ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 415 หมื่นทองคำเพื่อขอบคุณ / ตอนที่ 416 ไม่มีวาสนาต่อกัน
ตอนที่ 415 หมื่นทองคำเพื่อขอบคุณ / ตอนที่ 416 ไม่มีวาสนาต่อกัน
ตอนที่ 415 หมื่นทองคำเพื่อขอบคุณ
เมื่อเขาพูดเช่นนี้ พระชายาก็ได้แต่เก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจไม่อาจโทษอะไรเขาได้อีก
ของสิ่งนี้ถูกมอบให้กับลูกชายของนาง แต่ลูกชายของนางจงใจซ่อนมันไว้เอง และลูกชายอนุคนนี้ก็น่าสงสารและไร้ความผิดเช่นนี้ นางจึงไม่รู้ว่าจะเอาความโกรธของนางไปลงไว้ที่ไหนดี
“สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง?” หนิงเป่ยอ๋องถามด้วยน้ำเสียงสงบ
“ลูกขอสาบาน หากลูกมีเจตนาคิดร้ายต่อน้องรองก็ขอให้ลูกตายอย่างไม่มีชิ้นดี!” จ้าวซวีจือรีบคุกเข่ายกมือสาบานทันที
ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมาพวกเขาก็เห็นว่าบนใบหน้าของเขายังมีคราบน้ำตา ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ
หนิงเป่ยอ๋องถอนหายใจก่อนจะเอ่ย “ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้าไม่มีเจตนาทำร้ายเขา พ่อก็จะไม่หาความเจ้าอีก แต่ต่อไปเจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก หลังจากเจ้ากลับไปแล้วก็ให้นั่งสมาธิ และคัดลอกบทที่เจ็ดของตำราแบบอย่างที่ดีของสังคมไปร้อยจบ”
จ้าวซวีจือรับตอบรับทันทีโดยไม่มีอาการไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย
บทที่เจ็ดของตำราแบบอย่างที่ดีของสังคมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง
“ไปเถอะ” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ย
จ้าวซวีจือรีบโขกศีรษะและทูลลาจากไปทันที
ศีรษะของเขากระแทกกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับจะแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจของตนเองกระนั้น
พระชายาเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่สามารถอภัยให้คนได้เช่นนั้น เพียงแต่เขาไม่ระวังจนทำร้ายลูกชายของนางจึงทำให้รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่เมื่อนางเห็นท่าทางของจ้าวซวีจือเช่นนี้ นางก็ใจอ่อนลงบ้างและไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก
จ้าวซวีจือเดินออกไปจากคฤหาสน์อย่างน่าอดสู
หน้าผากของเขาแดงไปหมด ใบหน้าของเขาดูเศร้าโศกและสำนึกผิด
จนกระทั่งเขาเข้าไปนั่งในรถม้าที่อยู่ด้านนอก แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เขากำหมัดขึ้นเล็กน้อย และเกือบจะทุบตัวรถม้าเข้าให้แล้ว แต่เมื่อทันทีที่เขาคิดจะทำเช่นนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าข้างนอก อาจมีคนแอบสังเกตเขาอยู่จึงได้แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้
เรื่องก่อนหน้าก็วนกลับมาในความคิดของเขาอีกครั้ง
ระหว่างทางกลับเมืองหลวง จ้าวอวี้จือเบื่อหน่ายอยู่ตลอดเวลา ในฐานะที่เขาเป็นพี่ชายช่างไม่ต่างอะไรจากทาสคนหนึ่ง เขาต้องคอยเป็นเพื่อนเล่น กระทั่งปกป้องความปลอดภัยของน้องชาย
เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
เขาถูกใจลูกข่างสีทองนั่นตั้งแต่แวบแรก ด้วยความเข้าใจที่เขามีต่อจ้าวอวี้จือ ตนรู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องชอบมันมากแน่ๆ ในฐานะพี่ชายที่กลับต้องคอยเอาใจน้องชาย เวลานั้นเขายังรู้สึกเยาะเย้ยตนเองในใจ
ตอนที่เขาซื้อมันมา เสี่ยวเอ้อในโรงจำนำนั้นยังแอบบอกบางอย่างกับเขา
บอกว่าของสิ่งนี้ไม่สะอาด เนื่องจากมันเป็นของที่ฝังลงในหลุมศพพร้อมกับลูกชายเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งถูกคนขุดขึ้นมา หากเขาจะนำไปให้เด็กเล่นจะต้องระมัดระวังหน่อย
