ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 417 มอบคำพูดให้เจ้าสักเล็กน้อย / ตอนที่ 418 อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 417 มอบคำพูดให้เจ้าสักเล็กน้อย / ตอนที่ 418 อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ตอนที่ 417 มอบคำพูดให้เจ้าสักเล็กน้อย / ตอนที่ 418 อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ตอนที่ 417 มอบคำพูดให้เจ้าสักเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวมองโหงวเฮ้งของจ้าวซวีจือนี้อย่างตั้งใจ
โหงวเฮ้งของคนคนหนึ่งนั้นไม่สามารถตัดสินชีวิตใครได้ตลอดชีวิต แต่ด้วยความสามารถของนางก็ยังมองออกว่าชะตากรรมของคนคนนี้เปลี่ยนไปเมื่อเร็วๆ นี้
หนิงเป่ยอ๋องเป็นลูกพี่ลูกน้องของฮ่องเต้ อีกสามรุ่นหลังจากนี้เขาจึงจะถูกลดบรรดาศักดิ์ ต่อไปองค์ชายน้อยก็ยังจะได้รับตำแหน่งอ๋องอยู่
ชะตากรรมของลูกสนมอาจจะไม่ได้สดใสรุ่งเรืองเท่ากับลูกของชายาเอก แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเชื้อพระวงศ์จะมีชีวิตที่เลวร้ายลงได้อย่างไร
จากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ต่อไปจ้าวซวีจือก็น่าจะได้เป็นจวิ้นอ๋อง
โดยเฉพาะเมื่อหนิงเป่ยอ๋องมีลูกเพียงไม่กี่คนเช่นนี้ ตำแหน่งจวิ้นอ๋องของจ้าวซวีจือจึงแทบจะอยู่ในกำมือของเขาแล้ว
ในบรรดาเชื้อพระวงศ์ยังมีท่านอ๋องอีกหลายคน ซึ่งมีสนมมากมาย และมีลูกชายก็ไม่น้อย สถานการณ์เช่นนี้นอกจากบุตรของชายาเอกคนโตที่จะได้ครองบรรดาศักดิ์อ๋องแล้ว ลูกๆ คนอื่นที่โชคดีมีความสามารถก็อาจจะได้รับตำแหน่งจวิ้นอ๋อง แต่ถ้าหากไม่มีความสามารถก็อาจจะได้รับตำแหน่งที่ไม่สำคัญนัก ให้ขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ทำไปเท่านั้น
หากจะพูดถึงความสูงส่ง คนตรงหน้านี้ก็มีแต่ตอนนี้เขามีพลังด้านลบแฝงอยู่เล็กน้อย
บางที…อาจจะเป็นเพราะเขาแปดเปื้อนกับของสกปรกก่อนหน้านี้
เซี่ยเฉียวดื่มชาช้าๆ
จ้าวซวีจือนึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์ท่านนี้จะเป็นผู้หญิง
“ข้าได้ยินมาว่าท่านปรมาจารย์ช่วยน้องรองของข้าไว้ ดังนั้นข้าจึงได้มาแสดงความขอบคุณเป็นการเฉพาะ ข้าก็ไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์โปรดปรานสิ่งใดจึงได้เลือกซื้อของบางอย่างมาให้ตามที่คิดว่าเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจ” จ้าวซวีจือเอ่ย
เซี่ยเฉียวมองใบหน้าของเขาแล้วก็ยิ้ม “ดวงตาคู่นี้ของคุณชายใหญ่คล้ายของคนคนหนึ่งอยู่บ้าง”
จ้าวซวีจือชะงักไป “ท่านหมายถึงรัชทายาท?”
