ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 403 โดนของ / ตอนที่ 404 มีวิธี
ตอนที่ 403 โดนของ / ตอนที่ 404 มีวิธี
ตอนที่ 403 โดนของ
เซี่ยเฉียวตกตะลึงกับคำพูดของพ่อบ้าน นางจนใจเล็กน้อย “เจ้าหมายถึง…ที่เชิญข้ามาที่นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของของนายท่านของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“นายท่านจะมาสนใจเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร พวกเราบ่าวรับใช้เป็นคนจัดการทั้งนั้น” พ่อบ้านยิ้มอย่างเขินอาย “แต่ข้าเชื่อในท่านปรมาจารย์นะ! ข้าเคยซื้อยันต์ในร้านของท่าน ก่อนหน้านี้ข้าก็ยังได้โชคลาภมาจริงๆ ด้วย!”
เซี่ยเฉียวยิ้มแห้งๆ
ในเวลานี้นักพรตเต๋าที่อยู่ข้างๆ เหลือบมองมาที่นาง
สายตาของเขาเย่อหยิ่งและภาคภูมิใจในตนเอง ราวกับว่าเซี่ยเฉียวเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงที่มาเนียนดื่มกินเท่านั้น
ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเมื่อนักพรตเต๋านี้ดูที่หน้าตาและอายุของนาง นางแปลงเป็นโม่ชูเซิงซึ่งมีอายุสี่สิบปีก็จริง แต่นางแต่งมาแค่ใบหน้าและมือเท่านั้น เมื่อผมของนางเป็นสีดำจึงทำให้อายุของนางลดลงไปอีก
อีกอย่างหน้าตาโม่ชูเซิงนี้นับว่าธรรมดาทั่วไป แม้ว่าจะให้ความรู้สึกสูงส่งเป็นผู้วิเศษ แต่เนื่องจากนางอายุยังน้อยทั้งยังเป็นนักพรตหญิง จึงไม่อาจทำให้คนอื่นเชื่อถือได้เท่านักพรตชราที่อยู่ข้างๆ
ทว่าเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้คิดมากอะไร
นางรับเงินมัดจำมาแล้ว ถึงอย่างไรคราวนี้นางก็ต้องตั้งใจให้มาก
เซี่ยเฉียวก้มหน้าลงมองต้าสยง เมื่อเห็นมันอยู่ในอ้อมแขนของนางนางก็รู้สึกใจกล้ายิ่งขึ้น
ไม่นานนักนางก็ไปถึงห้องโถงใหญ่ เซี่ยเฉียวเห็นสามีภรรยาชราคู่หนึ่งซึ่งคาดว่ามีอายุประมาณหกสิบปี
เสื้อผ้าที่ทั้งสองสวมใส่ไม่ธรรมดา
พวกเขากวาดตามองพวกเซี่ยวเฉียวทั้งสามคน และในที่สุดก็มองผ่านเซี่ยเฉียวไป สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่อีกสองคน “ที่พวกข้าเชิญปรมาจารย์มาก็เพราะลูกชายคนเล็กของข้า ไม่ทราบว่าท่านทั้งสามมีชื่อว่าอย่างไร”
“อาตมามีนามว่าผู่เฉิน” พระสงฆ์ดูสูงส่งล้ำลึก
“อาตมาหยวนฉังจื่อ” นักพรตผู้นั้นมองประเมินคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างมีมารยาท
“โม่ชูเซิง” เซี่ยเฉียวตอบออกไปอย่างเรียบง่าย
นางเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองคนตรงหน้าครู่หนึ่งจึงได้เห็นว่าคนผู้นี้มีโหงวเฮ้งที่ดีมาก
