ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 383 น้องสาวที่ดี / ตอนที่ 384 กตัญญู
ตอนที่ 383 น้องสาวที่ดี / ตอนที่ 384 กตัญญู
ตอนที่ 383 น้องสาวที่ดี
เซี่ยเฉียวได้เห็นผู้คนมากมายที่ภายในพร่อง ซึ่งมักจะแสดงออกมาทางลักษณะที่ปรากฏ และสามารถเห็นได้จากโหงวเฮ้งของคนผู้นั้นทันที
บนใบหน้าของรัชทายาทไม่ปรากฏร่องรอยของความเสียหายอื่นใดเลย แต่บนโลกใบนี้ก็อาจจะมีคนที่มีปัญหาซ่อนอยู่ลึกมากก็เป็นได้
“ไฟโทสะของฝ่าบาทรุนแรงเกินไปก็ไม่ดี อะไรที่มากเกินไปจะเป็นการทำลาย เข้าใจใช่หรือไม่ ธาตุทั้งห้าและพลังหยินหยางจะต้องสมดุล หากตรงนี้มีมากเกินไป ไม่แน่ตรงนั้นก็อาจจะพร่องได้ซึ่งว่ากันว่าไม่ดี” สีหน้าเซี่ยเฉียวเคร่งขรึมจริงจังอย่างยิ่ง “แต่ไม่เป็นไรหรอก ฝ่าบาทยังหนุ่มอยู่แค่บำรุงหน่อยก็ได้แล้ว”
“บำรุง? คงไม่ต้องหรอก ปรับนิดหน่อยก็พอแล้ว” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยขึ้น “พี่ชายของเจ้าอยู่ที่นี่ด้วย เรื่องบางเรื่องจะพูดมากไปก็ไม่ดี แม่นางเซี่ยค่อยชี้แนะใหม่วันหลังดีกว่า”
“…” เซี่ยเฉียวเม้มปาก
ปรับ…หยินหยางหรือ
เรื่องนั้นพูดมากไปไม่ได้เป็นเรื่องจริง
เซี่ยผิงกั่งไม่ชอบบรรยากาศในตอนนี้เป็นอย่างมาก เรื่องอะไรหรือพวกเขาถึงพูดต่อหน้าเขาไม่ได้
“ฝ่าบาท ดวงตาของน้องสาวข้าไม่ค่อยดีนัก แต่อันที่จริงก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อันใด ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้าพูดถูกต้อง แม่นางเซี่ยจิตใจสะอาดบริสุทธิ์จึงได้สามารถเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นได้ ข้าได้ยินว่าบนโลกใบนี้มีผู้วิเศษที่เหน็ดเหนื่อยฝึกฝนมาทั้งชีวิตเพียงเพื่อที่จะได้มีทักษะในการเข้าใจหยินและหยางเท่านั้น” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า มือของเขาก็ไม่ได้แกะเมล็ดแตงอีกต่อไปแล้ว
เมื่อเซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นเขาก็โล่งใจทันที
เขาคิดเช่นนั้นถูกแล้ว
“ขุนนางเซี่ยกำลังเป็นกังวลว่าข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานเสด็จพ่อ แล้วจับนางไปเผาอย่างนั้นหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
สีหน้าเซี่ยผิงกั่งตึงเครียดขึ้นมาทันที
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว “ในใจของเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเลวทรามเช่นนั้นหรือ ช่วงที่ผ่านมานี้ข้าไม่เคยพูดจาหลอกลวงเจ้าเลย เหตุใดเจ้าจึงไม่มีความเชื่อใจข้าได้ขนาดนั้น”
เซี่ยผิงกั่งนึกย้อนไปครู่หนึ่ง
รัชทายาทพูดอะไรกับเขาหนอ…
อืม รัชทายาทมักจะชื่นชมความสามารถของเขาอยู่บ่อยครั้ง เขาบอกว่าแม้ก่อนหน้านี้ตระกูลเซี่ยจะมีภูมิหลังที่ไม่ค่อยดี แต่หลังจากที่พวกเขาเข้ามาอยู่ที่เมืองหลวงแล้วก็ขยันขันแข็งตั้งใจทำงาน บุตรสาวที่ตระกูลเซี่ยเลี้ยงดูมาก็มีจิตใจที่บริสุทธิ์และสง่างาม
รัชทายาทเห็นว่าเขาจงรักภักดีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับตระกูลเซี่ย
“ข้าเป็นห่วงน้องสาวจึงได้คิดมากไปหน่อย ขอฝ่าบาทประทานอภัย” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างละอายใจ
“ต่อไปอย่าได้คิดเช่นนี้อีก” จ้าวเสวียนจิ่งนั่งหลังตรงสง่างาม สีหน้าเคร่งขรึมและฉายแววปวดใจ หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็เอ่ย “เรื่องนี้ข้าจะไม่ใส่ใจอีกแล้วกัน พวกเจ้าทั้งสองพี่น้องนั้นผูกพัน ข้าก็รู้สึกยินดีไปด้วย”
เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
“เจ้ามีน้องสาวที่ดีจริงๆ” รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสบายๆ
“…” เซี่ยผิงกั่งชะงักไปเล็กน้อย
น้องสาวของเขาไม่เลวเลย
