนี้ไม่มีอะไรเหลือเลยสักชิ้น!”
เซี่ยเฉียวอดยิ้มไม่ได้
“ทั้งหมดนี้ข้าให้เจ้านะ เจ้ายังมีหน้ามายิ้มอีก!” วิญญาณกระทืบเท้า
“ไม่มีใครดูแลที่นี่มาตั้งหลายสิบปีแล้ว ที่มันเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรเลย หากเจ้าไม่มีทรัพย์สินเงินทองก็ตอบแทนข้าด้วยวิธีอื่นก็ได้ ทำไมข้าถึงไม่ควรยิ้มด้วยเล่า”
โม่หลิงจือเอ่ยไว้ว่าเป็นหนี้ใครก็ต้องชดใช้
วิญญาณนี้ติดค้างน้ำใจนาง ในเมื่อนางชดใช้ด้วยเงินทองไม่ได้ ย่อมต้องให้บุญนางแทน
ไม่แน่ว่าเพราะบุญครั้งนี้นางอาจจะอยู่ได้นานขึ้นอีกหน่อยก็เป็นได้
…
เซี่ยเฉียวมีความสุขมาก นางไม่ได้รีบกลับบ้านแต่กลับเดินเล่นไปยังเรือนที่ตระกูลหลินเช่าไว้อาศัยอยู่แทน
ภูมิหลังของตระกูลหลินไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตอนที่พ่อบ้านเช่าบ้านก็คำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกัน ทำเลที่เลือกค่อนข้างห่างไกล รอบข้างก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาทั้งนั้น
เซี่ยเฉียวซื้อขนมของขวัญติดไม้ติดมือไปด้วย ไม่นานนักนางก็ไปถึง
นางเพิ่งจะหยุดลงตรงตรอกเล็กๆ ก็เห็นเซี่ยผิงไหวกำลังยืนอยู่ตรงที่หนึ่งด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง อวัยวะต่างๆ บนใบหน้าแทบจะรวมกันอยู่แล้ว
“เจ้ามายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” เซี่ยเฉียวเดินเข้าไปหาเขาแล้วเอ่ยถาม
“พี่หญิงใหญ่ ข้ากลับบ้านได้ไหม ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่” เซี่ยผิงไหวเอยถามอย่างน่าสงสาร
เซี่ยเฉียวยื่นหน้าออกไปมองยังทิศทางที่เซี่ยผิงไหวมองไป
นางกลับได้พบว่าท่านตาหลินกำลังอยู่ในเรือนของคนอื่น เวลานี้เขากำลังนั่งยองๆ อยู่กับพื้นและจัดการกับสิ่งสกปรกในปากของผู้อื่น ทั้งเนื้อตัวและมือของเขาสกปรกเปรอะเปื้อนไปหมด
“ท่านตาหลินกำลังช่วยคนอื่นอยู่หรือ” เซี่ยเฉียวสงสัยเล็กน้อย
“อืม เขาได้ยินเสียงคนร้องตะโกนจึงได้ออกมาดู ก็พบคนคนนี้นอนอยู่บนพื้นชักกระตุกไม่หยุด เขายังอาเจียนเอาของสกปรกออกมาด้วย…” เซี่ยผิงไหวพูดจบก็กลั้นสีหน้ารังเกียจเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป “น่าขยะแขยงมากเลยพี่หญิงใหญ่ นี่มันน่าขยะแขยงยิ่งกว่ามูลม้าเสียอีก”
เซี่ยผิงไหวเพิ่งพูดจบก็ได้ยินท่านตาหลินที่อยู่ข้างในเอ่ยขึ้น “ข้าทำความสะอาดสิ่งสกปรกนี้ออกหมดแล้ว อาการชักกระตุกก็สงบลงแล้ว แต่เขาก็ยังต้องไปหาหมออยู่ดี ข้าเป็นแค่หมอเร่ร่อน ดูท่าพวกเจ้าคงไม่วางใจเท่าไร ไปให้ร้านยาใหญ่ดูเสียหน่อยเถอะ”
ท่านตาหลินยืนขึ้นอย่างอ่อนโยน เขาเช็ดมือพลางยิ้มจากนั้นก็ออกมาจากเรือนของคนผู้นั้น
เซี่ยผิงไหวรีบหันหน้าหนีและอยู่ให้ห่างจากท่านตาหลิน
ท่านตาหลินชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงเอ่ย “สกปรกแล้วใช่หรือไม่ กลับไปล้างหน่อยก็ได้แล้ว เมื่อครู่ถ้าข้าไม่ลงมือล่ะก็เกรงว่าคนผู้นั้นคงจะสำลักอาเจียนจนตาย เจ้าดูสิแลกกับความสกปรกแค่นี้ ก็ได้ชีวิตคนคนหนึ่งกลับคืนมาเชียวนะ คุ้มค่าแค่ไหน”
ท่านตาหลินพูดจบก็หิ้วหีบยากลับบ้านด้วยความเบิกบาน
“พี่หญิงใหญ่ คนตระกูลหลินไร้หัวใจทั้งนั้น” เซี่ยผิงไหวราวกับได้พบที่พึ่ง เขาเอ่ยกับเซี่ยเฉียวไม่หยุด “ครอบครัวพวกเขายุ่งมาก พวกเขาเช่าเรือนนี้แค่เดือนเดียวเท่านั้น พวกเขายังรับงานจากร้านยาและต้องปรุงยาตลอดทั้งวัน ทำเอาทั้งบ้านมีแต่กลิ่นยาตลบอบอวลไปหมด สองวันมานี้ข้านอนหลับไม่สนิทเลย!”
“ส่วนท่านป้าใหญ่ เมื่อวานกลางดึกนางก็ออกไปทำคลอดให้คนอื่น แถมยังลากข้าไปด้วยให้ข้าช่วยถือของให้นาง ข้าคอยอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิงคนนั้นดังออกมาจากข้างใน มันน่ากลัวมาก” สองตาของเซี่ยผิงไหวกระพริบปริบๆ
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยกมุมปากแย้มยิ้มทันที
ไม่เลวนี่ ทรมานเขาได้ดี
เมื่อเซี่ยเฉียวเข้าไปในเรือนก็เห็นเซี่ยซีกำลังนั่งยองๆ อยู่กับพื้นเล่นกับสุนัขสีดำตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งอยู่
“เมื่อวานพ่อค้าผ่านมา ซีเอ๋อร์มองเจ้าหมาดำน้อยตัวนี้ไม่วางตา ข้าก็เลยซื้อมาให้นางเลี้ยงเล่น” หลินหยาเซียงถูมือของนางไปมา “ข้าก็ไม่รู้ว่าคุณหนูจากตระกูลใหญ่อย่างพวกเจ้าจะแตะมันได้ไหม แต่มันไม่สกปรกหรอกนะ”