ตาแม่น้ำปากทะเลรูปลักษณ์ไม่ธรรมดา มีทรัพย์สมบัติมากมาย เนินคางกว้างใหญ่ เป็นลักษณะของอ๋องไม่ก็โหว คางอวบอิ่มสองชั้น มีความเย่อหยิ่งเล็กน้อยแบบคนทางเหนือเล็กน้อยตรงหว่างคิ้วและดวงตาของเขา แต่มันไม่ชัดเจนนัก…เซี่ยเฉียวพอจะรู้แล้ว
คนผู้นี้จะต้องเป็นหนิงเป่ยอ๋อง ลูกพี่ลูกน้องฝั่งบิดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
หนิงเป่ยอ๋องปกครองเมืองทางเหนือมาตลอด เพิ่งจะกลับเมืองหลวงมาเมื่อปีที่แล้ว
หนิงเป่ยอ๋องผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีจิตใจหลงใหล ว่ากันว่าเขากับพระชายารักใคร่กันแน่นแฟ้น หลังจากที่แต่งงานกันแล้วก็ไม่ได้แต่งกับผู้หญิงคนไหนอีก จนกระทั่งอายุได้สี่สิบปีก็ยังไม่มีลูกจึงได้รับนางสนมมาจำนวนหนึ่งเพื่อสืบเชื้อสาย
หลังจากให้กำเนิดบุตรชายคนโตแล้ว นางสนมคนอื่นๆ ทั้งหมดก็ถูกปลดทิ้ง มีเพียงมารดาของบุตรชายคนโตเท่านั้นที่ได้เป็นพระชายารอง
ว่ากันว่าพออายุห้าสิบปีพระชายาก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาในวัยชราและได้ลูกชายคนเล็ก
ลูกชายคนเล็กผู้นี้คือแก้วตาดวงใจของหนิงเป่ยอ๋อง เขาทะนุถนอมเอาใจใส่อย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ท่านอ๋องปกครองดินแดนอยู่ที่อื่นมาตลอด คราวนี้พอเขากลับมาเมืองหลวงบุตรชายคนเล็กก็ป่วยมาตลอด ไม่ว่าหมอคนไหนในเมืองหลวงก็ล้วนถูกหนิงเป่ยอ๋องเชิญมาดูอาการหมดแล้วแต่อาการของเขาก็ไม่ดีขึ้น จนมีคนพูดว่าวังแห่งนี้ได้เริ่มจัดเตรียมจัดงานศพให้องค์ชายน้อยแล้ว
คาดว่าที่ตามพวกเขามาคราวนี้ก็เพราะเรื่องขององค์ชายน้อยกระมัง
เซี่ยเฉียวพอจะคาดเดาได้แล้วแต่ก็ไม่ได้ถามออกมาตรงๆ
หนิงเป่ยอ๋องนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “ลูกชายคนเล็กของข้าป่วยมานานหลายเดือนแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย วันนี้ข้าจึงได้เชิญปรมาจารย์ทุกท่านมาดูให้หน่อยว่าเขาโดนของอะไรหรือไม่”
เช่นนี้แล้วก็ไม่ใช่การดูฮวงจุ้ยแต่เป็นการดูคน
สองสามีภรรยาก็ไม่ได้พูดพล่ามทำเพลงและรีบพาคนทั้งสามเข้าไปยังห้องชั้นในทันที
เดิมทีพระชายาผู้ชรามีสง่าราศีมาก แต่หลังจากที่นางเห็นลูกชายของตนเองแล้วแววตาเหนื่อยล้าและทุกข์ใจก็ปรากฏขึ้นในดวงตา นางนั่งอยู่หน้าเตียงคอยลูบผมลูกชาย
นางเพิ่งจะมีลูกชายในวัยห้าสิบปีเช่นนั้น ก็ย่อมรักใคร่เอ็นดูเขาอย่างไม่มีข้อแม้
เมื่อเซี่ยเฉียวเข้ามาในห้องกลิ่นยาเข้มข้นก็ปะทะเข้ามาทันที
นอกจากกลิ่นยาแล้วก็ยังมีความรู้สึกขัดแย้งไม่ลงรอยกันด้วย
