ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 87 โชคหรือเคราะห์ / ตอนที่ 88 ลงชื่อ
ตอนที่ 87 โชคหรือเคราะห์ / ตอนที่ 88 ลงชื่อ
ตอนที่ 87 โชคหรือเคราะห์
สายตาที่ทุกคนมองอาจารย์เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“ท่านอาจารย์ องค์ชายที่ท่านว่า…คือองค์ชายองค์ไหนล่ะ คงไม่ใช่องค์ชายสี่หรอกนะเจ้าคะ” ใครบางคนเอ่ยปากถาม
อาจารย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เป็นองค์ชายรัชทายาท”
ทันทีที่นางพูดจบ เซี่ยเฉียวก็ได้ยินเด็กสาวพวกนี้ถอนหายใจเบาๆ พวกนางผิดหวังหรือนี่
องค์ชายรัชทายาทผู้นี้ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบเท่ากับองค์ชายสี่หรือ
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างแปลก เพียงแต่นางไม่เคยสนใจเรื่องคนอื่นอะไรเช่นนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้เอ่ยถาม
“ที่แท้ก็เป็นองค์รัชทายาท พวกเรารำกระบี่ได้งดงามแล้วจะอย่างไรล่ะ หรือจะหวังให้ฝ่าบาทชื่นชมพวกเราอย่างนั้นหรือ ดีไม่ดีหากฝ่าบาทเกิดถูกพระทัยขึ้นมาจริงๆ นั่นก็ถือเป็นเคราะห์ไม่ใช่โชคหรอก มีอะไรน่ายินดีล่ะ” มีเด็กสาวปากไวคนหนึ่งในหมู่พวกนางเอ่ยขึ้นมา
“เจ้าพูดเบาๆ หน่อย นั่นองค์รัชทายาทเชียวนะ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปเจ้ายังอยากจะมีหัวอยู่อีกไหม หากฝ่าบาทมาได้ยินเข้าจริงๆ จะเดือนร้อนกันทั้งตระกูล!” คนที่อยู่ข้างๆ นางเอ่ยด้วยเสียงที่กดให้เบา
เด็กสาวนางนั้นได้ยินก็ก้มหน้าลงกวัดแกว่งเท้า และแค่นเสียงออกมาหนึ่งทีด้วยความไม่พอใจ
“ข้าไม่ชอบฝ่าบาท แต่มีบางคนชอบนี่! อีกอย่างฝ่าบาทก็ไม่ได้จะมาดูพวกเราจริงๆ เสียหน่อย”
เสียงพูดพึมพำไม่ได้มาจากแค่ที่เดียว
มีคนรังเกียจองค์รัชทายาท แต่ก็มีบางคนที่ยังแสดงออกว่ายินดี
“ข้าได้ยินมาว่ารัชทายาทกำลังไขคดีใหญ่คดีหนึ่งอยู่ ช่วงนี้ท่านพ่อข้าเป็นกังวลจนผมแทบจะร่วงหมดหัวอยู่แล้ว มีคนเกลียดเขาเยอะจะแย่ พอผ่านไปอีกสักพัก เมื่อเรื่องที่ฝ่าบาทนำขึ้นทูลถูกตรวจสอบแน่ชัด ลานประหารคงนองไปด้วยเลือด”
“คดีใหญ่ขนาดนั้นเลย?”
“จะไม่ใช่ได้อย่างไร เกี่ยวข้องกับคนตั้งมากมายขนาดนั้น ถึงอย่างไรครั้งนี้รัชทายาทก็นับว่าทำผลงานใหญ่ แต่พระองค์ก็ทำให้หลายคนขุ่นเคืองด้วย”
พวกนางต่างก็เป็นลูกสาวตระกูลขุนนาง เรื่องบางเรื่องพวกนางก็พอรู้อยู่บ้าง
เวลานี้จึงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างคึกคัก
อย่างไรก็ตามพวกนางก็ได้แต่แอบพูดคุยกันเท่านั้น ไม่กล้าพูดคุยกันเสียงดัง
เซี่ยเฉียวอยู่ใกล้พวกนางมาก เวลานี้จึงได้ยินบางถ้อยบางคำ แล้วจึงนำมาปะติดปะต่อความด้วยตัวเอง
“เอาล่ะ คนที่คิดจะเข้าร่วมให้มายืนทางด้านขวา” อาจารย์วิชากระบี่กวาดตามองทุกคนพลางเอ่ย
ไม่รู้เพราะเหตุใดเซี่ยเฉียวมักรู้สึกว่าอาจารย์ท่านนี้ดูเหมือนจะเหลือบมองนางอยู่เสมอ
นางก็ไม่รู้ว่านั่นหมายความว่าอย่างไร
เซี่ยเฉียวยืนอยู่ตรงตำแหน่งเดิมไม่ไปไหน และไม่เตรียมตัวลองด้วย
แม้ว่าตอนนี้เรี่ยวแรงยังนับว่าดีอยู่ แต่ทุกครั้งที่นางกวัดแกว่งกระบี่จะต้องหอบหายใจอยู่พักหนึ่ง รู้สึกทรมานไปทั้งร่าง!
