ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 435 ยกย่องจนเลิศลอย / ตอนที่ 436 ใช้เครื่องทรมาน
ตอนที่ 435 ยกย่องจนเลิศลอย / ตอนที่ 436 ใช้เครื่องทรมาน
ตอนที่ 435 ยกย่องจนเลิศลอย
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นแค่เด็กที่อายุสิบกว่าปีเท่านั้นจึงไม่ได้มีความอดทนมากเท่าไรนัก
โจวไคอวิ๋นโกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว
เซี่ยเฉียวยังสามารถได้ยินเสียงสูดจมูกของเขา แต่นางกลับไม่ให้ความสนใจ ทำเรื่องของตนเองต่อไป
พ่อบ้านยังรู้สึกว่าคุณหนูใหญ่ใจร้ายมาก
ในที่สุดหลังจากที่รอประมาณหนึ่งชั่วยาม เซี่ยผิงกั่งก็กลับมา
เซี่ยผิงกั่งสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ซึ่งทำให้เขาดูแข็งแกร่งขึ้นไปอีกเล็กน้อย บนร่างเต็มไปด้วยฝุ่น สีหน้าไร้ความรู้สึก แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังโกรธเคืองอยู่กระนั้น ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เมื่อเขาเดินเข้าไปถึงลานบ้านได้เห็นฉากกันลมและเด็กที่ไม่รู้จักคนหนึ่งก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย
“เจ้าคือ…บ่าวรับใช้คนใหม่?” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วทันที “ตัวเล็กขนาดนี้เอามาทำอะไร ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เลือดคนที่ตัวสูงและแข็งแรง อย่างเขานี่ข้าใช้นิ้วมือบี้ทีเดียวก็ตายแล้ว จะให้เขามาทำอะไร ปกป้องข้ารึ”
“…” พ่อบ้านใจสั่นสะท้าน
โจวไคอวิ๋นนั้นก็ตกใจตัวแข็งทื่อไปแล้ว
คน คนนี้…คือเซี่ยผิงกั่ง
ศัต ศัตรูของเขา…
อึก เขากลืนน้ำลาย เท้าของเขาราวกับมัดติดอยู่กับหินก้อนใหญ่ คิดจะขยับก็ขยับไม่ได้ ได้แต่ยืนโง่ๆ อยู่ตรงนั้น
“คุณชายใหญ่ คนคนนี้ไม่ใช้บ่าวรับใช้ขอรับ เป็นคนที่คุณหนูใหญ่พากลับมาบ้านด้วย เขาเพิ่งบอกว่า…จะบั่นคอท่าน” พ่อบ้านพึมพำเสียงเบา
“บั่นคอข้า?” เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะทันที เขาสาวเท้าก้าวโตๆ เข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าโจวไคอวิ๋น ร่างของเขาแทบจะต้องก้มลงเก้าสิบองศาเลยทีเดียว มือหนึ่งกดศีรษะของเขา ส่วนอีกข้างหนึ่งก็จับคางของเขาไว้ “เจ้าอยากจะบั่นคอข้า? ได้สิ ถือว่าเจ้าใจกล้า ไหนลองพูดมาสิว่าข้าติดค้างอะไรเจ้า ครอบครัวของเจ้ามีคดีที่ข้าคลี่คลายไม่ได้ หรือว่ามีคนทำผิดที่ข้าส่งไปลานประหาร?”
“…” โจวไคอวิ๋นใบ้กินไปแล้ว
เขาไม่พูดอะไรสักคำในขณะที่ตัวสั่นไปทั้งร่าง
เซี่ยเฉียววางพู่กันลง
“ท่านแม่ของเขาเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลโจว เพียงแต่ไม่ใช่สายตรง แต่ถูกลากไปเกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ของตระกูลโจวด้วย ท่านพ่อของเขาถูกเนรเทศ ส่วนสะใภ้ชิวท่านแม่ของเขาก็ผูกคอฆ่าตัวตายไปแล้ว” เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นว่าโจวไคอวิ๋นไม่พูดอะไร นางจึงเอ่ยปากแทนเขา
เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นพลางปล่อยเขาเป็นอิสระ “อ้อ ที่แท้ก็เป็นคนตระกูลโจว”
“ข้าตกลงกับเขาแล้ว ประเดี๋ยวท่านยอมให้เขาก่อนสักกี่กระบวนท่า เอาดาบของเราให้เขาใช้ หากเขาสามารถบั่นคอท่านจนตายได้ ข้าก็จะไม่หาความเขาอีกในภายหลัง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าเซี่ยเฉียวจะตัดสินความเป็นความตายของเขาได้ง่ายดายเช่นนี้
“โจรน้อยๆ ตระกูลโจวที่หวังให้ข้าตายๆ ไปเสีย มีไม่น้อยเลยทีเดียว หากเจ้าทำความปรารถนาของพวกเขาให้สำเร็จได้ และมีคนตระกูลโจวที่สามารถกลับมาเมืองหลวงได้ในอนาคต พวกเขาจะต้องยกย่องเจ้าจนเลิศลอยเป็นแน่” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเสียดสี “เพียงแต่หัวของข้าใช่ว่าใครคิดตัดก็ตัดไปได้ โจรน้อยเช่นเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถยกดาบของข้าได้ด้วยซ้ำ”
โจวไคอวิ๋นราวกับหนาวจนแข็งไปแล้วในเวลานี้
เขาสั่นแล้วสั่นอีก
ไม่เคยหวาดกลัวขนาดนี้มาก่อน
ที่แท้ลูกชายของจอมโจรเซี่ยคนเลวคนนั้นก็หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง
เขาดูเหมือน ดูเหมือนอสูรร้าย เหมือนหุ่นเชิดของยมบาล เมื่อมองดูดวงตาของเขา มันดุร้ายราวกับจะฆ่าเขาให้ตายได้
ท่านแม่ เขาน่ากลัวเหลือเกิน..
