ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 385 หนีไม่พ้น / ตอนที่ 386 ชีวิตที่ดี
ตอนที่ 385 หนีไม่พ้น / ตอนที่ 386 ชีวิตที่ดี
ตอนที่ 385 หนีไม่พ้น
เมื่อก่อนตอนที่หลูซื่อยังอยู่ พวกเซี่ยหมั่งซานแค่ต้องแอบส่งจดหมายมาบอกหลูซื่อก็จะรู้เรื่องราวของเซี่ยหนิวซานแล้ว แต่ตอนนี้กลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สภาพหลูซื่อตอนนี้ยังแย่กว่าพวกเขาเสียอีก
ก็ไม่รู้ว่านางทำอะไรจึงได้ทำให้เซี่ยหนิวซานโกรธจนขั้นต้องหย่าขาดจากกันเช่นนี้
ส่วนคำพูดหยาบคายที่เซี่ยหนิวซานเคยพูดกับพวกเขาอย่างก้าวร้าวก่อนหน้านี้ ฝั่งนายหญิงผู้เฒ่าไม่มีใครคิดเป็นจริงเป็นจังเลยสักคน
“นายหญิงผู้เฒ่า ทางฝั่งนั้นส่งข่าวมาแล้ว” หลังจากที่รอมานานพวกเขาก็ได้ข่าวคราวมาบ้างในที่สุด
พวกเขาจึงได้รีบเรียกตัวบ่าวรับใช้มาสอบถาม
“เป็นอย่างไรบ้าง เซี่ยผิงกั่งว่าอย่างไร บอกว่าจะให้เด็กสองคนนั่นมาอยู่สักกี่วัน” นายหญิงผู้เฒ่าเอ่ยถาม
หากพวกเด็กๆ มาจะไม่เอาของขวัญมาด้วยหรือ
“คุณหนูใหญ่บอกว่า ตอนนี้คุณชายรองและคุณหนูรองไปอยู่กับครอบครัวฝั่งมารดาจึงไม่มีเวลามาหา วันนี้จึงได้ให้บ่าวนำรถม้ามารับนายหญิงผู้เฒ่าไป ทางโน้นได้จัดเรือนไว้พร้อมอยู่ ท่านจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้เท่าที่ต้องการ” บ่าวรับใช้ตระกูลเซี่ยเอ่ย
เมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
นางรีบเรียกลูกชายสองคนของนางไปยังด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ทำไมนังหนูนั่นถึงอยากจะให้ข้าไปอยู่ที่บ้านของนางเสียจริง!” เมื่อหญิงชรานึกถึงนังหนูนั่นความไม่พอใจที่สะสมมานานก็ระเบิดออกมาทันที
“ข้าว่านางคงคิดว่าท่านไม่กล้าไปที่นั่น!” เซี่ยหมั่งซานกัดฟันกรอด “ท่านแม่ ท่านเป็นผู้อาวุโส ท่านก็ไปอยู่ที่นั่นเถอะ หากนางกล้าทำอะไรท่านก็ค่อยใช้คำว่า ‘ความกตัญญู’ มาข่มนาง!”
“เจ้าพูดถูก นังหนูนั่นอย่างมากก็แค่พูดจาอะไรเพื่อให้ตัวเองสะใจเท่านั้น นางคงไม่กล้าทำอะไรท่านหรอก พอท่านเข้าไปอยู่ที่นั่นแล้ว พวกเราสองพี่น้องก็จะมีเหตุผลที่จะไปเยี่ยมท่านได้แล้ว หากเห็นว่าท่านผอมลงหรือถูกรังแกก็ค่อยไปฟ้องทางการ!” เซี่ยฉงซานเอ่ย
หากไม่ไป…
ต่อไปก็คงจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรอีก
หลายปีมานี้พวกเขาเคยชินกับการที่มีเซี่ยหนิวซานคอยออกเงินเลี้ยงดูครอบครัว แต่ปีใหม่ปีนี้เขากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จนทำให้การเงินของพวกเขาฝืดเคือง
ไม่ว่าการกินข้าวนอกบ้านหรือส่งของขวัญ มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่ต้องใช้เงิน
เรื่องของเด็กๆ ที่บ้านก็ยังต้องหาทางออก ถึงอย่างไรก็ต้องใช้เงินถางทาง
“แต่ข้ารู้สึกว่านังหนูนั่นแปลกมาก เจ้าดูสิตอนที่นางมาที่บ้านเราคราวก่อน ของในบ้านแทบจะถูกนางปล้นไปหมดแล้ว ข้าไปที่นั่นคนเดียว…รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ” เมื่อหญิงชรามีอายุมากขึ้นก็ใจกล้าน้อยลงมากเช่นกัน
“ผิงกั่งก็ควรจะแต่งงานได้แล้วสินะ” เซี่ยหมั่งซานเอ่ย “ได้ยินมาว่าตอนนี้เด็กนั่นเป็นถึงขุนนางขั้นหกเชียวนะ…”
นายหญิงผู้เฒ่าถอนหายใจ “ทำไมตำแหน่งขุนนางดีๆ เช่นนี้จึงไม่ใช่ของหลานชายคนโตของข้าเล่า”
