ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 377 ขาดสิ่งไหนบำรุงด้วยสิ่งนั้น / ตอนที่ 378 อย่าโกรธข้านักเลย
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 377 ขาดสิ่งไหนบำรุงด้วยสิ่งนั้น / ตอนที่ 378 อย่าโกรธข้านักเลย
ตอนที่ 377 ขาดสิ่งไหนบำรุงด้วยสิ่งนั้น / ตอนที่ 378 อย่าโกรธข้านักเลย
ตอนที่ 377 ขาดสิ่งไหนบำรุงด้วยสิ่งนั้น
สีหน้าเซี่ยผิงไหวดูไร้เดียงสาในเวลานี้ เขามองไปรอบๆ อย่างว่างเปล่าพลางรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกโลกทอดทิ้ง
“พี่หญิงใหญ่ เมื่อวานข้าฝันถึงท่าน ฮึก ท่านยังให้ข้าท่องหนังสือตั้งร้อยจบ ท่านพูดว่า…ฮึก ถ้าข้าท่องจบแล้วจะให้รางวัลข้าสิบตำลึง ทำไมตอนนี้ถึงกลับกันเป็นข้าติดหนี้ท่านสิบตำลึงได้เล่า ฮึก…” เซี่ยผิงไหวเอ่ยอย่างระมัดระวัง
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม
นางมองเซี่ยผิงไหวอย่างอ่อนโยนดูน่าหลงใหลเป็นพิเศษ
“น้องชายที่โง่เขลา เจ้าพูดเองว่านั่นเป็นความฝันใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวหรี่ตาลงจากนั้นก็หันไปเอ่ยกับท่านป้าหลิน “คนก็ลากออกมาได้แล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว แม้ว่าแขนนี้จะหักแต่ก็ยังมีอีกข้าง ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคในการช่วยท่านทำงานอะไร ท่านป้าพาเขากลับไปเถอะ จริงสิ ถึงแม้ว่ามือนี้จะเขียนหนังสือไม่ได้ แต่เขาก็ยังท่องหนังสือได้อยู่ ต้องรบกวนท่านป้ากระตุ้นเขาหน่อย”
หลินหยาเซียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ตกลง”
เด็กคนนี้ซนมาก เขาสมควรที่จะถูกลงโทษจริงๆ
แต่…
หลินหยาเซียงเหลือบมองเซี่ยผิงกั่งและเซี่ยเฉียว ดูเหมือนว่าครอบครัวนี้จะมีอารมณ์รุนแรงมาก หากพวกนางใช้ไม้แข็งกับเซี่ยผิงไหวมากเกินไปเกรงว่าจะไม่ได้ผล
ก่อนหน้านี้…
ไม่ใช่พวกเขาเคยบอกว่าหลูซื่อนั่นตามใจเขาไม่ใช่หรือ
หลินหยาเซียงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คิดได้ว่าเด็กคนนี้ชอบให้ใช้ไม้อ่อน ตอนนี้เขากำลังเจ็บมือพอดี นางฉวยโอกาสนี้เพาะบ่มความผูกพันเสียเลยดีกว่า ภายหลังจะง่ายต่อการสอน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแววตาที่หลินหยาเซียงมองเซี่ยผิงไหวจึงอ่อนโยนขึ้นมาก
กระทั่งว่าหลังจากที่พวกเจ้าหน้าที่ทหารออกไปแล้ว หลินหยาเซียงก็ก้าวเข้าไปแล้วเอ่ยกับเขาว่า “เจ้าเด็กนี่ทำให้ป้าตกใจจริงๆ หากเจ้าเป็นอะไรขึ้นมา ป้าก็จะไม่อยู่ ตายตามเจ้าไปดีกว่า พวกเราสองคนไปหาท่านแม่เจ้าด้วยกัน…”
“…” เซี่ยผิงไหวอ้าปากค้าง
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกกระมัง เขาและท่านป้าของเขาก็ไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยอะไรกันมาก…
แต่นางอ่อนโยนขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่สามารถด่ากลับไปได้จึงเอ่ยว่า “ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่แขนข้างเดียวเองนี่ ฮึก ข้าไม่เจ็บหรอก!”
