ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 371 ออกมาเดี๋ยวนี้ / ตอนที่ 372 ช่างตีเหล็ก
ตอนที่ 371 ออกมาเดี๋ยวนี้ / ตอนที่ 372 ช่างตีเหล็ก
ตอนที่ 371 ออกมาเดี๋ยวนี้
เซี่ยผิงไหวได้ยินเช่นนั้นนิสัยเสียก็กลับมาทันที เขาเงยหน้าขึ้น “โม่ต้าฮันคือใคร ไปก็ไปสิ เขาจะกล้าต่อยข้าหรือ!”
เมื่อเด็กๆ เหล่านั้นได้ยิน หนึ่งในพวกเขาก็หัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมา “โม่ต้าฮันตายไปแล้ว ตอนที่เขายังไม่ตายก็อยู่ที่บ้านข้างๆ เจ้านั้นอย่างไรเล่า ท่านแม่ข้าบอกว่าคนบ้านเจ้ามักจะได้ยินเสียงแก๊งๆ บ่อยๆ ไม่แน่โม่ต้าฮันอาจจะมาหาพวกเจ้าก็ได้!”
เด็กอีกคนหนึ่งรีบดึงเสื้อของเด็กคนนั้นไว้ทันที
เด็กคนที่พูดเรื่องนั้นออกมาเมื่อครู่ตื่นตระหนกเล็กน้อย “ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็ไม่กล้าไปหรอก บ้านเขาน่ากลัวมาก ไม่แน่อาจจะมีผีก็ได้!”
แต่เซี่ยผิงไหวเคยกลัวใครบ้าง
เขาหันกลับไปจ้องประตูใหญ่ที่ปิดสนิทอยู่บานนั้นทันที
ดูๆ ไปก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
“ตกลง พวกเจ้ารอข้าได้เลย” เซี่ยผิงไหวแค่นเสียงเยาะ จากนั้นก็วิ่งไปยืนอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของข้างบ้านตนเองทันทีอย่างไม่ลังเล เขายกขาเตะประตูดัง ปัง สั่นสะเทือนจนฝุ่นฟุ้งกระจาย
เซี่ยผิงไหวหันกลับมาอย่างภาคภูมิใจ
แต่กลับพบว่าเด็กๆ พวกนั้นวิ่งหนีไปเสียแล้ว
เขาถ่มน้ำลายแสดงความรังเกียจ “พวกขี้ขลาด คำพูดไม่เป็นคำพูด ก็แค่บ้านโทรมๆ หลังหนึ่งเองไม่ใช่หรือ แค่มีคนตายในบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนี่ บ้านไหนบ้างที่ไม่เคยมีคนตาย หรือว่าบรรพบุรุษของพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่กัน”
เซี่ยผิงไหวพูดจบก็ยื่นหน้าเข้าไปดูในบ้าน
มันดู…ปกติธรรมดา
แต่ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นโรงตีเหล็ก มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด
ทั้งเรือนมีขนาดเล็กกว่าเรือนที่ตระกูลหลินอาศัยอยู่เล็กน้อย มีเพียงสองสามห้องเท่านั้น และมีต้นไหวซู่[1] ขนาดใหญ่อยู่ในลานบ้าน แต่นี่กลับเป็นเรื่องแปลกเพราะมีน้อยคนมากที่ปลูกต้นไม้นี้ไว้ในบ้าน
