ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 212 คู่สามีภรรยาที่จริงใจ
บทที่ 212 คู่สามีภรรยาที่จริงใจ
บนผืนน้ำอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แสงพระอาทิตย์สาดส่องลงมายังผืนน้ำเปล่งประกายระยับ
สวี่หยางกับหยางโต้วโตวทะยานไปพลางพูดคุยไปพลาง
หยางโต้วโตวเล่าเรื่องของตนเอง บอกว่านางจริงจังกับการวางค่ายกลเสมอ นางมีพรสวรรค์สูงล้ำในการวางค่ายกล แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดให้การยอมรับ
บางครั้งเมื่อรับงานจากผู้คน นางกลับปากไม่ดีจึงทำให้ธุรกิจยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
“แล้วบางครั้งข้าก็ขึ้นราคาเพื่อให้ค่ายกลสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่พวกเขากลับกล่าวหาว่าข้าโกง”
“ทุกคนในโลกล้วนมองข้า หยางโต้วโตว ผิดทั้งสิ้น”
หยางโต้วโตวถอนหายใจ รำพันถึงความยากลำบากในการทำธุรกิจ
…
สวี่หยางฟังผ่านหู ภายในใจคิดหาหนทางกำจัดสามเหลือบไรที่ติดตามหลังมา
ความแข็งแกร่งของจิตเทวะอยู่ในขอบเขตจินตาน เขาจึงแผ่มันออกไปห่างออกไปยี่สิบกว่าลี้
เพราะเหตุนี้เขาจึงจงใจบินอย่างช้า ๆ
“คนหนึ่งขอบเขตสร้างรากฐานระดับกลาง อีกสองคนระดับต้น…”
สวี่หยางคำนวณในใจ
เขามียันต์แสงทองและยันต์โจมตีขั้นสูงระดับสอง สองแผ่นที่เหอซีเสวี่ยมอบให้
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
บวกกับพละกำลังตอนนี้ เขาสามารถรับมือกับพวกขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางได้สบาย ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีของดีอย่างยันต์ศักดิ์สิทธิ์อีก
ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังมีเรือส่านหลิงเฟย พวกนั้นตามไม่ทันแน่นอน
รวมถึงมีหยางโต้วโตวช่วยด้วย
ฝีมือต่อสู้ของหยางโต้วโตวอาจจะธรรมดา แต่ปรมาจารย์ค่ายกลนั้นเก่งกาจกว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ในระดับเดียวกันเสมอ
ไหนจะค่ายกลอีกมากมายที่หยางโต้วโตวเพิ่งหยิบอวดเขาเมื่อครู่นี้ หลายอันล้วนเป็นค่ายกลระดับสอง
เมื่อมีไพ่ตายมากมายเช่นนี้ ความยิ่งใหญ่ของสวี่หยางจึงยิ่งใหญ่ราวภูเขาไท่ซาน
เขาชะลอความเร็วลงอีกขั้นพร้อมบอกกับหยางโต้วโตว “ข้าเหนื่อยนิดหน่อย บินช้าลงหน่อยละกัน”
“ได้” หยางโต้วโตวก็ไม่ขัดข้อง
ตอนนี้บริเวณทะเลโดยรอบมีเพียงพวกเขาและผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ทันใดนั้นสีหน้าของหยางโต้วโตวก็เปลี่ยนไป “มีคนมา ดูท่าจะไม่ได้มาดีเสียด้วย”
สวี่หยางแปลกใจ แม้ประสาทรับรู้ของหยางโต้วโตวจะสู้เขาไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีความสามารถอยู่บ้างที่รับรู้ได้เร็วขนาดนี้
ดีกว่าหลินไห่ถังและหลินหวั่นชิงด้วยซ้ำ
พรึ่บ ๆ ๆ…
ปราณทั้งสามพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
คู่สามีภรรยาหนิงถูสวมหน้ากากสีเขียวมีเขี้ยวแหลมยื่นออกมา
ด้านข้างคือกงเหล่ย เขาสวมหน้ากากเหมือนชายหนุ่มหน้าขาว หน้ากากนี้สามารถเปลี่ยนสีหน้าไปตามอารมณ์ของผู้สวมใส่ได้
สีหน้ายิ้มแย้มกลายเป็นโกรธเคือง โกรธเคืองกลายเป็นยิ้มแย้ม เป็นหน้ากากประเภทพิเศษ หาได้ยากนัก
“สหายทั้งสอง ข้าสามคนผ่านมาทางนี้ บังเอิญทรัพยากรของพวกข้าหมด พอจะขอหยิบยืมจากสหายทั้งสองได้หรือไม่” หนิงถูกล่าวขึ้นตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตร
“โจร?” หยางโต้วโตวรู้สึกถึงความซวย
สวี่หยางยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร แค่หินวิญญาณเอง พวกเจ้าเอาไปได้เลย!”