เวลานี้เซี่ยผิงกั่งไม่ได้รำดาบกวัดแกว่งกระบี่ แต่เขาพูดคุยเกี่ยวกับคดีอยู่กับจ้าวเสวียนจิ่ง ภายนอกเขาดูสะเพร่าเลินเล่อก็จริง แต่เขากลับช่างสังเกตและพิถีพิถันเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีที่อยู่ในมือเขา และเมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญเขายิ่งพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ
พูดไปพูดมาก็เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อตอนนี้น้องหญิงใหญ่ก็มีดวงตาคู่นี้แล้ว จะมาเสียใจภายหลังก็ไร้ประโยชน์ คดีนี้ค่อนข้างน่าสงสัย หรือว่าเจ้าจะไปเดินเล่นที่ศาลตัดสินคดีกับข้าดูสักหน่อย เจ้าอาจจะได้พบเจอวิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายแล้วจะได้ถามให้กระจ่างไป”
“…” สีหน้าเซี่ยเฉียวเปลี่ยนไปอย่างมาก
นางไม่เอาหรอก! นางได้ยินมาว่าวิญญาณที่ศาลตัดสินคดีน่าเกลียดน่ากลัวมาก!
“ไม่ได้” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งเย็นเยียบลงทันที “ถ้าหากว่าเรื่องอะไรๆ ก็ต้องพึ่งพาดวงตาคู่นี้ของน้องสาวเจ้า แล้วจะมีศาลตัดสินคดีเอาไว้ทำไม”
“นั่นก็จริง” เซี่ยผิงกั่งก็พยักหน้าหลังจากคิดเรื่องนี้
การอาศัยวิญญาณมาปิดคดีบางครั้งบางคราวก็พอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นไปทุกครั้งตัวเขาเองก็จะไม่รู้จักพัฒนา อีกอย่าง…
เซี่ยผิงกั่งหันกลับไปมองเซี่ยเฉียว เมื่อเขาได้เห็นใบหน้าที่ตกใจจนขาวซีดของนางก็รู้สึกผิดในใจ “ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้น เจ้ากลัวหมี?”
ตอนที่ 384 กตัญญู
เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจ
เมื่อสักครู่เขาก็แค่มีความคิดเช่นนั้นโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อคิดถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ตอนนี้เมื่อเขาเห็นท่าทางที่น่าสงสารมากของเซี่ยเฉียว ความคิดชั่ววูบนั้นก็ย่อมหายไปในทันที
เขาสามารถไขคดีได้ด้วยความสามารถของเขาเอง แต่เขากลับไม่สามารถช่วยชีวิตของน้องสาวคนนี้ได้ด้วยความสามารถของตนเอง
ช่วงนี้เขายังต้องครุ่นคิดเกี่ยวกับการบุกทะลวงผ่านด่านของสำนักศึกษาซันไห่ เวลายิ่งกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ แล้ว
เมื่อท่านพ่อของเขานำทหารกลับมาคราวนี้จะต้องกำหนดเรื่องการแต่งงานของน้องสาวเขาให้ได้ จะปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อออกไปอีกไม่ได้แล้ว!
เวลานี้เซี่ยเฉียวไม่อยากจะอยู่กับเซี่ยผิงกั่งเลย
ท่านพี่เอาแต่คิดเรื่องคดี สิ่งที่เขาบรรยายออกมาก็ละเอียดลออเกินไปจนภาพคนเลวที่ฆ่าคนสามารถปรากฏออกมาในความคิดของนางได้แล้ว มันโหดร้ายเกินไป
การพบเจอวิญญาณในวันปกติธรรมดาสำหรับนางก็ว่าแย่แล้ว นี่นางจะต้องมานั่งฟังเซี่ยผิงกั่งบรรยายฉากนองเลือดอีก…
นางเผ่นดีกว่า
เซี่ยเฉียวเหลือบมองรัชทายาทอย่างอิดออด
กลับไปแล้ว…นางวาดภาพเขาออกมาดีกว่า
…
รัชทายาทเป็นคนรักษาคำพูด เขาเพิ่งจะจากไป วันถัดมาเขาก็ให้คนยกหีบหนังสือใหญ่ๆ สองใบมาให้ทันที
เซี่ยเฉียวเองก็เข้าไปร่วมสนุกครึกครื้นด้วย นางจึงได้พบว่าหนังสือพวกนี้นางล้วนเคยท่องมาหมดแล้ว
นางคิดๆ ดูก็น่าจะเป็นเช่นนั้น รัชทายาทมีอาจารย์คนเดียวกับนาง สิ่งที่เขาสอนย่อมต้องเหมือนกันอยู่แล้ว
เซี่ยผิงกั่งมองดูหนังสือเหล่านี้ด้วยท่าทางเคร่งขรึมราวกับว่าเขาได้พบกับศัตรูที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามเขากลับค่อนข้างอดทน กัดฟัน และขนกองหนังสือกลับห้องไปจริงๆ สักพักเสียงอ่านหนังสือก็ดังขึ้น
เสียงแล้วเสียงเล่าดังราวกับฟ้าร้อง และยังดังหึ่งๆ อย่างเป็นจังหวะอีกด้วย
เซี่ยเฉียวทนฟังไม่ได้แม้แต่ครึ่งคำจึงได้หนีไปทันที
“คุณหนูใหญ่ วันนี้ที่บ้านเดิมส่งคนมาหาแจ้งว่าอยากจะเชิญคุณชายรองกับคุณหนูรองไปนั่งเล่นที่โน่นสักหน่อยขอรับ” พ่อบ้านรายงานเรื่องนี้ให้เซี่ยเฉียวทราบ
บ้านเดิม?
