ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 77 สะสมพร / ตอนที่ 78 โกหกหน้าตาย
ตอนที่ 77 สะสมพร / ตอนที่ 78 โกหกหน้าตาย
ตอนที่ 77 สะสมพร
อย่างไรก็ตามในเมื่อเซี่ยเฉียวเอ่ยปากแล้ว เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ต้องการทำให้นางรู้สึกเสียหน้า
เขาอธิบายว่า “คนตัดไม้ไปพบชายคนนี้ถูกฝังอยู่นอกเมือง ตอนที่ขุดเขาขึ้นมาศพก็เน่าเสียแล้ว บนร่างกายหลายตำแหน่งพบตะปูยาวตอกตรึงอยู่ ดูน่าขนลุกมาก จึงถอดตะปูออกไปทันที ยี่สิบปีก่อนที่ชิงโจวก็มีอีกหนึ่งคดีสำคัญ ขณะขุนนางผู้หนึ่งกำลังเดินทางพร้อมกับครอบครัว กลับกลายเป็นว่าพวกเขาถูกฆ่ายกครัวและถูกฝังในลักษณะเดียวกัน จนถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวฆาตกรไม่ได้”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยิน
“มีตะปูยาวบนร่าง? จำนวนเท่าไรหรือ” เซี่ยเฉียวถาม
“ดูเหมือนว่าจะเป็นสิบเอ็ดตัว” เซี่ยผิงกั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “เรื่องตำแหน่งเจ้าอย่าถามเลยจะดีกว่า มันพูดยาก”
บางตำแหน่งเป็นที่ลับซึ่งหญิงสาวไม่เหมาะที่จะฟัง
“มีอะไรทำไมถึงพูดไม่ได้ แค่กลางศีรษะ หว่างคิ้ว ลำคอ หัวใจ สะดือ หน้าท้อง ร่างกายส่วนล่าง มือและเท้าทั้งสอง?” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดอย่างนั้นออกมา เซี่ยผิงกั่งก็หันไปมองนางทันควัน
“หรือว่าเจ้า เจ้ายังรู้จักฆาตกรด้วย” เซี่ยผิงกั่งถามอย่างตรงไปตรงมา
เซี่ยเฉียวยิ้มขื่น “พี่ชาย ตำแหน่งทั้งสิบเอ็ดแห่งนี้ค่อนข้างพิเศษ ที่วัดสุ่ยเย่ว์มีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าเคยอ่านมาก่อนแล้ว”
“มนุษย์มีสามหุนและเจ็ดพั่ว ภายในสามหุนนี้ เทียนหุนและตี้หุนจะล่องลอยไปทั่ว ส่วนที่อยู่ในร่างกายคือมิ่งหุน ส่วนพั่วทั้งเจ็ดจะซ่อนอยู่ในร่างกายหยินหยาง สอดประสานกันก่อกำเนิดจักระทั้งเจ็ด”
“เทียนชงพั่วอยู่กลางศีรษะ หลินฮุ่ยพั่วอยู่ตรงหว่างคิ้ว จงชูพั่วอยู่ที่สะดือ ชี่พั่วอยู่ที่ลำคอ จิงพั่วอยู่ที่หน้าท้อง อินพั่วอยู่ตรงจุดฮุ่ยอิน ส่วนลี่พั่วอยู่ที่หัวใจเชื่อมต่อไปยังแขนและขา การตรึงตรงสิบเอ็ดตำแหน่งนี้ ทำให้มิ่งหุนไม่สามารถไปไหนได้หรือไปเกิดใหม่ไม่ได้ เป็นวิธีการสาปแช่งที่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
“มีอย่างนี้ด้วยหรือ” เซี่ยผิงกั่งราวกับกำลังครุ่นคิด
หากอย่างนั้น ฆาตกรผู้นี้ก็น่าจะมีความแค้นกับเหมยจื่ออู่และครอบครัวขุนนางเมื่อยี่สิบปีก่อนด้วยสิ
“ท่านพี่ ตอนนี้การสืบสวนเป็นอย่างไรบ้างหรือ มีเบาะแสบ้างหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“คดีเมื่อยี่สิบปีที่แล้วสืบสวนยาก แต่คดีของเหมยจื่ออู่เพิ่งเกิดขึ้นจึงยังพอมีเบาะแสอยู่บ้าง คนผู้นี้ชอบรังแกคนอ่อนแอ แต่ก็เกรงกลัวคนที่แข็งแกร่งกว่า เขาพอจะต่อสู้ได้ และขึ้นชื่อว่ากลัวตาย ดังนั้นจึงสงสัยว่าคนใกล้ตัวซึ่งมีอยู่ไม่กี่คนจะเป็นผู้ลงมือ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร กำลังสืบสวนอยู่”