“คุณชายน้อยอยู่ในห้องนี้ตลอดเลยหรือ” หยวนฉังจื่อเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้พวกเราอาศัยอยู่ทางเหนือ ระหว่างที่พวกเราเดินทางกลับลูกของข้าก็รู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ข้าคิดว่าเป็นไข้จึงได้รักษาเช่นนี้ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขาจึงไม่ดีขึ้นเลย ปีก่อนยังลุกจากเตียงลงมาเดินได้บ้าง แต่ตอนนี้…เขาได้แต่นอนอยู่บนเตียงและดื่มได้แต่อาหารเหลวนิดหน่อยเท่านั้น”
ตอนที่ 404 มีวิธี
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้เขาสามารถทนป่วยต่อไปได้ แต่หากกินอะไรไม่ได้ก็เกรงว่าจะอดตายเสียมากกว่า
พระผู่เฉินและหยวนฉังจื่อก็ไม่ได้โง่ เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้นจึงเดาสถานะของทั้งสองคนนี้ได้แล้ว สีหน้าของพวกเขาจึงดูเคร่งขรึมและประหม่ายิ่งขึ้นทันใด
“ลูกของข้าล้มป่วยระหว่างทาง ดังนั้นจึงคิดว่าห้องนี้ไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่างข้าก็ได้เชิญท่านหมอทั้งหมดมาตรวจดูแล้วก็พบว่าไม่มีพิษใดๆ เลย” สีหน้าของหนิงเป่ยอ๋องก็ดูไม่ดีเช่นกัน “รบกวนปรมาจารย์ช่วยดูหน่อย ถ้าหากช่วยลูกชายของข้าหายได้ ข้าจะตบรางวัลให้เป็นหมื่นทองคำ!”
หมื่นทองคำ?
มุมปากเซี่ยเฉียวขยับเล็กน้อย
ค่อนข้างเยอะทีเดียวแต่ทองเยอะเกินไปก็ไม่ดี ชะตาชีวิตของเด็กคนนี้ไม่ได้แข็งขนาดนั้นและยังบาดเจ็บได้ง่ายด้วย
เวลานี้ปรมาจารย์ทั้งสองก้าวเข้าไปดูที่หน้าเตียงก่อนแล้ว ส่วนเซี่ยเฉียวถูกเบียดบังอยู่ด้านหลัง
นางไม่อาจเข้าใกล้ได้จึงคิดว่าจะรอให้ทั้งสองคนดูให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยเข้าไป
“ข้าเห็นว่าใบหน้าของคุณชายน้อยมืดคล้ำลงเล็กน้อย เขาน่าจะถูกของไม่ดีบางอย่าง…” พระรูปนั้นกล่าวขึ้น “ข้าจะสวดมนต์ให้คุณชายน้อยเป็นเวลาสี่สิบเก้าวันเพื่อขับไล่พลังปราณสีดำรอบๆ นี้ ข้าว่าเขาก็จะหายป่วยได้ในที่สุด”
นักพรตส่ายศีรษะ “เกรงว่าร่างกายของคุณชายน้อยจะทนอยู่ได้ไม่นานขนาดนั้น”
พอพูดจบก็เขาก็หยิบกระดาษยันต์ออกมาจากอกเสื้อ “เอากระดาษยันต์นี่ไปละลายน้ำให้คุณชายน้อยดื่ม…”
พระชายาลังเลเล็กน้อย
ตอนนี้บุตรชายนางกินดื่มลำบาก แล้วนางยังต้องให้เขาดื่มน้ำยันต์นี้อีก…ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่…
ทว่าตอนนี้ก็เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว นางจะละเลยไม่ได้
“ข้าจะเปิดแท่นทำพิธีด้านนอก ไม่สู้ท่านอาจารย์ผู่เฉินช่วยป้องกันข้า พวกเราสองคนมาขับไล่ความโชคร้ายนี้ออกไปด้วยกัน?” หยวนฉังจื่อเอ่ยแล้วเหลือบมองเซี่ยเฉียวโดยไม่ได้เชื้อเชิญนางแต่อย่างใด
