ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 419 สร้างชื่อเสียง / ตอนที่ 420 แค้นใหญ่หลวง
ตอนที่ 419 สร้างชื่อเสียง / ตอนที่ 420 แค้นใหญ่หลวง
ตอนที่ 419 สร้างชื่อเสียง
เขาไม่มีทางหาความกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างโม่ชูเซิงเกี่ยวกับเรื่องในตอนนั้น
แต่เขาจะต้องพิสูจน์ว่าหลีซื่อเหยี่ยนคิดผิด
…
หลังจากที่เซี่ยเฉียวส่งจ้าวซวีจือกลับไปแล้วนางก็เปลี่ยนใบหน้า และสวมหมวกคลุมหน้ากลับบ้าน
นางเพิ่งจะออกไปได้ไม่นานก็มีคนแอบไปรายงานจ้าวซวีจือทันที
“เจ้าหมายความว่า เมื่อครู่คุณหนูของตระกูลเซี่ยก็อยู่ที่หอส่องชะตาด้วย และนางเพิ่งจะออกจากที่นั่นทางประตูด้านหลัง?” จ้าวซวีจืองุนงงเล็กน้อย
“ตอนนี้ปรมาจารย์ยังอยู่ที่หอส่องชะตาไม่ได้ออกมา มีเพียงแม่นางเซี่ยที่กลับไปบ้านตระกูลเซี่ย แม้ว่านางจะสวมหมวกคลุมหน้า แต่บ่าวรับใช้ที่อยู่ตรงประตูบ้านตระกูลเซี่ยเรียกนางว่าคุณหนูใหญ่ไม่ผิดแน่” บ่าวคนนั้นเอ่ย
“ข้าเพิ่งจะมาเมืองหลวงได้ไม่นาน ไม่เคยได้ยินชื่อคุณหนูเซี่ยมาก่อน เจ้าไปสืบมาหน่อยว่านางเป็นมาอย่างไร” จ้าวซวีจือเอ่ย
หรือว่านางจะเป็นศิษย์ของโม่ชูเซิง
การสืบเรื่องของเซี่ยเฉียวนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร ไม่นานนักบ่าวรับใช้ก็นำเรื่องของนางมารายงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“มาจากวัด? เช่นนั้นนางก็น่าจะเป็นศิษย์ของโม่ชูเซิงไม่ผิดแน่ โชคชะตาของคุณหนูตระกูลเซี่ยผู้นี้ไม่เลวเลย” จ้าวซวีจือหัวเราะขึ้นมา
จริงอยู่ที่โม่ชูเซิงเป็นนักพรตหญิงธรรมดาๆ แต่เส้นสายที่อยู่เบื้องหลังของนางกลับไม่สามารถดูถูกได้
หลีซื่อเหยี่ยนเป็นถึงนักปราชญ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า!
ตอนที่ฮ่องเต้องค์ก่อนยังมีชีวิตอยู่ก็ให้ความสำคัญกับเขามาก เพียงแต่เขาไม่ชอบรับราชการ และต่อมาก็ยืนกรานที่จะจากไป ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องได้เป็นหนึ่งในสามขุนนางสูงสุดอย่างแน่นอน
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็เคารพและให้ความสำคัญหลีซื่อเหยี่ยนเป็นอย่างมาก มิฉะนั้นเขาก็คงจะไม่ยอมให้รัชทายาทกราบเขาเป็นอาจารย์หรอก
เรียกได้ว่าแม้หลีซื่อเหยี่ยนจะมีศิษย์ไม่มาก แต่คนที่เขาเคยชี้แนะก็มีไม่น้อย บัณฑิตใต้หล้าล้วนเคารพให้ความสำคัญต่อเขาอย่างยิ่ง!
หากเซี่ยเฉียวผู้นี้เป็นศิษย์หลานของเขาจริงๆ อาศัยชื่อเสียงของหลีซื่อเหยี่ยน เซียวอวี้หรงและรัชทายาทที่เป็นอาจารย์อา คุณหนูตระกูลเซี่ยผู้นี้ก็สามารถที่จะอยู่ในเมืองหลวงนี้ได้อย่างไม่ต้องกลัวใครแล้ว!