“เด็กโง่ ต่อหน้าป้าเจ้าไม่ต้องอดทนไว้หรอก ไป ป้าจะพาเจ้ากลับบ้าน เจ้าอยากกินอะไร” น้ำเสียงหลินหยาเซียงอบอุ่นอ่อนโยน นางเอ่ยต่อ “ขาดสิ่งไหนบำรุงด้วยสิ่งนั้น ป้าต้มน้ำแกงกระดูกให้เจ้าดีไหม”
“…ตกลง” เซี่ยผิงไหวตอบรับด้วยความงุนงง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านตาหลินบอกเขาว่าท่านแม่และท่านป้าของเขาหน้าเหมือนกัน
เพียงแต่ว่านิสัยของท่านแม่เขาอ่อนโยน ส่วนนิสัยของท่านป้าก็จะแสบกว่าเล็กน้อย
หลังจากที่หลินหยาเซียงพาเซี่ยผิงไหวออกไปแล้ว เซี่ยผิงกั่งก็ขมวดคิ้วไม่หยุด
หลูซื่อเพิ่งจะจากไป ตระกูลหลินนี่อย่าได้เป็นเหมือนหลูซื่อเลย
“พี่ชายใหญ่วางใจได้ ท่านป้าหลินดีมาก” เซี่ยเฉียวพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขา
“เจ้าบอกว่าดีนั่นจะต้องดีจริงๆ แน่” เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าแล้วจากไปอย่างวางใจ
ตอนที่หลูซื่อยังอยู่ น้อยมากที่เซี่ยเฉียวจะเป็นฝ่ายทักทายนางก่อนและยังไม่เคยชมนางเลย ดวงตาคู่นี้ของนางมองเห็นคนตายได้และมองคนได้อย่างแม่นยำ
เซี่ยเฉียวกลับจวน
เนื่องจากเป็นปีใหม่เซี่ยผิงกั่งเองก็ได้หยุดพักในเวลานี้
ตระกูลเซี่ยไม่ครึกครื้น เซี่ยผิงกั่งเอาแต่เล่นอาวุธของตอนเองอยู่ในเรือน อีกทั้งอาวุธที่ดีที่สุดของเขาก็ถูกขายออกไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังฝึกดาบใหญ่ด้วยสีหน้ารังเกียจ ในเรือนเขาเหลือบ่าวรับใช้ที่ใจกล้าไว้คอยปรนนิบัติเขาคนเดียวเท่านั้น คนอื่นๆ ต่างก็หลบออกไปหมดแล้ว
ทางฝั่งเซี่ยเฉียวยิ่งเงียบสงบกว่า
นางพูดจริงทำจริง เวลานี้นางหาไม้ชั้นดีมาได้แล้วหนึ่งชิ้น นำเครื่องไม้เครื่องมือของนางออกมา และเริ่มลงมือแกะสลักอย่างระมัดระวัง
มันคือเตาไฟใหญ่และค้อนอันใหญ่
เซี่ยเฉียวคิดถึงวิญญาณแค้นก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาน่าสงสาร นางคิดไปคิดมาแล้วจึงแกะสลักลวดลายเหมือนจริงมากลงบนค้อนใหญ่อันนั้น มันจึงดูดีมากขึ้น
นางยังไม่ต้องรีบร้อนเผาของพวกนี้ไปให้เขา หลังจากที่วิญญาณแค้นได้รับไปแล้ว นางก็คงไม่กล้าที่จะปล่อยเขาออกมาง่ายๆ จะต้องกำจัดความแค้นของเขาไปเสียก่อน
ตอนที่ 378 อย่าโกรธข้านักเลย
หลังจากที่เซี่ยเฉียวแกะสลักเสร็จแล้ว เซี่ยเฉียวก็นำมันไปวางไว้ที่หอส่องชะตา
หลังจากปีใหม่ตระกูลเซี่ยได้รับข่าวมงคลใหญ่โต
เซี่ยผิงกั่งได้เลื่อนตำแหน่ง
เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขายังวิ่งทำงานไปทั่วโดยไม่มีตำแหน่ง แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปถึงขั้นหกเป็นเสียงสิงต้าฟุ!