อันที่จริงเขาคิดว่าคดีนี้มีโอกาสจะถูกระงับได้ตลอดเวลา
เหมยจื่ออู่ผู้นี้ไม่มีญาติพี่น้อง มีเพื่อนที่จริงใจเพียงไม่กี่คน เขาตายไปแล้วทั้งคนก็ยังไม่มีใครตามหา
ปกติเขามักจะทำเรื่องชั่วๆ มากมาย หากคดีของเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดีเมื่อหลายปีก่อนก็คงจะไม่มีใครสอบสวนการตายของเขาด้วยซ้ำ
เซี่ยเฉียวลังเลเล็กน้อย
นางไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
ฆาตกรผู้นี้ฆ่าคนไปมากมายขนาดนี้ หากนางจับเขาได้ นางต้องสะสมพรให้ตัวเองได้มากมายแน่นอน
เพียงแต่จู่ๆ นางจะบอกพี่ใหญ่ว่านางมองเห็นวิญญาณได้?
“อาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้” เซี่ยเฉียวพูดอย่างสบายๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส “ในเมื่อเหมยจื่ออู่คนนี้รักตัวกลัวตายมาก เกรงว่าในยามปกติน่าจะมีเฉพาะผู้หญิงที่ดูบอบบางและไม่เป็นอันตรายเท่านั้นที่จะเข้าใกล้เขาได้ พี่ใหญ่ไม่ลองไปตรวจสอบผู้หญิงวัยสี่สิบห้าสิบดูหรือ ทางที่ดีลองมองหาคนที่ดูมีเสน่ห์แบบนั้นจะดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นคนที่รู้วิธีแบบนี้ต้องเคยอ่านหนังสืออะไรแปลกๆ มาบ้างแล้ว คำพูดและการกระทำน่าจะแตกต่างจากคนทั่วไป”
“อ้อ ใช่แล้ว นางต้องไม่ได้ยากจนมากด้วย ต้องเป็นคนที่พอมีเงินบ้าง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ผู้หญิงอายุสี่สิบห้าสิบปีไม่มีหรอก มีแต่ผู้หญิงอายุยี่สิบปี ตอนที่เหมยจื่ออู่ออกไป เขาไปพบฮูหยินของบ้านหนึ่งน่ะ”เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
ฮูหยินวัยยี่สิบปีรายนี้ถูกจับและสอบสวนหลายครั้งแล้วในวันนี้
ฮูหยินผู้นั้นตกใจกลัวมากจนใบหน้าซีดเผือด แค่มองแวบแรกก็รู้แล้วว่านางไม่สามารถฆ่าคนได้
ทว่าสิ่งที่เซี่ยเฉียวพูดนั้นก็สมเหตุสมผล
ตอนที่ 78 โกหกหน้าตาย
เซี่ยเฉียวกลัวว่าเซี่ยผิงกั่งจะไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบเพียงพอ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เริ่มแต่งเรื่อง “พี่ใหญ่ ท่านก็พอจะรู้ว่าข้าเล่าเรียนมาจากอาจารย์ ก็เลยดูโหงวเฮ้งเป็น”
“ความกังวลใจของท่านในวันนี้ล้วนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่านแล้ว ส่วนวิธีคลี่คลายนั้นอยู่ที่หญิงสาว ดังนั้นท่านพี่ต้องไปค้นหาเอาจากนาง อีกอย่าง…”
เซี่ยเฉียวยื่นมือออกมาทำท่าเหมือนกับกำลังทำนาย
ผ่านไปชั่วครู่เซี่ยเฉียวก็พูดขึ้นว่า “อีกอย่าง…ผู้หญิงคนนี้น่าจะหอมมาก”
“หอม? เรื่องนี้ก็ทำนายได้ด้วยหรือ! เจ้ากำลังหลอกใครเนี่ย!” เซี่ยผิงกั่งยิ้มเยาะนาง
ใบหน้าของเซี่ยเฉียวแดงเรื่อ “ท่านไปตรวจสอบก็พอแล้ว! ข้าทำนายไม่เคยพลาด!”
“หากอย่างนั้นเจ้าบอกข้ามาอีกสิ ว่านอกจากหอมแล้วยังมีอะไรอีก” เซี่ยผิงกั่งแค่รู้สึกคันไม้คันมือเท่านั้น หากเป็นเซี่ยผิงไหวที่กล้าพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้ เขาคงยกมือทุบใส่ไปทันทีแล้ว ไหนเลยจะได้พูดจาไร้สาระมากมายขนาดนี้
“มีไฝที่ใต้ตา” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างไร้ยางอาย
“…” หนังตาของเซี่ยผิงกั่งกระตุก “เจ้ายังกล้าพูดอีกนะ!”
เซี่ยเฉียวก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน
หากต้องการจะให้นางทำนาย นางก็ทำได้ แต่การที่จะทำนายดวงนางก็ต้องมี ‘ข้อมูล’ บางอย่าง เช่นเดียวกับการทำโจทย์เลข ถ้าหากไม่รู้อะไรเลย ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่รู้อะไรเลยเช่นกัน
หากจะพูดให้ชัดเจน การนับนิ้วคำนวณก็เป็นความสามารถเกี่ยวกับความน่าจะเป็นและตรรกะชนิดหนึ่ง
เมื่อไม่มีข้อมูลเบื้องต้นอะไรเลย นางก็ไม่สามารถที่จะปั้นน้ำเป็นตัวออกมาได้นะ?
“พี่ใหญ่ ท่านลองตรวจสอบดูหน่อยเถอะ ข้าเป็นน้องสาวท่านนะ ข้าไม่ทำให้ท่านเดือดร้อนหรอก” เซี่ยเฉียวหอบหายใจสองครั้ง “ท่านพี่ดูสิ ข้าพูดสองสามคำก็เหนื่อยมากแล้ว ถ้าไม่ใช่เพื่ออนาคตของท่าน ข้าจะลำบากอย่างนี้ไปทำไม”
พูดจบเซี่ยเฉียวก็เริ่มไอ
จริงครึ่งเท็จครึ่ง
หลังจากที่นางป่วยมาหลายปีนางก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าคนป่วยนั้นอ่อนแออย่างไร ดังนั้นนางจึงดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
อย่างที่คาดเอาไว้ หัวใจของเซี่ยผิงกั่งแทบจะกระโดดออกมาแล้วเพราะเห็นว่านางไอ
“ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะไปตรวจสอบ” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว ”ร่างกายของเจ้าเป็นแบบนี้ ยังไหว…”
พอพูดถึงตรงนี้เซี่ยผิงกั่งก็หยุดคำพูดไว้
ผู้หญิงหากขึ้นชื่อว่าสิงเค่อแล้วไม่ดี
ดังนั้นตั้งแต่ที่เซี่ยเฉียวเกิดมา พวกเขาก็พูดกันว่าร่างกายนางอ่อนแอ กระทั่งพูดกลับกันว่าดวงชะตาของท่านพ่อพวกเขาเองที่แข็งมากจนกลัวว่าจะไม่สามารถเลี้ยงนางให้รอดได้
ส่วนเรื่องจริงนั้นในครอบครัวนี้มีเพียงเขาและท่านพ่อของเขาเท่านั้นที่รู้ แม้แต่หลูซื่อพวกเขาก็ไม่กล้าบอก
เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจก่อนจะไปขุดบ่อน้ำต่อ
หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยผิงกั่งก็เห็นใครบางคนทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่นอกเรือนของเซี่ยเฉียว
เขารีบไปจับคนมา “เจ้าคอยจับตามองเรือนของคุณหนูทำไม! พูดมา หรือจะให้ข้าขายเจ้าทิ้ง!”