“ต้นไม้นี้ค่อนข้างสูง พวกเราปีนขึ้นไปดูกันดีหรือไม่” เซี่ยผิงไหวหันกลับไปถามหลินต้าหลาง
หลินต้าหลางปีนี้มีอายุเพียงเจ็ดปีเท่านั้น เขาเป็นเด็กน้อยที่สุภาพอ่อนโยน ตอนอายุประมาณสามปีห้าปีก็สามารถท่องเพลงกลอนใบสั่งยาได้แล้วกับผู้เฒ่าหลินได้แล้ว
“ท่านพี่ อย่างนี้ไม่ดีหรอก ถึงอย่างไรก็เป็นบ้านของผู้อื่น พวกเราจะบุกรุกเข้าไปไม่ได้นะ” หลินต้าหลางส่ายศีรษะ
“ในบ้านนี้ไม่มีใครอยู่เสียหน่อย เจ้าจะกลัวอะไร” เซี่ยผิงไหวไม่สนใจแม้แต่น้อย
น้าหลูเคยบอกเขาว่านอกจากท่านพ่อกับพี่ชายของเขาแล้วคนที่เขาต้องกลัวในโลกใบนี้ก็คือคนที่มีตำแหน่งขุนางสูงกว่าท่านพ่อของเขาเท่านั้น คนอื่นๆ ไม่สำคัญอะไร ต่อให้ทำให้เขาให้พวกเขาขุ่นเคืองคนที่บ้านก็ยังสามารถจัดการให้ได้
ส่วนที่นี่…
ก็แค่บ้านคนธรรมดาเท่านั้น เขาก็ไม่ได้จะเข้าไปขโมยของเสียหน่อยแค่จะเข้าไปเดินวนสักรอบเท่านั้น ครู่เดียวก็ออกมาแล้ว!
จากนั้นเซี่ยผิงไหวก็เดินเข้าไปข้างใน
‘แก๊ง แก๊ง แก๊ง’
“หนวกหูจริงๆ” เซี่ยผิงไหวเอามือปิดหูตนเอง เขาได้ยินเสียงนั้นชัดเจนมากเมื่ออยู่ในนี้!
เขารู้สึกว่าเสียงนั้นดังมาจากด้านในห้องนั้น
เซี่ยผิงไหวเดินเข้าไปอย่างไม่รีรอ
หนึ่งก้าว สองก้าว
ใต้เท้าเขาราวกับมีเสียงดังสวบสาบเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองแล้วพ่นลมออกจากจมูกอย่างเย้ยหยัน
ภายในเรือนแห่งนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่มานานมากแล้ว ดังนั้นจึงเงียบมาก หลังจากที่เขาเข้ามาแล้วเสียงฝีเท้าของเขาจึงได้ยินชัดขึ้นโดยธรรมชาติและดูน่ากลัวด้วยเหตุนี้ เด็กบ้าเพื่อนบ้านของเขาพวกนั้นจะต้องได้ยินเสียงเหล่านี้แล้วรู้สึกว่าที่นี่มีเสียงหวีดหวิว
ส่วนเสียงแก๊งๆ ที่ดังขึ้นจากในห้องนั้น…
“ใครซ่อนอยู่ข้างในน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เขายืนตะโกนเสียงดังอยู่ตรงหน้าประตูห้อง “หากเจ้าไม่ออกมา ข้าก็จะเข้าไปแล้วนะ หากข้าจับเจ้าได้เมื่อไรจะจับเจ้ามัดไว้แล้วเอาฆ้องทองแดงใบใหญ่ๆ มาเคาะข้างหูเจ้าทั้งคืน!”