เมื่อเซี่ยผิงกั่งได้ยศขั้นนี้แล้ว หากมีความจำเป็นเขาก็สามารถขึ้นเป็นขุนนางขั้นห้าได้ทันที
เรื่องนี้ทำให้หลายคนต้องตกใจ
ภายในพริบตาเดียวธรณีประตูของตระกูลเซี่ยก็แทบจะพังลง
ก่อนหน้านี้ชื่อเสียงตระกูลเซี่ยไม่ดีแต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็มีชายหนุ่มที่มีความโดดเด่นขนาดนี้ ทั้งยังถึงวัยแต่งงานได้แล้ว ครอบครัวขุนนางเล็กๆ จำนวนมากจึงให้ความสนใจในตัวเขา
ส่วนข่าวลือที่ว่าเขาโหดเหี้ยมดุร้าย?
มันไม่สำคัญหรอกว่าผู้หญิงจะแต่งงานกับใคร บางทีคนที่ดูดุร้ายคนนี้อาจจะเอาใจภรรยาของเขาเป็นก็ได้
นอกจากเซี่ยผิงกั่งแล้วก็ยังมีแม่สื่ออีกไม่น้อยที่สอบถามข่าวคราวเกี่ยวกับเซี่ยเฉียว
ตระกูลเซี่ยไม่มีนายหญิง แม่สื่อก็ไม่อาจไปหาเซี่ยผิงกั่งได้
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ใช่คนที่จะอดทนอะไรนัก จึงได้ให้แม่สื่อพวกนี้มาพบพร้อมๆ กันเลยทีเดียว พวกนางทั้งหมดนั่งรออยู่ในห้อง เมื่อมากันครบแล้วเขาจึงโผล่หน้ามา
“ข้าจะไม่พูดเรื่องไร้สาระอะไรให้มากความแล้ว คิดจะแต่งกับน้องสาวข้าก็ต้องมีเงื่อนไขบางอย่าง” เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
แม่สื่อพากันตกใจจนแทบจะคงรอยยิ้มไว้ไม่ไหว และพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ “ท่าน ท่านว่ามาเลย…”
“จะต้องเป็นคนใจกล้า พวกขี้ขลาดเวลาเห็นงูหนอนหนูมดแล้วตกใจจนจะตายแบบนี้ไม่เอา!” เซี่ยผิงกั่งเสียงดังขึ้นมา “นี่คือเงื่อนไขเบื้องต้น รองมาคือเรื่องนิสัยใจคอ คิดจะมีอนุหรือบ่าวรับใช้ข้างห้องก็ได้อยู่ แต่ว่าจะต้องรอให้นางตายไปก่อนเท่านั้น จะต้องมีความซื่อสัตย์”
“…” แม่สื่อคิดว่าพวกนางได้ยินผิด
รอให้คุณหนูใหญ่คนนี้ตายไปก่อนค่อยว่ากัน?!
