ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 75 ทำอะไรกัน / ตอนที่ 76 คดีน่าสงสัย
ตอนที่ 75 ทำอะไรกัน / ตอนที่ 76 คดีน่าสงสัย
ตอนที่ 75 ทำอะไรกัน
ในค่ายตระกูลเซี่ยตอนนั้นยังมีกุนซือที่เก่งกาจอยู่คนหนึ่ง
หลังจากที่กุนซือยอมเข้ากับทางการแล้ว เขากลับได้รับตำแหน่งสำคัญ
ฮ่องเต้แต่งตั้งเขาเป็นราชครู ตำแหน่งเพิ่มเติมที่ปรึกษาจินจื่อกวงลี่ว์[1] ขุนนางขั้นสอง ด้านหนึ่งดูแลเรื่องหอดูดาวและฮวงจุ้ย อีกด้านหนึ่งคือขุนนางใกล้ชิดจักรพรรดิ ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท ข้าราชบริพารในราชสำนักจึงต้องให้เกียรติเขาอยู่บ้าง
และราชครูคนนี้…
มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับเซี่ยผิงกั่ง!
เซี่ยเฉียวไหนเลยจะล่วงรู้ความคิดของคนอื่น
ตอนนี้นางแค่สงสัยว่าเงินห้าพันตำลึงที่ได้มาจากบ้านตระกูลเซี่ยนั้นจะเพียงพอที่จะซื้อร้านในทำเลที่ดีหรือไม่
ขณะเดียวกันนี้ก็มีใครบางคนกำลังตามหานางในเมืองหลวง
“พี่น้องฉิน ไม่ต้องกังวลไป ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต่อให้ข้าจะต้องจะคุกเข่าขอร้อง ข้าก็จะขอให้ครึ่งเซียนเซี่ยช่วยชีวิตเจ้าให้ได้!” องครักษ์โจวมองไปยังพี่น้องของเขาด้วยท่าทางไม่สบายใจ
ฉินจื้อกำลังนอนอยู่บนเตียง
ร่างกายเขาอ่อนแอและมีสีหน้าน่ากลัวมาก
เขาดูเหมือนคนที่กำลังจมน้ำ หายใจลำบากและอึดอัดมาก
ฉินจื้อรู้สึกเศร้าใจและเจ็บปวดยิ่ง
เขาโชคร้ายเกินไปแล้ว!
ก่อนหน้านี้เขานึกว่าหากได้พบอาจารย์ของครึ่งเซียนเซี่ยแล้ว ความซวยของเขาก็จะถูกกำจัดไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะได้พบกับโม่หลิงจื่อแล้ว แต่หลังจากที่โม่หลิงจื่อเหลือบมองเขา ก็บอกให้เขารอความตาย!
และยังบอกด้วยว่าอาการของเขาค่อนข้างร้ายแรง รักษาให้ไม่ได้!
เรื่องที่แม้แต่ลูกศิษย์ยังทำได้ เขากลับบอกว่าทำอะไรไม่ได้!
เขามอบสมบัติไปมากมายจึงได้รับยันต์และเวทศาสตราซึ่งช่วยให้รอดมาจนถึงตอนนี้!
“มิใช่ว่าพี่ใหญ่สืบรู้แล้วหรือ ว่าแม่นางเซี่ยเป็นลูกสาวขุนนาง เป็นไปได้หรือที่นางจะยอมช่วย…รักษาข้า อีกอย่างก่อนหน้านี้ข้าก็ทำกับนางอย่างนั้น…” ฉินจื้อเอ่ยและน้ำตาไหลด้วยความสำนึกเสียใจ
หากรู้แต่แรก เขาคงไม่ทำหน้าอย่างนั้นใส่นางเด็ดขาด!
“คุณชายบอกแล้วว่าให้พวกเราเตรียมเงินไว้เยอะหน่อย บางทีอาจจะได้ผลก็ได้ เพียงแต่วันนี้โชคไม่ดี ข้าได้ยินมาว่าแม่นางเซี่ยไปสำนักศึกษาก็เลยคิดจะไปหานางสักหน่อย แต่นึกไม่ถึงว่านางจะกลับออกไปก่อนเวลา” องครักษ์โจวถอนหายใจ
สายตาของฉินจื้อแสดงออกถึงความผิดหวังอีกแล้ว
“เจ้าอย่ากังวลไปเลย ตอนนี้ข้าให้คนไปคอยจับตาดูแล้ว แม่นางเซี่ยยังไม่กลับบ้าน พอนางกลับถึงบ้าน ข้าจะไปที่จวนสกุลเซี่ยทันที” องครักษ์โจวเอ่ยขึ้นอีก
“จู่ๆ ก็โผล่ไปกะทันหัน ข้ากลัวว่าแม่นางเซี่ยจะโกรธเอาน่ะสิ” ฉินจื้อช่างน่าสงสาร
องครักษ์โจวเองก็จนปัญญา!
