ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 373 วนไปร้อยจบ / ตอนที่ 374
ตอนที่ 373 วนไปร้อยจบ / ตอนที่ 374
ตอนที่ 373 วนไปร้อยจบ
“ตีสิ ตีเลย…ตีให้แรงๆ…”
เซี่ยเฉียวได้ยินเสียงนั่น
นางไม่เคยเห็นวิญญาณแค้นที่ดุร้ายเช่นนี้มาก่อน
กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทั่วร่างกายของเขา ทำให้ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถฆ่าคนด้วยค้อนได้ในทีเดียว สองมือของเขาราวกับมีไฟลุก เขาใช้ค้อนทุบแท่งเหล็กยาวๆ เปล่งแสงแดงวาบที่ถืออยู่ในมือไม่หยุด
“หากรอให้กำจัดปลวกหมดก่อน วิญญาณน้อยๆ ของน้องชายท่าน…ก็น่าจะถูกชาวบ้านโยนเข้าไปในเตาเป็นเชื้อไฟแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยทันใด
เมื่อเซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นเขาก็มองไปที่นาง “มี…สิ่งนั้นหรือ”
“อืม ช่างตีเหล็กคนหนึ่ง ดุร้ายนัก” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“หากอย่างนั้นเจ้าก็ไปหาปรมาจารย์โม่สิ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างรวดเร็ว
“ไม่ทันแล้ว” เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ ปรมาจารย์โม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปตามหานางทำไมให้เสียเวลา
สีหน้าของเซี่ยผิงกั่งหม่นหมองลงเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ “แล้วเจ้าล่ะ เจ้าทำได้หรือไม่ อย่าบอกข้านะว่า เจ้าติดตามโม่หลิงจือมาตั้งนานหลายปีแล้วแต่ไม่สามารถจัดการกับเรื่องเล็กๆ นี้ได้”
“น่าจะพอไหวนะ ข้าไม่แน่ใจ” เซี่ยเฉียวท่าทางขี้ขลาด
หากเวลานี้นางเป็นโม่ชูเซิง นางก็จะพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางลึกลับสูงส่งโดยไม่พูดอะไรสักคำ
อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ใหญ่เช่นนี้มันทำให้นางรู้สึกไม่มั่นใจจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
“เจ้าเด็กบ้านั่น ปล่อยให้มันตายอยู่ในนั้นไปเถอะ!” เซี่ยผิงกั่งเกรี้ยวกราดดุดัน “หากเจ้าไม่ได้แน่ใจเต็มร้อยก็อย่าลองเลย นี่มันอยู่ใต้ดินเชียวนะ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า บ้านเราก็จะต้องเสียเจ้าไปอีกคน”
เวลานั้นเซี่ยเฉียวก็กำลังก้มหน้าค้นหาอะไรในกระเป๋าผ้าของนางแล้ว
นางหยิบของบางอย่างออกมาแล้วฝังมันไว้ในตำแหน่งต่างๆ รอบๆ
…
เวลานี้เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตายแล้ว
“ตีสิ เจ้าตีได้หรือเปล่า มา มากับข้า ตีเข้า เร็ว” น้ำเสียงนั้นดุดัน
“เจ้าไม่ต้องตะโกนแล้ว! ข้าตีแล้วก็ได้!” เซี่ยผิงไหวโกรธจัด เขาคว้าค้อนขนาดใหญ่ขึ้นมาจากนั้นก็ แก๊ง แก๊ง แก๊ง…
หลังจากที่เซี่ยผิงไหวตีไปยังไม่ถึงสิบทีเขาก็พบจุดแสงสีขาวเล็กๆ เลือนราง
“เด็กโง่ ท่องตามข้านะ” เซี่ยเฉียวกำลังยืนอยู่ในลานบ้านข้างนอก
เซี่ยผิงกั่งขอให้เจ้าหน้าที่ทางการไล่ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ไปทันที ทางฝั่งตระกูลหลินก็มีเพียงหลินหยาเซียงเท่านั้นที่ไม่ยอมจากไป
“พี่หญิงใหญ่ ท่านอยู่ไหนน่ะ ตรงนี้มีไอ้บ้าคนหนึ่งขู่ให้ข้าตีเหล็ก…” เซี่ยผิงไหวตะโกนออกไป
เซี่ยเฉียวไม่มีความสามารถเข้าฝันใคร และยันต์นี้ก็เอาไว้สำหรับใช้กับพวกวิญญาณเท่านั้น