จริงสิ พวกนางเคยได้ยินมาก่อนจริงๆ ว่าคุณหนูใหญ่คนนี้อายุสั้น
แต่ไม่ว่านางจะอายุสั้นสักแค่ไหนก็ยังอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ หากเผื่อว่าแม่นางคนนี้ใช้เงินเก่ง แล้วยังให้กำเนิดลูกไม่ได้อีก เช่นนั้นแล้วชีวิตคนคนนั้นจะไม่จบสิ้นไปเลยหรือ
“เงื่อนไขของครอบครัวเราไม่สูง ภูมิหลังไม่สำคัญ พรสวรรค์…ก็ไม่สำคัญหรอก ขอแค่สุขภาพดี ให้กำเนิดลูกได้ก็พอ” เซี่ยผิงกั่งยังรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบกระนั้น
เวลานี้แม่สื่อทั้งหลายต่างก็ยิ้มไม่ออกแล้ว
การมีเงื่อนไขในการแต่งภรรยาถือว่าเป็นเรื่องปกติ
เงื่อนไขของตระกูลเซี่ยเองก็ไม่ได้นับว่าสูงอะไร แต่เมื่อใต้เท้าเซี่ยน้อยคนนี้พูดออกมากลับต่างออกไปทันที
แม่สื่อพวกนี้มาเร็วเท่าไรก็กลับไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกโกรธมาก
เมื่อเขาไปถึงเรือนของเซี่ยเฉียวแล้วได้เห็นว่า นางเล่นไม้อยู่ในมือและยังมีอารมณ์แกะสลักหุ่นไม้ เขาก็ยิ่งรู้สึกทอดถอนใจ “เจ้าไม่สนใจสักหน่อยหรือ ไม่ใช่ว่าตระกูลฟัง ตระกูลเฝิง และตระกูลเมิ่งส่งเทียบเชิญมาให้เจ้าแล้วหรือ เจ้าออกไปพบผู้คนให้มากหน่อย ไม่แน่บ้านของพวกนางอาจจะมีคนที่เหมาะสมกับเจ้าก็ได้ เจ้าว่าไหม”
เซี่ยเฉียวก้มหน้าลงเป่าเศษไม้ “พี่ชายใหญ่ก็เหมือนกันมิใช่หรือ”
“ข้ายังอยู่ได้อีกหลายปี เจ้าทำได้หรือ” เซี่ยผิงกั่งขึ้นเสียง
เซี่ยเฉียวเบะปากและเอ่ยขึ้นช้าๆ “พี่ชายใหญ่ อย่าโกรธข้านักเลย”
เซี่ยผิงกั่งถลึงตา นี่เขาโกรธนางแล้วหรือ!
เขายังไม่ทันได้พูดเรื่องสำคัญเลยนะ!
“ท่านรู้จักน้องสาวของต่งซีอวิ๋นหรือไม่ คุณหนูรองของตระกูลต่งน่ะ อายุน้อยกว่าข้านิดหน่อย ท่าทางกล้าหาญ ยิ้มแล้วดูดีมาก” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็เงยหน้าถามเรื่องนี้ขึ้นมา
“ข้าไม่รู้จัก” เซี่ยผิงกั่งไม่ได้คิดเลยแม้แต่น้อย
“ท่านลองคิดดูให้ดีๆ หน่อยว่าเคยพูดคุยกับนางบ้างหรือไม่ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะถูกต่งซีอวิ๋นใส่ความ” เซี่ยเฉียวสีหน้าจริงจัง
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วใบหน้าตึงเครียดแล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งบอกว่าตัวเองแซ่ต่ง….ดูเหมือนว่า…จะเป็นตอนที่ข้าดื่มเหล้าอยู่ ข้าเตะโจรลักพาตัว มันกำลังลงมือกับผู้หญิงคนหนึ่ง…ผู้หญิงคนนั้นตอแยข้าไม่จบสิ้น คว้าแขนเสื้อข้าไว้ไม่ยอมปล่อย จะต้องบอกให้ได้ว่านางเป็นคนตระกูลไหน ข้าว่านางยังคิดจะให้ข้าพานางไปส่งที่บ้านด้วย ช่างยุ่งยากจริงๆ ข้าก็เลยไม่ได้สนใจนาง”