เพียงแต่ข่าวนี้ไม่ได้แพร่ออกไป
กระทั่งโม่ชูเซิงผู้นี้ยังเก็บตัวเงียบจนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่านางเป็นศิษย์คนโตของหลีซื่อเหยี่ยน
“คุณหนูตระกูลเซี่ยเรียนหนังสืออยู่ที่สำนักศึกษาหลวง?” จ้าวซวีจือเอ่ย
“ขอรับคุณชายใหญ่ เมื่อปีที่แล้วแม่นางเซี่ยได้ที่หนึ่งในแปดวิชา ว่ากันว่านางเรียนเก่งมาก เทียบกับคุณหนูต่งแล้วนางยังเก่งกว่าเสียอีก”
จ้าวซวีจือยิ้มเล็กน้อย “ก็แค่ที่หนึ่ง จะคิดเป็นจริงเป็นจังไม่ได้หรอก ในสำนักศึกษานี้นางมีอาจารย์เซียวและอาจารย์ซังเป็นคนหนุนหลังอยู่ ให้ที่หนึ่งกับนางเพื่อสร้างชื่อเสียงให้นางก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร”
“ข้าไม่ได้มาเมืองหลวงนานแล้ว เจ้าว่าด้วยความสามารถในการเรียนของข้าจะสามารถเป็นอาจารย์ได้หรือไม่” จ้าวซวีจื่อเอ่ยถามบ่าวรับใช้ของเขา
“แม้ว่าคุณชายใหญ่จะอายุยังน้อย แต่ท่านมีความรู้ความสามารถสูงย่อมเป็นอาจารย์ได้อย่างแน่นอน!” บ่าวรับใช้เยินยอ
จ้าวซวีจือไม่เอ่ยอะไรอีก
ตอนนี้เขาอายุสิบแปดแล้ว เขากลับมาเมืองหลวงในครั้งนี้ เสด็จพ่อของเขาตั้งใจที่จะให้เขาเข้าวังรับตำแหน่งองครักษ์ สองสามปีให้หลังค่อยปรับตำแหน่งขึ้น พอถึงเวลาก็หาที่ดีๆ สักแห่งรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร หรือเป็นผู้ตรวจการในที่ที่มั่นคงสักที่ หากเขาทำได้ไม่เลวก็แทบจะขอพระราชทานตำแหน่งจวิ้นอ๋องจากองค์ฮ่องเต้ได้แล้ว
เขารู้ด้วยว่าด้วยความสามารถของเขา ตราบใดที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลยตลอดชีวิต หากเขาโชคดีก็คงจะได้เป็นอ๋องในยามชรา แต่ถึงแม้เขาจะโชคไม่ดีเท่าไรก็ยังจะสามารถเป็นอ๋องได้หลังจากที่ตายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามผลสุดท้ายจากการทำงานหนักทั้งชีวิตของเขานี้ ก็จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของน้องรองของเขาเท่านั้น
จ้าวซวีจือมีแผนในใจ
เขาในวัยนี้ก็ควรที่จะแต่งภรรยาได้แล้ว
เข้าเมืองหลวงคราวนี้เขาจะต้องหาภรรยาที่มาจากตระกูลดี ทั้งรู้ความและมีมารยาท
หลังจากที่พวกเขามาเมืองหลวงแล้ว น้องรองของเขาก็สุขภาพไม่ดีมาตลอด เดิมทียังคิดว่าเขาจะไม่รอดแล้ว…ดังนั้น ผู้หญิงที่เสด็จแม่เลือกเอาไว้ให้เขาจึงล้วนแต่มีสถานะสูงหรือมีชื่อเสียงที่ดีทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ตัวเลือกทั้งหมดก่อนหน้านี้เกรงว่าจะใช้ไม่ได้แล้ว
ตอนที่ 420 แค้นใหญ่หลวง
ตระกูลเซี่ยนี้…แม้สถานะของพวกเขาจะไม่ได้สูงส่ง แต่เซี่ยเฉียวเป็นศิษย์ของหลีซื่อเหยี่ยน ซึ่งสำหรับเขาแล้วนางกลับเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย
เซี่ยเฉียวลาหยุดเรียนไปหลายวัน ดังนั้นวันถัดมานางจึงรีบไปรายงานตัวทันที
อย่างไรก็ตามเมื่อเซี่ยเฉียวไปถึงสำนักศึกษานางก็ถูกอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเรียกตัวไปพบทันที
อาจารย์ผู้เฒ่าหยิบกระดาษบัญชีแผ่นหนึ่งออกมา
เซี่ยเฉียวมือสั่นเมื่อรับมาดู สีหน้าของนางหลากไปด้วยอารมณ์
“อาจารย์ ข้าลาหยุดแล้ว…” เซี่ยเฉียวร้องไห้ไม่ออก
นางลาหยุดไปสามวันต้องถูกหักถั่วเงินไปถึงแปดพันเชียว!?