นี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นนักพรตหญิงมาจากไหน ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อนเลย อย่าได้ทำให้พวกเขาเสียเรื่องก็แล้วกัน
ท่านอาจารย์ผู่เฉินพยักหน้าตกลง
เมื่อพูดจบแล้วทั้งสองคนก็เริ่มให้ท่านอ๋องตระเตรียมสิ่งของบางอย่าง
ปรมาจารย์ทั้งสองมีความมั่นใจเช่นนี้ ท่านอ๋องผู้ชราก็มีความหวังขึ้นในใจเช่นกัน เขารีบสั่งให้คนไปจัดการทันที
ในบ้านมีครบทุกสิ่งอย่าง
เซี่ยเฉียวกำลังอ้าปากคิดจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ทว่า…
ไม่มีใครมองมาที่นางจึงไม่สามารถเอ่ยแทรกได้
นางมองไปที่ห้อง ภายในห้องมีกลิ่นไปของวิญญาณแค้นอยู่จริงๆ แต่นางมองไม่เห็น นางเกรงว่ามันจะมีที่ซ่อน หากไม่หาที่ซ่อนนี้ให้พบก่อน การคิดจะทำลายวิญญาณแค้นนี้ก็คงจะไม่สำเร็จ
ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ชีวิตขององค์ชายน้อยเหลือแค่ครึ่งเดียวแล้ว การใช้กำลังทำลายวิญญาณแค้นจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย
ถึงอย่างไรก็เป็นหนึ่งชีวิต เซี่ยเฉียวจึงเดินตามไปและหาโอกาสเอ่ย “สถานการณ์ขององค์ชายน้อยตอนนี้ข้าว่าควรจะค่อยเป็นค่อยไปหน่อยดีกว่า หากทำพิธีทันทีข้าเกรงว่าชีวิตขององค์ชายจะน่าเป็นห่วง”
“ไม่ทราบว่าท่านบำเพ็ญอยู่ที่วัดไหนหรือ” หยวนฉังจื่อเอ่ยถาม
“วัดสุ่ยเย่ว์แห่งอวิ๋นจิง” เซี่ยเฉียวตอบแต่โดยดี
“อวิ๋นจิงหรือ ก็ไม่ได้ใกล้นะ นั่นเป็นที่ที่ห่างไกล ดูท่าท่านคงไม่ได้เห็นโลกมากนัก สถานการณ์แบบองค์ชายน้อยนี่ควรจะเริ่มลงมือกำจัดโชคร้ายทันที มิฉะนั้นเขาก็คงอยู่ได้ไม่เกินสิบวัน” นักพรตเต๋าเอ่ยทันที
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ถูกต้อง แต่ก็ต้องหาเหตุผลว่าทำไมองค์ชายน้อยถึงได้โดนของสกปรกด้วยจึงจะแก้ได้ หากเราไม่พบสาเหตุ ต่อให้การทำพิธีนี้จะมีประโยชน์มากสักแค่ไหน แต่ก็จะสามารถจัดการได้เพียงวันสองวันเท่านั้น ไม่มีทางรักษาหายขาดได้ กระทั่งอาจทำให้วิญญาณแค้นนั้นไม่พอใจ พังพินาศไปพร้อมกันทั้งคู่ก็ได้”
“หากอย่างนั้นท่านมีวิธี?” หยวนฉังจื่อไม่ค่อยพอใจนัก
เรื่องขับไล่วิญญาณชั่วร้ายพวกนี้เขาทำมาหลายครั้งแล้ว
นักพรตหญิงผู้นี้อายุยังน้อยเกรงว่าจะไม่มีประสบการณ์เสียมากกว่า
“มีวิธี” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“ท่านมีวิธี ข้าก็มีวิธี หากอย่างนั้น…จะใช้วิธีของใครดี” หยวนฉังจื่อแค่นเสียงเยาะ “เช่นนี้แล้วก็ให้ท่านอ๋องเลือกดีกว่า ดูว่าท่านอ๋องจะยอมให้ใครระหว่างเราสองคนเป็นคนลงมือ”