“ทำไมเจ้าไม่พูดเล่า” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างอดทนทีเดียว “หากจะให้ข้าพูด เด็กน้อยอย่างเจ้าเก็บชีวิตไว้แล้วกลับไปใช้ชีวิตให้ดีๆ ไม่ดีกว่าหรือ จะมารนหาที่ตายถึงที่นี่ทำไม หากประเดี๋ยวเจ้าฆ่าข้าไม่ได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าจุดจบของเจ้าจะเป็นเช่นไร”
“ขะ ข้า…” โจวไคอวิ๋นตกใจจนแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว
เซี่ยผิงกั่งสั่งพ่อบ้าน “เอาล่ะ ไปเอาดาบใหญ่เล่มนั้นของข้ามา เด็กน้อยเจ้านี่ก็นับว่าโชคดีจริงๆ ดาบเล่มนี้ของข้าเพิ่งลับคมมา ตอนที่เจ้ายกต้องออกแรงหน่อย อย่าได้ชักช้าอืดอาดทำเสียเรื่อง จะได้บั่นให้ขาดไปเลยทีเดียว ขาดแค่ครึ่งเหลือไว้ครึ่งแบบนั้นไม่น่าดูเท่าไรนัก”
ตอนที่ 436 ใช้เครื่องทรมาน
สีหน้าเซี่ยผิงกั่งไม่ได้แสดงความรำคาญใจแต่อย่างใด ไหนเลยพ่อบ้านจะกล้าโน้มน้าวเขา จึงได้แต่รีบไปแบกดาบมาทันที
โจวไคอวิ๋นตัวสั่นไปทั้งตัว ดูน่าสงสารมาก
สักพักดาบก็มาถึง
ดาบเล่มนั้นยังยาวกว่าความสูงของโจวไคอวิ๋นมาเล็กน้อย เซี่ยผิงกั่งโยนด้ามดาบให้เขาอย่างง่ายๆ “รับไปสิเจ้าหนู!”
โจวไคอวิ๋นก้นจำเบ้าลงกับพื้น ด้ามดาบนั้นกดทับเขาเอาไว้ทันที เขากำด้ามดาบไว้ ทั้งดูดังดันและน่าสงสาร แต่กลับไม่มีความกล้าที่จะยืนขึ้นมา
“กลัวอะไรเล่า หยิบมันขึ้นมาสิ พยายามหน่อย ยกให้ดีๆ มา มาฟันคอข้านี่” เซี่ยผิงกั่งพูดจบแล้วก็ยังถอดเสื้อคลุมของเขาออก และดึงเสื้อผ้าลงเผยให้เห็นลำคอหนาๆ ของเขา
โจวไคอวิ๋นเบะปาก
เริ่มสะอึกสะอื้น
เซี่ยผิงกั่งเห็นการกระทำของเขาแล้วก็หัวเราะฮ่าๆ ในทันที “หรือว่าเจ้าเอื้อมไม่ถึง มา ข้านอนลงก็ได้ แบบนี้ได้แล้วสินะ”
เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็กลิ้งตัวลงไปนอนบนพื้น ยืดคอออก รอให้โจวไคอวิ๋นลงมือ
“ข้านับถึงสิบ หากเจ้ายังไม่ลงมืออีก ข้าจะไม่อดทนแล้วนะ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ก็เป็นตาข้าที่จะสั่งสอนเจ้าบ้างแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงของเขาเหมือนยมบาลที่ปลุกเร้าวิญญาณ “หนึ่ง…”
โจวไคอวิ๋นใจคอสั่นเทา เขาจับดาบเล่มใหญ่ไว้ สองมือของเขายังคงสั่นไม่หยุด
ในที่สุดก็พบว่าตนเองยกดาบเล่มนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
มันหนักมาก เขาพยายามจับมันไว้แต่ก็ตัวสั่นไปหมด และยกมันขึ้นจากพื้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“หากเจ้าใช้ดาบไม่ได้ จะใช้มือของเจ้าก็ได้ บีบคอข้าสิ” เซี่ยผิงกั่งมองท่าทางน่าสงสารของเขาก่อนจะเอ่ยด้วยความรำคาญ “ห้า หก…”
แคร้ง ดาบใหญ่หล่นลงบนพื้นทันที
โจวไคอวิ๋นมองคนที่อยู่ตรงหน้า เซี่ยผิงกั่งก็ยังคงนอนอยู่บนพื้นตรงนั้น แต่เขากลับไม่กล้าเดินเข้าไป
คนคนนี้…
น่ากลัวมาก น่ากลัวเหลือเกิน!