เมื่อสักครู่ยังมีคนคิดจะขวางเซี่ยเฉียวที่ข้างนอก เขาจึงต้องระมัดระวังไว้ก่อน
ตอนนี้เขาสงสัยว่าน้องสาวของเขาจะหน้าตางดงามเกินไป นางจึงตกเป็นเป้าของคนชั่วไปแล้ว!
ไม่อย่างนั้นจะมีหญิงรับใช้มาลับๆ ล่อๆ ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เขาเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ทุกคนในตระกูลเซี่ยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้เรือนเล็กของเซี่ยเฉียว เว้นแต่จะมีคำสั่งพิเศษ!
หญิงชรารับใช้นางนั้นถูกนำตัวมาทันที
กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่นางกำเอาไว้ในมือหล่นลงมาทันใด
เซี่ยผิงกั่งหยิบขึ้นมาดูทันที
เขาเห็นแต่ข้อความว่า ‘แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน ไป่จินขอให้ท่านช่วยชีวิต ได้โปรดออกมาเจรจา!’
“ไป่จินนี่ใคร” เซี่ยผิงกั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด “เซี่ยครึ่งเซียนนี่คือใคร เจ้า? เจ้าไปเอาชื่อบ้าๆ บอๆ นี่มาจากไหน หากเรื่องนี้แพร่ออกไปก็จบกัน เจ้ายังอยากแต่งงานอยู่หรือไม่”
หนังตาของเซี่ยเฉียวกระตุก
“ท่านเองก็แซ่เซี่ยนี่?” น้ำเสียงนางดื้อรั้น
เซี่ยผิงกั่งไม่สามารถทำอะไรน้องสาวผู้นี้ได้จริงๆ เห็นได้ชัดว่านางกำลังโกหกหน้าตาย
แต่พอคิดว่านางสุขภาพไม่ดี เขาก็ไม่กล้าแผดเสียงดังๆ ใส่
เขาจึงได้แต่พูดอย่างรำคาญ “ไม่ใช่ว่าชื่อนี้ไม่ดีนะ แต่อย่างที่ข้าพูดกับเจ้าไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ที่รับเจ้ากลับมาเมืองหลวงก็เพื่อจะหาครอบครัวดีๆ ที่ไม่กลัวดวงพิฆาตของเจ้าให้ และความคิดของคนในเมืองหลวงนี้ก็ไม่เหมือนพวกเรา พวกเขาตั้งแง่มีข้อเรียกร้องกับผู้หญิงมากเกินไป…เอาเป็นว่า เจ้าต้องทำตัวเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป เพื่อที่พวกเราจะได้หลอกคนมาให้กำเนิดลูกแก่เจ้าได้”
ผู้ชายไม่สำคัญหรอก หากเขาถูกดวงนางพิฆาตตายไป นั่น…ก็ช่วยอะไรไม่ได้
เขาแค่ขอให้เซี่ยเฉียวคลอดบุตรได้สำเร็จ ถึงตอนนั้นตระกูลเซี่ยจะช่วยนางดูแลเด็กเอง
ในอนาคตหากไม่มีผู้ชายแล้ว นางจะไปฝึกบำเพ็ญที่วัดหรือสำนักชีที่ไหนก็ไป อีกไม่กี่สิบปีหลังจากนั้นนางจะได้มีทายาทคอยดูแลและมีชีวิตที่ดี