ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 44 เข้าทางประตูหลัง
ตอนที่ 44 เข้าทางประตูหลัง
แต่เซี่ยผิงกั่งนับว่าเตือนสติเซี่ยหนิวซานแล้ว
ใบหน้าแก่ๆ นั้นย่นยู่ทันที “เรื่องนี้ค่อนข้างลำบากอยู่สักหน่อย สถานศึกษาของราชสำนักก็รับเจ้าเด็กไม่ได้เรื่องบ้านเราไปแล้วสองคน หากจะให้เข้าไปอีกคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องมอบเงินให้ผู้ดูแลอีกเท่าใด”
“เย่ว์เอ๋อร์อายุน้อยกว่าเฉียวเอ๋อร์ พวกนางสองพี่น้องอย่างไรก็ต้องอยู่ด้วยกัน หากจะส่งไปเรียนหนังสืออย่างไรก็ต้องส่งไปทั้งคู่เจ้าค่ะ” หลูซื่อกล่าวเสริม
เซี่ยหนิวซานเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังต้องเลี้ยงดูลูกสาวของคนอื่นด้วย
เขาก็รู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่บ้าง
“ตอนข้าเป็นโจรเมื่อก่อนไม่เคยต้องมานั่งกังวลเรื่องเงินทอง แต่ตอนนี้ล่ะ พอมารับราชการ แม้แต่เงินทองติดกระเป๋าก็ไม่มี ชีวิตช่วงนี้นี่มัน บัด ซบ เสียจริง!” เซี่ยหนิวซานนึกขึ้นมาก็โมโห
ราชสำนักช่างใจจืดใจดำ
“หืม? ท่านพ่อเสียใจที่มารับราชการหรือเจ้าคะ ท่านจะลาออกแล้วกลับไปอยู่บนภูเขาก็ย่อมได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ
เซี่ยหนิวซานหนังตากระตุกขึ้นมาทันที “จะทำแบบนั้นได้อย่างไร…”
นึกถึงคราวนั้นที่เกิดความวุ่นวายนอกด่าน ความช่วยเหลือจากราชสำนักไม่เพียงพอ เซี่ยเฉียวเขียนจดหมายบอกให้เขาปกป้องชาวบ้าน เพื่อฉวยโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี
เขาปรึกษาหารือกับกุนซือแล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไร บวกกับที่เขาไม่พอใจพวกคนเถื่อนนอกด่านอยู่แล้ว จึงได้ลงมือช่วย
ทำไปทำมาก็เป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดตัดหัวพวกคนเถื่อนพวกนั้น
เขาจึงได้รับใช้ราชสำนักในทันที
เพื่อให้ราชสำนักไว้วางใจ คนในค่ายทั้งหมดจึงถูกจัดระเบียบใหม่ เงินทองที่เขาสะสมไว้รวมถึงของที่เขาปล้นมาจากนอกด่านก็ส่งมอบให้ราชสำนักไปทั้งหมด
เพราะความจริงใจของเขา จึงได้รับตำแหน่งนายพลขั้นสี่นี้มา
เพียงแต่ตอนนั้นสูญเสียทรัพย์สมบัติไปมากโข หลายปีนี้เขาจึงต้องอยู่อย่างมัธยัสถ์ ลำบากอย่างยิ่ง!
แน่นอนว่าการรับราชการนั้นดีกว่าเป็นโจรอยู่ไม่น้อย
อย่างน้อยเจ้าเด็กพวกนี้ก็สามารถออกไปพบหน้าผู้คนได้ ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แต่ในบ้านทั้งวัน
“เฉียวเอ๋อร์ เจ้าอยากเข้าสำนักศึกษาไหนหรือ สำนักศึกษาของราชสำนักแพงมาก ตาแก่ตายยากผู้ดูแลนั่นก็หิวเงินนัก หากเจ้าอยากเข้าด้วยวิธีการใช้เงินล่ะก็ คนหนึ่งอย่างน้อยๆ ก็ต้องจ่ายห้าพันตำลึง พ่อไม่มีหรอก” เซี่ยหนิวซานพูดปาวๆ ไม่หยุด
ใช่ว่าเขาจะไม่มีเงินเลย
เหตุผลหลักๆ เลยคือเจ้าเด็กพวกนี้ยังไม่ได้ออกเรือนแต่งงาน
ดังนั้นต้องเก็บเงินไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นเกรงว่าเขาคงจะมีเงินไม่พอเวลาต้องไปเจรจาดูตัว
โดยเฉพาะเจ้าพี่คนโตร่างยักษ์นี่ หญิงสาวที่ไหนเห็นเข้าก็กลัวลนลานกันหมด ใครจะยอมแต่งกับเขาเล่า อายุอานามก็ปาไปยี่สิบปีกว่าเข้าไปแล้ว วี่แววของคนที่จะมาเป็นลูกสะใภ้สักคนก็ไม่มี เขาไม่ตระเตรียมเงินทองไว้บ้างคงไมได้
“ไม่ไปสำนักศึกษาไม่ได้หรือเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอก…” เซี่ยหนิวซานลังเลเล็กน้อย
“อย่างไรก็ต้องไป” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นมาทันที ”นอกเสียจากว่าเจ้าอยากจะอยู่เฝ้าเรือนคนเดียวไปตลอดชีวิต ถึงอย่างไรท่านพ่อของเจ้าก็เป็นขุนนาง จะให้เจ้าแต่งกับชาวบ้านทั่วไปก็คงดูไม่ดี แต่ตอนนี้ในเมืองหลวงมีธรรมเนียมอยู่ว่า ลูกหลานขุนนางบ้านไหนจะแต่งภรรยา ก็ต้องแต่งกับคนที่ผ่านการร่ำเรียนจากสำนักศึกษามา”
“ใช่ๆ เป็นเช่นนั้นจริงๆ” เซี่ยหนิวซานพยักหน้า “เจ้าไม่ต้องร่ำเรียนให้ดีมากก็ได้ แค่เข้าไปก็เพียงพอแล้ว”
เขาก็ไม่ได้หวังให้ลูกสาวคนนี้เรียนเก่งอะไรหรอก
นังหนูนี่โตมาในวัดจะไปเข้าใจอะไร!
“พี่หญิงถูกละเลยมาตั้งนานหลายปี หากได้ไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาของราชสำนัก ต่อไปก็จะมีชื่อเสียงดีงาม ถึงอย่างไรก็ดีกว่าสถานศึกษาอีกสองแห่งใช่หรือไม่เจ้าคะ” เผยหว่านเย่ว์รวบรวมความกล้าพูดขึ้น
หลังจากจบประโยคนี้ โต๊ะกินข้าวก็เงียบลงไปทันที
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ได้พูดอะไร
เซี่ยหนิวซานท่าทีลังเลเล็กน้อย “ก็จริง งั้นข้าคิดหาวิธีดูก่อน”
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลไปหรอก เรื่องเงินเดี๋ยวข้าจะคิดหาวิธีเองเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้น
“เจ้า? เจ้าหาได้หรือ ห้าพันตำลึง นี่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะรับแน่ๆ หรอกนะ ข้ารู้จักกับผู้ดูแลนั่นหรอกถึงสามารถได้ใช้เส้นสายเข้าไปได้น่ะ” เซี่ยหนิวซานเอ่ย