เขาทั้งสะอึกสะอื้นทั้งร้องไห้ น้ำมูกน้ำหูน้ำตาไหลนองหน้า
“สิบ” เซี่ยผิงกั่งลุกขึ้นยืน
“ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะ” เซี่ยผิงกั่งส่งเสียงเยาะเขาเล็กน้อย จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าและคว้าเสื้อผ้าของโจวไคอวิ๋น “เด็กน้อยขี้ขลาดอย่างเจ้ายังคิดจะมาฆ่าคนอีกหรือ อย่าว่าแต่คนเลย แต่ลูกไก่สักตัว ข้าว่าเจ้าก็ยังไม่มีปัญญาจะลงมือ!”
โจวไคอวิ๋นสะอึกสะอื้น ตัวสั่นอย่างรุนแรง
ดูเหมือนเขาจะหวาดกลัวไม่น้อย
เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามแต่อย่างใด
เด็กคนนี้ต้องได้รับบทเรียนบ้าง ไม่ลำบากสักหน่อยก็ไม่เติบโต
เผียะ เซี่ยผิงกั่งตบลงไปบนก้นโจวไคอวิ๋นหนึ่งที
“ฮึก ฮือ…” โจวไคอวิ๋นร้องออกมาทันที
“อ้อ เจ้ามีปากเหมือนกันนี่ เมื่อครู่นี้เจ้าเอาแต่เก็บกดเอาไว้ ข้านึกว่าเจ้าพูดไม่ได้เสียอีก” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็ถอดรองเท้าตบลงไปบนก้นของของโจวไคอวิ๋นอีก เผียะ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาตีไปทั้งหมดยี่สิบกว่าครั้ง
โจวไคอวิ๋นถูกตีจนเหนื่อยหอบ ร้องไห้จนฟ้าดินสะเทือน
อาจารย์ชิวพาคนบุกเข้ามาจากประตูใหญ่ของบ้านตระกูลเซี่ย ทันทีที่เขาเข้าไปในลานบ้านก็เห็นหลานชายของตนเองหมอบอยู่กับพื้นและร้องไห้ไม่หยุด
แข้งขาของเขาอ่อนแรงในทันใด
เซี่ยผิงกั่งกำลงจะเอ่ยปาก แต่ถูกเซี่ยเฉียวห้ามเอาไว้เสียก่อน นางยิ้มแย้มพลางเดินเข้าไป “อาจารย์มาได้บังเอิญพอดี ท่านพาเด็กคนนี้กลับไปเถอะ”
อาจารย์ชิวเดินโซเซเข้าไปตรงหน้าเด็กน้อย เกือบจะคิดว่าเด็กคนนี้กำลังจะตายเสียแล้ว
เขาสัมผัสร่างของโจวไคอวิ๋นอย่างสั่นเทาและไม่พบบาดแผลใดๆ จึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“พวก พวกเจ้าใช้เครื่องทรมานได้อย่างไร” น้ำเสียงของอาจารย์ชิวสั่นเทา
ด้านหลังเขายังมีบ่าวรับใช้ที่คอยคุ้มครองความปลอดภัยติดตามมาด้วย
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “ถ้าหากพี่ชายใหญ่ของข้าต้องการทรมานเขา คุณชายน้อยโจวคงจะไม่มีพลังแกนกลางเต็มเปี่ยมเช่นนี้หรอก”
เวลานี้โจวไคอวิ๋นกำลังกอดอาจารย์ชิวไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะถูกทุบตีอีก
เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจ “จะเด็กจะแก่ก็เข้ามาเลย ข้าไม่กลัวพวกเจ้าหรอก มีปัญญาก็เข้ามาพร้อมกันเลย”