ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 405 ทำพิธี / ตอนที่ 406 เขาหุนหันพลันแล่นไปแล้ว
ตอนที่ 405 ทำพิธี / ตอนที่ 406 เขาหุนหันพลันแล่นไปแล้ว
ตอนที่ 405 ทำพิธี
คนในวงการเดียวกันมักเป็นศัตรูกันเซี่ยเฉียวเข้าใจดี
โดยเฉพาะเรื่องทำพิธีนี้ หากความคิดเห็นไม่ตรงกันก็ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ได้ง่าย
เพียงแต่หากให้ท่านอ๋องเป็นคนเลือกจริงๆ เกรงว่านางคงจะเป็นคนที่ถูกไล่ออกไป
เซี่ยเฉียวไม่ได้รีบร้อนลนลานอะไร นางยิ้มพลางเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เชิญผู้อาวุโสก่อนเถอะ หากผู้อาวุโสรักษาคนให้หายได้ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง ถ้าหากเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา…ข้าค่อยมาดูใหม่”
พูดจบเซี่ยเฉียวก็จากไป
แต่ก่อนที่เซี่ยเฉียวจะจากไป นางได้เรียกพ่อบ้านที่ตามตัวนางเข้ามาพบและหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา “สองท่านนี้น่าจะทำไม่สำเร็จ เจ้าพยายามสังเกตอาการของคุณชายน้อยไว้ก็แล้วกัน หากรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติก็ให้เอายันต์นี้แปะไว้บนตัวเขา”
พ่อบ้านมึนงงเล็กน้อย “ท่านจะไปทั้งอย่างนี้หรือ”
“การเปิดแท่นบูชาทำพิธีนี้ไม่ใช่เรื่องที่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ หรือว่าจะให้ข้านั่งรออยู่ที่นี่เฉยๆ ข้าจะไปนั่งพักรอที่โรงเตี๊ยมข้างนอก หากมีเรื่องอะไรก็ค่อยไปตามข้าแล้วกัน” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ พอนางเอ่ยจบก็อุ้มไก่ตัวใหญ่ของนางจากไปทันที
เปิดแท่นทำพิธี จุดเครื่องหอมบูชาเทพเจ้า
สิ่งที่อยู่ในห้องของคุณชายน้อยนี้ร้ายกาจมาก แม้นักพรตจะมองไม่เห็นแต่เขาก็ยังพอรู้สึกได้บ้าง หากจะทำพิธีจริงๆ เกรงว่าคงต้องสู้รบกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งหรือสองชั่วยามเป็นแน่
หากรวมๆ กับเวลาที่ต้องเตรียมการแล้ว นางอยู่ที่นี่ไปจะเป็นการเปลืองพลังจิตของนางไปเปล่า
อีกอย่าง หนิงเป่ยอ๋องนี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนางเท่าไรนัก หากนั่งนั่งรอจนเป็นลมหมดสติไปจะทำอย่างไร
ไม่สู้นางไปนั่งพักที่โรงเตี๊ยมใกล้ๆ คฤหาสน์นี้ดีกว่า แล้วสั่งอาหารดีๆ มากินให้ท้องอิ่ม เช่นนี้แล้วนางจะได้มีแรงทำงาน
เมื่อพ่อบ้านได้ยินว่านางจะไปโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้ๆ ก็โล่งอก “ท่านอย่าได้ไปไหนไกลนะ”
เขาไม่เชื่อใจปรมาจารย์อีกสองท่านหรอก
แต่ยันต์โชคลาภของปรมาจารย์โม่ยอดเยี่ยมจริงๆ!