สวี่หยางสะบัดมือ เสื้อคลุมปลิวไสวพร้อมกับขว้างวัตถุคล้ายยันต์สามใบออกมา
ยันต์ที่ใช้จัดการหนิงถูและกงเหล่ยเป็นยันต์โจมตีขั้นสูงระดับสอง ซึ่งได้มาจากเหอซีเสวี่ย
ถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับยันต์แสงทอง แต่ก็มีประสิทธิภาพไม่น้อย หากใช้ดี ๆ ก็สามารถฆ่าขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายได้
ส่วนยันต์ที่ใช้เพื่อจัดการกับภรรยาของหนิงถู เป็นยันต์โจมตีขั้นสูงระดับหนึ่ง
เขาไม่เต็มใจที่จะใช้ยันต์แสงทอง
วูบ
ขณะนั้นร่างของสวี่หยางก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า ร่างกายกลายเป็นปราณหมอกดำดุจมังกรทมิฬ พุ่งตรงเข้ามาหาหนิงถูผู้อยู่ใกล้ที่สุด
พร้อมกับตะโกน “หนิงถู เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าเป็นใคร ข้ากำลังรอเจ้าอยู่พอดี”
“อะไรนะ?”
หนิงถูและภรรยาตัวแข็งทื่อ พวกเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง!
คิดว่าพวกเขาเป็นนกขมิ้นที่รอจับเหยื่อ แต่เป็นสวี่หยางต่างหากที่เป็นนกขมิ้นตัวจริง สวี่หยางตั้งใจหลอกล่อพวกเขามาตั้งแต่แรก
เมื่อถูกสวี่หยางแผ่ปราณกดดันทำให้พวกเขาตัวสั่นสะท้าน นี่เป็นกลยุทธ์ของสวี่หยางเพื่อทำให้คู่ต่อสู้เสียสมาธิ
ส่วนฝั่งกงเหล่ยก็ต้องเผชิญหน้ากับยันต์ขั้นสูงระดับสองอันน่าสะพรึงกลัว เขาตัดสินใจกัดฟัน นำเครื่องรางป้องกันขั้นสูงระดับสองออกมา
เครื่องรางป้องกันนี้ไม่ธรรมดา มันแปลงเป็นงูยักษ์สีทอง เกล็ดทอประกายวาววับขดล้อมรอบตัวและปัดป้องการโจมตีได้ทันท่วงที
ถึงจะป้องกันได้ แต่ดวงตาของกงเหล่ยเต็มไปด้วยความเสียดาย นี่เป็นเครื่องรางป้องกันที่สามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญขอบเขตเจี่ยตานได้หนึ่งครั้ง แต่กลับต้องนำมาใช้เช่นนี้
“หนิงถู คราวนี้เจ้าต้องเพิ่มเงิน!”
หนิงถูตอบฮึดฮัด “ได้!”
สถานการณ์เช่นนี้ต้องตอบตกลงไว้ก่อน
“หรงเอ๋อร์ ใช้กระบวนท่าโจมตีคู่”
เขาสั่งทางจิตเร็วรี่
สามีภรรยาประสานพลังกันเผชิญหน้ากับยันต์โจมตีของสวี่หยาง ทั้งสองช่วยกันกระตุ้นวิชายุทธ์
สองสามีภรรยานำศาสตราศักดิ์สิทธิ์รูปวงแหวนออกมา ศาสตราศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน ส่องแสงกางอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ตู้ม!
