ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 85 สมบัติล้ำค่า / ตอนที่ 86 ทดสอบ
ตอนที่ 85 สมบัติล้ำค่า / ตอนที่ 86 ทดสอบ
ตอนที่ 85 สมบัติล้ำค่า
เซี่ยเฉียวยิ้มให้เซี่ยซีด้วยสายตาอ่อนโยน
นางเพียงแต่เห็นเซี่ยซีก้มหน้าก้มตาทันที ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า “จะต้องคืนนะ…สิบเมล็ด”
“…” เซี่ยเฉียวเปลือกตากระตุกทันที
นางเกือบจะคิดว่าตัวเองได้ยินผิดไปแล้ว
“คืนเป็นเงิน…ก็ได้เจ้าค่ะ” เซี่ยซีเอ่ยเสริม
หัวใจของนางหนาวเหน็บไปชั่วครู่ เดิมทีคิดว่าน้องสาวผู้นี้เป็นเสื้อกันหนาวบุฝ้ายตัวเล็กๆ อันอบอุ่น แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีรูรั่วเล็กน้อย
“ตกลง จะใช้คืนแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าได้ยินมาว่าถั่วเงินเหล่านี้หาได้ยากมาก เจ้ามีพอใช้หรือ”
“ก็ไม่ยากอะไรนี่” เซี่ยซีเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาฉายแววงุนงง
เซี่ยเฉียวตกตะลึง เนื่องจากคนในเรือนคงกู่ไม่ได้พูดอย่างนี้ จึงถามต่ออย่างรวดเร็ว “เจ้าหาถั่วเงินพวกนี้มาได้อย่างไร”
เซี่ยซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง แววตานางใสซื่อบริสุทธิ์ “ข้าก็วิ่งทำธุระ ซื้อของ ฝนหมึก เช็ดโต๊ะและเก้าอี้ ก็หาได้แล้ว”
เมื่อเซี่ยซีกล่าวเช่นนั้น เซี่ยเฉียวก็เข้าใจทันที
โดยทั่วไปแล้วถั่วเงินในสำนักศึกษานี้จะได้รับมาจากการเข้าเรียน ตัวอย่างเช่น ในชั้นเรียนงานฝีมือ ผ้าเช็ดหน้าคงจะขายออกได้บ้างตอนปีกลาย ดังนั้นสำนักศึกษาจึงให้ถั่วเงินเป็นรางวัลแก่นักเรียน อีกตัวอย่างก็เช่น ในชั้นเรียนเขียนอักษร หากนักเรียนทำได้ดี สิ่งที่วาดออกมาย่อมต้องออกมาดีด้วย เมื่อส่งที่เขียนให้ร้านหนังสือข้างนอก ย่อมต้องมีคนซื้อไม่น้อยเช่นกัน
อาจกล่าวได้ว่าสำนึกศึกษารับผิดชอบค่าใช้จ่ายของรางวัลส่วนหนึ่ง แต่ถั่วเงินส่วนใหญ่ล้วนเป็นรายได้จากค่าแรงของนักเรียนเอง
ส่วนเซี่ยซี…
วิธีการหาถั่วเงินของนางกลับมีปัญหาอยู่บ้าง
เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่นางทำ…ไม่ค่อยเหมาะสมกับสถานะสักเท่าไร
ในสำนักศึกษาไม่มีบ่าวรับใช้ ดังนั้นจะต้องมีเด็กสาวไม่น้อยที่เพิ่งมาเรียนที่นี่รู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง พวกนางหาถั่วเงินได้จากชั้นเรียนอื่น แล้วก็นำถั่วเงินนี้มาจ้างให้เซี่ยซีทำงาน…
ถึงอย่างไรเซี่ยซีก็เป็นลูกสาวของขุนนางเช่นกัน วิธีการหาเงินเช่นนี้กลัวว่าจะเป็นที่หัวเราะเยาะของคนอื่น
เบื้องหลังไม่รู้ว่าจะมีกี่คนขบขันว่าตระกูลเซี่ยไม่สามารถสอนลูกได้
เพียงแต่ว่า…
เมื่อเห็นสายตาใสซื่อบริสุทธิ์ของนาง เซี่ยเฉียวก็ดุนางไม่ลง
อีกอย่างถั่วเงินพวกนี้เซี่ยซีก็ได้มาอย่างถูกต้องตรงไปตรงมาจริงๆ ในแง่นี้ไม่มีอะไรน่าละอาย
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มและเอ่ยว่า “ซีเอ๋อร์ช่างมีความสามารถจริงๆ ถั่วเงินนี่ข้าขอสักหนึ่งวัน จะหาวิธีคืนให้เจ้าพรุ่งนี้นะ”
“ตกลง” เมื่อเซี่ยเฉียวยืนยันว่าจะคืนให้ เซี่ยซีก็ดีใจมาก
ถั่วเงินห้าเมล็ดใช้ซื้อของได้มากมายตราบเท่าที่นางไม่เลือกกิน
ขนมหนึ่ง น้ำแกงเนื้อหนึ่ง และผลไม้อีกหนึ่ง ยังมีเหลืออีกตั้งสองเมล็ด
“ฝ่าบาท นั่นคือแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนหรือ” องครักษ์โจวรู้สึกว่าเขาจำผิดคนแล้ว “ดูแล้วนางอยู่ที่นี่ไม่ใช่ว่าจะดีเท่าไรนะ…”
เมื่อนึกถึงว่าหญิงสาวผู้นี้สามารถขุดกระดูกกลางดึก จนได้เงินกว่าสองร้อยตำลึงไปจากมือของฝ่าบาท ณ เวลานี้นางยากจนเสียกระทั่งตัดใจใช้จ่ายถั่วเงินไม่ลงเชียวหรือ
เขายังนึกว่าหลังจากที่แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนมาเรียนที่สำนักศึกษานี้แล้ว นางจะต้องกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถหาเงินได้อย่างแน่นอน!
