ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 399 แก้วตาดวงใจ / ตอนที่ 400 โต๊ะพนัน
ตอนที่ 399 แก้วตาดวงใจ / ตอนที่ 400 โต๊ะพนัน
ตอนที่ 399 แก้วตาดวงใจ
เรื่องการสู้รบกับคนเถื่อนนี้ได้ถูกเขียนลงในหนังสือแล้ว
หนังสือเล่มนั้นกล่าวว่าในค่ายโจรตระกูลเซี่ยมีผู้ชายแข็งแรงมากกว่าสามพันคน และมีผู้หญิงเด็กคนชราที่อ่อนแอกว่าสามพันคน เป็นค่ายโจรที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น
เมื่อเกิดสงครามขึ้นสูญเสียการปกป้องชายแดนไป กำลังสนับสนุนจากที่อื่นก็มาไม่ทัน แม้ว่าในค่ายโจรจะมีอาวุธอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็พวกหมวกเกราะหอกดาบที่ด้อยกว่า โจรจำนวนมากจึงเข้าร่วมการสู้รบด้วยจอบและคราด!
พวกเขาบุกโจมตี โอบล้อมจากด้านหลัง และขับไล่ทหารม้าที่กำลังโจมตีในเวลานั้นออกไป!
หลังจากเข้าไปในเมืองได้แล้วเขาก็เรียกกองพันทหารรักษาการณ์ที่เหลืออยู่ นับจำนวนคน และเริ่มโจมตีกลับพร้อมกับราชครูทันที!
ทำให้พวกคนเถื่อนเข้ามาใกล้ไม่ได้อีก
ต่อมาเมื่อทหารสนับสนุนมาถึง เขาก็ใช้กำลังยึดอำนาจทหารและนำคนจำนวนมากบุกทะลวงเข้าไปในค่ายของศัตรู ตัดศีรษะของหัวหน้าคนเถื่อน และด้วยเหตุนี้สงครามจึงยุติลง
เรื่องเหล่านี้คนในเมืองชายแดนต่างก็รู้กันทั่ว ต่อมาพวกเขาก็เขียนเป็นหนังสือจนรู้ไปถึงเมืองหลวง
เขาสู้รบกับคนเถื่อนก่อน แล้วจึงบริจาคเงินทองจำนวนมาก จากนั้นจึงพิจารณาสถานะโจรของตนเองใหม่ ช่างจริงใจยิ่งนัก!
ฮ่องเต้รู้สึกได้ถึงความจริงใจของเขาจึงไม่ยิดติดกับกฎเกณฑ์เพื่อใช้คน แต่งตั้งให้เขาเป็นแม่ทัพขั้นสี่ แต่งตั้งลูกชายคนโตของเขาเซี่ยผิงกั่งเป็นนายกองขั้นแปด กลุ่มโจรมอบตัวและได้รับการคัดเลือกให้ทำงานให้หลวง
การกระทำเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเซี่ยผิงกั่งกล้าหาญชาญชัย
แต่ลองคิดดูดีๆ ในโลกนี้มีโจรอยู่น้อยเสียเมื่อไหร่
ภูเขาลูกไหนบ้างที่ไม่มีคนซ่อนตัวอยู่
เหตุใดลูกน้องของค่ายโจรตระกูลเซี่ยจึงได้เชื่อฟัง กล้าหาญ และเต็มใจที่จะออกรบเพื่อเข่นฆ่าศัตรูเช่นนี้เล่า
เมื่อพูดถึงราชครูที่เป็นโจรมาก่อนเซี่ยหนิวซานเสียอีก ถ้าหากบิดาของสะใภ้เผิงเหี้ยมโหดมากจริงๆ ราชครูจะมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
เหตุใดถึงต้องช่วยพวกเขาด้วยเล่า
ดังนั้นไม่ว่านางจะว่าอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อว่าสะใภ้เผิงจะเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมชั่วร้ายไปได้
บัณฑิตผู้นั้นโต้เถียงอย่างหนัก หญิงชรารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่รู้ความ “ทำไมเจ้าต้องพูดแทนพวกโจรด้วย! มันสมเหตุสมผลแล้วหรือที่โจรจะชิงตัวคนไป นางไม่ใช่คนดีอะไร! เจ้ามันไม่เข้าใจอะไรเลย!”
“ภายหลังใต้เท้าเซี่ยก็ยินดีที่จะเป็นโจรเองนี่” บัณฑิตแค่นเสียงเยาะ
หญิงชราขบฟันแน่น “หากไม่ใช่เพราะนาง ลูกชายของข้าก็คงไม่เป็นโจรหรอก!”
“หากไม่ใช่เพราะสะใภ้เผิง ลูกชายของท่านก็เป็นนายพลไม่ได้หรอก” บัณฑิตเอ่ยขึ้นมาอีก
หญิงชราวางสีหน้าไม่ถูก นางจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มคนนั้นพลางรู้สึกว่าเจ็บจุกในอกเล็กน้อย
เด็กหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีกันไปหมดแล้ว!
