ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 409 จะฆ่าหรือตัดหัวก็ได้ / ตอนที่ 410 พวกเขาทำผิดไปแล้ว
ตอนที่ 409 จะฆ่าหรือตัดหัวก็ได้ / ตอนที่ 410 พวกเขาทำผิดไปแล้ว
ตอนที่ 409 จะฆ่าหรือตัดหัวก็ได้
“องค์ชายน้อยชอบลูกข่างอันนั้นมาก และรู้ว่า รู้ว่าพระชายาไม่ชอบให้องค์ชายน้อยรับของขององค์ชายใหญ่ ดังนั้นองค์ชายน้อยจึงได้แอบเล่น…” บ่าวตัวน้อยแทบจะร้องไห้แล้ว
สีหน้าของพระชายามืดมน “ของนั่นอยู่ที่ไหน!”
บ่าวตัวน้อยหมอบลงใต้เตียงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หยิบกล่องเล็กๆ ใบหนึ่งออกมามาเปิดเบาๆ
เมื่อเซี่ยเฉียวและหยวนฉังจื่อเห็นมันก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากทันที
“นี่ล่ะใช่แล้ว!” ทั้งสองคนเอ่ยพร้อมกัน
หยวนฉังจื่อมองเห็นพลังพิฆาตเข้มข้น ส่วนสิ่งที่เซี่ยเฉียวเห็นนอกเหนือไปจากพลังพิฆาตแล้วก็คือวิญญาณแค้นที่แอบแทรกตัวออกมาจากลูกข่างสีทองอันนั้น
กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่วิญญาณแค้นแค่ตนเดียว
มันมีถึงเจ็ดแปดตนเลยทีเดียว
แต่พวกเขาไม่ได้อยู่แยกกันเป็นอิสระ ดูเหมือนจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวมากกว่า ศีรษะของพวกเขาเหล่านั้นเปลี่ยนไปมาเป็นครั้งคราวดูน่ากลัวมากเป็นพิเศษ
และวิญญาณแค้นพวกนี้ล้วนเป็นเด็กๆ ที่มีอายุสิบกว่าปีทั้งนั้น
พวกเขาจ้องมองเซี่ยเฉียว
สีหน้าของเซี่ยเฉียวเคร่งขรึม นางหยิบกระบี่เหรียญทองแดงออกมาทันที
ทันใดนั้นประตูและหน้าต่างก็สั่นพึ่บพั่บ
แม้ว่าหนิงเป่ยอ๋องและภรรยาของเขาจะรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ แต่พวกเขาก็ยังปกป้ององค์ชายน้อยที่นอนอยู่บนเตียง
“เด็กๆ อย่างพวกเจ้า ในเมื่อตายไปตั้งนานแล้วทำไมถึงไม่ยอมไปเกิดใหม่เสียดีๆ จะอยู่บนโลกนี้เพื่อทำร้ายคนอื่นไปทำไม!” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยความโกรธ
“เจ้ามาตีกลองกลมๆ นี่สิ”
“เสียงดังตึงๆ ตึงๆ”
“ในหัวก็ว่างเปล่าทันที”
“ในท้องมีฟางแห้ง”
“พ่อแม่จ๋าหยิบขวานขึ้นมา ดอกไม้สีแดงเบ่งบานแล้ว”
“…”
เสียงแปลกๆ ดังขึ้นในหูของเซี่ยเฉียว
ทั้งร้องทั้งเต้นไม่หยุด ไม่นานนักศีรษะทั้งหมดเจ็ดแปดหัวนั้นก็กลิ้งเข้ามาหาเซี่ยเฉียว มันเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาที่อยู่บนนั้นก็เบิกกว้าง
เซี่ยเฉียวขนลุกซู่ไปหมด
“ไท่ชางเหล่าจวิน ตอบสนองไม่หยุด ขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ปกป้องชีวิตคุ้มภัยให้ข้า สามวิญญาณยืนยง จิตไม่ดับสูญ! รับบัญชาทันที!” เซี่ยเฉียวหยิบยันต์สีเหลืองออกมาและสะบัดมันออกไปทันที
ทันใดนั้นเสียงเพลงแปลกๆ ก็เบาลงมาก
ต่อมาเซี่ยเฉียวจึงต่อสู้กับศีรษะเหล่านั้น
พวกหนิงเป่ยอ๋องมองไม่เห็นวิญญาณพวกนั้น เวลานี้พวกเขาจึงเห็นแค่ว่าเซี่ยเฉียวที่ถือกระบี่เหรียญทองแดงอยู่ในมือสะบัดยันต์สีเหลืองออกไปแผ่นแล้วแผ่นเล่า ยันต์เหล่านั้นก็จะลุกเป็นไฟในทันที เกิดเสียงดังรอบๆ ไม่หยุด
แม้จะดูน่ากลัวมาก แต่…ดูเหมือนว่ายันต์ของนางจะร้ายกาจกว่ายันต์เมื่อครู่นี้
หยวนฉังจื่อมองค่ายกลเจ็ดดาวใต้เท้านางด้วยใจสั่นสะท้าน
ปรมาจารย์โม่ผู้นี้…ไม่ลนลานในเวลาคับขัน นางมีความสามารถอย่างแท้จริง
คนภายนอกดูเอาสนุก แต่คนในวงการดูวิถีเต๋า
วิชากระบี่ของปรมาจารย์นั้นสมบูรณ์แบบ ทุกย่างก้าวของนางมีแบบแผนสร้างค่ายกล ด้วยวิธีนี้นางจึงสามารถดึงความสามารถของยันต์นั้นออกมาได้เต็มที่!