ตอนนี้หัดรู้เรื่องบ้างแล้ว ก่อนหน้านี้ไปอยู่ที่ไหนมา!
พวกเขาได้พบนักพรตคนอื่นอีกหลายคนระหว่างทางที่มาเมืองหลวง แต่ก็ไร้ประโยชน์
พวกเขามองไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขามีปัญหาอะไร
มีเพียงแม่นางเซี่ยเท่านั้นที่ทำนายได้แม่นยำที่สุด!
เพียงแต่หากคนคนนี้เป็นแค่นักพรตหญิงก็ยังจะพูดง่ายหน่อย องครักษ์ส่วนใหญ่อย่างพวกเขาต่างก็มาจากตระกูลสูง คนส่วนน้อยอย่างฉินจื้อถูกคัดเลือกมาจากค่ายทหาร ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้พวกเขาจะยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่แต่ก็อายุไม่น้อยแล้ว และก็เป็นถึงขุนนาง ทั้งยังมีอนาคตสดใส คนส่วนใหญ่ย่อมจะเคารพพวกเขาอยู่บ้าง
แต่อีกฝ่ายกลับเป็นคุณหนูมีชาติตระกูล
พวกเขาไม่อาจจะตะโกนขึ้นว่าคุณหนูผู้นี้ทำนายทายทักได้แม่นยำ และทำลายชื่อเสียงของนาง
ทั้งยังไม่สามารถบังคับนางให้มาที่เรือน เพื่อขอให้นางช่วยชีวิตคนด้วย เป็นการล่วงเกินนางโดยเปล่าประโยชน์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ องค์ชายพบหลักฐานการกระทำความผิดของคนไม่น้อย ราชสำนักกำลังโกลาหล คนที่ไม่ชอบหน้าองค์ชายมีไม่น้อยแล้ว เขาซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาย่อมไม่อาจสร้างปัญหาให้พระองค์เพิ่มขึ้นอีก!
เซี่ยเฉียวเดินไปจนทั่ว นางพอจะจดจำสภาพถนนสองสามเส้นได้แล้ว
จากนั้นนางจึงเดินทางกลับบ้าน
พวกพี่น้องของฉินจื้อกำลังแอบเฝ้าอยู่นอกประตูบ้านตระกูลเซี่ย เมื่อเห็นเซี่ยเฉียวกลับมา แต่ละคนแทบจะพุ่งเข้าไปราวกับเห็นมารดาของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้กระโจนเข้าใส่ แต่ก็ก้าวเข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว
แต่พวกเขากลับถูกขวางเอาไว้เสียก่อน
เซี่ยผิงกั่งไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ไหนและยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาสองสามคน
“พวกเจ้าสองสามคนทำอะไรกัน! มารีรออยู่หน้าบ้านข้าสักพักแล้วสินะ!” ร่างกายที่เหมือนหมีของเซี่ยผิงกั่งกำลังมองลงมาที่คนพวกนี้อย่างดุดัน
ตอนที่ 76 คดีน่าสงสัย
พวกองครักษ์ต่างก็พากันตกใจ
กระทั่งว่ามีคนหนึ่งที่ชนเข้ากับหน้าอกของเซี่ยผิงกั่งทันที และเขาก็ล้มกระเด็นไปไกล พอทั้งหมดได้สติก็พากันวิ่งหนีไปทันที!
วันนี้ฤกษ์ไม่ดี!
เซี่ยผิงกั่งผู้นี้ชื่อเสียงไม่ดีและไร้เหตุผลที่สุด!
หากต้องเผชิญหน้ากับคนคนนี้ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ให้แม่นางเซี่ยออกมาพบหน้า เขาอาจจะทำเรื่องให้วุ่นวายใหญ่โต พอถึงเวลานั้นคนก็จะหันมาจับจ้ององค์ชาย!
เดิมทีองครักษ์พวกนี้แค่ต้องการพูดคุยกับเซี่ยเฉียวแค่ไม่กี่คำอย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว
พวกเขาวิ่งหนีเร็วอย่างยิ่ง
เพียงแวบเดียวหายวับไปกับสายลม
“…” เซี่ยผิงกั่งนิ่งอึ้งไป
คนพวกนี้เป็นใครกัน แปลกมาก!
“โชคดีที่ไม่ใช่พวกพี่โจวที่มาที่นี่ พวกเราไม่เป็นที่รู้จัก คนโง่เขลาอย่างเขาน่าจะจำหน้าพวกเราไม่ได้” องครักษ์ที่วิ่งหนีไปยังรู้สึกว่าพวกเขาโชคดีมาก
“ไม่อย่างนั้น… หรือพวกเราจะซื้อตัวสาวใช้ แล้วให้พวกนางส่งจดหมายให้” หนึ่งในนั้นพูดขึ้นทันที
“เป็นหนทางที่ดีนะ! วันนี้ข้ามัวแต่รีบจะไปหานาง ถึงกับลืมหนทางที่ง่ายกว่า! แต่ข้ากลัวว่าแม่นางเซี่ยจะอ่านจดหมายแล้วไม่สนใจพวกเรานี่สิ เจ้าบื้อฉินจื้อนั่นทำให้นางขุ่นเคืองขนาดนั้น! ”
“ลองดูก่อน คุณชายไม่ได้บอกพวกเราว่าให้เงินเพิ่มหน่อยหรอกหรือ…”
เงินเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ และตอนนี้จะมามัวเสียดายไม่ได้
ฉินจื้อยังมีพ่อแม่และภรรยาอยู่ข้างหลังด้วย หากเกิดอะไรขึ้นมาใครจะเลี้ยงดูครอบครัวได้
พวกเขาบ่นพึมพำและไม่กล้าเสียเวลาเลยแม้สักวัน
หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม สองคนในหมู่พวกเขาก็กลับไปแอบอยู่ใกล้ประตูรองของบ้านตระกูลเซี่ยเพื่อรอให้คนข้างในออกมา ส่วนคนที่เหลือก็กลับไปเตรียมเงิน
เซี่ยผิงกั่งยังคงสับสนงุนงง แต่เขาก็ยังจำได้ว่าต้องไปขุดบ่อน้ำ
เมื่อเขากลับมาจากข้างนอกก็ไปที่เรือนของเซี่ยเฉียว
“ตอนที่เจ้ากลับเข้าบ้านมาเห็นคนมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่ประตูบ้างหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีนะ” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
“ต่อไปหากจะออกไปข้างนอกให้พาคนไปด้วยสักสองสามคน ข้าดูแล้วคนพวกนั้นดูน่ากลัวไม่น่าไว้วางใจ ไม่รู้ว่าเป็นพวกอันธพาลมาจากไหนถึงได้กล้ามาทำตัวต่ำทรามไร้มารยาทที่ตรอกขุนนางอย่างนี้” แต่เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้โมโหมากมายอะไร
ถึงอย่างไรตัวเขาเองก็เคยเป็นโจรมาก่อน เขาดุร้ายกว่าพวกอันธพาลตัวเล็กๆ พวกนั้นมาก
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
เรื่องชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเซี่ยผิงกั่งอยากจะหาคนมาปกป้องคุ้มครองนาง นางย่อมยินดีอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อนางนึกถึงเรื่องวิญญาณเมื่อวานนี้ขึ้นมาได้ เซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ ศพที่ท่านพบเมื่อวานนี้…เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“เมื่อวาน?” เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเซี่ยเฉียวสนใจเรื่องนี้
นานๆ ทีสองพี่น้องจะมีเรื่องคุยกัน เซี่ยผิงกั่งจึงให้เกียรตินาง “คดีนี้มองผิวเผินแล้วเป็นแค่คดีธรรมดา เพียงชายคนหนึ่งถูกฆาตกรรมเท่านั้น”
“ผิวเผิน?” เซี่ยเฉียวถาม
“ชายคนนั้นชื่อเหมยจื่ออู่ เป็นนักเลง มีลูกน้องประมาณสิบยี่สิบคน ปกติหาเลี้ยงชีพด้วยการให้กู้ยืมเงิน เขาทำกิจการแบบนี้ใช่ว่าจะมือสะอาดก็เลยถูกคนฆ่าตาย เพราะเขาทำให้หลายคนขุ่นเคือง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาตาย”
“แต่เรื่องที่น่าแปลกคือเขาตายอย่างไร” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสนใจ
“เขาตายได้อย่างไรหรือ” เซี่ยเฉียวถาม
“เจ้าไม่กลัวหรือ” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าเขาประเมินน้องสาวแท้ๆ ของเขาคนนี้ต่ำเกินไป
เซี่ยเฉียวเองก็จนปัญญา ตอนแรกนางก็กลัว แต่เมื่อคนเราเห็นอะไรแปลกๆ มากเข้าก็ไม่มีประโยชน์ที่จะกลัว ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน
“พี่ใหญ่เล่ามาดีๆ บางทีข้าอาจจะช่วยท่านคลี่คลายคดีนี้ได้นะ” เซี่ยเฉียวยิ้ม
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้คิดจริงจังกับคำพูดของเซี่ยเฉียว
หากคลี่คลายคดีกันได้ง่ายขนาดนั้น คดีนี้ก็คงจะไม่อยู่ในรายชื่อคดีน่าสงสัยแล้ว
—————————————
[1] จินจื่อกวงลี่ว์ ตำแหน่งขุนนางฝ่ายบุ๋นขั้นสองในสมัยราชวงศ์ซ่ง