เชื้อสายที่กำเนิดแต่นางโจรแซ่เผิงเช่นนั้นไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ขัดหูขัดตานางไปหมด
“ตระกูลจย่าก็มีหลานสาวคนหนึ่งซึ่งตอนนี้อายุสิบเจ็ดปีแล้ว นางเพิ่งถูกคนถอนหมั้นไปไม่นานนี่เอง ทางบ้านนั้นกำลังร้อนใจอยู่เลย ไม่สู้…ท่านพานางไปด้วยกัน? อีกอย่างตอนนี้น้องรองไม่อยู่บ้าน หากท่านแม่ในฐานะท่านย่าจะจัดการเรื่องหมั้นหมายให้นังหนูเซี่ยเฉียวด้วยก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!” เซี่ยหมั่งซานเอ่ยอีก
เดิมทีตระกูลจย่าก็ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง
หลังจากที่เซี่ยหนิวซานรับราชการเซี่ยหมั่งซานซึ่งได้ผลประโยชน์ไม่น้อยจึงได้พาครอบครัวของภรรยาติดตามมาเมืองหลวงด้วย
พวกเขาซื้อเรือนไว้หลังหนึ่งซึ่งอาจจะอยู่ไกลออกไปหน่อยแต่ก็ยังสามารถดูแลกันได้
“ผิงกั่งจะยินดีหรือ หลานสาวของภรรยาเจ้าคนนั้นหน้าตาไม่เลวก็จริง แต่นิสัยนางดูเจ้าเล่ห์เกินไป” หญิงชราขมวดคิ้ว
“ท่านยังพูดเองว่านางหน้าตาไม่เลว หากหญิงสาวที่งดงามดั่งดอกไม้เช่นนี้ถูกส่งไปถึงบ้าน ผู้ชายคนไหนก็คงหนีไม่พ้น ยังไม่จำเป็นจะต้องสูญเสียความบริสุทธิ์หรืออะไร แค่แตะมือนางเล็กน้อย เขาก็ต้องแต่งกับนางอย่างแน่นอน! ตอนนี้น้องรองก็ดูเหมือนจะเหินห่างจากพวกเราไปบ้าง พวกเราก็ต้องรีบจับเด็กสองคนนี้ไว้ให้อยู่หมัดสิ!” เซี่ยหมั่งซานยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผล
ไม่เพียงแต่เซี่ยผิงกั่งที่ควรจะแต่งภรรยาได้แล้ว เซี่ยผิงไหวเองปีนี้ก็อายุสิบสามปีแล้วสินะ?
เขาก็หมั้นหมายได้แล้ว!
ตอนที่ 386 ชีวิตที่ดี
เมื่อพี่น้องทั้งสองคนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ก็รู้สึกทันทีว่าก่อนหน้านี้พวกเขาคิดน้อยไปหน่อย
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเซี่ยหนิวซานเป็นคนกตัญญูรู้คุณจะต้องดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิตแน่ๆ แต่นึกไม่ถึงเลยว่านิสัยของเขาจะเหมือนฝนฟ้าในหน้าร้อนที่คิดจะมาก็มา
ความสัมพันธ์ของพวกเขาก่อนหน้านี้ตื้นเขินเกินไปหน่อย
เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวนี้ หากอยากสานสัมพันธ์กันก็จะต้องมีสายเลือดหรือสายสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง!
เมื่อหญิงชราได้ฟังคำพูดของลูกชายทั้งสองก็รู้สึกจิตใจสงบขึ้น
สิ่งที่ลูกชายของนางพูดนั้นถูกต้อง ถึงอย่างไรนังหนูเซี่ยเฉียวก็เป็นผู้หญิง แค่ให้นางแต่งออกไปก็ได้แล้ว
ส่วนเซี่ยผิงกั่ง…
เด็กคนนั้นดุไปหน่อย แต่เขายังไม่มีภรรยาสักคนมาคอยดูแล หากพวกนางหาคนที่จะค่อยเกลี้ยกล่อมเขาได้มาแต่งกับเขา เมื่อร่วมเรียงเคียงหมอนกันแล้วความสัมพันธ์ของสองครอบครัวก็จะกลับมาดีเหมือนเมื่อก่อน
“เจ้ารองกับหลูซื่อก็หย่ากันแล้ว ด้วยนิสัยอย่างเขานั้นจะต้องแต่งใครเข้าบ้านอีกแน่ หากแต่งกับคนอื่นข้าก็ไม่วางใจ…” หญิงชรานึกไปถึงเซี่ยหนิวซาน
“ข้าก็ลืมเขาไปเลย” เซี่ยหมั่งซานชะงักไปเล็กน้อย “น้องรองนี่ก็ปล่อยไม่ได้เลยจริงๆ หลูซื่อดีออกขนาดนั้น?”
เมื่อเขาคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกว่าเรื่องในบ้านของน้องรองนี่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีก!