“เซี่ยเฉียว ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากหาถั่วเงินเพื่อทำบุญด้วยตัวเองหรอกหรือ ตอนนี้มีถั่วเงินมากมายรออยู่ที่นี่ เจ้าไม่อยากจะลองสู้ดูหน่อยหรือ” ซย่าหย่าอวิ๋นปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง
“ข้าไม่เคยเรียนเพลงกระบี่ชมจันทร์มาก่อน” เซี่ยเฉียวพูดตรงๆ โดยไม่ได้รู้สึกละอาย
“ข้าว่าไม่ว่าอะไรเจ้าก็ไม่เคยเรียนมาก่อนมากกว่า?” ซย่าหย่าอวิ๋นเย้ยหยัน “เซี่ยเฉียว ข้าหวังดีกับเจ้าจริงๆ นะ ที่เรือนคงกู่ของพวกเรามีวิชาที่ต้องเรียนมากมาย นอกจากกระบี่แล้วยังมีอย่างอื่นอีกนะ แต่ละอย่างเจ้าก็ไม่เคยเรียนมาก่อนทั้งนั้น ต่อไปอยู่ท่ามกลางพวกเราจะไม่เหมือนไม้ผุๆ ที่อยู่ท่ามกลางทองคำหรือ!”
หลังจากที่ซย่าหย่าอวิ๋นพูดจบก็มีเด็กสาวข้างกายนางสองสามคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“หย่าอวิ๋น เจ้าจะว่าแม่นางเซี่ยอย่างนั้นไม่ได้นะ” ฟังมู่เสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น “ผู้หญิงที่เรียนกระบี่ก็ไม่ได้มีมากมายอะไร”
“ข้าก็แค่พูดความจริงออกมาเท่านั้น ข้าไม่ได้พูดอะไรผิดนี่ นางไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ก็ต้องให้นางสละตำแหน่งสิ” ซย่าหย่าอวิ๋นยังไม่ลดละ
จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดอาจารย์ผู้เฒ่าจึงให้นางลงจากเขา
ในช่วงหลายปีที่อยู่บนเขานางเล่าเรียนโดยไม่สุขไม่ทุกข์เหมือนคนชราที่สงบนิ่งแล้ว
แต่เมื่อลงมาจากเขา นางกลับต้องมาเจอคนแบบซย่าหย่าอวิ๋น…น่ารังเกียจ
พูดพล่ามไม่รู้จบ พยายามก่อกวนวิถีเต๋าในใจนางตลอดเวลา
นี่คือบททดสอบ
ตอนที่ 88 ลงชื่อ
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจเล็กน้อย
นางอดกลั้นจนผ่านพ้นไป นางเป็นผู้มีจิตใจสูงส่งที่ให้อภัยคนได้อย่างไม่มีใครเปรียบ!
เซี่ยเฉียวก้มหน้า
“เป็นอย่างไรล่ะ ไม่มีอะไรจะพูดแล้วสิ คนอย่างเจ้าข้าเจอมามาก ไม่ต่างอะไรกับสาวใช้ที่ไม่รู้ความในบ้านของข้า ทั้งที่ตัวเองเกิดมาเป็นบ่าวรับใช้ กลับเพ้อฝันอยากจะเป็นนายคนบ้าง ต่อให้ทำได้แล้วอย่างไร ความต่ำต้อยที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดน่ะแก้กันไม่ได้หรอกนะ!”
เซี่ยเฉียวหนังตาเต้นกระตุกทันที
เกรงว่าวิถีเต๋าในใจนางจะถูกทำลายลงเสียแล้ว
เพราะว่า…
นางทนไม่ไหวแล้วจริงๆ!
“ก็ไม่รู้ว่ามีลมประหลาดอะไรพัดเอากลิ่นเหม็นๆ นี่มา” เซี่ยเฉียวเงยหน้าและพูดขึ้นช้าๆ “อย่างไรคือต่ำ ในความเห็นของข้า ปากอย่างใจอย่างคือต่ำ มีความชั่วในใจคือต่ำ การพูดให้ร้าย ความโลภ และริษยานั้นยิ่งต่ำ ข้าถามตัวเองแล้วว่าข้าไม่มีแม้สักข้อหนึ่ง แม่นางซย่า เจ้าล่ะคิดว่าว่าตัวเจ้าเองต่ำเพียงไหน”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องยอมรับหรอก ต่ำหรือไม่ ข้ามีตาดูได้เอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
พอพูดจบนางก็ก้าวเท้าเดินไปทางด้านขวา
นางไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ลงชื่อพวกนั้น จากนั้นจึงเอ่ยกับอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์ ข้าไม่เคยเห็นเพลงกระบี่ชมจันทร์มาก่อน แต่ในเมื่อต้องการทดสอบ คนเยอะๆ ก็คึกคักดี ขอให้ท่านอาจารย์สอนข้าสักครั้ง ข้าก็จะเรียนและแสดงตอนนี้เลย”
ท่านอาจารย์ชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าจะลงชื่อ?”
“ใช่เจ้าค่ะ จะได้ไม่มีพวกคนต่ำๆ ที่มักมองข้าด้วยเจตนาร้าย หากพวกนางแค่คิดในใจ ไม่ได้ทำอะไรข้าก็ไม่เป็นไร แต่พวกนางมักจะชอบสร้างปัญหา ทำให้ข้าหงุดหงิดรำคาญใจ”
“พอข้าหงุดหงิดก็จะรู้สึกอึดอัด”
“พอข้ารู้สึกอึดอัดก็จะรู้สึกหายใจลำบากอยากจะเป็นลม ร่างกายข้าไม่ดีมาตั้งแต่เล็ก หากข้าเป็นลมล้มไปที่นี่ อย่างน้อยก็ไม่น่าจะดีกับแม่นางซย่า”
ทุกคนที่อยู่ในนั้นตกใจเล็กน้อย
ฝีปากของเซี่ยเฉียวนี่มัน…
ร้ายกาจ ร้ายจนทำให้คนโกรธจนควันออกหูได้!
นางพูดออกมาแค่ไม่กี่คำ และคำที่พูดวกไปวนมาเหล่านั้นใช้ภาษาสละสลวย แต่กลับทำให้คนจุกจนไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร!
หากด่านางกลับคงจะแย่ลงไปกว่านี้อีก
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกอัดแน่นอยู่ภายในใจ ดวงตาลุกเป็นไฟ นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีไฟร้อนแรงแผดเผา
ส่วนเซี่ยเฉียวที่มีร่างกายผอมบางยืนอยู่ตรงนั้น ให้ความรู้สึกสูงส่ง มีเกียรติจนไม่อาจดูหมิ่นได้แม้แต่น้อย แต่ก็ไม่เหมือนหิมะสีขาวที่เย็นชาและไร้ความปรานีเสียทีเดียว กลับเหมือนพระจันทร์ที่สว่างไสวงดงามอย่างยิ่งมากกว่า
นางสงบนิ่ง เบาสบาย ดุจพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก
นางคือแม่นางเซี่ย ครึ่งเซียน
นางรู้ดีว่าครึ่งเซียนต้องปฏิบัติอย่างไร ในเมื่อนางสอนอาจารย์ของนางจนมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นได้ นางย่อมมั่นใจว่าจะสามารถจัดการภาพลักษณ์ตนเองได้เช่นกัน
อาจารย์อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติกลับมาและกระแอมไอ “ในเมื่อ…เจ้าต้องการร่วมด้วยก็ไม่มีปัญหา พอทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ข้าจะแสดงให้เจ้าดูรอบหนึ่ง แค่รอบนี้รอบเดียวเท่านั้น พวกเจ้าต้องเปรียบเทียบข้อบกพร่องของตนเอง ตอนทดสอบข้าจะปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
ซย่าหย่าอวิ๋นกำหมัดแน่น นางขยับไปยืนอยู่ทางด้านขวาด้วยอารมณ์ฮึดฮัดขัดข้องใจ
“นึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะหรือไง ดูแค่ครั้งเดียวก็จะทำได้ พูดโม้อะไรใหญ่โต!” ซย่าหย่าอวิ๋นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ตอนนี้คนอื่นๆ ต่างก็เงียบไปกันหมดแล้ว
อย่างไรเสียเซี่ยเฉียวผู้นี้ก็ปากร้าย หากถูกนางด่าเหมือนซย่าหย่าอวิ๋นเข้าคงน่าอายจริงๆ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคล้อยตาม ซย่าหย่าอวิ๋นก็รู้สึกหดหู่ใจมากขึ้น
แค่ต้องรอให้เซี่ยเฉียวทำตัวเองขายหน้าเท่านั้น
ไม่นานนักอาจารย์ก็แสดงเพลงกระบี่ชมจันทร์ให้ดูหนึ่งรอบ
เพลงกระบี่นี้แบ่งออกเป็นกระบี่ยาวและกระบี่สั้น ส่วนใหญ่แล้วที่เรือนคงกู่จะใช้กระบี่ยาว พู่กระบี่ก็ยาวเช่นกัน ยามกวัดแกว่งไปมาน่าดูชมยิ่งนัก
เพลงกระบี่ชมจันทร์ท่าทางดุจโบยบิน กระบี่ยาวในมือส่องประกายเย็นเยียบพราวตา
เซี่ยเฉียวมองอย่างระมัดระวังและจารึกทุกท่วงท่าของอาจารย์ลงในสมองของนางอย่างเก็บรายละเอียด
มือนี้วาดกระบี่ผ่านไป คล้ายจะหยิบเอายันต์ หมุนร่างเป็นวงกลม กระบี่โค้งงอ ดุจวาดยันต์ในอากาศ กระบี่ลูกศรชี้ฟ้า ดั่งเก็บเอาปราณ เก็บกระบี่ราวกับเผายันต์…