จ้าวเสวียนจิ่งมองนางจากระยะไกล ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นห้องอาหารของผู้หญิงที่กั้นด้วยผ้าม่านตรงกลาง ไม่ง่ายเลยที่พวกเขาจะเข้าใกล้นาง
เขาเพียงแค่เห็นเซี่ยเฉียวบรรจงเก็บถั่วเงินสองเมล็ดอย่างระมัดระวัง ดูเคร่งขรึมจริงจังมาก
คนที่ไม่รู้คงจะคิดว่านางเก็บสมบัติล้ำค่าอะไรใส่ไว้ในอกเสื้อ
“ที่นี่เป็นสำนักศึกษา เวลาเรียกนางให้ระวังคำพูดหน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งเตือน จากนั้นจึงเอ่ยยิ้มๆ “เจ้าไปดูหน่อยว่าช่วงบ่ายนางเรียนอะไร”
องครักษ์โจวรีบไปจัดการทันที
หาข้อมูลได้ไม่ยากนัก
“วันนี้ช่วงบ่าย นางมีเรียนกระบี่และการขี่ม้า” องครักษ์โจวทูล
จ้าวเสวียนจิ่งได้ยินดังนั้นก็หน้านิ่วคิ้วขมวด
ส่วนองครักษ์โจวก็อดสงสัยขึ้นมาในใจไม่ได้!
กระบี่?
แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน?
เขาไม่สามารถจินตนาการถึงท่าทางของเซี่ยเฉียวตอนถือกระบี่ยาวได้เลย!
ตอนที่ 86 ทดสอบ
ร่างกายของเซี่ยเฉียวบทจะเป็นลมก็หมดสติขึ้นมาได้ในทันที เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว
เขาถึงกับสามารถจินตนาการถึงท่าทางของหญิงสาวมองกระบี่ที่เปล่งประกายเยือกเย็นก่อนจะกลอกตาและฝืนเอาตัวรอดไปได้เลยทีเดียว
องครักษ์โจวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองไปยังเจ้านายของตนเอง
สีหน้าเขาดูสงบนิ่งมากราวกับไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม ความสามารถในการยอมรับของเขาช่างน่าทึ่งจริงๆ
“วันนี้ใครเป็นหมอที่อยู่เวรในสำนักศึกษา ให้เขาเตรียมตัวหน่อย…” จ้าวเสวียนจิ่งหยุดคิดครู่หนึ่ง “เจ้าไปที่วัง ไปเอายาดีๆ มา พวกที่บำรุงหัวใจบำรุงปราณ รักษาบาดแผลภายนอก…”
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะได้รู้เรื่องวิชาช่วงบ่ายหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม
นางขมวดคิ้วใบหน้าเคร่งขรึม
กระบี่…
นางไม่เป็นนี่!?