การโจมตีถูกป้องกัน ทว่าเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ไม่ได้ผ่อนคลายแม้แต่น้อย
สวี่หยางไม่ได้แปลกใจที่ยันต์โจมตีของเขาถูกป้องกันได้ทั้งหมด
เมื่อเจอผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่งกว่า ผู้บำเพ็ญเหล่านี้จะไม่มีไพ่ตายได้อย่างไร
เห็นอย่างนั้น เขาจึงใช้ท่าไม้ตายทันที หมอกดำที่กลายเป็นมังกรพ่นปราณมารใส่ศัสตราศักดิ์สิทธิ์รูปวงแหวน ส่งมันกระแทกคู่สามีภรรยาตระกูลหนิง พวกเขาทั้งสองถอยหลังพร้อมกับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ที่หม่นแสงลงอย่างรุนแรง
“เจ้านี่ถึงจะยังเป็นแค่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น แต่พลังต่อสู้กลับแข็งแกร่งกว่าข้า”
สีหน้าหนิงถูเริ่มไม่ดีนัก เขาประเมินความแข็งแกร่งของสวี่หยางต่ำเกินไป
“กงเหล่ย ช่วยจัดการเขาหน่อย” หนิงถูสื่อสารด้วยจิต
“ได้”
กงเหล่ยตอบเสียงเย็น
สวี่หยางก็สื่อสารด้วยจิต “สหายหยาง ช่วยข้าต้านผู้บำเพ็ญมนุษย์ผู้นั้นสักครู่”
“ได้ แต่หลังจบนี้เจ้าต้องจ่ายเงินเพิ่ม”
หยางโต้วโตวพูดจบก็นำค่ายกลระดับสองออกมา
นางร้องตะโกนเสียงแหลมใส่กงเหล่ยแล้วโยนบางอย่างไป
สิ่งนั้นมีรูปร่างเหมือนเต่า ดูเล็กกะทัดรัด ไร้อันตราย
แต่เมื่อมาถึงตรงหน้ากงเหล่ยกลับขยายใหญ่ขึ้นทันที
“ค่ายกลประเภทแรงโน้มถ่วง!”
กงเหล่ยเผชิญหน้ากับค่ายกลนี้ รู้สึกราวกับทั้งร่างถูกภูเขาลูกใหญ่ทับอยู่ เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว
ขณะที่เครื่องรางป้องกันของเขาก็อ่อนแรงลงเช่นกัน
“กระแทกมันอีก กระแทกมันให้ตายไปเลย”
หยางโต้วโตวร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น
ถ้าฆ่ากงเหล่ยถุงเก็บของของอีกฝ่ายก็จะตกเป็นของนาง
“ไปให้พ้น ไปให้พ้น!!”
กงเหล่ยถ่ายเทพลังวิญญาณไปที่ถุงเก็บของ ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ค้อนเหล็กขนาดใหญ่สองเล่มพลันพุ่งเข้าใส่เต่าดำตัวใหญ่ตรงหน้า
ปัง!
ปัง!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ทว่าในขณะนี้ ฝั่งของสวี่หยาง พลังวิญญาณอันทรงพลังพลุ่งพล่านออกมาจากกระบี่หยวนชี่ เปลี่ยนเป็นกระบี่ยาวสีทองสามเล่มพุ่งทะยานผ่านสายลมและคลื่นทะเล แทงทะลุหน้าอกของกงเหล่ยในพริบตา
สามกระบี่ทิ่มแทงเข้ากลางเป้าทั้งหมด
เลือดแดงฉานสาดกระเซ็น เนื้อหนังกระจายไปทั่ว ดวงตาเบิกกว้างจ้องไปยังสวี่หยางที่อยู่ไม่ไกลด้วยความโกรธแค้น
เขาคิดไม่ถึง
สวี่หยางพัวพันอยู่กับสามีภรรยาหนิงถูอยู่แท้ ๆ กลับมีแรงเหลือมาจัดการเขาอีก
ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงตรงนั้น!!
“น่าเสียดาย…”
“อย่างไรก็ถือว่าข้าเป็นคนฆ่า ถ้าไม่ได้การโจมตีของข้า เจ้าไม่มีทางลอบโจมตีเขาได้สำเร็จหรอก!!”
