ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 238 ความตื่นเต้นของหลินอวี้
บทที่ 238 ความตื่นเต้นของหลินอวี้
สวี่หยางกลับมาแล้ว
อวี๋หมิ่นหงและหนิงเฟยต่างก็มาเยี่ยมเยียนถามไถ่สวี่หยางเช่นเดิม
สวี่หยางบอกว่า ตนเองได้ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำเพื่อรักษาบาดแผล จึงรอดชีวิตมาได้
พวกเขาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไร และเล่าถึงสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาให้ฟัง
สวี่หยางถอนหายใจและขอบคุณทั้งสองที่ช่วยเหลือ
เมื่อส่งอวี๋หมิ่นหงและหนิงเฟยกลับไปแล้ว สวี่หยางและเหล่าภรรยาก็เข้าไปในถ้ำฝึกตน
เมื่อกั้นนเสียงจากภายนอก สวี่หยางก็เล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นคร่าว ๆ
“มันอันตรายเกินไป”
หลังจากฟังสวี่หยางเล่าจบหลินหวั่นชิงก็ถอนหายใจ
แท้จริงแล้ว เมื่อได้ทราบข่าวว่ามีคนบุกโจมตีค่ายกลเบญจธาตุ หลินหวั่นชิงและหลินไห่ถังในฐานะสองบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด ได้ปรึกษากันว่าควรจะไปช่วยเหลือหรือไม่
ทว่าสวี่หยางทราบเรื่องที่ทั้งสองจะไปจึงปฏิเสธในทันที
ประการแรก พวกนางมีพลังปราณที่ไม่สูงนัก แม้จะมียันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม แต่เมื่อเผชิญกับเหล่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่อยู่ในขอบเขตเจี่ยตาน หรือผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานก็ไม่อาจเทียบได้
ประการที่สอง สวี่หยางไม่ต้องการให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย
หากพวกนางไปช่วยเหลือ คนเหล่านั้นคงจะคาดเดาได้ว่าผู้ที่อยู่กับเหอซีเสวี่ยในตอนที่นางกำลังก้าวข้ามขอบเขตนั้น อาจเป็นสวี่หยางเอง
“เรื่องนี้ทุกคนอย่าได้แพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด”
สวี่หยางได้กำชับเรื่องนี้เป็นมั่นเหมาะ
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ชั่วคราวระหว่างเขากับเหอซีเสวี่ยนั้นเขาไม่ได้เล่ารายละเอียด
มิใช่เป็นการปิดบังแต่อย่างใด
แต่เป็นเพราะกังวลว่าหากเหล่าภรรยารู้ว่าเขามีหญิงอื่น อาจไม่สบายใจ แล้วส่งผลต่อความรู้สึกของพวกนางได้
แล้วเมื่อพวกนางเกิดอารมณ์ไม่ดีก็จะส่งผลต่อรางวัลที่ได้รับ
เมื่อเรื่องราวทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้ว
จิตใจของสวี่หยางก็ผ่อนคลายลง เขาคิดถึงความเร้าใจยามเสพสมกับเหอซีเสวี่ย แล้วหันไปมองภรรยาแสนสวยทั้งสี่ของตนเองก็อดใจไม่ไหว
“เนิ่นนานนักที่ไม่ได้พบพวกเจ้า พวกเจ้าดูงดงามกว่าเดิมเสียอีก สำหรับสามีแล้วคงต้องตรวจสอบพวกเจ้าให้ถ้วนถี่เสียหน่อย”
สวี่หยางคว้าตัวหลินอวี้ผู้มีเรือนร่างอรชร
หลินอวี้ทำท่าเขินอาย “น่ารำคาญนัก เจ้าไม่รู้จักพักผ่อนบ้างเลยหรือไร”
“พักผ่อนอันใด”
“ข้าต่อสู้มาหลายวันแล้ว จะให้ข้าพักผ่อนตามใจตัวเองไม่ได้หรือ”
สวี่หยางจ้องมองภรรยาไม่คิดโอนอ่อนให้นาง ศีรษะของเขาได้ฝังลงไปบนเนินเนื้อเต่งตึงทั้งสองข้างของของหลินอวี้
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า “บอกข่าวดีให้เจ้าฟังนะอวี้เอ๋อร์”
“ข่าวดีอันใดเล่า?”