ไม่มีใครตอบ เสียงดังหนวกหูนั้นก็ยังคงอยู่
“แสร้งทำลึกลับเก่งจริงๆ” เซี่ยผิงไหวเยาะ
เขาผลักประตูห้องให้เปิดแล้วก้าวเข้าไปข้างใน
หลังจากนั้นก็มีเสียง “ฟิ้ว” ดังขึ้นมา ข้างนอกมีลมพัดแรงแล้วประตูก็ปิดสนิท
หัวใจของเซี่ยผิงไหวเต้นแรงขึ้นมาทันที เขามองซ้ายขวา ภายในห้องมืดสนิท…
ตอนที่ 372 ช่างตีเหล็ก
เซี่ยผิงไหวผลักประตู ประตูบานนั้นไม่ขยับเยื้อน เขากระโดดเตะหนึ่งทีแต่ตนเองกลับกระเด็นออกมานั่งจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น
เขาฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นยืน
ทันใดนั้นเขาก็เห็นแสงไฟสีแดงแปลกๆ รางๆ เหมือนเปลวไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศขึ้นๆ ลงๆ
“อะไรน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เซี่ยผิงไหวตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว
แก๊ง แก๊ง แก๊ง
“มาตีสิ ตีให้แรงๆ ตีเลย” ค้อนขนาดใหญ่ลอยมาอยู่ ‘ตรงหน้า’ เขา
เซี่ยผิงไหวกลืนน้ำลายทันที
…
และในเวลานี้เด็กๆ ที่อยู่ข้างนอกก็ตกใจอย่างยิ่ง
“ท่านพี่ ช่วยท่านพี่ด้วย!” ใบหน้าน้อยๆ ของเซี่ยซีซีดขาว นางรีบวิ่งไปบ้านตระกูลหลิน พอไปถึงแล้วก็คว้าหลินกั่งซงกับหลินเช่อไป่แล้วเอ่ย “พังแล้ว บ้านพังแล้ว”
อาเขยตระกูลหลินสองคนนี้ย่อมรู้เรื่องที่บ้านถล่มแน่นอนอยู่แล้ว
เสียงดังโครมครามขนาดนั้น ฝุ่นควันก็คลุ้งเต็มไปหมด พวกเขาได้ยินแล้ว!
“ท่านพี่อยู่ข้างใน” เซี่ยซีและหลินต้าหลางร้อนใจอย่างยิ่ง
ทันทีที่พวกเขาได้ยินเช่นนั้นคนตระกูลหลินทั้งหมดก็ตื่นตระหนกลนลานไปหมด พวกเขารีบวิ่งไปที่ซากปรักหักพังข้างๆ แต่กลับรู้สึกว่าสองตามืดมัวลงในทันใด
กำแพงหินพังทลายลง บนพื้นเต็มไปด้วยเศษซาก ท่านป้าตระกูลหลินและเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงก็พยายามปีนขึ้นไป พอพวกเขาปีนข้ามกำแพงไปได้แล้วกลับได้เห็นว่าภายในห้องนั้น…เกิดหลุมขนาดใหญ่!
แล้วคนจะยังรอดอยู่ได้อย่างไรเล่า!
ต้นไหวซู่ขนาดใหญ่ก็ล้มลงเช่นกัน มันทับลงบนซากปรักของห้องที่ถล่มลงมาพอดิบพอดี ของที่ทับอยู่ด้านบนมีทั้งคานทั้งต้นไม้ใหญ่ พวกเขาจึงไม่กล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายสุ่มสี่สุ่มห้า
“เร็วเข้า! รีบไปแจ้งทางการ!” ท่านป้าหลินตัวสั่นไปทั้งตัว นางร้อนใจเหมือนมดที่อยู่บนกระทะร้อนแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
หากเขายังมีชีวิตอยู่ล่ะ หากขยับของที่ทับอยู่ข้างบนล่ะ แล้วถ้าหากเผลอทำมันทับเขาเข้าไปอีกล่ะจะทำอย่างไร!