เมื่อเห็นกงเหล่ยตาย หยางโต้วโตวก็ร้องตะโกนเตือนทันที
“อืม”
สวี่หยางย่อมไม่มาแย่งผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ กับนาง
…
สวี่หยางไม่คิดสนใจอีก หันกลับมาโจมตีสามีภรรยาหนิงถูต่อ
วิชาผสานของทั้งสองคนนี้น่าเกรงขามนัก เมื่อรวมกันแล้วพลังต่อสู้สูงกว่าขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายเสียอีก
แต่ก็ยังไม่สูงกว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน
ก้ำกึ่งระหว่างสองขอบเขต
เมื่อเผชิญกับการบุกโจมตีของสวี่หยาง หนิงถูก็คิดที่จะหนี
“หรงเอ๋อร์ ค่ายกลของปรมาจารย์ค่ายกลยังอยู่ เรามีทางเดียวคือถอยกันก่อน”
“สามี ข้าจะใช้เครื่องรางป้องกันสุดท้ายที่มีอยู่เพื่อต้านการโจมตีของสวี่หยาง เราต้องใช้จังหวะนั้นหนีให้เร็วที่สุด”
หรงเอ๋อร์เอ่ย กัดฟันด้วยความปวดใจเป็นอย่างมาก
ภารกิจครั้งนี้ทำให้เสียเครื่องรางป้องกันไปเป็นจำนวนมาก
เครื่องรางเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องใช้เวลานานในการหามาได้
ทันทีที่ปรึกษาจบ ทั้งสองได้ตัดสินใจใช้เครื่องรางป้องกันอันเป็นไพ่ตายสุดท้าย
เพราะมันจะสะท้อนการโจมตีกลับคืนได้ถึงแปดในสิบส่วน
ตู้ม!
เมื่อสวี่หยางเผชิญกับพลังที่สะท้อนกลับมาก็อดส่งเสียงประหลาดใจออกมาไม่ได้
“น่าสนใจ”
แต่เขาก็มิได้วิตก
ปราณมารของเคล็ดมารทมิฬอเวจีสามารถโจมตีและตั้งรับได้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวล
เป็นไปตามคาด เมื่อพลังโจมตีกระทบกับหมอกดำ กลับเหมือนกระทบก้อนสำลี ไร้ซึ่งผลใด ๆ
สวี่หยางควบคุมกระบี่หยวนชี่มุ่งโจมตีหรงเอ๋อร์เป็นก่อน
หากนางสิ้นใจวิชาผสานของสองสามีภรรยาก็จะสลายไป
แน่นอนว่าเมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างสุดกำลังจากสวี่หยาง ฝั่งของหรงเอ๋อร์ก็ยิ่งยากลำบาก
ตามหลักแล้ว ความเร็วในการหลบหนีของคนทั้งสองไม่ได้ช้า ทั้งยังมีเครื่องรางเพิ่มความเร็วช่วยเสริมอีก
แต่หลังจากที่ร่างกายสวี่หยางแปรเปลี่ยนเป็นปราณมารแล้ว ความเร็วก็เร็วกว่าเล็กน้อย
ไม่นานนัก ใบหน้าของหรงเอ๋อร์ที่ตามหลังมาก็เปลี่ยนสี
“สามี ช่วยข้าด้วย…”
หนิงถูหนังศีรษะตื้อชา เขาไม่นิ่งเฉยปล่อยให้คู่บำเพ็ญของตนมีอันตรายแน่
เขากัดฟัน ใช้ไพ่ตายอีกครั้ง
เครื่องรางโจมตีขั้นสูงระดับสอง
“ตายซะเถอะ…”
นี่คือไพ่ตายสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น เขาใช้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์โจมตีสวี่หยาง แม้จะต้องสูญเสียศัสตราศักดิ์สิทธิ์เขาก็ยอมแลก
ทว่าสวี่หยางก็รับมือได้อย่างสบาย ๆ เขาใช้เครื่องรางป้องกันขั้นสูงระดับสองอย่างไม่ลังเล
พร้อมกันนั้น โล่ไม้ศิลาและแหวนคู่โล่จื่อจินก็ถูกใช้งานเต็มที่
การป้องกันสามชั้น ยังต้องถามอีกหรือว่ากลัวหรือไม่!!
แต่คาดไม่ถึงว่าในเวลานั้น หยางโต้วโตวผู้คอยหนุนหลังกลับตะโกนออกมา “ไป!”
