ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 46 เงินตั้งมาก
ตอนที่ 46 เงินตั้งมาก
ก่อนหน้านี้เซี่ยหนิวซานไม่ได้คิดอะไรมาก พอนึกขึ้นมาได้ก็พบว่า ลูกสาวของตนเองต้องการเข้าสำนักศึกษาเพื่อหน้าตาทางสังคม และต้องใช้เงินห้าพันตำลึงเพื่อเบิกทาง
ถ้าหากนังหนูสกุลเผยคนนี้อยากเข้าเรียนด้วยแล้วก็…
จะต้องใช้เงินเท่าไหร่กัน!
เซี่ยหนิวซานจ้องไปที่เซี่ยผิงไหว “ต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะพอเล่า”
“อาจจะ…อย่างน้อย ก็น่าจะห้าหมื่นตำลึงกระมัง…สำนักศึกษาแบ่งเป็นหลายชั้นเรียน ถ้าจ่ายห้าหมื่นตำลึงก็น่าจะเข้าห้องสี่ ห้องเรียนที่แย่ที่สุดได้ขอรับ” เซี่ยผิงไหวกระซิบตอบ
“ห้องสี่? อีกทั้งยังเป็นห้องที่แย่ที่สุดด้วยหรือ” เซี่ยหนิวซานเสียงดังจนคอแทบระเบิด
ทำเอาเผยหว่านเย่ว์ตกใจจนตาแดงไปหมดแล้ว
“ชาวบ้านทั่วไปเข้าไปเรียนที่สำนักศึกษาของราชสำนักได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ห้าหมื่นตำลึงก็ไม่ถือว่ามากหรอก หากอยากเข้าห้องดีๆ จ่ายเพิ่มก็ย่อมได้! จะเอาห้อง ‘เฉียน’ ‘คุน’ ‘รื่อ’ ‘เย่ว์’[1] หรือห้องหนึ่งสองสามสี่ ขอแค่มีเงิน อยากเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับองค์ชายก็ยังได้” เซี่ยผิงไหวเหยียดยิ้มเล็กน้อย
เผยหว่านเย่ว์หน้าซีดไปแล้ว
“เรียนร่วมชั้นกับองค์ชาย…ต้องใช้เงินเท่าใด” แค่คิดเผยหว่านเย่ว์ยังไม่กล้าคิด
“เจ้าก็กล้าถามเนอะ” เซี่ยผิงไหวเผลอบ่นพึมพำ
เผยหว่านเย่ว์มีสีหน้าตะลีตะลาน “ข้า ข้าแค่สงสัยเจ้าค่ะ”
“เจ้าเด็กนี่!“ เซี่ยหนิวซานเขกกะโหลกเซี่ยผิงไหวไปหนึ่งที “ใช้เงินเท่าไร พูดมาให้ข้าตกใจเล่นหน่อยซิ”
“ในห้อง ‘เฉียน’ มีนักเรียนที่เป็นชาวบ้านธรรมดาแค่คนเดียว เขามาจากตระกูลใหญ่ทางใต้ แม้ครอบครัวจะไม่ได้มีชื่อเสียง แต่ทว่าร่ำรวยมาก ตระกูลก็ใหญ่ ได้ยินมาว่าเขาใช้เงินไปล้านตำลึง นักเรียนห้อง ‘เฉียน’ ล้วนแล้วแต่เป็นคนพิเศษทั้งนั้น หากเขาเข้าชั้นเรียนธรรมดาหนึ่งสองสามสี่ หนึ่งในสี่ห้องนั้นก็จะไม่น่ากลัวเช่นนี้หรอก” เซี่ยผิงไหวเอ่ย
แต่คำพูดนี้ก็ยังทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ตกตะลึงอึ้งไปแล้ว
ล้านตำลึง แค่ให้ได้ไปโรงเรียนน่ะหรือ
“มีเงินจะซื้อตำแหน่งก็ยังได้” เซี่ยผิงกั่งไม่ทำให้คนตกใจคงจะนอนตายตาไม่หลับ