ร้ายกาจ เขานึกไม่ถึงเลยว่าโม่หลิงจือที่ปากเสียสร้างความขุ่นเคืองให้คนอื่นไปทั่วผู้นั้นจะมี…เพื่อนร่วมสำนักเช่นนี้
เขาไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นลูกศิษย์หรือว่าเป็นศิษย์น้องกันแน่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามนางจะต้องเป็นคนสำนักเดียวกับโม่หลิงจือเป็นแน่
เวลานี้เซี่ยเฉียวควบคุมวิญญาณแค้นเอาไว้ได้แล้ว
มีกลิ่นแปลกๆ ลอยมาในอากาศราวกับว่ามีอะไรไหม้กระนั้น
“พวกเจ้าตายไปตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ พี่เองก็สงสารพวกเจ้าเช่นกัน ขอให้พวกเจ้าวางใจได้ว่าหลังจากที่ข้าเก็บวิญญาณพวกเจ้าไปแล้ว ข้าจะต้องหาทางกำจัดความแค้นให้พวกเจ้าแน่ๆ ให้พวกเจ้าไปเกิดใหม่อย่างบริสุทธิ์ดีหรือไม่!”
“ไม่เกิดใหม่! ไม่อยากเกิดใหม่!“
หากพวกเขากลับมาเกิดใหม่ก็จะต้องถูกพ่อแม่ทรมานอีก!
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าโดยทั่วไปแล้ววิญญาณแค้นที่อายุยังน้อยจะมีอดีตที่น่าสงสารเห็นใจอยู่บ้าง
“คนที่พวกเจ้าคิดจะทำร้ายคราวนี้คือองค์ชายน้อย บิดาของเขาคือหนิงเป่ยอ๋อง หากพวกเจ้ามีความแค้นคับข้องใจก็ให้หนิงเป่ยอ๋องออกหน้าทวงความยุติธรรมแทนพวกเจ้าได้ หากบิดามารดาของพวกเจ้าทำความผิดใหญ่หลวง จะฆ่าหรือตัดหัวก็ได้ตามใจพวกเจ้าเลย!” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
ตอนที่ 410 พวกเขาทำผิดไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้นวิญญาณแค้นพวกนั้นก็แสดงท่าทางสับสน
ท่านพ่อ ท่านแม่…
แม้ว่าพวกเขาจะทำผิดมากมายแต่ไหนแต่จะปล่อยให้คนอื่นมาตัดหัวพวกท่านได้อย่างไรกันเล่า
“อย่าฆ่าท่านแม่ของข้า นาง…แค่อยากให้ข้าเป็นคนเก่ง…” จู่ๆ วิญญาณแค้นหนึ่งในนั้นก็ร้องไห้ออกมาทันที
นางอยากให้เขาเป็นคนเก่ง ดังนั้นเมื่อเขาไม่เชื่อฟังจึงถูกทุบตีและให้อดอาหาร ท่านแม่ของเขาไม่เคยกอดเขา จะให้เขาอ่านหนังสืออยู่เสมอ นางอยากให้เขาเป็นอัจฉริยะ และไม่ทำให้บิดาและตระกูลต้องอับอายขายหน้า…
พวกเขาต่างก็มีนิสัยเป็นเด็ก ตอนทำตัวไม่ดีก็ไม่ดีจริงๆ แต่เวลาเศร้าก็น่าสงสารจริงๆ เช่นกัน
“พ่อฟันข้าจนตายด้วยขวาน เขาฆ่าข้า…พี่สาว ข้าทำอะไรผิดหรือ ข้าทำอะไรผิด!” วิญญาณแค้นอีกตนเอ่ยขึ้น จากนั้นน้ำตาเลือดก็ไหลออกมา ความโกรธคับแค้นใจเอ่อล้นท่วมฟ้าจนเซี่ยเฉียวแทบจะกดไว้ไม่อยู่
ร่างกายของนางแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
“เป็นความผิดของเขา ในฐานะพ่อแม่พวกเขาต้องดูแลลูก สั่งสอนให้การศึกษา พวกเขาทำไม่ได้ก็ถือว่ามีความผิด ถ้าหากเจ้าบอกข้าว่าเขาเป็นใคร แล้วเขายังมีชีวิตอยู่ หนิงเป่ยอ๋องจะตัดสินโทษเขา หากเขาตายไปแล้ว ข้าจะเรียกวิญญาณเขาออกมา ลากเขาออกมาปรโลกเพื่อระบายความแค้นให้เจ้า!”
เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
อย่างไรก็ตามการเรียกวิญญาณคนตายนี้…ไม่ใช่เรื่องง่าย
จะต้องมีของบางอย่างที่เกี่ยวข้องหรือไม่ก็ต้องไปที่หลุมศพของคนคนนั้น จากนั้นก็ใช้คาถาและอาวุธวิเศษเอ่ยชื่อและสถานะของคนคนนั้นให้ชัดเจน และก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดในการเรียกวิญญาณ
นอกจากนั้นหากนางสามารถเรียกวิญญาณมาได้แน่นอน ก็ยังไม่สามารถที่จะใช้วิญญาณให้ไปทำเรื่องชั่วร้ายได้ มิฉะนั้นชีวิตน้อยๆ ของนางนี้ก็บอกลาญาติพี่น้องไปได้เลย
วิญญาณแค้นตนนั้นนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ก็ไม่ได้คัดค้านขัดขืนแต่อย่างได้
วิญญาณแค้นที่ถูกฟันจนตายนี้เป็นพี่ใหญ่ เมื่อเขาหยุดนิ่งลงในเวลานี้ พลังก็น้อยลงมาก
เซี่ยเฉียวรับลงมือเก็บวิญญาณแค้นนี้ทันที
เมื่อวิญญาณลงไปอยู่ในขวดกระเบื้องแล้วนางก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น “พี่สาว ข้าอยากได้พ่อแม่ที่ดีๆ…”
พริบตานั้นมือของเซี่ยเฉียวก็สั่นขึ้นมาทันที
“ปรมาจารย์?” หนิงเป่ยอ๋องมองนางด้วยความสงสัย “เก็บไปแล้วหรือไม่”
คำพูดเหล่านั้นที่ปรมาจารย์พูดออกมาเมื่อครู่ฟังดูน่ากลัวมาก แต่เวลานี้หนิงเป่ยอ๋องและทุกคนเลือกที่จะลืมมันไปเสีย
“เก็บไปแล้ว” เซี่ยเฉียวปรับอารมณ์ของนางเล็กน้อยก่อนจะหยิบลูกข่างสีทองนั้นขึ้นมา “ข้าจะเอาของสิ่งนี้ไปด้วย มันมีวิญญาณแค้นสิงอยู่นานเกินไป จะต้องกำจัดพลังชั่วร้ายก่อน”
พอกำจัดพลังชั่วร้ายหมดไปแล้วก็ค่อยหลอมทองเอาไปทำอาวุธวิเศษไว้ใช้
“เชิญท่านตามสบาย” หนิงเป่ยอ๋องไม่ได้สนใจของพวกนี้แต่กลับเอ่ยขึ้น “ไม่ทราบว่า…เป็นสิ่งชั่วร้ายอันใดหรือ เมื่อครู่ข้าได้ฟังอยู่ ดูเหมือนว่าจะต้องการให้ข้าออกหน้า หากเขายอมปล่อยลูกชายของข้าไปจริงๆ ข้าจะไปทำให้เดี๋ยวนี้เลย!”
“เป็นเด็กๆ ที่ถูกพ่อแม่รังแกจำนวนหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะเขาเห็นว่าองค์ชายน้อยเป็นที่รักจึงเกิดความอิจฉา และคิดจะเอาตัวเขาไป แต่ด้วยความสามารถของพวกเขา อันที่จริงแล้วการจะเอาชีวิตขององค์ชายน้อยไม่ใช่เรื่องอยากอะไร แต่ที่ปล่อยไว้นานขนาดนี้ ดูท่าแล้ว…พวกเขาคงจะใจอ่อนเมื่อได้เห็นว่าท่านทั้งสองรักใคร่เอ็นดูองค์ชายน้อยถึงขนาดนี้”
เพียงแต่เมื่อเป็นวิญญาณแค้นแล้วก็ดื้อรั้นเป็นธรรมดา
ต่อให้ใจอ่อนก็ไม่สามารถถอยกลับได้
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” หนิงเป่ยฮ่องพูดจบก็รีบเข้าไปดูลูกชายของตนเอง
องค์ชายน้อยยังอ่อนแรงแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าการหายใจของลูกชายเขาเริ่มราบรื่นขึ้น มองไปมองมาองค์ชายน้อยก็แค่นเสียงออกมา “หิว…ท่านแม่…ข้าหิวแล้ว…ข้าหิวมากเลย…”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้นพระชายาก็ร้องไห้ด้วยความดีใจทันที “ให้คนยกโจ๊กมาหน่อย!”
“ยังต้องเชิญท่านหมอมาด้วย แม้จะกำจัดวิญญาณร้ายไปแล้ว แต่ก็ต้องกินยาด้วย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเคร่งขรึมจริงจัง