แต่มันก็เป็นแค่ลูกข่างอันหนึ่งเท่านั้นนี่นา
เขาคิดเช่นนั้นในเวลานั้น
แต่กลับไม่นึกเลยว่าหลังจากนั้นน้องรองของเขาจะล้มป่วยลงจริงๆ กระทั่งไม่ดีขึ้นเลยด้วยซ้ำ
เขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาก และเคยคิดที่จะเอาลูกข่างสีทองกลับคืนมา แต่หลังจากลังเลอยู่หลายครั้งเขาก็ล้มเลิกความคิดไป
มันไม่ใช่ความผิดของเขา เขาแค่คิดว่าโลกนี้มีสิ่งลึกลับอะไรเช่นนี้ด้วยหรือ ลูกข่างอันเดียวจะสามารถฆ่าคนได้
ทั้งๆ ที่เขามีเจตนาดี
จ้าวซวีจือกดข่มอารมณ์ของเขา แววตาดูมืดมนเล็กน้อย
“เจ้าไปสืบมาหน่อยว่าปรมาจารย์ท่านไหนเป็นคนช่วยน้องรองเอาไว้ กลับไปเตรียมของขวัญไว้ ข้าจะไปแสดงความขอบคุณด้วยตัวเอง” จ้าวซวีจือเอ่ยกับคนที่คอยปรนนิบัติเขาอยู่ด้านนอกในที่สุด
เซี่ยเฉียวพักอยู่ที่คฤหาสน์เป็นเวลาสามวัน
อย่างไรก็ตามนางให้คนไปส่งจดหมายแจ้งตระกูลเซี่ยไว้ว่าตนเองออกไปพร้อมกันโม่ชูเซิง
เซี่ยผิงกั่งเป็นคนใจกว้างอยู่แล้วจึงไม่ได้ถามอะไรเลยแม้แต่น้อย
ก่อนที่นางจะจากไป หนิงเป่ยหวังเชิญนางไปพบและวาง…ทองเอาไว้ตรงหน้านางจำนวนมาก
ทองคำแท้ๆ สะท้อนแสงวิบวับ
เซี่ยเฉียวบังคับตนเองให้เก็บสีหน้าอาการไว้ ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นออกมามากจนเกินไป ถึงขนาดไม่ได้มองอะไรมากมายนักดูราวกับเป็นผู้วิเศษที่เห็นของเงินทองเป็นดั่งมูลสัตว์เท่านั้น!
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยพูดไว้ว่า หากท่านช่วยลูกข้าได้จะตอบแทนทองหนึ่งหมื่น” หนิงเป่ยอ๋องจริงจังอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวก็จริงจังมากเช่นกัน “แม้ว่าชีวิตคนเราจะไม่สามารถวัดด้วยเงินทองได้ แต่ของขวัญขอบคุณมากมายขนาดนี้ก็ไม่เหมาะสม ตามราคาตลาดแล้วแค่…ห้าพันตำลึงก็พอ”
นี่คือราคาของการจับวิญญาณแค้นจริงๆ
กรณีขององครักษ์ข้างกายรัชทายาทก่อนหน้านี้นางรับมาหนึ่งร้อยทองคำ
วิญญาณแค้นที่อยู่รอบกายองค์ชายน้อยพวกนี้แค่ห้าพันตำลึงก็พอ นี่นางก็เห็นแก่ความมั่งมีของหนิงเป่ยอ๋องคิดราคาสูงหน่อยแล้ว หากนางรับมามากกว่านี้จะไม่ดีต่อตัวนางเองด้วย
ตอนที่ 416 ไม่มีวาสนาต่อกัน
เซี่ยเฉียวอดทนไม่มองทองที่กองอยู่บนพื้นนั่น แววตาของนางมองไปทางอื่นพลางยิ้มอย่างคนใจกว้างดูราวกับผู้วิเศษที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้
หนิงเป่ยอ๋องประหลาดใจอย่างยิ่ง เขานึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์ท่านนี้จะแตกต่างจากคนทั่วไปเช่นนี้ ทองคำมากมายกองอยู่ตรงหน้า นางกลับไม่มองแม้แต่น้อย!
ช่างเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง!
“เป็นข้าที่หยาบคายเกินไป เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทองคำที่เหลือนี้ข้ายินดีที่จะบริจาคให้วัดของท่านเพื่อหล่อเป็นรูปเทพเจ้า” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ย
เซี่ยเฉียวรู้สึกเจ็บในใจอีกแล้ว
วัดของนางไม่ได้อยู่ที่นี่!
มันอยู่ไกลมาก!
“หากท่านอ๋องมีใจเช่นนี้ก็ให้บริจาคเงินทองจำนวนหนึ่งเพื่อทำบุญในนามของวัดสุ่ยเย่ว์แห่งอวิ๋นจิงก็ได้ ข้าจะขอรับไว้แค่ห้าพันตำลึงเท่านั้น ส่วนที่เหลือข้าไม่บังคับ” เซี่ยเฉียวยืนกราน
เงินของนาง
เซี่ยเฉียวถอนหายใจเบาๆ
แต่หนิงเป่ยอ๋องกลับเข้าใจการถอนหายใจครั้งนี้ของเซี่ยเฉียวผิดไป ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกละอายใจ
ผู้วิเศษที่ห่วงใยโลกใบนี้อย่างแท้จริงเช่นนาง ไหนเลยจะสนใจรูปหล่อเทพเจ้าว่าเป็นทองคำหรือไม่
ดูปรมาจารย์ท่านนี้สิ คิดถึงแต่ชาวบ้านตาดำๆ ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน!