“ตอนนั้นข้ายังไม่ได้ใช้เงินเยอะขนาดนั้นเพื่อตำแหน่งนี้เลยนะ?” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
ตอนที่เขายังเป็นโจร ครอบครัวของเขาก็ค่อนข้างร่ำรวย โดยเฉพาะเมื่อต่อมาเขาเอาชนะคนเถื่อนได้ทรัพย์สินมาไม่น้อย รวมๆ กันก็ประมาณเจ็ดแปดแสนตำลึง
เงินทั้งหมดนี้เขามอบให้ราชสำนักไป เหลือไว้เพียงไม่ถึงสามในสิบส่วนเท่านั้น
เงินสามส่วนนี้ใช้ซื้อเรือนและถางทางสร้างความสัมพันธ์ก็แทบจะไม่เหลือแล้ว
“ตำแหน่งนี้ของท่านพ่อเหมือนกันที่ไหนเจ้าคะ แทนที่จะพูดว่าใช้เงินแลกมา สู้พูดว่าใช้หัวคนเถื่อนแลกมาจะดีเสียกว่า” เซี่ยเฉียวกล่าวเรียบๆ
เซี่ยหนิวซานพยักหน้า
ประโยคนี้ไม่ผิด เขาอาศัยความกล้าหาญถึงได้ตำแหน่งมาต่างหาก
คนนอกที่พูดว่าเขาซื้อตำแหน่งมาล้วนแล้วแต่โง่งมทั้งนั้น
“หากเป็นเช่นนี้ เย่ว์เอ๋อร์ก็ไปเรียนที่สำนักศึกษาของราชสำนักไม่ได้แล้วสิ?” หลูซื่อไม่ค่อยยินดีนัก
เผยหว่านเย่ว์ถือสองมือเข้าด้วยกัน บิดผ้าเช็ดหน้าไปมา
เซี่ยเฉียวจะเข้าสำนักศึกษา หากไม่สอบก็แค่ต้องจ่ายเงินห้าพันตำลึงเท่านั้น ด้วยสถานะลูกสาวคนโตของขุนนางขั้นสี่ ต่อให้นางเข้าชั้นเรียน ‘เฉียน’ ‘คุน’ ‘รื่อ’ ‘เย่ว์’ ไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ต้องได้อยู่ห้องหนึ่งใช่ไหม”
แล้วนางล่ะ
อยากจะเข้าห้องท้ายก็ต้องใช้เงินห้าหมื่นตำลึง
คิดต่อไปอีก…
คาดว่านางคงไม่มีเงินล้านสองล้านตำลึง อย่างไรก็ไม่มีทางเข้าเรียนได้เหมือนเซี่ยเฉียว
ท่านแม่ยังบอกว่าตั้งแต่นี้ไปนางก็จะกลายเป็นลูกสาวแท้ๆ ของบ้านนี้ แต่ว่า…ลูกสาวแท้ๆ อย่างนี้มีด้วยหรือ
เผยหว่านเย่ว์ก้มหน้าเล็กน้อย
จู่ๆ หลูซื่อก็คิดอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ย “งั้นก็ให้เย่ว์เอ๋อร์เปลี่ยนแซ่แขวนชื่อในลำดับวงศ์ตระกูลก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ”
เซี่ยหนิวซานอึ้งไปทันที
เซี่ยผิงกั่งเองก็มองนางด้วยความประหลาดใจ
“ท่านพี่ ต่อไปนังหนูนี่ก็ต้องไปไหนมาไหนกับข้า หากคราวหน้าคราวหลังข้าออกไปสังสรรค์ข้างนอก คนอื่นเรียกนางว่าแม่นางเผย ก็ฟังดู…ไม่เหมือนคนในครอบครัวเราเท่าไรนัก อาจจะมีคนพูดอะไรไร้สาระ…” หลูซื่อหน้าตาเคร่งเครียดจริงจัง “ข้าคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ระหว่างทางแล้วเจ้าค่ะ…”
[1] เฉียน คุน รื่อ เย่ว์ ฟ้า ดิน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์