เนื่องจากนางได้รับเงินมัดจำมาแล้วจึงได้แต่ต้องไปรอที่โรงเตี๊ยมเท่านั้น
ส่วนเวลานี้ปรมาจารย์ทั้งสองก็เริ่มทำพิธีหลังจากที่เตรียมตัวเสร็จแล้ว
พระสงฆ์นั่งขัดสมาธิ ในมือมีปลาไม้สำหรับเคาะ เขาสวดมนต์ท่องพระคัมภีร์ไปไม่หยุด ส่วนข้างๆ กันนั้นเป็นนักพรตเต๋าที่ถือกระบี่ไม้ท้อ ฝ่าเท้าพลิกพลิ้วร่ายรำเพลงกระบี่ราวกับใต้ฝ่าเท้าของเขามีกองเพลิงอยู่กระนั้น
พวกเขาทำพิธีอยู่ในเรือนของคุณชายน้อย
หน้าต่างทุกบานถูกเปิดออก พิธีเพิ่งจะเริ่มเท่านั้นแต่ทุกคนก็รู้สึกได้ว่ารอบด้านราวกับมีเสียงหวีดหวิว
อากาศที่สงบแต่เดิมดูเหมือนจะพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลมพัดใบไม้ปลิวว่อน เป่าธูปและเทียนที่อยู่บนแท่นดูน่ากลัวเล็กน้อย
แต่ยิ่งบรรยากาศแปลกไป ความหวังในหัวใจของหนิงเป่ยอ๋องและภรรยาของเขาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อมองนักพรตเต๋าที่กำลังพ่นไฟออกจากปาก เปลวไฟเต้นไปตามกระบี่ไม้ท้อดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
นักพรตท่องคาถาที่หนิงเป่ยอ๋องเองก็ฟังไม่เข้าใจต่อไปไม่หยุด เขาได้ยินเพียงเสียง ‘ไป’ หลายครั้งเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่มีลมประหลาดพัดมาเปลวเพลิงก็ดับลง
ความเร็วของนักพรตเฒ่ายิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงของเขาก็ยิ่งต่ำลง กระดิ่งในมือก็ส่งเสียงดังราวกับเป็นคาถาสาปเร่งความตายทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย
ตึง เสียงหนึ่งดังขึ้น ลมแรงสายหนึ่งพัดมาทำให้โต๊ะที่มีสิ่งของทำพิธีวางอยู่นั้นพลิกล้มไปในทันใด!
นักพรตเฒ่าก็ล้มลงและกระอักเลือดออกมาทันทีเช่นกัน!
“แย่แล้ว แย่แล้ว! คุณชายน้อย คุณชายหายใจไม่ออกแล้ว” สาวใช้ที่อยู่ในห้องร้องตะโกนโวยวาย
สีหน้าของหนิงเป่ยอ๋องซีดเผือดลงไปทันทีที่เขาก่อนจะรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว พ่อบ้านที่คอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาก็แอบเข้าไปในห้องขณะที่พวกเขาอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
สามีภรรยาทั้งสองเห็นลูกชายของตนเองร้องครวญครางพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวด หยาดเหงื่อหยดผุดพรายบนใบหน้าสะอาด และริมฝีปากที่แห้งผากก็หอบหนัก แต่ละครั้งที่หอบหายใจล้วนลำบากหนักหน่วง!
มันเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร!
ตอนที่ 406 เขาหุนหันพลันแล่นไปแล้ว
สีหน้าเป่ยหนิงอ๋องมืดมน เขาจับมือของลูกชายเอาไว้แต่กลับรู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้เลย
หมอไร้ประโยชน์ นักพรต…ก็ไร้ประโยชน์เช่นกัน!
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นแน่ เหตุใดท่านทำพิธีแล้วแต่ลูกข้ายังเป็นเช่นนี้ไปได้!” หนิงเป่ยอ๋องโกรธจัด
หยวนฉังจื่อตกใจและรู้สึกเหลื่อเชื่ออยู่บ้าง “สิ่ง สิ่งชั่วร้ายนี้ไม่ธรรมดา พลังของข้าและท่านอาจารย์ผู่เฉินก็ยังไม่พอ!”
“ไม่ใช่ว่ายังมีอีกคนหนึ่งหรือ!” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ยด้วยโทสะ
เขากลัวว่าแค่คนเดียวจะจัดการไม่ได้จึงได้ให้บ่าวรับใช้เชิญมาหลายคนหน่อย
“คนผู้นั้น…จากไปแล้ว…” พ่อบ้านอีกสองคนเอ่ย
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นพ่อบ้านที่รับยันต์ของเซี่ยเฉียวมาก็กัดฟันพุ่งเข้าไปแปะยันต์ไว้บนหน้าผากองค์ชายน้อยทันที
พริบตานั้นสีหน้าอันชั่วร้ายขององค์ชายน้อยก็กลับเป็นปกติทันที
ลมหายใจก็สงบลงมากเช่นกันจนดูเหมือนว่าเขากำลังหลับอยู่
พ่อบ้านฝูหมั่นถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
เขารู้อยู่แล้วว่าของของปรมาจารย์โม่จะต้องได้ผล!