เพิ่งจะหลับตารับกับสัมผัสของเขาอย่างเพลิดเพลิน หลินอวี้ก็ต้องลืมตาขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เซียนเหอรับปากข้าแล้วว่า หลังจากนี้นางจะไปถามอาจารย์ของนางเรื่องวิธีการฝึกตนสำหรับมนุษย์ธรรมดา!”
พอสวี่หยางพูดจบ หลินอวี้ก็ตัวสั่นระริก
“สามี เจ้าพูดอะไรนะ ฝึกตนหรือ?”
“ถูกแล้ว” สวี่หยางส่งยิ้มให้กับนาง
“สามี เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นกระมัง? ข้าจำได้ว่าหลายคนบอกว่ามนุษย์ธรรมดาฝึกตนไม่ได้”
สีหน้าสวี่หยางจริงจังขึ้นมา เขาพูดว่า “แม้ข้าจะชอบพูดเล่น แต่เรื่องของเจ้าข้าจะไม่พูดเล่นแน่! เจ้าเป็นภรรยาเอกของข้า ข้าจะมาพูดเล่นอะไรเช่นนั้นกับเจ้ากัน”
“สามี จริงหรือ?”
หลินอวี้ตื่นเต้นพลางจับข้อมือสวีหยางไว้แน่น
“จริงสิ เพราะชิงหนิวเจินเหรินเป็นผู้บำเพ็ญเซียน ข้าเชื่อว่าเขาคงมีหนทางแน่ ๆ”
ทางด้านเสิ่นม่านอวิ๋น หลินหวั่นชิงและหลินไห่ถังมองหน้ากัน เห็นแววดีใจในดวงตาของกันและกัน
“อวี้เอ๋อร์ ดีเหลือเกิน ต่อไปเจ้าก็จะฝึกตนได้แล้ว” เสิ่นม่านอวิ๋นตื่นเต้นจับแขนหลินอวี้
หลินไห่ถังก็ดีใจจนน้ำตาไหลพราก “สามี แล้วเมื่อไหร่นางจะให้วิธีฝึกตนล่ะ?”
“ใจเย็น ๆ เซียนเหอเพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตจินตานเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง นางคงต้องกลับไปที่พักตนเองเพื่อบ่มเพาะพลังสักพัก จากนั้นนางคงจะจัดงานฉลองเข้าสู่ขอบเขตจินตาน ถึงเวลานั้นข้าจะขอให้เซียนเหอช่วยสอบถามให้”
สวี่หยางเอ่ยเสียงเรียบ ๆ
“อืม อืม ไม่ต้องรีบร้อนไป ไม่ต้องรีบร้อน…!” หลินอวี้ พยักหน้าถี่ ๆ
“ครานี้สามีได้ทำความดีความชอบใหญ่หลวง และยังได้นำวิธีฝึกตนมาให้อวี้เอ๋อร์อีกด้วย พวกเราอยากจะตอบแทนสามี”
หลินไห่ถังเอ่ยขึ้นด้วยความกระดากอายพลางเงยหน้ามองสวี่หยาง
สวี่หยางยกแขนโอบรัดนางพลางก้มศีรษะมองนางเล็กน้อย “ไห่ถัง เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว”
หลินไห่ถังหรี่ตามองสวี่หยางก่อนจะก้มลง
ในไม่ช้า ภายในถ้ำฝึกตนก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศในยามฤดูใบไม้ผลิ
คราวนี้ ด้วยความตื่นเต้นของหลินอวี้ นางจึงรบเร้าเขาอยู่หลายหนจนสิ้นเรี่ยวแรง สุดท้ายก็ทรุดกายลงนอนนิ่งมิอาจขยับกายได้
…………
ยามดึกสงัด
บรรยากาศเงียบสงบ ภรรยาทั้งหลายได้เข้าไปพักผ่อนอยู่ห้องถัดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สวี่หยางเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูคะแนนพิเศษ
[ชื่อ : สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ : 6500 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง : ขอบเขตสร้างรากฐาน]
[วิชายุทธ์ : เคล็ดหล่อเลี้ยงลมปราณของตระกูลสวี่ขั้นสมบูรณ์ : 0/60000 (กระตุ้นคุณลักษณะ : ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา ภวังค์จิตขยายใหญ่)]