“ข้าได้เรียนรู้แล้ว” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ยด้วยความเคารพศรัทธาก่อนจะเอ่ย “วันนี้ลูกของข้าลุกขึ้นมานั่งพูดคุยกับพระชายาของข้าได้บ้างแล้ว หมอหลวงเองก็บอกว่าอาการของเขาดีขึ้นมาก เพียงแต่ข้ายังมีเรื่องที่อยากจะขอร้องปรมาจารย์อยู่อีกเรื่องหนึ่ง”
“ท่านอ๋องเชิญพูด” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างสุภาพ
“ข้ากลับมาเมืองหลวงคราวนี้คงจะไม่กลับไปอีกสักระยะหนึ่ง ฮ่องเต้เองก็มีพระประสงค์ให้ข้าใช้ชีวิตยามชราที่นี่ ข้าเองก็มีบุตรชายอยู่แค่สองคนเท่านั้น คนโตก็โตแล้ว แต่คนเล็ก…เมื่อเขาต้องมาพบเจอเรื่องคราวนี้ ข้าก็รู้สึกไม่ค่อยวางใจ หากขาสามารถกราบท่านปรมาจารย์เป็นอาจารย์ได้คงจะดียิ่งนัก” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ย
“กราบอาจารย์?” คำพูดของเขาทำให้เซี่ยเฉียวที่นิ่งสงบมาตลอดรู้สึกประหลาดใจ
องค์ชายน้อยของหนิงเป่ยอ๋องผู้นี้สถานะสูงส่งยิ่งนัก ขอเพียงแต่เขาไม่ก่อกบฏก็จะมีอำนาจบารมีไปตลอดชีวิต!
สถานะเช่นนี้หรือจะกราบนางเป็นอาจารย์
วิสัยทัศน์…ดีจริงๆ
แต่เมื่อนางคิดถึงสถานะของตนเอง…
เซี่ยเฉียวยิ่งรู้สึกว่าไม่เหมาะสม
นางไม่เพียงแต่เป็นโม่ชูเซิงแต่ยังเป็นเซี่ยเฉียวด้วย หากวันใดวันหนึ่งตัวตนของนางเกิดถูกเปิดเผยขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ พอถึงเวลานั้นหนิงเป่ยอ๋องอาจจะรู้สึกว่าตนเองโดยหลอกขึ้นมาได้ ซึ่งจะไม่ใช่เรื่องดีต่อตระกูลเซี่ย
“เด็กคนนี้ไม่มีวาสนาเป็นศิษย์อาจารย์กับข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากเพื่อปิดประตูใดๆ ทันที
หนิงเป่ยอ๋องใจเต้นแรง “นั่น…”
เดิมทีเขาคิดว่าปรมาจารย์ท่านนี้จะเรียกร้องอะไรบางอย่าง…
ตอนนี้นางเอ่ยเช่นนี้ออกมา เขายังจะทู่ซี้ต่อไปได้อย่างไรอีก
“ข้าเคยชินกับการสันโดษตัดขาดทางโลกเสียแล้ว และก็ดูแลเด็กไม่ได้ หากท่านอ๋องเป็นกังวลเรื่องลูก ต่อไปหากเกิดเรื่องเช่นนี้อีกก็สามารถไปหาข้าได้ที่หอส่องชะตา” เซี่ยเฉียวเอ่ย
หนิงเป่ยอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง
แต่เขาก็ไม่อาจบังคับให้ปรมาจารย์รับศิษย์ได้ ได้แต่ต้องปล่อยให้นางจากไปเท่านั้น
แต่เขาได้จดจำชื่อหอส่องชะตานี้เอาไว้ในใจแล้ว
สำหรับเขาแล้วชีวิตลูกชายของเขาอยู่เหนือสิ่งอื่นใด เงินเพียงเล็กน้อยนี้ไหนเลยจะเปรียบเทียบกับน้ำใจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้
เซี่ยเฉียวออกจากคฤหาสน์นี้ไปแล้วก็นำต้าสยงกลับไปที่หอส่องชะตาก่อน
หลังจากที่นางกลับมาถึงหอส่องชะตาได้หนึ่งชั่วยามก็มีแขกมาหานาง ซึ่งก็คือลูกชายคนโตของหนิงเป่ยอ๋องนั่นเอง
เขาได้รับข่าวสารเร็วเช่นนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าคนคนนี้คอยแอบสืบข่าวคราวอยู่ตลอด
บนชั้นหนึ่งของร้านนี้ก็มีพื้นที่รับแขก เวลานี้ผู้ดูแลฉังยกชามาให้คุณชายใหญ่คนนั้นที่มามอบของขวัญขอบคุณ
ของขวัญขอบคุณนี้…
กลับเป็นแส้ปัดขนเงินด้ามทองคำอันหนึ่ง!
ไม่รู้ว่าเขาซื้อมันมาจากไหน ของเช่นนี้นับว่าหายากจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าของสิ่งนี้จะหายากแค่ไหน แต่ก็เทียบไม่ได้กับทองคำหนึ่งหมื่นตำลึงนั่น จิตใจเซี่ยเฉียวจึงแข็งแกร่งอย่างยิ่งในขณะนี้ ใบหน้าของนางไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ นางมองแซ่ปัดนั้นอย่างสงบนิ่งพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน