ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 83 อึดอัดใจ / ตอนที่ 84 หิว
ตอนที่ 83 อึดอัดใจ / ตอนที่ 84 หิว
ตอนที่ 83 อึดอัดใจ
น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวมั่นคงและแฝงอารมณ์ล้อเล่น
“เงินบริจาคครั้งนี้ทุกคนต้องแบ่งกันรับผิดชอบ เว้นแต่ข้าจะทำด้วยตัวเองไม่ได้ มิฉะนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้พวกเจ้ามารับผิดชอบแทนใช่ไหม” เซี่ยเฉียวค่อยๆ ผ่อนอารมณ์ของนางลงเล็กน้อย นางเอ่ยขึ้นช้าๆ
“เป็นเช่นนั้น แต่เจ้า…” ฟังมู่เสวี่ยกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย “เพียงแต่เงินบริจาคครั้งนี้ไม่น้อย เหลือเวลารวบรวมเงินอีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น ทุกคนในเรือนคงกู่ของพวกเราต้องเตรียมเงินกันคนละห้าร้อยเมล็ดถั่วเงิน”
ห้าร้อยเมล็ด?
ไม่น้อยจริงๆ ด้วย
คนพวกนี้บอกว่าสามารถใช้เงินซื้อเมล็ดถั่วเงินได้เช่นกัน แต่เมื่อมาคิดดูแล้ว ในเมื่อสำนักศึกษามีกฎเกณฑ์ทำนองนี้ อย่างนั้นเงินที่ทางบ้านจะต้องสนับสนุนน่าจะต้องเกินกว่ามูลค่าของเมล็ดถั่วเงินพวกนี้ไปอีกมาก
แน่นอนว่าเรื่องสำคัญก็คือชื่อเสียงของคนคนนั้นจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ถ้าหากตนเองไม่สามารถให้ถั่วเงินได้ และยังไม่ยอมให้ทางบ้านสนับสนุน ก็จะต้องแบ่งสรรให้นักเรียนคนอื่นๆ ร่วมรับผิดชอบ หรืออาจจะส่งผลต่อการประเมินโดยรวมของเรือนคงกู่
“ขอบคุณที่แม่นางเตือน ข้าจะคิดหาหนทาง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“เฮอะ พูดน่ะง่าย สุดท้ายแล้วอย่าไปขอความช่วยเหลือจากทางบ้านก็แล้วกัน พวกเราเรือนคงกู่หากต้องพึ่งพาเงินทำบุญจากที่บ้าน พวกเราก็ไม่มีหน้าไปพบปะผู้คนแล้ว!” ซย่าหย่าอวิ๋นจงใจเอ่ย
“ในเมื่อข้าบอกว่าข้าจะหาวิธีก็แปลว่าข้าจะต้องทำได้ คงไม่ต้องรบกวนแม่นางซย่าวิพากษ์วิจารณ์ยุ่งวุ่นวายเรื่องของข้าหรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเย็นชา
“แล้วหากเจ้าทำไม่ได้ล่ะ!” ซย่าหย่าอวิ๋นยังไม่ยอมปล่อยเซี่ยเฉียวไป
เซี่ยเฉียวยังไม่ทันได้พูดอะไร ซย่าหย่าอวิ๋นก็พูดเองเออเอง “หากเจ้าไม่ได้รับเมล็ดถั่วเงินก็ออกจากเรือนคงกู่ของพวกเราไปเลยสิ ว่าอย่างไรล่ะ! ข้าไม่สนหรอกว่าจะไปที่เรือนฉยงฮวาหรือเรือนไห่ถัง ถึงอย่างไรที่นี่ก็ไม่เหมาะกับเจ้า!”
เซี่ยเฉียวก้มศีรษะลงเล็กน้อย แล้วถูกระดิ่งเล็กๆ บนข้อมือ
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่านักเรียนของเรือนคงกู่จะมีความสามารถแค่ไหน แต่เมื่อดูพฤติกรรมของแม่นางซย่า ข้าก็มั่นใจว่าคุณธรรมของแม่นางซย่านั้นไม่ได้ดีเท่าไรนัก” เซี่ยเฉียวพูดพลางยิ้มเยาะ “หากข้าไม่สามารถทำตามข้อกำหนดของเรือนคงกู่นี้ได้จริงๆ ไม่ต้องรอให้พวกเจ้าเตือนความจำหรอก ข้าจะไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมเอง เพียงแต่ว่า…”
“แม่นางซย่า ข้าคิดว่าคุณลักษณะของเจ้าทำให้เรือนคงกู่ตกต่ำลง ข้าสามารถเชิญเจ้าออกไปได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ
น้ำเสียงของนางสุภาพอ่อนโยนเกินไปราวกับว่ากำลังพูดเรื่องธรรมดาทั่วไปสักเรื่อง
อันที่จริงวันนี้ยังมีบางคนที่รอคอยจะได้เห็นเซี่ยเฉียวอึดอัดคับข้องใจ
ถึงอย่างไรตระกูลเซี่ยที่มีชาติกำเนิดเป็นโจรในสายตาของคนบางคนก็หยาบคายป่าเถื่อน
สายเลือดชนชั้นสูงมองดูคนธรรมดาหยาบคายที่ต่ำกว่าพวกเขา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือท่าทีของเซี่ยเฉียวกลับสงบนิ่งมาก
ไม่หวั่น ไม่โกรธ ไม่ตกใจ ไม่กลัว
การแสดงออกของนางเรียบง่ายราวกับกำลังสนทนาภายในครอบครัว กระทั่งใช้น้ำเสียงเนิบช้าราวกับสายลมพัดแผ่วเบา ทำให้คนรู้สึกผิดบาปและต่ำต้อยได้อย่างง่ายดาย
เด็กสาวจากครอบครัวโจรกลับบริสุทธิ์ไร้ฝุ่นแปดเปื้อนได้ขนาดนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกละอายใจได้อย่างน่าขัน
ซย่าหย่าอวิ๋นโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
นางเองก็รู้ว่าการกระทำเช่นนั้นค่อนข้างก้าวร้าว แต่นางเกลียดคนตระกูลเซี่ย
โดยเฉพาะน้องสาวร่วมบิดามารดาของเซี่ยผิงกั่ง!
ใครใช้ให้เซี่ยผิงกั่งรังแกพี่หญิงต่งของนางกันล่ะ!
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร เซี่ยเฉียวก็อดยิ้มไม่ได้
“ที่แท้ก็มีคนกลุ่มหนึ่งอยากจะรังแกข้าคนเดียว? ข้าควรจะไปหาอาจารย์สักหน่อยให้ท่านช่วยตัดสิน อย่างไรก็ต้องมีใครสักคนอยู่ข้างเดียวกับข้าบ้าง ไม่อย่างนั้น…ข้ากลัวว่าในใจจะอึดอัด ไม่มีความสุข” เซี่ยเฉียวยิ้มก่อนจะลุกขึ้น
“ตกลง!” นางเพิ่งจะขยับ ซย่าหย่าอวิ๋นก็แค่นเสียงออกมาด้วยอารมณ์ “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะหาเงินทำบุญได้!”
นอกจากเงินบริจาคแล้ว ยังมีค่ากินดื่มในวันธรรมดาอีกด้วย!
พวกนางทั้งหมดเข้าเรียนที่สำนักศึกษามาตั้งแต่ประมาณสิบขวบ ดังนั้นพวกนางจึงมีเงินออมติดตัว เซี่ยเฉียวเป็นผู้มาใหม่จะทำได้อย่างไร!
ตอนที่ 84 หิว
เมื่อซย่าหย่าอวิ๋นพูดเช่นนั้น เซี่ยเฉียวก็ยิ้มทันที
ดีมาก
หลังจากนั้นไม่นานชั้นเรียนก็เริ่มขึ้น
บรรยากาศในห้องเรียนแปลกจริงๆ เป็นไปไม่ได้ที่อาจารย์หลี่ว์จะไม่ทันสังเกต แต่เขากลับแกล้งทำเป็นไม่เห็น
ไม่สนใจ ไม่สอบถาม
เซี่ยเฉียวกำลังครุ่นคิด วิธีการสั่งสอนคนของสำนักศึกษาที่นี่น่าจะเป็นที่การบ่มเพาะแบบบีบบังคับ
ตั้งแต่ที่ไม่อนุญาตให้บ่าวรับใช้ติดตาม และยังมีระบบถั่วเงินถั่วทองนี่ นางก็มองออกแล้ว
“หากเจ้าอยากได้ถั่ว เจ้าต้องเข้าร่วมในชั้นเรียนอื่นๆ…” ทันทีที่ชั้นเรียนของอาจารย์หลี่ว์จบลงก็มีใครบางคนข้างหลังกระตุกเซี่ยเฉียวเบาๆ แล้วเสียงที่ถูกกดให้เบาก็เอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวหันหลังกลับไปมอง นางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หญิงสาวผู้นั้นก้มหน้าลง “ถั่วห้าร้อยเมล็ดยากจะหาได้ในเวลาหนึ่งเดือน เจ้าอาจจะแพ้”
“เจ้ายังพูดเองเลยว่าอาจจะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ จากนั้นก็ยืดหน้าอกขึ้นและปรับลมหายใจ