สะใภ้เผิงเกิดมาก็เป็นโจรอยู่แล้ว แต่ลูกชายของนางเป็นโจรเพราะถูกบังคับจะเหมือนกันได้อย่างไร ครอบครัวของนางก็พลอยมาลำบากไปด้วยกับชื่อโจรที่สลัดไม่ออกนี้!
แต่นางเถียงไม่ชนะเด็กหนุ่มคนนี้!
หญิงชราโกรธและดื้อรั้นอย่างยิ่ง “ถึงอย่างไรข้าก็จะกลับบ้านข้า!”
“ท่านย่าเซี่ย…หากท่านกลับบ้านไปแล้ว แล้ว…ข้าล่ะ?” จย่าฮ่วนร้อนใจเล็กน้อย
“เจ้าจะร้อนใจอะไร ให้ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้ามาคุยเรื่องสู่ขอ ตอนนั้นข้าจะออกหน้าตอบรับเอง!” หญิงชราเอ่ย
“ฝ่ายหญิงมาสู่ขอ?!” จย่าฮ่วนตกใจเล็กน้อย
“ก็เหมือนกันั่นแหละ แค่ให้สำเร็จก็พอแล้ว เจ้าว่าใช่หรือไม่” หญิงชราปลอบโยนนาง จากนั้นก็หันไปจ้องมองพวกบ่าวรับใช้ นางไม่กล้าให้พวกเขาไปส่งด้วยกลัวว่าพวกเขาจะหามนางกลับไปที่บ้านลูกชายคนรอง
นางจึงได้นำเงินออกมาจำนวนหนึ่งแล้วให้คนไปเช่ารถม้า
จากนั้นจึงจากไป
ทันทีที่นางจากไปผู้คนที่พูดเรื่องจอมโจรเซี่ยก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที
“ใต้เท้าเซี่ยผู้นี้แต่งกับภรรยาสามคน? พวกเจ้าว่าคนไหนกันแน่ที่เป็นแก้วตาดวงใจของเขา” ใครบางคนเอ่ยถามขึ้นมา
“ยังจะต้องถามอีก ย่อมต้องเป็นภรรยาเดิมสิ!”
“ไม่สิ ภรรยาคนเดิมนั้นก็ดีแต่นางก็ดุด้วย ข้าได้ยินมาว่าภรรยาคนที่สองนี้เป็นลูกสาวของชาวบ้านธรรมดาๆ หยกงามจากตระกูลเล็กๆ ต้องเป็นนางแน่ๆ!”
“คนต่อมาเล่า”
“คนต่อมานั่น? ได้ข่าวมาว่าหย่าขาดกันแล้ว นางยังไม่ตาย คนที่ยังมีชีวิตอยู่นี้จะต้องไม่สำคัญเท่าคนที่ตายไปแล้วทั้งสองคนแน่…”
ตอนที่ 400 โต๊ะพนัน
เมื่อมีคนจำนวนหนึ่งในร้านยาพูดคุยกันขึ้นมา กระทั่งคนที่ผ่านไปมาก็ยังมาร่วมสนุกด้วย
“แม้ว่าภรรยาคนสุดท้ายจะยังมีชีวิตอยู่ไม่สามารถเทียบได้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่ตอนนั้นใต้เท้าเซี่ยใช้สินสอดของหมั้นเพื่อแต่งงานกับนาง เห็นได้ชัดว่าตอนที่เพิ่งจะแต่งงานเข้ามาก็น่าจะจริงใจกับนางมากอยู่”
“ใช้เงินสู่ขอจะไปสู้คู่รักในวัยเด็กได้อย่างไร ใต้เท้าเซี่ยถูกชิงตัวไปอยู่ค่ายตั้งแต่อายุสิบกว่าปีเท่านั้น คบหากับสะใภ้เผิงตั้งนานหลายปี!”
“หยกงามจากตระกูลเล็กๆ ดีกว่า ข้ารู้จักคนที่เคยเป็นโจรที่นั่นมาก่อน เขาเคยบอกข้าว่าตอนที่สะใภ้หลินยังอยู่ ใต้เท้าเซี่ยยิ้มตลอดทั้งวัน และรอยยิ้มของเขาก็สดใสกว่าดอกไม้ป่าเล็กๆ บนภูเขาเสียอีก!”
“แน่จริงก็มาเดิมพันกันเลยสิ! พอใต้เท้าเซี่ยกลับมาค่อยให้ใต้เท้าเซี่ยเลือกว่าเขารักใคร่เอ็นดูคนไหนมากที่สุด!”
“เดิมพันก็เดิมพันสิ!”
“…”
แล้วความวุ่นวายก็ขึ้นในเวลาไม่นาน
พวกเขาถึงกับพากันไปที่บ่อนพนันทันทีเพื่อหาสักขีพยานและวางเดิมพัน
เรื่องครึกครื้นนี้น่าสนใจจนทำให้หลายๆ คนตามกระแสไปด้วย เมื่อบ่อนพนันใหญ่ๆ เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็ทำตามความคิดเห็นของสาธารณชนและเปิดเดิมพันทันที
เดิมพันอยู่ที่ความรักของใต้เท้าเซี่ยกับผู้หญิงสามคนที่เขาแต่งงานด้วยว่าใครเป็นคนที่สำคัญที่สุด!
