ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 50 ดวงพิฆาต
ตอนที่ 50 ดวงพิฆาต
เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ได้เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว พอคิดว่าน้องหญิงเผยผู้นี้ไม่มีบิดาแล้ว มีชีวิตที่ยากลำบาก คนเป็นแม่จะรักเอ็นดูลูกสาวก็ถูกต้องแล้ว เขาจึงไม่พูดอะไรมากอีก
“ใช้ไปแล้วก็ใช้ไปเถอะ อย่าคิดมาก” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย “เพียงแต่หวังว่าน้องหญิงจะเข้าใจเรื่องเรียนหนังสือนี้ ด้วยสถานการณ์ของบ้านเราตอนนี้จะให้หาเงินห้าหมื่นสองพันตำลึงก็คงเป็นไปไม่ได้”
เผยหว่านเย่ว์พยักหน้าหงึกหงัก เอ่ยตอบเสียงเบาราวกับยุง “ข้าเข้าใจ”
เซี่ยหนิวซานเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกทนไม่ได้เล็กน้อย
ดูเหมือนคนในครอบครัวเขากลั่นแกล้งเด็กสาวเสียอย่างนั้น
นางอุตส่าห์เดินทางไกลมาขอพึ่งพาอาศัยเขา ถ้าแม้แต่เงินแค่นี้ยังให้ไม่ได้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะไม่เป็นที่น่าหัวเราะหรอกหรือ
“หรือว่าข้าจะไปยืมเขามาสักหน่อยดี” เซี่ยหนิวซานออกหน้าพูดขึ้น
หลูซื่อส่งสายตาแสดงความขอบคุณกลับมาให้เขา
เซี่ยผิงกั่งยิ้มเยาะ “ท่านพ่อจะไปยืมก็ได้ กลัวแต่จะไม่มีปัญญาคืนเขาเท่านั้น ตอนนั้นพอเป็นหนี้ขึ้นมา ท่านก็อย่าหวังว่าจะได้ส่งเงินเลี้ยงดูท่านย่า ท่านลุง และท่านอาได้อีก เราจ่ายไม่ไหวหรอก”
ดับไฟเซี่ยหนิวซานไปในทันที
“งั้น…ก็คงไม่มีทางอื่นแล้ว เงินทองก็มีเท่านี้จริงๆ แค่พอส่งให้ลูกข้าเข้าเรียนที่สำนักศึกษาของราชสำนัก นังหนูเผยก็ไปเรียนที่สถานศึกษาที่อื่นเถอะ ข้าจะไปพบผู้ดูแลสถานศึกษาอื่นๆ เจรจากับพวกเขาสักหน่อย ไม่แน่ว่าเงินแค่สองสามพันตำลึงก็อาจจะแก้ปัญหาได้แล้ว” เซี่ยหนิวซานเอ่ยตามตรง
ผ้าเช็ดหน้าของเผยหว่านเย่ว์แทบจะขาดเป็นชิ้นๆ
นางจะมีอารมณ์ที่ไหนมากินข้าว
ทว่านางก็รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
เซี่ยเฉียวไม่ได้สนใจจริงๆ ว่านางจะต้องไปเล่าเรียนที่ไหน
เพียงแต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าที่สำนักศึกษาของราชสำนักมีหนังสือล้ำค่าหายากมากมายจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย องค์ชายเชื้อพระวงศ์ไม่ได้มีความน่าสนใจอะไรหรอก แต่หนังสือเหล่านี้ล้วนประเมินค่ามิได้ หากนางได้อ่านมากขึ้นอีกสักเล่มสองเล่มย่อมเป็นเรื่องดี
เรื่องราวต่างๆ ก็คลี่คลายเรียบร้อยในหนึ่งมื้ออาหาร
เซี่ยเฉียวเคยบอกแล้วว่านางไม่ต้องการเงินของพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ฟัง
นางก็เลยคร้านจะอธิบาย และเตรียมตัวที่จะไปสอบถามหาข้อมูลเรื่องสำนักศึกษาของราชสำนักสักหน่อยเมื่อมีเวลาว่าง
ผู้ชายบ้านตระกูลเซี่ยต่างก็ยุ่งกันมาก เด็กน้อยสองคนก็ยุ่งไม่ต่างกัน จึงไม่มีเวลาพูดคุยอะไรกันต่อ
อีกอย่าง นางมีวิญญาณร้ายติดตาม
ตอนนี้พลังพิฆาตยังไม่สลายไปไหน รอบกายนางมีแต่พลังหยาง แม้จะไม่มีผลกระทบต่อคนภายนอก แต่ไม่สามารถใกล้ชิดกับคนที่มีสายเลือดเดียวกันมากเกินไป มิฉะนั้นจะทำร้ายพวกเขาได้ แม้ว่านางจะพกยันต์ติดตัวไว้แล้ว ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แต่เพื่อป้องกันไว้ก่อน เซี่ยเฉียวจึงพยายามหลีกเลี่ยงพวกเขาให้มากที่สุด
หลูซื่อและเผยหว่านเย่ว์ ตลอดจนบ่าวรับใช้ไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้แม้แต่น้อย
แต่เซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งนั้นทราบดี
“เรื่องเข้าเรียนของเจ้าคงไม่สามารถจัดการให้เรียบร้อยได้ในเร็ววันนี้ เวลาว่างๆ เจ้าก็อยู่ที่เรือนตัวเองไป ไม่ต้องออกมาที่เรือนด้านหน้านี้บ่อยๆ” เซี่ยหนิวซานพูดกับเซี่ยเฉียวจบ แล้วก็หันไปพูดกับลูกคนเล็กทั้งสอง “เจ้าทั้งสองก็เหมือนกัน ถ้าอยากจะไปเล่นที่เรือนพี่หญิง บางครั้งก็ได้แต่ห้ามไปทุกวัน ห้ามไปรบกวนนางบ่อยๆ ไม่งั้นจะโดนแส้”
“นังหนู ถ้าเจ้ามีปัญหาอะไรก็ไปบอกท่านแม่นะ” พูดจบแล้ว เขาก็โบกมือไล่เซี่ยเฉียว
ชั่วขณะนั้นหลูซื่อไม่เข้าใจท่าทีของเซี่ยหนิวซานเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเหลือบไปมองเซี่ยผิงไหว ก็เห็นเขาพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี
นางยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่
ท่าทางเมื่อสักครู่จะว่าไม่รักใคร่เอ็นดูเซี่ยเฉียวก็ไม่เชิง
แต่ตอนนี้…เขากลับมีท่าทางห่างเหินกับเซี่ยเฉียว ทำไมหรือ
จริงๆ แล้วเซี่ยหนิวซานชอบลูกสาวคนนี้หรือไม่
หลูซื่อคิดไม่ตก แต่ในสายตาของบ่าวรับใช้ เช่นนี้หมายความว่าท่านพ่อและพี่ชายไม่ได้รักใคร่เอ็นดูเซี่ยเฉียวเท่าใด
ไม่เพียงให้นางแยกไปอยู่เรือนตรงมุมบ้าน ยังไม่ให้ไปมาหาสู่กับคุณชายน้อยและคุณหนูน้อยอีกด้วย จะต้องรังเกียจนางมากแน่ๆ!