ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 81 สนับสนุน / ตอนที่ 82 เมล็ดถั่วเงิน
ตอนที่ 81 สนับสนุน / ตอนที่ 82 เมล็ดถั่วเงิน
ตอนที่ 81 สนับสนุน
คนพวกนี้ดูเหมือนจะกังวลใจมาก นางเพิ่งมา บางทีอาจจะไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของสำนักศึกษานี้
ดังนั้นนางจึงไม่โกรธ และถามรายละเอียด “กฎของที่สำนักศึกษานี้ไม่ใช่ว่าเลือกวิชาได้เองหรือ”
“ใช่แล้ว เพียงแต่…” ฟังมู่เสวี่ยยืนขึ้น ถอนหายใจ และอธิบายว่า “สำนักศึกษาของเราจะมีการแข่งขันประเภทต่างๆ เป็นระยะๆ ทุกคนจะได้เรียนรู้จากกันและกัน เช่นนี้พวกเราจึงจะได้พบข้อบกพร่องของตนเอง…”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
“พี่มู่เสวี่ย ท่านอธิบายนางไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ใช่ว่านางไม่รีบร้อนออกไปก่อนแล้วนางจะไม่เป็นตัวถ่วงพวกเราเสียหน่อย” ซย่าหย่าอวิ๋นพ่นลมหายใจ “พวกเราเรือนคงกู่ต่างก็อยากไปเรือนหมู่ตันกันทั้งนั้น มีนางอยู่ด้วยอย่างนี้ เกรงว่าคนอื่นๆ คงมองว่าพวกเราเป็นพวกไม่มีสมองแน่ๆ!”
“หย่าอวิ๋น เจ้าลืมที่ท่านอาจารย์พูดเมื่อวานแล้วหรือ” ฟังมู่เสวี่ยรีบเอ่ย
เมื่อวานนางก็มีอคติกับเซี่ยเฉียว
แต่นางกลัวมากกว่า ถึงอย่างไรคุณชายคุณหนูตระกูลเซี่ยก็ค่อนข้างมีชื่อเสียง
เมื่อมาคิดดูให้ดีที่ท่านอาจารย์พูดก็ถูก ตอนนี้ใต้เท้าเซี่ยเป็นขุนนางไม่ใช่โจรแล้ว ส่วนแม่นางเซี่ย…
ดูๆ ไปนางก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
แม้ว่าจะไม่ได้คบหากัน แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดจาไม่ดีต่อกัน
“ข้าพูดความจริงนี่ จะปล่อยให้นางคนเดียวมีผลกระทบต่อพวกเราทั้งหมดได้อย่างไร” ซย่าหย่าอวิ๋นไม่ลดละ
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ผ่านไปสักพักนางก็เอ่ย “เจ้าแซ่อะไรหรือ”
“ซย่า!” ในใจซย่าหย่าอวิ๋นแข็งกร้าว
“อ๋อ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “จากที่ฟังเจ้าพูดมา เจ้าอยากจะย้ายไปเรือนหมู่ตันหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ใครจะไม่อยากไปล่ะ!” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ย
“การจะไปเรือนหมู่ตันไม่ได้อาศัยแค่ความสามารถของตัวเองหรอกหรือ แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะ หรือจะพูดว่า พอมีข้าอยู่ด้วยแล้วพวกเจ้าทั้งหมดก็ไม่สามารถที่จะเข้าเรียนที่เรือนหมู่ตันได้แล้ว?” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
หญิงสาวที่ชื่อมู่เสวี่ยพูดจาด้วยน้ำเสียงค่อนข้างนุมนวล นางแค่ต้องการบอกว่าจะมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างนักเรียน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้บังคับ เพียงแต่คนอื่นต่างก็อยากไป เมื่อมีแต่นางที่ไม่ไปจึงดูไม่เหมาะสมอยู่บ้าง
นางก็เข้าใจได้
แต่คำพูดของซย่าหย่าอวิ๋นกลับไม่รื่นหูนัก
“แม่นางเซี่ย…” ฟังมู่เสวี่ยมองหน้าทั้งสองคนด้วยความลำบากใจก่อนจะเอ่ย “ที่จริงแล้ว…มันเป็นอย่างนี้ เวลาแต่ละเรือนต้องขอคำแนะนำระหว่างกันจะมีการให้คะแนนด้วย”
“เรือนไหนที่ได้คะแนนยอดเยี่ยมก็จะได้รับรางวัลในแต่ละเดือน” นางเอ่ยเสริม
เซี่ยเฉียวชะงักไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น “รางวัล? ในแผ่นพับนี่ไม่ได้บอกไว้…”
อาจารย์สวีนี้เจ้าเล่ห์ไปหน่อยไหม
เมื่อเห็นท่าทางมึนงงของนาง ฟังมู่เสวี่ยก็อดยิ้มไม่ได้ “ไม่ได้เขียนไว้หรอก รางวัลเยอะมากทีเดียวล่ะ”
“แม่นางเซี่ยก็รู้นี่ว่าค่าเล่าเรียนของสำนักศึกษาค่อนข้างสูง ในเรื่องต่างๆ ก็ต้องใช้เงินด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นสำนักศึกษายังมีข้อกำหนดอีกอย่างซึ่งก็คือ ในทุกๆ สองเดือนนักเรียนของแต่ละเรือนจะต้องออกไปแจกจ่ายข้าวต้มทำความดีข้างนอก ทุกคนจะเปรียบเทียบกันว่าใครใช้เงินทำบุญไปมากกว่ากัน ส่วนเงินจำนวนนี้ปกติก็จะได้มาจากการแข่งขันนี่ล่ะ”
สำนักศึกษาช่างมีกฎเกณฑ์มากมาย
อย่างเช่นแม้ว่าจะเป็นองค์หญิงองค์ชายก็ไม่สามารถใช้สถานะของตนเองมากดข่มคนอื่นในที่นี้ได้
หากใครกล้าตะโกนว่า ข้าคือลูกสาวของตระกูลนั่นนี่ก็จะโดนไล่ออก
นอกจากนี้ ถ้าหากใครไม่ได้รับเงินจากสำนักศึกษาเพียงพอให้ทำการกุศล ก็จะต้องจดบัญชีไว้ แล้วนำเงินที่บ้านมาสนับสนุน
ที่บ้านจึงไม่อาจขาดแคลนเงินจำนวนนี้
แต่ปัญหาอยู่ที่วัฒนธรรมการเปรียบเทียบในเมืองหลวงนี้รุนแรงมาก!
หากบ้านไหนต้องอุดหนุนเงินทำความดีแล้ว ลูกๆ ของบ้านนั้น…ก็ยากที่จะดูตัวได้!
ทุกคนจึงได้แต่ต้องทำตามข้อกำหนดอย่างเอาเป็นเอาตายอย่างช่วยไม่ได้เท่านั้น
ตอนนี้เมื่อมีเซี่ยเฉียวมาแล้ว
ทำให้งานของพวกนางยากขึ้นจริงๆ
ตอนที่ 82 เมล็ดถั่วเงิน
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
นางนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีลูกเล่นมากมายในสำนักศึกษาแห่งนี้
“ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แม่นางท่านนี้ช่วยบอกข้าเพิ่มเติมได้ไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยนุ่มนวลพลางมองไปที่ฟังมู่เสวี่ย
“เจ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือ” ฟังมู่เสวี่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ยังมีคนในเมืองหลวงแห่งนี้ที่ไม่รู้เรื่องกฎของสำนักศึกหลวงด้วย?!
“ข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน” เซี่ยเฉียวกล่าวไม่รีบร้อนแต่ก็ไม่ชักช้า
“เป็นไปไม่ได้ ข้าว่าเจ้าแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องมากกว่า ถึงขนาดมาเรียนที่นี่แล้ว เจ้าจะไม่รู้เรื่องกฎเกณฑ์เลยได้อย่างไร” ซย่าหย่าอวิ๋นไม่เชื่อนางเลยแม้แต่น้อย
ในเมืองหลวงมีสำนักศึกษาใหญ่ๆ อยู่ทั้งหมดสามแห่ง คนที่มาเรียนที่สำนักศึกษาหลวงนี้ไม่ได้มาเพื่อเรียนเท่านั้น!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง สาเหตุหลักมาจากชื่อเสียงที่เข้มงวดของสำนักศึกษาแห่งนี้!
ตอนที่นางมาเรียนที่สถานศึกษาเมื่อก่อนนั้น นางเฝ้าคิดทบทวนกฎเกณฑ์ภายในทั้งหมด เพราะกลัวว่าจะทำอะไรไม่ดีลงไป!