“ฝูหมั่น เจ้าทำอะไรน่ะ” เดิมทีหนิงเป่ยอ๋องกำลังจะโกรธ แต่เมื่อเขาเห็นว่าลูกชายของตนเองดีขึ้นแล้วในเวลานี้ ท่าทีของเขาจึงดีขึ้นมาก “เจ้าไปได้ยันต์นี่มาจากไหนน่ะ”
“นายท่าน เมื่อสักครู่ปรมาจารย์โม่กลัวว่าการทำพิธีขับไล่ของอาจารย์ทั้งสองท่านจะส่งผลต่อคุณชายน้อยจึงได้ให้ยันต์ข้าไว้แผ่นหนึ่ง ให้ข้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของนายน้อย และบอกว่าถ้าพิธีของอาจารย์ทั้งสองท่านไม่ได้ผลก็ค่อยให้ข้าไปตามนางมาใหม่” ฝูหมั่นเอ่ยอย่างรวดเร็ว
หนิงเป่ยอ๋องยืนขึ้นทันที เขาจับจ้องปรมาจารย์สองท่านนั้นพลางพยายามควบคุมความรู้สึกไม่พอใจของตนเองเอาไว้
เขาเข้าใจความหมายที่ฝูหมั่นต้องการจะสื่อ
ไม่มีอะไรมากไปกว่า…สองคนนี้เพิ่งจะเบียดบังปรมาจารย์โม่คนนั้นออกไป
อย่างไรก็ตามหนิงเมื่อเป่ยอ๋องพยายามนึกถึงปรมาจารย์โม่คนนั้น เขาก็นึกไม่ออกว่าคนคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร และรู้สึกผิดเล็กน้อย
ปรมาจารย์โม่คนนั้นเป็นผู้หญิง และอายุของนางก็ยังไม่มาก เขาจึงคิดว่านางไม่น่าจะมีความสามารถอะไรและดูถูกนางเล็กน้อย
เขารู้สึกตำหนิตัวเองเล็กน้อยประมาทเลินเล่อในขณะที่ลูกชายของเขาอยู่บนความเป็นความตาย…
“ในเมื่อท่านปรมาจารย์ได้ทิ้งยันต์เอาไว้ให้ แล้วท่านได้บอกหรือไม่ว่าจะไปที่ไหน และยังยินดีที่จะกลับมาหรือไม่” เป่ยหนิงอ๋องพูดจบก็ทอดถอนใจ “ช่างเถอะ ข้าจะไปเชิญนางด้วยตัวเอง หากปรมาจารย์สามารถรักษาลูกข้าให้หายจะให้ข้าก้มหัวให้ก็ยอม?!”
“ช้าก่อนนายท่าน ปรมาจารย์มิใช่คนหยิ่งยโสเช่นนั้น นางเพียงแต่บอกว่าพิธีกรรมนี้ใช้เวลานาน ดังนั้นนางจึงออกไปรอที่โรงเตี๊ยมข้างนอก ข้าจะส่งคนไปเชิญนางมาทันที อีกไม่นานปรมาจารย์โม่ก็น่าจะมาแล้วขอรับ” ฝูหมั่นรีบเอ่ย
“ดี เช่นนั้นแล้วเจ้าก็รีบไปเชิญนางมา! เตรียมรถม้าของข้าไปรับ!” หนิงเป่ยอ๋องให้ความสำคัญกับนางอย่างยิ่ง
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเย็นชาใส่ปรมาจารย์อีกสองท่าน
ทั้งสองท่านนี้ก็มีความสามารถ มิฉะนั้นแล้วเมื่อสักครู่ลูกชายของเขาก็คงจะไม่มีปฏิกิริยาเช่นนั้น
เพียงแต่พวกเขามีความสามารถไม่มากพอเท่านั้น
“ปรมาจารย์ทั้งสองเหนื่อยมามากแล้ว ข้าได้เตรียมห้องปีกเอาไว้ให้พร้อมแล้ว เชิญท่านทั้งสองเข้าไปพักผ่อนก่อน หากมีความจำเป็นในภายหลัง ข้าค่อยเชิญท่านทั้งสองออกหน้า” หนิงเป่ยอ๋องได้บทเรียนแล้ว
ถ้าหากปรมาจารย์โม่นั่นทำไม่สำเร็จ แต่ไม่แน่หากปรมาจารย์ทั้งสามร่วมมือกัน คนมากพลังย่อมมากตามแล้วเล่า!
เวลานี้สีหน้าปรมาจารย์ทั้งสองท่านก็ดีขึ้นเล็กน้อย หยวนฉังจื่อรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
แค่เห็นยันต์แผ่นนั้นเขาก็ต้องตกใจแล้ว
ยันต์นี้…ไม่ธรรมดา
หากเข้าไม่ถึงทางเต๋าย่อมวาดออกมาไม่ได้
การวาดยันต์นี้แตกต่างจากภาพวาด อักขระบนยันต์จะต้องวาดให้เสร็จในครั้งเดียวและสภาพจิตใจต้องสงบนิ่งเท่านั้น ไม่เช่นนั้นถึงแม้จะวาดได้เหมือนกันอย่างไรก็จะไม่ได้ผล
ปรมาจารย์โม่นั้นถึงกับเอายันต์ดีเช่นนั้นออกมาได้ ดูท่าแล้ว ก่อนหน้านี้เขาจะ…หุนหันพลันแล่นเกินไปแล้ว?!