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว “อืม”
“ที่แท้ท่านก็เคยพบกับรัชทายาทมาก่อน” จ้าวซวีจือดูอบอุ่นละมุนละไมอย่างยิ่ง “ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนพูดเช่นนี้มาบ้าง ฮ่องเต้ยังทรงเคยเรียกข้าเข้าเฝ้าเพราะความคล้ายคลึงนี้ ข้ามีใบหน้าคล้ายกับรัชทายาทได้ก็นับว่าเป็นบุญวาสนาของข้า”
“ตอนที่เจ้าพูดเช่นนี้…ก็ไม่ค่อยเหมือนเท่าไรแล้ว ดวงตาคู่นั้นของรัชทายาทมีดวงดาวมากมาย แต่ในดวงตาของเจ้ามีเมฆหมอกดำมืด ดูหม่นหมอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบง่าย
จ้าวซวีจือตกตะลึงเล็กน้อย
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่แท้จริงแล้วข้างในไม่ได้ยิ้มไปด้วย
เซี่ยเฉียวเพียงแต่รู้สึกว่าเขาคล้ายกับรัชทายาทขึ้นมาในชั่วขณะที่ได้สบตากับเขาเท่านั้น
ถึงอย่างไรพวกเขาก็แซ่จ้าวเหมือนกัน มีบรรพบุรุษเดียวกันจึงมีความคล้ายคลึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ตอนนี้นางกลับไม่เห็นความคล้ายคลึงใดๆ อีกแล้ว
คนอื่นๆ ต่างก็พูดกันว่ารัชทายาทเย็นชาโหดเหี้ยม หากเขาจับตาดูใครคนนั้นก็ถือว่าจบอนาคตแล้ว แต่ในความเป็นจริง เมื่อนางได้คบหาแลกเปลี่ยนกับรัชทายาทหลายครั้งหลายหนเข้า นางกลับรู้สึกได้ว่าความเย็นชาของรัชทายาทมีไว้ใช้กับคนที่ไม่คนรู้ความพวกนั้นเท่านั้น
รัชทายาทใจดีมีเมตตา จิตใจเอื้อเฟื้อ โหงวเฮ้งของเขาจึงดี
“ปรมาจารย์ช่วยน้องชายของข้าไว้ก็นับได้ว่าเป็นผู้มีพระคุณของข้าแล้ว ต่อไปข้าจะต้องมาเยี่ยมท่านให้บ่อยๆ” สีหน้าของจ้าวซวีจือจริงจัง แต่รอยยิ้มของเขากลับให้ความรู้สึกน่าขนลุก
“เห็นแก่ของขวัญขอบคุณที่เจ้ามอบให้ ข้าจะมอบคำพูดให้เจ้าสักเล็กน้อยก็แล้วกัน” เซี่ยเฉียวรับแส้ปัดอันนั้นมา
จากนั้นนางก็จุ่มมันลงในน้ำชาและเขียนลงบนโต๊ะว่า “ความโลภไม่มีจุดจบที่ดี รู้จักพอจึงรุ่งเรืองในบั้นปลาย”
นางมองดูแล้วโหงวเฮ้งของเขาเป็นคนมีปัญญา หากเขารู้จักพอใจและมีความสุขกับสิ่งที่มี รักษาสิ่งที่ได้รับไว้ และพยายามทำดีที่สุดตามความสามารถแล้ว ต่อไปเขาก็อาจจะได้ตำแหน่งอ๋องมาด้วยความสามารถของตนเองก็เป็นได้
จะมัวแต่มองสิ่งที่อยู่ในมือบิดาของตนเองไม่ดีหรอก
เซี่ยเฉียวเขียนประโยคพวกนี้ออกมาอย่างชัดเจน
จ้าวซวีจือมองแล้วกลับยิ้ม “ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ชี้แนะ แต่ท่านเคยคำนวณดวงชะตาของตนเองบ้างหรือไม่”
“ไม่เคย ข้าคำนวณชะตาคนอื่นแต่ไม่คำนวณของตนเอง คนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมมองอะไรไม่ชัด” เซี่ยเฉียวสงบนิ่งอย่างยิ่ง
