ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 397 แต่งเข้าบ้านภรรยา / ตอนที่ 398 ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา
ตอนที่ 397 แต่งเข้าบ้านภรรยา / ตอนที่ 398 ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา
ตอนที่ 397 แต่งเข้าบ้านภรรยา
เวลานี้หญิงชรากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ
ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งอับอายขายหน้าและเจ็บปวด ตอนนี้แม้แต่ฟันของนางก็หลุดไปแล้ว นางโชคร้ายอะไรอย่างนี้!
“เจ้า เจ้า…ไสหัวไปให้พ้น!” หญิงชราชี้หน้าเซี่ยเฉียวพลางเอ่ย
สีหน้าเซี่ยเฉียวเย็นเยียบเล็กน้อย “ท่านย่าหมายความว่าอย่างไร”
“เจ้านั่นแหละที่เป็นตัวซวยทำให้ข้าต้องเจ็บตัว!” หญิงชราพูดพลางก็ต้องอุดปากไปพลางด้วยเกรงว่าจะพ่นลมออกมา
เซี่ยเฉียวยิ้มเยาะในใจ หญิงชราผู้นี้รู้ตัวเร็วเกินไปแล้ว!
ถูกต้อง นาง…เป็นคนทำให้คนคนนี้ต้องเจ็บตัวเองแหละ
“ท่านย่าล้มจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ คำพูดเช่นนี้ก็ยังพูดออกมาได้” สีหน้าเซี่ยเฉียวสงบนิ่ง จากนั้นนางก็เอ่ยกับบ่าวรับใช้ “จัดการรับยาให้ท่านย่า แล้วพานางไปส่งกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ยานี้ต้องกินให้ตรงเวลา ในเวลานี้ท่านย่าไม่สบาย ข้างนอกอากาศหนาวอย่างนี้ เพื่อสุขภาพของนางแล้วจะปล่อยให้ท่านย่าโดนลมไม่ได้ พอกลับถึงบ้านแล้วก็ให้ปิดหน้าต่างเสีย ให้ท่านย่าได้พักผ่อนในห้อง”
“นี่เจ้าจะขังข้าไว้รึ!” หญิงชราเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้กลัวสิ่งที่คนอื่นจะพูดเกี่ยวกับนางจึงได้พยักหน้าอย่างสงบ “ท่านย่าอดทนทสักหน่อย อาการกระดูกหักจะหายดีในร้อยวัน หลังจากร้อยวันอากาศก็จะอุ่นขึ้น เมื่อดอกไม้ผลิบานร่างกายก็จะหายดี แต่คนป่วยยังต้องรักษาสุขภาพจิตใจและอารมณ์ให้ดี ในเมื่อท่านย่าไม่อยากเจอข้า เช่นนั้น…ข้าก็จะไปแล้ว รบกวนพี่หญิงคอยดูแลท่านย่าให้ดีๆ ด้วย”
ทันทีที่พูดจบเซี่ยเฉียวก็หันหลังกลับไปอย่างสง่างาม
นางไม่ได้เป็นคนผลักหญิงชราให้ล้มลง หากคำพูดเหล่านั้นของนางลือไปเข้าหูใครเข้าก็ไม่มีใครที่จะสงสัยว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือการวางแผนของนาง
กระทั่งพวกเขาอาจจะคิดได้ว่าคำพูดของนางนั้นเป็นความจริงฟังขัดหู เป็นยาดีที่มีรสขม
เวลานี้บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างหลังนางกำลังห้อมล้อมหญิงชรา
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกน่าขนลุกขึ้นมา
ในบ้านนั้นไม่มีใครสักคนที่จะสามารถช่วยนางได้ และลูกชายคนรองของนางก็ยังไม่กลับบ้าน ไม่แน่นังหนูคนนี้อาจแค่ต้องการทำให้นางอึดอัดตายในห้องก็เป็นได้!
เมื่อนางตายไปแล้วก็แค่ต้องบอกคนอื่นๆ ว่า นางล้มตายไปเอง!
เมื่อคิดได้เช่นนี้หญิงชราก็ตัวสั่นสะท้าน
“ไม่ ข้าไม่กลับไปแล้ว ข้าอยากกลับบ้านข้า!” หญิงชรารีบเอ่ย “พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าเมื่อครู่นังหนูร้ายกาจนั่นต้องการจะฆ่าข้า!”