นางชักสมบัติอันมีคุณสมบัติในการป้องกันออกมา เป็นประตูสีทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ แผ่กลิ่นอายโบราณ
ตรงกลางของประตูทองมีหัวงูอยู่หัวหนึ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตี ปากของงูก็อ้าออก ดูดพลังทั้งหมดเข้าไป
กระนั้นพลังที่เหลือก็ยังคงกระแทกประตูทองสัมฤทธิ์จนมันสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าคำราม
ครืน…
ภายใต้พลังมหาศาล
ประตูทองสัมฤทธิ์ก็ยังคงมีรอยแตกเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวงูที่หักเหลือแต่โคน
สมบัตินี้ถือว่าไร้ค่าแล้ว พลังในการป้องกันลดลงเหลือไม่ถึงสามส่วน
แต่สามารถต้านทานยันต์โจมตีขั้นสูงระดับสองได้สำเร็จก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
เมื่อเห็นสมบัติของตนเองถูกทำลาย หยางโต้วโตวก็หัวใจสลาย แต่ไม่มีทางอื่นแล้ว หากว่าเมื่อครู่ตนไม่ลงมือ เกรงว่าสวี่หยางจะถูกยันต์โจมตีขั้นสูงระดับสองฆ่าตายในพริบตา
ถ้าเป็นอย่างนั้น นางจะไปตามเก็บเงินจากใครไปได้เล่า!
“คิดเงินเพิ่มอีก!!” หยางโต้วโตวบ่นพึมพำ
ในขณะเดียวกันสวี่หยางก็ใช้กระบี่หยวนชี่สะบั้นศาสตราศักดิ์สิทธิ์ของหนิงถู
จริง ๆ แล้วในตอนที่เห็นประตูทองสัมฤทธิ์เปิดออก หนิงถูก็พาภรรยาหลบหนีไปแล้ว
น่าเสียดายที่ยังช้าเกินไป
เขารู้สึกได้ถึงยันต์และศัสตราศักดิ์สิทธิ์ที่หายไปในเวลาเดียวกัน ปราณจางหายไปหมดจนแทบไม่เหลือ เขาจวนจะสติแตก
คราวนี้ไปเตะแผ่นเหล็กเข้าเสียแล้ว
“สามี เจ้าไปก่อนเถอะ! อ๊าก…”
หญิงสาวผลักหนิงถูออกไปพลางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แผ่นหลังถูกกระบี่หยวนชี่แทงทะลุ เนื้อและเลือดแผ่กระจายในทะเล ปลาเล็กปลาน้อยต่างเข้ามาแย่งกันกิน
“หรงเอ๋อร์!”
หนิงถูคำรามออกมาพร้อมกับจ้องมองสวี่หยางด้วยความโกรธแค้นสุดขีด
ตอนนี้สวี่หยางคล้ายกลายเป็นปีศาจ เขาแสยะยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ในตอนที่เจ้าคิดจะจัดการข้า เจ้าก็ควรเตรียมใจที่จะตายเช่นกัน”
“ข้าขอสู้กับเจ้าจนตัวตาย”
คู่บำเพ็ญที่ตายจากไปทำให้หนิงถูสมองมึนเบลอไปชั่วขณะ
ภาพต่าง ๆ ในอดีตปรากฏขึ้นเป็นฉาก ๆ
ในตระกูลหนิง เขามีพรสวรรค์ไม่สูงนักจึงถูกคนอื่นรังแก มีเพียงหรงเอ๋อร์ สาวใช้ในบ้านเท่านั้นที่ดูแลเขา
นานวันเข้าความรู้สึกของทั้งสองก็ก่อเกิดเป็นความรัก
ต่อมา ทั้งสองได้ออกเดินทางฝึกฝน แล้วก็ได้พบโอกาสอันดีจึงได้กลายเป็นสามีภรรยากันจนถึงทุกวันนี้
ปัก!!
ปราณกระบี่แทงทะลุหัวใจของหนิงถู
แต่เขาก็ยังไม่ขยับ
เขาโอบกอดภรรยาที่กำลังจะร่วงหล่นลงไปในทะเลเอาไว้ พร้อมกับพยุงร่างของตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ
“สวี่หยาง ข้าพ่ายแพ้แล้ว ข้าขอยอมแพ้ ขอให้เจ้าเมตตาให้ข้าและภรรยาได้ครองคู่จนช่วงเวลาสุดท้าย ช่วยฝังพวกข้าไว้ด้วยกัน แลกกับความลับของหนิงเฟยก็ได้…”
หนิงถูกัดฟัน ใบหน้าแดงก่ำ น้ำตานองหน้า จ้องมองใบหน้าซีดเซียวของภรรยาพร้อมกับพูดเน้นทีละคำ