“ปรมาจารย์มีความสามารถเช่นนี้ย่อมเป็นผู้มีชะตาชีวิตที่ดี เหตุใดจึงไม่มีความมั่นใจในตนเองเล่า” จ้าวซวีจือหยอกล้อนาง “วันนี้ข้ามาพบท่านปรมาจารย์ด้วยความจริงใจ ท่านไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ให้ข้าฟังหรอก ที่ข้าอยากรู้ก็คือ…น้องชายของข้า เขาดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ ต่อไปจะอยู่ดีมีสุขไม่เจ็บไม่ป่วยพ้นเคราะห์แล้วใช่หรือไม่”
ตอนที่ 418 อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวซวีจือ “บนโลกใบนี้มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่จะไม่มีโรคภัยใช้เจ็บไม่ประสบเคราะห์เลยตลอดชีวิต แต่ในเมื่อคุณชายใหญ่อยากถาม ข้าก็บอกได้ว่าองค์ชายน้อยพ้นเคราะห์ใหญ่คราวนี้ไปแล้ว อนาคตก็จะราบรื่นมากขึ้น”
จ้าวซวีจือได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า
เขาเข้าใจแล้วว่าคนบางคนไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นก็จะมีของที่ดีที่สุดส่งมาให้ถึงมือ ตัวอย่างเช่นฮ่องเต้กับรัชทายาท เช่นเสด็จพ่อของเขากับน้องรอง
แต่สำหรับบางคน หากเขาต่อสู้แย่งชิงก็จะกลายเป็นคนไม่รู้จักพอ แม้แต่จุดจบที่ดีก็จะมีไม่ได้!
และเขาก็เป็นอย่างหลัง
แต่เขาแย่กว่าจ้าวอวี้จือตรงไหนกันเล่า
เขาเรียนเตรียมความพร้อมตั้งแต่สามขวบ เจ็ดขวบก็ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ ใครๆ ก็บอกว่าบนโลกใบนี้ความสามารถของเขาเป็นรองรัชทายาทแค่นิดหน่อยเท่านั้น
ในเวลานั้นเขาเปรียบเทียบตัวเองกับรัชทายาท และคิดว่าคนเดียวในโลกที่เขาจะยอมเปรียบเทียบด้วยก็คือรัชทายาทเท่านั้น
แต่ยังไม่ทันรอให้รัชทายาทหันกลับมาวัดความสามารถกับเขา บ้านเขาก็มีองค์ชายน้อยเพิ่มมาคนหนึ่ง!
จ้าวอวี้จือเกิดมาก็เป็นองค์ชายน้อยเลย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครมองเขาอีก และยังพูดอีกด้วยว่านี่เป็นลูกคนเดียวของหนิงเป่ยอ๋อง ส่วนเขาก็เป็นเพียงลูกของสนม!
คำว่าสนมคำเดียวราวกับภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับเขาเอาไว้ และปฏิเสธความสามารถและผลการเรียนของเขาทั้งหมด
จ้าวซวีจือหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย
“ข้าขอบคุณท่านปรมาจารย์มากที่ช่วยคลายความสับสนของข้าในวันนี้” จ้าวซีจือพูดจบก็ลุกขึ้นยืน แววตาของเขายังเหมือนเดิม ไม่ได้ดูทิ่มแทง กระทั่งเรียกว่าอ่อนโยนได้ด้วยซ้ำ “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ช่วยชีวิตน้องรองของข้าไว้”
เมื่อพูดจบเขาก็บอกลา
เมื่อจ้าวซวีจือออกจากหอส่องชะตาไปแล้วก็พูดกับคนสนิทของเขาว่า “คอยจับตาดูหอส่องชะตาไว้อย่างลับๆ ดูว่านางติดต่อกับใครบ้าง”
โม่ชูเซิงคนนี้…ชื่อนี้คุ้นหูมาก เขาคิดเรื่องนี้มาตลอดสองวันที่ผ่านมาว่าเคยได้ยินที่ไหนสักแห่งมาก่อนหรือไม่