ท่านหมอกลับส่ายศีรษะ “ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าเห็นว่าหลานสาวท่านกตัญญูมาก ท่านอายุมากแล้ว กระดูกนี้ก็หักแล้ว และอาจจะมีผลกระทบตามมาบ้าง อาจจะเดินไม่ถนัดและยิ่งให้โดนลมไม่ได้ ควรนอนพักผ่อนอยู่ในห้องจะดีกว่า”
นางก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่
หากจะมีปัญหาจริงๆ ก็คือแม่นางคนนั้นออกจะพูดตรงๆ ไปหน่อย ไม่เหมือนเด็กที่พูดจาหวานๆ สามารถเกลี้ยกล่อมผู้อาวุโสได้
“ไม่ใช่หรือ เมื่อครู่ข้าก็มาจากร้านเงิน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าท่านบาดเจ็บจากการล้มไปเอง หลานสาวของท่านต้องการจะช่วยแต่ท่านก็ยังไม่ยอม!” เมื่อฮูหยินคนหนึ่งได้ยินคำพูดของหญิงชราก็เบ้ปากทันที “ดูเหมือนท่านจะไม่ได้มาจากครอบครัวเล็กๆ และที่บ้านก็คงไม่ขาดบ่าวรับใช้หรอกกระมัง ทำไมท่านถึงได้รุนแรงกับหลานสาวของเจ้านักเล่า”
“แม่นางคนนั้นเคยมาที่นี่มาก่อน นางเป็นลูกสาวคนโตของใต้เท้าเซี่ย”
คนปรุงยาอดไม่ได้เสริมไม่ได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลายคนก็ถอนหายใจ พวกเขาเข้าใจแล้ว
เมื่อคนอื่นเห็นเช่นนั้นก็แอบถามอย่างลับๆ
หลังจากที่พวกเขาพูดกันปากต่อปาก สายตาที่มองหญิงชราก็เริ่มลึกลับซับซ้อนขึ้นมาทันที
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเป็นย่าหลานธรรมดาๆ นึกไม่ถึงว่ามันจะไม่ใช่อย่างนั้นเลย!
ใต้เท้าเซี่ยผู้นั้นพวกเขาต่างก็รู้จักกันดี ตอนที่เขาเข้ารับตำแหน่งราชการขี่ม้าเข้ามาเมืองหลวง คนทั้งเมืองก็วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ บรรพบุรุษของเขาสิบแปดชั่วอายุคนได้รับการสอบถามอย่างชัดเจน
เรียกได้ว่าใต้เท้าเซี่ย…เคย น่าจะนับได้ว่าแต่งเข้าบ้านภรรยาซึ่งเป็นค่ายโจร!
ตอนที่ 398 ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา
ภรรยาคนเดิมของใต้เท้าเซี่ยท่านนี้ต่างหากที่เป็นนายของค่ายโจรตัวจริง
มันเป็นเพราะความเข้มแข็งของใต้เท้าเซี่ยทำให้เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นสามี ต่อมาทั้งภรรยาคนเดิมและหัวหน้าค่ายคนเก่าก็เสียชีวิตลง เขาจึงรับมรดกค่ายโจรมาอย่างอัตโนมัติ หลังจากนั้นเขาก็นำพวกโจรไปทำสงคราม!
แม้ว่าพวกโจรนี้ล้วนไม่ใช่คนดีอะไร แต่พูดตามความจริงใต้เท้าเซี่ยสามารถเอาชนะคนเถื่อนและช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ให้รอดพ้นจากความทนทุกข์ทรมานได้ตั้งกี่คน
หลายคนจำบุญคุณนี้ได้ไม่ลืม
ส่วนครอบครัวของโจรนี้…
ได้ยินมาว่าไม่ได้ติดต่อกันนานหลายปี และเพิ่งจะไปมาหาสู่กันก็หลังจากที่ใต้เท้าเซี่ยเป็นขุนนางแล้ว
อีกอย่างแม่นางเซี่ยก็เติบโตขึ้นมาข้างนอก ทั้งยังบำเพ็ญมาในวัด ก่อนหน้านี้นางก็ทำเรื่องดีๆ ตั้งมากมายที่นอกเมือง คนเช่นนี้หรือจะเป็นคนแบบที่หญิงชราผู้นี้กล่าวหาว่าคิดจะทำร้ายนางให้ตายได้
“ฮูหยินผู้เฒ่า ในฐานะย่าท่านปฏิบัติกับหลานสาวของท่านอย่างนี้ คนอื่นจะไม่คิดว่าหลานสาวของท่านเป็นคนใจบาปหยาบช้าหรอกหรือ” ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
“นางก็เป็นคนใจบาปอยู่แล้ว พวกเจ้าดูขาข้าสิ! นางยังทำให้พ่อของนางกับพี่น้องต้องแตกคอกันด้วย!” หญิงชรารีบเอ่ยทันที
ทุกคนหัวเราะขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของนาง
“ขาของท่านหักเพราะท่านล้มลงเองนี่ มีคนเห็นนะ อีกอย่าง ลูกชายของท่านไม่ลงรอยกันไม่ใช่ความผิดของท่านในฐานะแม่หรอกหรือ จะไปโทษหลานสาวได้อย่างไร นางเป็นลูกหลานไม่ควรต้องมารับผิดในเรื่องนี้สิ?” ใครบางคนอดบ่นออกมาไม่ได้
หญิงชรารู้สึกหดหู่เมื่อได้ยินเรื่องนี้
“พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าแม่ของนางสะใภ้เผิงเป็นโจรตัวจริงที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา! หากไม่ใช่เพราะแม่ของนาง ลูกชายของข้าก็คงไม่ถูกชิงตัวขึ้นภูเขาไปในตอนนั้น และเขาคงไม่ได้เป็นโจรอยู่ตั้งนานขนาดนั้น เราสองแม่ลูกก็คงจะไม่เหินห่างกันขนาดนี้!” หญิงชรากลัวว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจจึงหันกลับไปอธิบายให้ทุกคนฟังทันที
“สะใภ้เผิงนั่นตัวใหญ่ไหล่หนา นิสัยรุนแรง กดข่มจนลูกข้าโงหัวไม่ขึ้น นางทำบาปมามากจึงได้ตายเร็ว ไม่เช่นนั้นที่ลูกชายของข้าคิดจะไปสู้กับคนเถื่อนก็คงจะทำไม่ได้!”
“พวกเจ้าคงนึกไม่ออกว่าสะใภ้เผิงหน้าตาเป็นอย่างไร อย่างนี้นะ หลานชายคนโตของข้ากับสะใภ้เผิงน่าจะคล้ายกันมาก” หญิงชราครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสริม
เซี่ยผิงกั่งก็มักจะมาที่ร้านยาแห่งนี้
เขาจะต้องสืบคดีจึงมักจะไปไหนมาไหนไปทั่ว และมักจะมาซื้อยาบางอย่างอยู่บ่อยครั้ง
ตอนที่เขาได้รับตำแหน่งขุนนางก็ขี่ม้าเข้าประตูเมืองมา ชาวบ้านคอยมุงดูกันอย่างแน่นขนัด จึงเห็นเขาอย่างถนัดถนี่และจำได้ขึ้นใจ
หากผู้หยิงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนกับใต้เท้าน้อยเซี่ยแล้วล่ะก็ นางก็คง…
ค่อนข้างน่ากลัว
“ใต้เท้าน้อยเซี่ยเพิ่งคลี่คลายคดีใหญ่ได้คดีหนึ่งเมื่อปีกลาย คดีใหญ่นั้นมีผู้หญิงบริสุทธิ์ตายไปกว่าร้อยคน เขาล่วงเกินตระกูลราชบุตรเขย ความกล้าหาญเช่นนี้ใช่ว่าคนทั่วไปจะมีได้ สะใภ้เผิงจากปากคำของท่านแท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่พวกเราก็ไม่อาจรู้ได้ แต่คิดให้ดี…หากนางชั่วช้าขนาดนั้นก็คงจะให้กำเนิดลูกชายที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวและมีคุณธรรมเช่นนี้ออกมาไม่ได้”
“อีกอย่าง…หรือฮูหยินคิดว่าการอยู่ค่ายโจรค่ายหนึ่งเป็นเรื่องง่าย?”
ผู้พูดเป็นบัณฑิตผู้หนึ่งที่ยืนต่อแถวอยู่ที่นั่นในเวลานี้
เขาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ค่ายโจรที่มีคนมากมายขนาดนั้น หากคนข้างในล้วนเป็นนักเลงเจ้าเล่ห์ที่ก่อกรรมทำชั่ว ใต้เท้าเซี่ยก็ไม่น่าที่จะนำพวกเขาไปสู้รบกับคนเถื่อนได้”
“ข้าคิดว่า ก่อนที่ใต้เท้าเซี่ยจะมาเป็นหัวหน้าโจรเกรงว่าที่ค่ายนี้น่าจะมีกฎและข้อจำกัดบางอย่างอยู่แล้ว หากคิดเช่นนี้แล้วผลงานของสะใภ้เผิงก็น่าจะยิ่งใหญ่กว่าใต้เท้าเซี่ยสิจึงจะถูก”
หลังจากที่บัณฑิตผู้นั้นพูดจบเขายังพยักหน้าให้ตัวเองอีกด้วย