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าลูบเคราของเขาด้วยสีหน้าสุภาพ แต่คำพูดของเขากลับโหดร้ายเป็นพิเศษ “สำนักศึกษานี้ก็มีกฎเกณฑ์เหมือนกัน ตั้งแต่เจ้าเข้ามาเรียนที่นี่ก็ขอลาหยุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากวิชาของข้าแล้ว เจ้าแทบไม่เคยไปเรียนวิชาอื่นเลย อาจารย์แต่ละท่านจึงไม่ค่อยพอใจนัก”
“…” เซี่ยเฉียวไม่เชื่อ
สำนักศึกษานี้จงใจปล้นถั่วเงินของนาง
“เจ้าเข้าเรียนแปดวิชา แต่ที่เคยเข้าเรียน…มีแค่สามวิชา ที่เหลืออีกห้าวิชา…ต้องหักค่าเข้าสอบเป็นถั่วเงินห้าพันเมล็ด” เมื่ออาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเห็นท่าทางน่าสงสารของนางจึงได้อธิบายเพิ่มเติม “ข้าคิดว่ามันยุ่งยากก็เลยเขียนหักไปเลยแปดพัน”
“ข้าสอบคราวก่อนได้ถั่วเงินมาทั้งหมดแปดพันเมล็ดเท่านั้น ต่อมาก็ออกไปทำบุญกุศลอีกจึงได้ใช้ไปพอสมควรแล้ว..” เซี่ยเฉียวมึนงงไปหมด
ก่อนหน้านี้ถั่วเงินที่อยู่ในมือของนางมีมากกว่าหมื่นเมล็ดแล้ว
การออกไปนอกเมืองมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย เพราะต้องซื้อเสื้อผ้าและพวกยาต่างๆ จึงเหลือถั่วเงินประมาณหนึ่งพันเมล็ดเท่านั้น ต่อมานางชนะเดิมพันกับซย่าหย่าอวิ๋นจึงได้พอร่ำรวยขึ้นมาบ้าง
ถั่วเงินหกพันเมล็ดนี้อาจจะดูว่ามาก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้มีประโยชน์เท่าใดนัก เนื่องจากภายในสำนักศึกษาแห่งนี้มีของดีๆ ขายมากมายเต็มไปหมด
แม้แต่ชาดก็ยังมี ซ้ำยังเป็นของชั้นดีมีคุณภาพอีก
ก่อนหน้านี้นางก็ได้ซื้อเอาไว้บ้างแล้ว และเหลือถั่วเงินเอาไว้ใช้ประจำวันสองพันเมล็ดโดยไม่ต้องกังวลใจ
แต่ตอนนี้อาจารย์หลี่ว์จะริบถั่วเงินจากนางไปเลยแปดพัน!
เซี่ยเฉียวแทบจะหายใจไม่ออก
“ท่านไม่มีเหตุผล รางวัลสำหรับการสอบแต่ละครั้งคือถั่วเงินหนึ่งพันเมล็ดเท่านั้น ถ้าข้าไม่ได้ที่หนึ่ง ข้าก็ต้องจ่ายสำหรับการสอบนี้แทน?” เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจและพยายามสงบสติอารมณ์
“ก็ย่อมเป็นเช่นนั้น อาจารย์เป็นคนออกข้อสอบเอง และเป็นการออกข้อสอบให้ศิษย์ที่เข้าเรียนตามเวลาเป็นประจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว แต่เจ้า…ไม่เคยเข้าเรียนวิชาของพวกอาจารย์ท่านอื่นเลย เพื่อเป็นการแสดงความเคารพก็ต้องมอบค่าใช้จ่ายให้พวกเขาบ้าง อย่างเช่น ศิษย์จากสำนักศึกษาอื่นในเมืองหลวงที่ต้องการเข้าหอหนังสือของสำนักศึกษาหลวงก็ต้องจ่ายเงินบางส่วนซึ่งเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าอธิบาย
เซี่ยเฉียวยิ้มไม่ออกแล้ว
พริบตาเดียวถั่วเงินทั้งหมดก็หายวับไป แถมยังเป็นหนี้อีกตั้งหกพัน!
นางต้องคัดลอกหนังสืออีกกี่เล่มจึงจะหามาคืนได้หมด?
เซี่ยเฉียวห่อเหี่ยวหมดแรง
“เจ้าไม่ต้องท้อแท้ไปหรอก สำนักศึกษาคิดว่าเจ้ามอบถั่วเงินจำนวนมากจึงตอบแทนเจ้าเป็นพิเศษด้วยการเลื่อนขั้นให้เจ้าไปเรียนที่เรือนหมู่ตันโดยไม่คิดเงิน…” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเองก็รู้สึกเสียดาย ยากนักที่เรือนคงกู่จะได้มีคนฉลาดๆ เช่นนี้
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่การตัดสินใจของเขาคนเดียว
“เรือนหมู่ตัน…” เซี่ยเฉียวหน้าตึงทันทีพลางหัวเราะเยาะ “อาจารย์ ท่านบอกข้ามาตรงๆ ดีกว่าว่าข้าล่วงเกินใครไปหรือ”
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเหลือบมองนางด้วยความเห็นอกเห็นใจ
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “อาจารย์ชิว รองผู้ดูแลสำนักศึกษา… ลูกสาวคนเล็กของเขาคือลูกสะใภ้ของตระกูลโจว แต่ไม่ใช่สายตรง”
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าพูดเพียงประโยคเดียว เซี่ยเฉียวก็เข้าใจแล้ว
ผู้บงการตระกูลโจวจะต้องถูกประหารชีวิตหลังฤดูใบไม้ร่วง และคนอื่นๆ ก็จะถูกเนรเทศด้วย โดยทั่วไปแล้วความผิดใหญ่โตเช่นนี้มักจะทำให้สามตระกูลที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนไปด้วย
ความแค้นนี้ใหญ่หลวงนัก