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความประหลาดใจ
“หากเจ้าอยากได้เมล็ดถั่วก็สามารถคัดหนังสือ ปักผ้า หรือทำบัญชีให้ท่านอาจารย์ก็ได้… เพียงแต่ข้อกำหนดของอาจารย์สูงมาก หากไม่ผ่านเกณฑ์ เจ้าก็อดได้ถั่ว หรือว่าหากเจ้าทำของของอาจารย์พัง เจ้ายังจะต้องชดใช้ด้วย” สาวน้อยเอ่ยอีก
สาวน้อยดูเหมือนจะอายุสิบห้าสิบหกปีพอๆ กับตน
แต่นางค่อนข้างเตี้ยและรูปร่างเล็กกะทัดรัด
“ขอบใจ เจ้าชื่อ…”
“ข้าชื่อฉินหลิว” หญิงสาวเอ่ยด้วยใบหน้าเขินอายเล็กน้อย แล้วจึงหันหน้าวิ่งหนีไปทันที
เซี่ยเฉียวมึนงงเล็กน้อย
นางจะหนีไปทำไม
วันนี้นางไม่ได้รีบออกไปไหน และต้องการจะกินข้าวที่สำนักศึกษานี้ นางกำลังคิดว่ากินคนเดียวคงไม่อร่อยนัก…
เซี่ยเฉียวถอนหายใจเล็กน้อย
การเรียนหนังสือเป็นเรื่องยาก นับเป็นอีกวันหนึ่งที่นางคิดถึงวัดอีกแล้ว
ในสำนักศึกษานี้มีห้องอาหารขนาดใหญ่ทั้งหมดแปดห้อง ตำแหน่งยังแบ่งออกเป็น ‘เฉียน คุน รื่อ เย่ว์’ หนึ่ง สอง สาม สี่ แยกจากกัน
ด้านในไม่ต่างกันมากกับห้องอาหารอื่นๆ เพียงแต่เมื่อเป็นอาหารสำหรับคุณหนูคุณชาย จึงดูน่ากินและมีลูกเล่นมากมาย
ห้องอาหารแต่ละห้องยังถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน โดยมีชายและหญิงต่างยืนอยู่คนละด้าน
เซี่ยเฉียวพอจะเดาได้เล็กน้อย แล้วก็เป็นจริงดังที่นางคาด เมื่อนางไปที่ห้องอาหารก็พบว่าอาหารทั้งหมดต้องใช้ถั่วทองคำและถั่วเงินซื้อ!
และจานนี้ต้องซื้อด้วยถั่วทองเท่านั้น…กลายเป็นอาหารพระราชทานไปแล้ว?!
หนังตาเซี่ยเฉียวเต้นกระตุกยิกๆ
ในฐานะนักเรียนของเรือนคงกู่ เซี่ยเฉียวจะมีถุงหอมห้อยอยู่ที่เอว และภาพวาดบนถุงหอมนั้นเป็นดอกกล้วยไม้
คิดไปคิดมา นางก็คิดว่านักเรียนของเรือนไห่ถังซึ่งเป็นนักเรียนใหม่น่าจะมีการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องหิวโหยเพราะเพิ่งมาถึง
ปัญหาคือตอนนี้นางไม่มีถั่วเงินเลยแม้แต่น้อย
นางรู้สึกหิวจนอ่อนแรงแล้ว
เซี่ยเฉียวลูบตั๋วเงินที่อยู่ในอกเสื้อ นางไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่นางมีเงินแต่ไม่สามารถใช้ได้
“พี่หญิง” เซี่ยเฉียวกำลังจะจากไปเมื่อได้ยินเสียงเรียกอย่างเขินอายดังขึ้น
เมื่อนางกันกลับไปมอง ดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นทันที “ซีเอ๋อร์?”
“ทำไมไม่กินข้าว” เซี่ยซีขมวดคิ้ว ชี้ไปที่อาหารตรงนั้นแล้วมองที่ท้องของนาง
เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ข้าแค่จะมาดูน่ะ กลับบ้านค่อยไปกินก็ได้”
เซี่ยซียืนอยู่ที่นั่น นางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจึงคว้าเซี่ยเฉียวไว้ไม่ยอมปล่อย ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็แบมือที่กำถั่วเงินห้าเมล็ดไว้ข้างในออกมา “ให้ท่านพี่เจ้าค่ะ”
เซี่ยเฉียวมองนางด้วยความประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้นางได้รู้จากในจดหมายว่าเซี่ยซีเป็นเด็กสมองช้า มักไม่ค่อยพูด และชอบซ่อนเงิน
แต่ดูจากตอนนี้…ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ?
หากโง่ จะรู้ได้อย่างไรว่านางกำลังหิว
เซี่ยเฉียวไม่เคยมีความคิดจะดูโหงวเฮ้งเด็กด้วยตัวเองมาก่อน เนื่องจากเด็กเล็ก กระดูกยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ โหงวเฮ้งจึงเปลี่ยนง่าย ลักษณะนิสัยยังไม่แน่นอน ดูแล้วก็คงไม่แม่นยำ เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตอยู่ดี
เซี่ยซีเองก็เพิ่งจะสิบสองปี และตอนนี้นางยังมีใบหน้ากลมเล็กน้อย จึงยังไม่ต้องการคาดเดาเกี่ยวกับชีวิตของนาง
แต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวรู้สึกอบอุ่นในใจ
นี่คือน้องสาวของนาง?