ตอนที่นางเอ่ยถึงรัชทายาท เขาจึงนึกขึ้นมาได้ทันที
ตอนนั้นเซียวอวี้หรงและรัชทายาทไปฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์ด้วยกัน เขาเองก็บังเอิญอยู่ในเมืองหลวงพอดี เวลานั้นเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักเพราะเขาก็อยากจะกราบหลีซื่อเหยี่ยนเป็นอาจารย์เหมือนกันแต่กลับโดนปฏิเสธ
ตอนนั้นหลีซื่อเหยี่ยนบอกว่าเขามีชื่อโม่ชูเซิงอยู่คนหนึ่ง ซึ่งมีนิสัยจู้จี้จุกจิกนัก ไม่ว่าเขาจะเลือกรับศิษย์คนไหนก็จะต้องให้นางพอใจด้วยจึงจะได้
เวลานั้นเขาได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยเยาะ
โม่ชูเซิงนั่นก็ไม่เคยพบเจอเซียวอวี้หรงและรัชทายาทมาก่อน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่านางชอบหรือไม่ชอบ
แต่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าก็แปลกประหลาดจริงๆ เขาแค่แสร้งทำเป็นยิ้มอย่างลึกซึ้ง “นางดูโหงวเฮ้งได้ จิตใจสะท้อนออกมาทางรูปลักษณ์หน้าตา ข้าเห็นว่าพวกเขาสองคนมีโหงวเฮ้งดีจิตใจก็น่าจะดีด้วยแน่นอน”
แต่รูปร่างหน้าตาเขาก็ไม่ได้แย่ ยิ่งกว่านั้น ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กก็ยังมีบางคนว่าเขาคล้ายรัชทายาท!
ตอนที่เขายังเป็นเด็ก แขนของรัชทายาทยังไม่มีปัญหาและบุคลิกของเขาก็อ่อนโยน เขาคอยเลียนแบบรัชทายาทไปหมดทุกอย่างและได้รับคำชมอย่างมาก
ดังนั้นเขายิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ว่าเหตุใดรัชทายาทจึงสามารถกราบอาจารย์ได้ แต่เขากลับทำไม่ได้
หลีซื่อเหยี่ยนเห็นว่าเขาดื้อดึงกลับทิ่มแทงใจเขาด้วยการบอกว่า หากรัชทายาทถูกปฏิเสธแม้ว่าเขาจะไม่พอใจก็ทำได้ แค่ต้องเรียนรู้และอ่านหนังสือให้มากเข้าไว้ ไม่เหมือนกับเขาที่ยังดื้อดึงไม่ยอมถอยเช่นนี้ ทั้งยังบอกอีกว่า…
เขาแตกต่างจากโม่ชูเซิงมากนัก ไม่เหมาะที่จะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน
โม่ชูเซิง คนที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้ากันสักครั้งกลับกลายเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา
ในช่วงสองสามวันนั้นพระชายาก็ทรงให้กำเนิดทารกเพศชาย แล้วเขายังมากราบอาจารย์ไม่สำเร็จอีกจึงกลายเป็นตัวตลกของผู้อื่น
จ้าวซวีจือยิ้มเยาะ
หลีซื่อเหยี่ยนรักใคร่เอ็นดูศิษย์คนนี้ เขาย่อมไม่ทำอะไรโม่ชูเซิงแน่นอน
แต่ทว่าหลีซื่อเหยี่ยนนั้นสำคัญมาก
ศิษย์ของเขาทั้งหกคน นอกจากโม่ชูเซิงแล้ว คนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มีสถานะสูงส่ง ไม่ก็มีชื่อเสียงไปทั่วหล้า ตอนนี้เขาทำให้โม่ชูเซิงไม่พอใจในตัวเขาแล้วจึงต้องคิดหาวิธีอื่นที่จะทำให้โม่ชูเซิงยืนอยู่ข้างเขา