“เซี่ยผิงไหว เจ้าเด็กบ้า หากเจ้าได้ยินเสียงข้าก็ให้ส่งเสียงตอบหน่อย!” หลินหยาเซียงตะโกนออกไปทันที
ด้านล่างมีหลุมที่ทั้งดำมืดและสกปรก นางมองไม่เห็นว่าเขาถูกทับอยู่ตรงตำแหน่งใดกันแน่
ไม่มีเสียงอะไรเลย
หลินหยาเซียงรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ
ใครบางคนรีบไปแจ้งความทันที
“ไปตามพี่หญิง ไปตามพี่หญิง” สีหน้าเซี่ยซีเป็นทุกข์ นางคว้าแขวนหลินเช่อไป่ไว้ด้วยท่าทางดื้อดึงอย่างยิ่ง
หลินเช่อไป่จนปัญญา อีกอย่างเรื่องใหญ่เช่นนี้ก็ควรที่จะต้องแจ้งให้คนตระกูลเซี่ยรับรู้ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบสาวเท้าตรงไปยังบ้านตระกูลเซี่ยทันที
เรือนที่พ่อบ้านหาให้หลังนี้ไม่นับว่าไกลจากบ้านตระกูลเซี่ยสักเท่าไร ทั้งนี้ก็เพื่อสองบ้านจะได้ไปมาหาสู่กันสะดวก
ราชสำนักเฉียนหยวนก็มีข้อห้ามออกนอกบ้านในเวลากลางคืนเช่นกัน ทว่าเวลานี้ก็ค่อนข้างเย็นมากแล้ว บนถนนมีคนน้อยก็จริงแต่ก็ยังพอที่จะเดินทางสัญจรได้
เขาเคาะประตูบ้านตระกูลเซี่ย
เมื่อพ่อบ้านได้ยินเรื่องนี้ก็รีบไปรายงานเซี่ยผิงกั่งและเซี่ยเฉียวทันที
เซี่ยผิงกั่งหน้าดำคร่ำเครียด เขาสวมเสื้อผ้าแล้วก็รีบขึ้นหลังม้าออกไปทันทีและทิ้งเซี่ยเฉียวเอาไว้ข้างหลัง
เซี่ยเฉียว…ไม่กล้าขี่ม้า
เจ้าเด็กบ้านั่นเข้าไปในบ้านผีสิงที่อยู่ข้างบ้าน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในบ้านหลังนั้นกันแน่ เกิดนางต้องเจอกับอะไรที่รับมือยากเป็นพิเศษ การขี่ม้าจะเปลืองแรงของนางมาก นางจึงได้แต่ต้องให้พ่อบ้านเตรียมรถม้าแล้วนั่งโยกไปโยกมาแทน
เมื่อเซี่ยเฉียวไปถึงที่นั้น ผู้คนจำนวนมากต่างก็ยืนอยู่ข้างนอกรวมไปถึงเซี่ยผิงกั่งด้วย
“พบรังปลวกข้างในจำนวนมาก เมื่อครู่มีคนจากทางการมาดูแล้ว ประเดี๋ยวจะมีคนหายามาให้กำจัดปลวกเสียก่อนจึงจะเข้าไปช่วยคนได้” สีหน้าเซี่ยผิงกั่งสงบนิ่ง
สีหน้าของท่านป้าหลินก็ดูเคร่งขรึมจริงจังน่ากลัวกว่าการร้องไห้เสียอีก
“บ้านหลังนี้คงไม่มีใครอยู่มานานแล้ว พอเจ้าเด็กบ้านั่นเตะออกไปทั้งสองเท้าอย่างนั้นมันจึงถล่มลงทันที สมควรโดนแล้ว” เซี่ยผิงกั่งยังคงปากร้ายเหมือนเดิม “เจ้าไม่ต้องร้อนใจไปหรอก มันดวงแข็งออก”
เซี่ยเฉียวไม่ได้ร้อนใจ ร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์ นางเข้าใจดี
เวลานี้นางกำลังมองดูอยู่
ตรงหลุมนั้นมีพลังหยินรุนแรงมาก
ยิ่งไปกว่านั้นตรงจุดมันพังลงมาก็มีวิญญาณแค้นอยู่ตนหนึ่ง เขาไม่ได้สวมเสื้อ เผยไหล่เปลือย ไม่มีจมูกไม่มีดวงตาบนใบหน้าแล้ว แต่กลับยัง…ตีเหล็กอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน
————————
[1]ต้นไหวซู่ ต้นเจดีย์ญี่ปุ่น ต้นไม้ทรงพุ่มตระกูลถั่ว นิยมปลูกประดับสวน