เรื่องราวของฮูหยินทั้งสามได้ถูกเขียนออกมาเพื่อให้นักพนันทั้งหลายได้รับทราบอย่างชัดเจน
ส่วนการเดิมพันนี้จะจบลงอย่างไร…
เพื่อความเป็นธรรมจึงมีหลายจุดให้พิจารณาตัดสิน
มีบางคนเตรียมจะให้ฮูหยินสามคนซ้อมบทละคร พอใต้เท้าเซี่ยกลับมาก็จะให้พวกนางเข้าไปแสดงในบ้านตระกูลเซี่ย ในขณะนั้นขึ้นอยู่กับว่าใต้เท้าเซี่ยจะเลือกใครก่อน และคนที่ถูกเลือกก่อนก็ย่อมจะต้องเป็นคนที่มีความสำคัญมากที่สุด
พวกเขาบางส่วนจะเตรียมที่จะเชิญใต้เท้าเซี่ยไปเหลาสุราแล้วมอมเหล้าเขาเพื่อให้เขาพูดความในใจออกมา จากคำพูดเหล่านั้น…
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพวกเขาก็จะได้ผลลัพธ์ออกมา
ในช่วงเวลาสั้นๆ หลายๆ คนก็จัดเตรียมกันเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเซี่ยเฉียวเองก็ไม่รู้ว่าในขณะที่ท่านพ่อของนางไม่ได้อยู่ในเมือง แต่เขากลับกลายเป็นที่สนใจของผู้คนทั้งเมืองขึ้นมาแล้ว
เวลานี้นางแอบเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าเป็นโม่ชูเซิงและเดินทางไปยังหอส่องชะตา
ผู้ดูแลร้านฉังรอนางมาเป็นเวลานาน เมื่อเขาเห็นนางเข้าก็รีบเอ่ยขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ เมื่อวานมีคนมาเชิญท่านไปดูฮวงจุ้ย เขาให้ข้าถามว่าท่านต้องการรับงานหรือไม่”
“ทำไมจะไม่รับ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
นางเคยบอกผู้ดูแลไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่างานประเภทนี้หากรับได้ก็ให้รับไว้เลย
นางต้องหาเงินมาซื้อยากินนี่
“แต่คนผู้นี้บอกว่าเขายังจ้างปรมาจารย์ฮวงจุ้ยคนอื่นด้วย น่าจะมีหลายคน ดังนั้น…” ผู้ดูแลร้านฉังรู้สึกกระดากอาย
ปรมาจารย์พวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงส่ง
หากเชิญท่านหนึ่งแล้วยังเชิญท่านอื่นอีก พวกเขาก็จะไม่พอใจได้
เซี่ยเฉียวไม่สนใจเรื่องนี้ “ไม่เป็นไร หากเขามาอีกก็รับไปเถอะ กำหนดแล้วหรือไม่ว่าเป็นเมื่อใด”
“หากท่านว่าง เช้าตรู่วันมะรืนนี้จะมีรถม้ามารับท่าน” ผู้ดูแลร้านบอกอย่างรวดเร็ว
วันมะรืน?
วันมะรืนนางต้องไปเรียนแล้ว
แต่ไม่เป็นไรค่อยขอลาหยุดเอา
เรื่องหาเงินสำคัญกว่า
ตกบ่ายมีบ่าวรับใช้คนหนึ่งเข้ามาจริงๆ และให้เงินมัดจำไว้หนึ่งร้อยตำลึง พวกเขากระเป๋าหนักมาก
เซี่ยเฉียวยิ่งใส่ใจมากยิ่งขึ้น นางไปยังเรือนด้านหลังและป้อนหนอนตากแห้งแก่ต้าสยงเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ หากมีความจำเป็นจะได้ขอความช่วยเหลือจากต้าสยงได้
นางทำคนเดียวจะเหนื่อยเกินไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หญิงชราก็กลับไปถึงบ้านของนางแล้ว
เซี่ยหมั่งซานหยุดงานกลับมาบ้านเห็นสภาพใกล้ตายของหญิงชราทั้งโกรธทั้งโมโห
“ท่านไปอยู่ที่นั่นแค่คืนเดียวก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว!? เซี่ยผิงกั่งกล้าทำรุนแรงกับท่านเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าว่าเขาอย่าได้คิดที่จะเป็นขุนนางอีกเลย! ข้าจะไปหาคนมาจัดการเขา!”
ราชสำนักนี้ใช้ความกตัญญูปกครองใต้หล้า เขาไม่เชื่อหรอกว่าหากยกเอาเรื่องของท่านแม่มาข่มขู่ แล้วเซี่ยผิงกังจะยังเฉยอยู่ได้!
หญิงชราระเบิดโทสะ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้าง “ข้าล้มเองข้างนอก! ไปหาเรื่องเขาก็ไม่มีประโยชน์!”