ต้องโทษที่เจ้าเด็กนั้นไม่รู้ความ ต้องให้พวกเขาสองพี่น้องเหน็ดเหนื่อยช่วยคิดแทน!
เซี่ยหมั่งซานจึงรีบให้สะใภ้จย่าไปเชิญคนมาจากบ้านบิดามารดาของนาง
ยามเที่ยงหญิงสาวผู้นั้นก็ถูกพาตัวมา พวกนางจึงได้นั่งรถม้าเดินทางไปยังจวนตระกูลเซี่ยด้วยกัน
หญิงสาวผู้นี้ชื่อจย่าฮ่วน หลังจากนางลงจากรถก็จ้องมองประตูสูงด้วยดวงตาที่เร่าร้อน ในใจนางทั้งรู้สึกประหม่าและตื่นเต้น
นางรู้จักเซี่ยหนิวซาน
เมื่อก่อนครอบครัวของนางก็เป็นแค่ชาวนาธรรมดาๆ คอยเก็บเกี่ยวพืชผลหาเลี้ยงชีพ แม้นางจะหน้าตาสวยงาม แต่การทำงานในนาทำให้นางต้องตาดแดดตากลมจนผิวพรรณหมองคล้ำหยาบกระด้าง ทั้งลำบากทั้งน่าสงสาร
ต่อมาเมื่อเซี่ยหนิวซานรับราชการจึงได้รับท่านอาและอาเขยเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง
เขาไม่เพียงแต่ซื้อเรือนหลังใหญ่ให้อาเขยอยู่ แต่ยังหางานที่มีรายได้ดีๆ ให้เขาทำด้วย อาหญิงของนางจึงให้พวกเขาขายที่นาแล้วเข้ามาเมืองหลวง
เมื่อนางมาถึงเมืองหลวงแล้วจึงได้รู้ว่ามันเป็นโลกอีกใบหนึ่งจริงๆ
สองปีนี้นางเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านจนกลับมาขาวได้แล้วในที่สุด หน้าตาก็ยิ่งดูดีขึ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่นางมักจะไม่ประสบความสำเร็จในการหาคู่ครองดีๆ
นางอยากจะมีชีวิตที่ดี
และตอนนี้…
หากนางสามารถอยู่ในบ้านที่งดงามเช่นนี้ได้ตลอดไป ชีวิตของนางก็ไม่ถือว่าสูญเปล่าแล้ว!
“ท่านลุงของเจ้าไม่อยู่บ้าน ตอนนี้ในบ้านไม่มีใครเป็นนาย เจ้ามาอยู่กับข้าที่นี่ หากมีอะไรไม่พอใจก็บอกข้า ในบ้านนี้ยังมีน้องสาวที่อ่อนกว่าเจ้าเล็กน้อยอยู่คนหนึ่ง เด็กคนนั้น…ร้ายกาจ เจ้าคอยหลบนางหน่อยก็พอ” หญิงชราตบหลังมือของนางเบาๆ ก่อนจะพานางเข้าบ้านไปด้วยรอยยิ้ม
นางเคยอยู่ที่นี่มาก่อนจึงเหมือนกลับมายังบ้านของตนเอง เวลานี้นางจึงเดินตรงไปยังเรือนของตัวเองก่อนทันที
“ท่านย่าเซี่ย ท่านอยู่ที่นี่หรือ เรือนหลังนี้ใหญ่กว่าบ้านทั้งหลังของพวกเราเสียอีก!” จย่าฮ่วนมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น “แล้วคนอื่นเล่า ท่านพี่เซี่ยอยู่ที่ไหนหรือ”
หญิงชราไม่โกรธเมื่อได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาของนางเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกยินดีเสียอีก
“บ้านหลังนี้มีเรือนใหญ่หลายหลังทีเดียว เดี๋ยวข้าจะเรียกพ่อบ้านเข้ามาแล้วให้เขาพาเจ้าเดินดูให้ทั่วๆ” หญิงชราเอ่ย
จย่าฮ่วนพยักหน้าระรัว
หญิงชรามองไปรอบตัว และพบว่าในเรือนไม่มีของใหม่ๆ เลย จึงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“พวกเราหิวแล้ว ทำอาหารมาเท่ากับเมื่อก่อนนั่นล่ะ ทำให้มันนุ่มๆ หน่อย ข้าแก่แล้วฟันไม่ดี” หญิงชราเอ่ย
เมื่อพ่อบ้านได้ยินดังนั้นเขาก็พูดขึ้นทันทีว่า “คุณหนูใหญ่บอกแล้วว่า ท่านอายุมากแล้ว ไม่ควรกินเนื้อสัตว์และน้ำตาลมากเกินไป ควรกินธัญพืชและผักให้มาก ดังนั้นอาหารประจำวันของท่านจึงถูกกำหนดไว้แล้ว พวกบ่าวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ส่วนแม่นาง…แม่นางท่านนี้ไม่ทราบว่าเป็นญาติคนไหนในครอบครัวเรา…”