เวลานี้เซี่ยผิงไหวได้ยินนางก็พิสูจน์ว่าวิญญาณของเขาหลุดออกร่างกายแล้วเล็กน้อย และหากวิญญาณหลุดออกมาทั้งหมด ชีวิตน้อยๆ ของเขาก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว
“ไม่ต้องพูดอะไรเหลวไหล ท่อง!” เซี่ยเฉียวพึมพำแล้วเอ่ย “โลกและสวรรค์ลี้ลับ กำเนิดพลังทั้งปวง ด้วยแสงสีทอง อาบร่างกายข้า…”
“อ่า” เซี่ยผิงกั่งทำตามแต่โดยดี “โลกและสวรรค์ลี้ลับ…”
“ตามองไม่เห็น หูฟังไม่ได้ยิน! ตะวันขึ้นทางทิศบูรพา ขับไล่ความมืดมิด ผีปีศาจหวาดผวา ชำระความตาย สายฟ้าอยู่ใน อัสนีเทพเร้นนาม…”
เซี่ยผิงไหวอยากจะบอกนางอย่างยิ่งว่าประโยคนี้ยาวเกินกว่าที่เขาจะจำได้
แต่เมื่อเซี่ยเฉียวพูดจบ คำพูดเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่รู้จบ เขาถึงกับท่องมันออกมาโดยไม่รู้ตัว
คำต่อคำ
เซี่ยผิงไหวรู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดเล็กน้อย
แต่เมื่อนึกถึงพี่สาวอายุสั้นของเขา เซี่ยผิงไหวจึงไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งนาง
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่เขากำลังท่องไปเรื่อยๆ อยู่นั้นก็ราวกับว่าร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง ซึ่งทำให้เขาสบายมากและไม่ได้ยินเสียงที่คอยแต่บอกให้เขา ‘ตี ตี ตี’ ดังหนวกหูเป็นพิเศษอยู่ตลอดเวลา
เขารู้สึกสบายใจขึ้นมากและเชื่อฟังนางมากขึ้น
หลังจากที่เขาท่องไปสองสามรอบเซี่ยเฉียวก็พูดว่า “เจ้าจำมันได้แล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นแล้วก็ท่องออกมาเอง ท่องวนไปร้อยจบ พอถึงร้อยจบ เอาเงินไปสิบตำลึง!”
โบยสิบทีด้วย! เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริมขึ้นในใจ
ตอนที่ 374
เซี่ยผิงไหวท่องไปเรื่อยๆ
เวลานี้เซี่ยเฉียวกำลังตั้งใจจัดการวิญญาณแค้นตนนั้น
ทว่าวิญญาณแค้นตนนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ เดิมทีนางคิดว่าตนเองจะต้องทำสองอย่างไปพร้อมกัน แต่นึกไม่ถึงว่าวิญญาณแค้นนี้จะไม่ได้โจมตีนาง เขากลับยังตีเหล็กอยู่ตรงที่เดิม
ฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ คนเหล่านั้นต่างก็อยู่ด้านนอกกำแพงหิน เวลานี้พวกเขาจึงมองไม่เห็นเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวหยิบยันต์กำราบวิญญาณออกมาพร้อมกับกระบี่ไม้ท้อแล้วโจมตีไปที่วิญญาณแค้น
โครม! การโจมตีถูกร่างของวิญญาณแค้น และเผาไหม้จนเกิดเป็นรูใหญ่
วิญญาณแค้นตนนั้นก้มลงมองรูโหว่แล้วก็หันไปมองนาง
จากนั้นก็หยิบค้อนใหญ่ขึ้นมาทันใด แก๊ง!
พริบตานั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าสมองของนางแทบจะระเบิดแล้ว!
“เจ้าเด็กบ้านั่นผิดที่ไปรบกวนเจ้าตีเหล็ก เจ้าปล่อยเขาออกมาเถอะ แล้วข้าจะเผากระดาษไปให้เจ้าเยอะๆ ดีหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียงเบา
“ตี ตี ตี…” เสียงแก๊งๆ ยังคงดังต่อไป
เซี่ยเฉียวเองก็เริ่มมีโทสะแล้ว
นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะก้าวไปตามทิศทาง กระบี่ไม้ท้อ ยันต์เจ็ดดาว
“ความลับสวรรค์ ดาวเทียนเสวียน เปิดพลังหยาง…ขวาเฝ้าดาวใต้ ซ้ายคุมเจ็ดดาว สว่างชัดเจน วางจิตตรงหน้า โลกและสวรรค์ประสานเป็นหนึ่ง ทำตามคำสั่งข้า!”