ทว่า…
มันไม่น่าจะต่างกันมากกับเวลาที่นางใช้กระบี่อาคมกำจัดปีศาจใช่ไหม
นางมีกระบี่อาคมแบบพกพาด้วย แต่กระบี่ที่อาจารย์มอบให้นางนั้นหนักเล็กน้อยจึงเก็บไว้ที่วัดสุ่ยเย่ว์ไม่ได้นำมาด้วย ในตะกร้าไม้ไผ่มีกระบี่ไม้ท้อขนาดแตกต่างกันอยู่เพียงไม่กี่เล่ม
ความหมายของกระบี่นั้นค่อนข้างพิเศษ ดังนั้นบนเสื้อคลุมเต๋าที่นางสวมก่อนหน้านี้จึงมีริ้วรูปกระบี่สองเล่ม เรียกว่าฮุ่ยเจี้ยน ซึ่งหมายถึงการขจัดความกังวล ราคะ และความโลภ
เซี่ยเฉียวคิดว่าตนเองพอเข้าใจการฝึกกระบี่แล้ว
ดีกว่าการขี่ม้ายิงธนู ซึ่งนางทำไม่ได้จริงๆ
หากนางขึ้นไปบนหลังม้าด้วยร่างกายนี้ วิญญาณของนางก็อาจจะถูกกระแทกหลุดออกไปเลยก็ได้
แต่ทั้งสองวิชานี้อย่างไรก็ต้องเข้าเรียน ซึ่งแต่ละครั้งนางจะต้องเรียนเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม
เซี่ยเฉียวรู้สึกปวดหัวจริงๆ นางถอนหายใจอย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นเซี่ยเฉียวมีสีหน้าลำบากใจ หลายคนในเรือนคงกู่ก็แอบยินดี
“โจรภูเขาที่ไม่เคยได้เห็นโลก ต่อให้เคยฝึกยุทธ์มาบ้าง ปกติก็คงจะได้ใช้แต่มีดทำครัวขนาดใหญ่หรอกกระมัง!” ใครบางคนแอบหัวเราะนาง
สำนักศึกษามีสนามฝึกยุทธ์โดยเฉพาะ
ซึ่งมีขนาดใหญ่มากและอยู่รวมกัน ภายในมีผู้ชายอยู่ด้วยไม่น้อย เพียงแต่จะอยู่ห่างไกลกันและไม่สามารถสื่อสารกันได้
เซี่ยเฉียวมาที่สนามฝึกนี้พร้อมกับคนอื่นๆ
เดิมทีนางค่อนข้างรู้สึกประหม่า แต่เมื่อได้เห็นกระบี่บนชั้นวางอาวุธ นางก็ผ่อนคลายทันที
กระบี่ไร้คม น้ำหนักค่อนข้างเบา ทั้งยังประดับพู่ห้อย ไม่ได้เป็นประเภทที่ไว้ใช้ฆ่าฟันกันพวกนั้น
ทุกคนเลือกหยิบมาคนละหนึ่งเล่ม และเซี่ยเฉียวเองก็หยิบเล่มหนึ่งมาถือไว้ในมือเช่นกัน หลังจากที่นางมองใกล้ๆ อย่างละเอียด จึงได้พบว่ากระบี่ไม่เพียงแต่ยังไม่ได้ลับคมดาบ หากยังมีการทาขี้ผึ้งบนใบมีดไว้อีกชั้นหนึ่งด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะกลัวพวกเด็กสาวจะทำตัวเองบาดเจ็บ
อาจารย์สอนวิชากระบี่เป็นหญิงผู้หนึ่ง
เมื่อฝึกยุทธ์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการสัมผัสแตะต้องร่างกายกันบ้าง หากเป็นอาจารย์ชายก็จะลำบากไม่น้อย
“วันนี้เรามาทดสอบกันหน่อย” ทันทีที่อาจารย์ปรากฏกายนางก็พูดอะไรที่น่าตกใจ “สิ่งที่จะใช้ทดสอบก็คือเพลงกระบี่ชมจันทร์ที่ข้าสอนไปเมื่อไม่กี่วันก่อน คนที่ต้องการเข้าร่วมก็ให้ยืนขึ้น ส่วนคนที่ไม่อยากเข้าร่วมก็นั่งดูการทดสอบได้ ผู้ชนะมีรางวัลให้อย่างงาม พยายามเข้านะทุกคน”
ขณะที่พูดนางก็ให้คนยกรางวัลออกมา
เซี่ยเฉียวมองดู
เป็นถั่วเงินจานเล็กแล้วก็เครื่องประดับศีรษะหนึ่งชุด
เซี่ยเฉียวไม่ได้สนใจเครื่องประดับศีรษะนั่น แต่นางเห็นถั่วเงินพวกนั้นแล้วก็รู้สึกอยากได้ขึ้นมา
จานเล็กๆ นั่น หากไม่ใช่ถั่วเงินแปดสิบเมล็ดก็น่าจะมีสักห้าสิบเมล็ดเลยใช่ไหม
เพียงแต่นางไม่รู้จักเพลงกระบี่ชมจันทร์เลยสักนิดเดียว
นางจึงได้แต่ยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับเขยื้อน
“ท่านอาจารย์ เพิ่งจะเรียนเพลงกระบี่ชมจันทร์แค่ไม่กี่วันเอง พวกเรายังทำไม่ได้เลย…”
“ใช่แล้วๆ ทดสอบเพลงกระบี่ตะวันยอแสงที่ท่านสอนเมื่อเดือนก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ เพลงนั้นพวกเราคุ้นเคยกันแล้ว มั่นใจได้เลยว่าพวกเราจะไม่พลาด!”
เด็กสาวแต่ละคนต่างก็รู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย
“ให้เวลาพวกเจ้ามาสองสามวันแล้ว หากยังทำไม่ได้ก็แสดงว่าพวกเจ้าไม่ได้ไปฝึกที่บ้าน วันนี้ข้าจะทดสอบเพลงนี้แหละ อ้อ จริงสิ ข้าได้ยินมาว่าอีกเดี๋ยวองค์ชายจะเสด็จมาเยี่ยมชมสนามฝึก พวกเจ้าตั้งใจกันหน่อย ถ้าหากทำออกมาไม่ดีก็จะทำให้สำนักศึกษาต้องขายหน้า” อาจารย์เอ่ยอีก
ดวงตาของเด็กสาวต่างก็เป็นประกายขึ้นทันทีที่นางพูดเช่นนี้ออกมา