เซี่ยเฉียวเองก็จนใจ
“ข้าแค่ได้ยินว่าหอหนังสือของสำนักศึกษามีหนังสือหายากมากมายก็เลยอยากมาเปิดหูเปิดตาสักหน่อย” เซี่ยเฉียวกล่าวอย่างเรียบง่าย
ทุกคนมองนางด้วยสายตาแปลกประหลาดเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้
“เจ้า…น่าจะคิดผิดแล้วล่ะ” ฟังมู่เสวี่ยส่ายศีรษะ “หนังสือในสำนักศึกษาของเราไม่ได้ให้อ่านกันง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก”
“ว่าอย่างไรนะ” เซี่ยเฉียวหน้านิ่วเล็กน้อย
“หนังสือพวกนั้นล้วนเป็นหนังสือหายากและเป็นต้นฉบับ หากปล่อยให้ทุกคนสามารถอ่านได้ หนังสือเหล่านั้นจะคงจะเสียหายไปนานแล้ว” ฟังมู่เสวี่ยถอนหายใจ
เซี่ยเฉียวพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น “ก็จริง”
“นักเรียนทั่วไปสามารถเข้าไปอ่านหนังสือได้ที่ห้องหนังสือเล็กๆ แค่ไม่กี่ห้อง หอสมุดจริงๆ จะอนุญาตให้คนเพียงไม่กี่คนได้เข้าไปสักครั้งในแต่ละเดือน หากเจ้าอยากเข้าไปก็จะต้องมีก้อนทองหรือก้อนเงินให้พอก่อน”
ขณะที่ฟังมู่เสวี่ยพูดก็หยิบกระเป๋าเงินใบเล็กออกมา จากนั้นจึงเทก้อนเล็กๆ ข้างในออกมา
เซี่ยเฉียวมองดู
มีอยู่สองสีคือสีทองและสีเงิน ลักษณะกลมๆ และมีลวดลายเล็กน้อยอยู่ด้านบน
“มันคือเจ้านี่ล่ะ สิบเมล็ดถั่วเงินจะเท่ากับหนึ่งตำลึง ที่สำนักศึกษาแม้ว่าเจ้าจะใช้พวกพู่กันหมึกกระดาษที่เตรียมมาเองได้ แต่ทุกครั้งที่ส่งงานให้อาจารย์จะต้องใช้กระดาษที่ประทับตราแล้วเท่านั้น มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นโมฆะ ซึ่งกระดาษที่ว่านี้ก็ต้องใช้ถั่วเงินซื้อ นอกจากนั้นของว่างที่พวกเรากินแต่ละวันก็ต้องใช้ถั่วเงินซื้อ ส่วนเมล็ดถั่วทองนี่จะใช้หลักๆ ที่หอหนังสือ”
ฟังมู่เสวี่ยมีความอดทนค่อนข้างสูง
แต่เซี่ยเฉียวแทบจะกระอักเลือดแล้ว
นาง…มีสุขภาพร่างกายไม่ดีและไม่อยากทำงานหนัก
นางแค่อยากจะมาบำรุงร่างกายและไปหอหนังสือเพื่ออ่านหนังสือเป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้ดูๆ แล้ว…ไม่น่าจะได้อ่าน?
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
ฟังมู่เสวี่ยรู้สึกว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้น่าสงสารมาก
นางเพิ่งมาเรียนในวัยนี้จะต้องเรียนไม่ทันแน่นอน ส่วนที่นางบอกว่าอยากอ่านหนังสือ…
ไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องจริง
“วิธีนี้…เริ่มมีมาตั้งแต่ก่อตั้งสำนักศึกษาเลยหรือ” เซี่ยเฉียวอดบ่นพึมพำไม่ได้
“ใช่แล้ว เป็นเช่นนี้มาตลอด” ฟังมู่เสวี่ยพยักหน้า
เซี่ยเฉียวระบายลมหายใจ
“แม่นางเซี่ย จริงๆ แล้วพวกเราหวังดีกับเจ้านะ ข้อกำหนดของเรือนหมู่ตันและเรือนคงกู่แต่ละข้อนั้นสูงมาก ค่าใช้จ่ายก็สูงเช่นกัน แต่ที่เรือนไห่ถังนั้นแตกต่างออกไป เด็กผู้หญิงที่นั่นอายุไม่มาก เงินบริจาคที่ต้องการก็น้อย แค่ทำตัวดีๆ เชื่อฟัง ก็ทำเงินถึงได้ไม่ยากแล้ว” ฟังมู่เสวี่ยเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“พี่มู่เสวี่ยท่านก็อ่อนโยนเกินไป! เซี่ยเฉียว พวกเราที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า! น้องสาวของเจ้าก็อยู่เรือนไห่ถังไม่ใช่หรือ เจ้าไปอยู่กับนางที่โน่นสิ!”
“ไม่ไป” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
“เจ้าว่าไงนะ! นี่เจ้าไม่ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือ!” ซย่าหย่าอวิ๋นออกอาการโมโห
“ข้าบอกว่าไม่ไป แม่นางซย่า ตัวเองไม่เข้าใจภาษาคนก็เลยคิดว่าคนอื่นจะหูไม่ดีด้วยอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวควบคุมน้ำเสียงของตนเองไว้ ไม่ให้ดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
สุขภาพร่างกายของนางไม่ดี ไม่ค่อยโกรธง่ายๆ
ทว่าในเวลานี้นางรู้สึกเบื่อหน่ายซย่าหย่าอวิ๋นคนนี้จริงๆ