ในชั่วพริบตากระบี่ไม้ท้อในมือของเซี่ยเฉียวราวกลับกลายเป็นดาวนับล้านและพุ่งเข้าโจมตีวิญญาณแค้นตนนั้น
เตาไฟของเขาพังลงในทันใด
วิญญาณแค้นตนนั้นก็รับการโจมตีไปหลายแห่งเช่นกัน มันเต็มไปด้วยรอยแผล ในขณะที่เซี่ยเฉียวก็ทำราวกับกำลังจะสู้ศึกใหญ่กระนั้น
“พังแล้ว…ตีไม่ได้แล้ว พังแล้ว…ท่านแม่ เตาพังเสียแล้ว…” วิญญาณแค้นตนนั้นร้องไห้ออกมาทันที
“…” เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาอย่างสงสัย
ใบหน้าของวิญญาณแค้นนี้ไม่สมบูรณ์ แต่เวลานี้หลังจากที่เขาร้องไห้ออกมาเซี่ยเฉียวก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับกระดูกของเขา
วิญญาณแค้นนี่จะ….สมองมีปัญหา?
ในชั่วขณะนั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกผิดเล็กน้อย
คาถาสาปแช่งเมื่อครู่ค่อนข้างรุนแรง
นางเองก็กลัววิญญาณแค้นที่แข็งแรงบึกบึนขนาดนี้ มันค่อนข้างน่ากลัว
“ท่านแม่ เตาพัง เตาพังแล้ว…ตีไม่ได้แล้ว…” วิญญาณแค้นยังคงร้องไห้ต่อไป
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หรือว่า…ข้า…ชดใช้ให้เจ้าดีไหม เอาอย่างนี้ เจ้าไปกับข้า ข้าจะเก็บเจ้าไปก่อน หลังจากกลับไปแล้วข้าจะแกะสลักเตาไฟอันใหม่เผาไปให้เจ้าดีไหม”
“จะเอาเตา ทำงาน ทำงาน” วิญญาณแค้นย้ำ
“ตกลง ตกลง” เซี่ยเฉียวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
วิญญาณแค้นได้ยินเช่นนั้นก็ยอมลงมาแต่โดยดี และไม่ได้ดูดุร้ายเหมือนเมื่อครู่แล้ว
เซี่ยเฉียวแอบรู้สึกประหลาดใจ นางรีบนำยันต์เก็บวิญญาณออกมาท่องคาถา แล้วเก็บวิญญาณแค้นไปทันที!
มันกลับง่ายดายอย่างยิ่ง!
หลังจากที่เก็บวิญญาณแค้นไปแล้วก็เหลือแต่ต้องช่วยคนออกมา เซี่ยเฉียวออกมาพูดคุยกับเซี่ยผิงกั่งเล็กน้อย คนกำจัดปลวกจึงได้เริ่มลงมือทำงาน
“พี่ชายใหญ่ ที่นี่มีวิญญาณแค้นที่สมองไม่ดีตนหนึ่ง เขาดูน่าสงสารมาก ข้าเองก็ไม่ได้ต้องใช้ความพยายามอะไรในการจับเขา” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า “ข้าเพิ่งจะไปสอบถามคนแถวนี้มา คนที่อยู่ในนั้น…ชื่อโม่ต้าฮัน เขาสมองไม่ดีมาตั้งแต่เด็กๆ ถูกคนอื่นกลั่นแกล้งมาจนโต บิดามารดาของเขากลัวว่าเขาจะอดตายในอนาคตจึงได้พาเขาไปเรียนตีเหล็ก ในบ้านก็ทำเตาไฟใหญ่เอาไว้ให้เขาฝึกฝน เขาทำได้แค่ตี แต่ไม่สามารถทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างได้ พ่อแม่จึงตำหนิเขา ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหล็กร้อนนั้นจึงกระแทกหน้าเขา แล้วเขาก็ตาย หลังจากที่เขาตายพ่อแม่ก็รู้สึกผิดและโศกเศร้าจึงได้ฆ่าตัวตายบนต้นไหวซู่” เซี่ยผิงกั่งอธิบาย
เซี่ยเฉียวเงียบไปครู่หนึ่ง
“มิน่าเขาถึงได้เอาแต่พูดว่าตีๆ อยู่อย่างนั้น” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
เขาเป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง
ตามหลักแล้วคนที่สมองมีปัญหาเช่นนี้ก็ไม่ควรที่จะกลายเป็นวิญญาณแค้นไปได้
อาจจะเป็นไปได้ว่าหลายปีมานี้แม้ว่าเขาจะมีปัญหาทางสมองแต่กลับสามารถที่เข้าใจได้ ทุกคนต่างก็ปฏิเสธเขา รังเกียจเขา ดังนั้นจึงสร้างแผลไว้ในใจโดยไม่รู้ตัว
หลังที่เขาตายไปแล้วจึงไม่ได้ไปเกิดใหม่และกลายเป็นวิญญาณแค้นไปอย่างอธิบายไม่ได้