ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 48 ซ่อนเงิน
ตอนที่ 48 ซ่อนเงิน
อับอายขายหน้า?
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
นางโตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินคำวิจารณ์เช่นนี้
เมื่อนางเงยหน้ามองเซี่ยผิงกั่ง ชายร่างใหญ่ผู้โง่เขลาผู้นี้ยังคิดว่าตนเองมีใจห่วงใย เผยรอยยิ้มแสดงความอบอุ่นแบบพี่ใหญ่ แทบจะทำให้เซี่ยเฉียวตาบอด
“พี่ใหญ่ ท่านอย่าทำให้ข้าหัวเราะสิเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวคิ้วขมวด “ข้ากำลังกินข้าวอยู่ กลัวจะอาเจียนออกมา”
“…” เซี่ยผิงกั่งหนังตากระตุก มือของเขายกขึ้นมา อีกนิดเดียวเกือบจะตีเซี่ยเฉียวแล้ว
แต่ดูสิ…
นังหนูนี่ผอมแห้งอย่างกับลำไม้ไผ่ ไม่แข็งแรงเหมือนเซี่ยผิงไหว จึงยั้งมือทันควัน “เจ้าอยู่ในวัดไม่มีอะไรกินเลยหรือ หน้าก็ไม่มีเนื้อหนังเลยสักนิด นี่หากเป็นปีที่มีภัยพิบัติขึ้นมา อย่างเจ้าถ้าตกไปอยู่ในมือคนชั่ว มันคงไม่สนใจจะกินเจ้า เพราะไม่อยากเปลืองแรงเปล่า!”
เซี่ยเฉียวหัวเราะหึๆ เบาๆ รอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด
“จริงสิ ที่สำนักศึกษาของราชสำนัก นอกจากพวกชนชั้นสูงแล้ว ยังมีอะไรแปลกๆ อีกไหมเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวเปลี่ยนเรื่องถาม
ถ้าไม่มีอะไรพิเศษ นางเลือกไปเรียนที่อื่นดีกว่า
“มีเยอะเชียวขอรับ” เซี่ยผิงไหวเอ่ยขึ้นมาเอง “แม้ว่าสำนักศึกษาอีกสองแห่งจะมีคนเก่งอยู่เยอะ แต่ก็เทียบไม่ได้กับสำนักศึกษาของราชสำนักที่มีเบื้องหลังแข็งแกร่ง ตำราในหอหนังสือสำนักศึกษาของราชสำนักนั้นมีเยอะมาก นักเรียนจากอีกสองสำนักศึกษามักจะมายืมหนังสืออ่านอยู่เสมอ แต่ทุกครั้งที่มายืมหนังสือ พวกเขาก็จะต้องทำงานหนักหน่อย”
แน่นอน ไม่ใช่ว่าสำนักศึกษาอีกสองแห่งจะไม่ดี
เพียงแต่ในสำนักศึกษาของราชสำนักมีหนังสือหายากมากเหลือหลาย
ว่ากันว่าตอนที่จัดตั้งสำนักศึกษาแห่งนี้ขึ้นมา หนังสือในคลังท้องพระโรงถูกย้ายมาไว้ที่นี่จนหมดแล้ว
เซี่ยเฉียวได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกายขึ้นมา “พวกเจ้าสองคนอยู่ห้องไหนหรือ การบ้านเป็นอย่างไรบ้าง”
พอนางถามคำถามนี้ออกมา มือของทั้งสองคนก็หยุดเคลื่อนไหวทันที ก่อนที่คนหนึ่งจะก้มหน้า ส่วนอีกคนก็สายตาเลื่อนลอย
“เจ้าพวกนี้หรือ โง่จะตาย เจ้ายังจะหวังว่าพวกนี้จะมีความสามารถอะไรหรือ” เซี่ยผิงกั่งยิ้มเยาะ “เดือนที่แล้วเซี่ยผิงไหวเพิ่งจะหักขาคนอื่นไป ข้าต้องเอาเงินไปชดใช้ให้เขา”
พูดว่าไปชดใช้เงิน ไม่สู้พูดว่าไปข่มขู่เขาจะดีเสียกว่า
“ส่วนน้องเล็กนี่” เขาชี้ไปที่เซี่ยซี “งกเงิน ถึงจะจำที่อาจารย์สอนไม่ได้ก็ช่างเถอะ อย่างไรก็คงไม่ค่อยได้ใช้ แต่เดือนที่แล้วนางเผลอเอาเงินไปเก็บไว้ในกระเป๋าหนังสือของอาจารย์ กลับมาบ้านร้องห่มร้องไห้ตลอดวัน ข้าก็ไปเอากลับมาให้”
“…” เซี่ยเฉียวหนังตาเต้นกระตุก
ไม่สิ นี่ไม่น่าใช่น้องสาวน้องชายของนาง
“ทำไมถึงเอาไปเก็บไว้ในกระเป๋าเงินของคนอื่นหรือ” เซี่ยเฉียวจ้องหน้านาง
พูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาที่ไม่ค่อยมีชีวิตชีวาของเซี่ยซีก็เจืออารมณ์โกรธขึ้นมา “กระเป๋าหนังสือของอาจารย์ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ข้าใส่ไว้ชั่วคราว แต่มันถูกเอาไป”
“ใส่ไว้ชั่วคราว? เฮอะ!” เซี่ยผิงกั่งหัวเราะด้วยอารมณ์
“น้องหญิงใหญ่ หากเจ้ามีเวลาว่างไม่มีอะไรทำ ก็ลองใช้พลั่วเล็กๆ ขุดไปตรงไหนก็ได้ในเรือนนี้ ไม่แน่อาจจะขุดเจอเศษเงินก็ได้” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวอยากจะหัวเราะรวมถึงคิดว่าเด็กผู้นี้น่ารักทีเดียว
ชอบซ่อนเงินหรือ!
นั่นเป็นนิสัยที่ดี!
แต่ถ้าซ่อนไว้ในที่ที่ตัวเองก็หาไม่เจอนี่ก็เด็กน้อยไปหน่อย
เซี่ยซีก้มหน้าลงดูราวกับว่านางกำลังประหม่ามาก
“ต่อไปหากเจ้าเอาเงินมาซ่อนในเรือนของข้า ข้ารับประกันได้ว่า ตราบใดที่มันอยู่ในเรือนของข้า ข้าจะหามันให้เจ้าจนเจอแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
นอกจากการทำนายแล้ว นางมีความสามารถในการสังเกตที่ดี อะไรที่อยู่ในสายตานาง ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า แม้จะเปลี่ยนไปแค่เล็กน้อย นางก็สามารถมองออกได้”
พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ ดวงตาเซี่ยซีก็ลุกวาว ”จริงหรือเจ้าคะ”
“จริงแท้แน่นอน ไม่งั้นคราวหน้าเจ้าลองซ่อนดูสิ ข้าไม่แย่งเงินของเจ้าหรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ได้เจ้าค่ะ!” เซี่ยซีดูกระตือรือร้นอยากลอง
สายตาริษยาของเผยหว่านเย่ว์แทบจะทำให้กับข้าวจานหนึ่งกลายเป็นโจ๊กไปเสียแล้ว