เซี่ยเฉียวชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงนึกถึงพวกท่านลุงท่านอาขึ้นมาได้
“ไม่ต้องไปสนใจ” เซี่ยเฉียวปฏิเสธทันที
พวกท่านลุงท่านอาของนางฉลาด เมื่อรู้ว่าไม่สามารถจะเข้าทางนางและพี่ชายใหญ่ได้จึงได้เลือกที่จะใช้ไม้อ่อน
หากเซี่ยซีและเซี่ยผิงไหวไปที่นั่น แล้วได้รับการต้อนรับดีๆ เสียหน่อยก็คงจะถูกเกลี้ยกล่อมไปจนได้
“แต่…คนที่มาบอกว่า นายหญิงผู้เฒ่าคิดถึงหลานชายหลานสาวของนางแล้วขอรับ บังเอิญว่าพวกเขาเองก็ไม่ได้มาพักที่นี่สักพักหนึ่งแล้ว ถ้าหากคุณชายรองและคุณหนูรองไม่ไป เช่นนั้นแล้วนายหญิงผู้เฒ่า…ก็จะมาอยู่ที่นี่” พ่อบ้านค่อนข้างลำบากใจ
นายหญิงผู้เฒ่า…ก่อนหน้านี้ก็เคยมาอยู่ที่นี่แล้ว ตอนนั้นเขายังไม่ได้เป็นพ่อบ้านแต่ก็ยังได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
ภูมิหลังของหญิงชราไม่สูงแต่กลับมีข้อกำหนดมากมาย
ของกินของใช้ต้องดีที่สุดและหากไม่เหมาะสมเพียงเล็กน้อยก็จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที
เวลานั้นหลูซื่อยังเป็นนายหญิงอยู่ อะไรนางก็ยอมไปหมดแต่กลับทำให้ตาเฒ่าที่อยู่ห้องบัญชีกังวลใจอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เขาชำระบัญชี ผมก็ร่วงจนแทบจะหมดหัว
“ท่านย่าจะกลับมาอยู่ที่นี่?” เซี่ยเฉียวได้ยินข่าวนั้นก็รู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ในเมื่อท่านย่าอยากจะกลับมา เช่นนั้นก็คงห้ามไม่ได้ จะได้ชื่อว่าเป็นลูกหลานอกตัญญูเสียเปล่าๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็…ส่งคนไปรับนางมาเองเลยจะดีกว่า”
“รับมา?” พ่อบ้านรู้สึกประหลาดใจ
“อืม ท่านพ่อเป็นลูกกตัญญู เขาจะทิ้งมารดาไว้โดยไม่สนใจได้อย่างไร ตอนที่ท่านพ่อไม่อยู่ พวกข้าในฐานะลูกๆ ก็ต้องแบ่งเบาภาระของท่านพ่อสิ” สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจังและดูเหมือนจะไม่ถือสาแม้แต่น้อย
พ่อบ้านได้ฟังแล้วก็พยักหน้าตอบรับทันที
ล่าสุดคุณชายใหญ่เพิ่งจะได้รางวัลมา ก่อนที่นายท่านจะจากไปก็ได้ขอยืมเงินคนมาไว้จำนวนหนึ่งด้วย สำหรับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนตอนนี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
อย่างไรก็ตามหากนายหญิงผู้เฒ่ามาแล้วเกรงว่าคงจะไม่ค่อยพอ
แต่คุณหนูต้องการแสดงความกตัญญู เขาย่อมไม่สามารถห้ามได้
ขณะเดียวกันที่บ้านเดิมก็ร้อนใจจนลนลานเช่นกัน
ปีใหม่ปีนี้กลับไม่มีคนจากบ้านรองเอาของขวัญมาส่งให้สักคน!
คงไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขามีปากเสียงกับเซี่ยผิงกั่งจนทำให้เขาไม่พอใจ? จนไม่ได้สั่งอะไรไว้เลยก่อนจะออกเดินทางไป!