[วิชายุทธ์ : ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์ : เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ติดตามกลิ่นอาย จิตตรวจตรา)]
[วิชายุทธ์ : เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]
[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา : ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ทนทานเท่าตัว)]
[เคล็ดวิชา : เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ภวังค์จิต)]
[เคล็ดวิชา : เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ลูกไฟคู่)]
[เคล็ดวิชา : เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : กายาหมอก)]
[ทักษะ : ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : รู้แจ้งวิถียันต์อักขระ)]
[พลังวิเศษ : ความเป็นอมตะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้ : 100+8]
[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น : 100]
[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง : 100]
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง : 99]
[ความชอบของภรรยาเหอซีเสวี่ย : 77 (เนื่องจากการก้าวสู่ขอบเขตจินตานของภรรยาเหอซีเสวี่ย มีผลทำให้บวกค่าความสัมพันธ์เพิ่มให้)]
………
“ดี ดียิ่ง”
สวีหยาง พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม แม้คะแนนความสัมพันธ์ของเหอซีเสวี่ยจะมีเพียง 77 แต่ก็ส่งผลต่อการบวกค่าความสัมพันธ์ได้ดีทีเดียว
ในตอนที่ค่าความสัมพันธ์อยู่ที่ 77 ก็มีผลมากเช่นนี้แล้ว ฉะนั้นเมื่อค่าความสัมพันธ์เต็ม 100 จะมีผลมากยิ่งกว่านี้มิใช่หรือ
เพียงน่าเสียดายที่ในวันหน้าคงจะได้พบกับเหอซีเสวี่ยยากขึ้น
จากประสบการณ์ของเขา เมื่อเวลาผ่านไป รางวัลที่ได้รับจากเหอซีเสวี่ยจะลดลงทุกวัน
“ช่างเถอะ เหมือนกับที่เหอซีเสวี่ยพูดไว้ คิดเสียว่าเป็นห้วงเวลาแห่งรักที่แสนสั้น”
สวี่หยางนำตำราลับในถุงเก็บของที่ใช้สร้างหุ่นเชิดออกมา
ตำราลับเล่มนี้ได้มาจากผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานที่มีนามว่าหลี่เหล่าเจินเหริน
หลี่เหล่าเจินเหรินผู้นี้เป็นถึงผู้บำเพ็ญขอบเขตเจี่ยตานที่เชี่ยวชาญในการสร้างหุ่นเชิด
สวี่หยางได้คำนวณแล้วว่าในปัจจุบันนี้มีสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้สามอย่าง
ประการแรก ศาสตร์สร้างยันต์ศักดิ์สิทธิ์
ล่าสุดนี้เขาได้รับตำราลับเคล็ดการสร้างยันต์มาหลายเล่มแล้ว เมื่อใดที่มีคะแนนพิเศษเพียงพอ เขาก็พร้อมที่จะฝึกฝนได้ทันที
บัดนี้การวาดยันต์ได้บรรลุขั้นที่สองแล้ว เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน
ประการที่สอง ตำรากลไลหุ่นเชิด
การฝึกกับตำรากลไลหุ่นเชิดทำให้สามารถสร้างหุ่นได้หลากหลาย เก็บไว้เป็นไพ่ตาย
ประการที่สาม รางวัลที่ได้รับก่อนหน้านี้ ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยน
วิชานี้เป็นวิชายุทธ์บ่มเพาะจิตเทวะ
หลังจากประสบกับการโจมตีของจิตเทวะจากโม่อวี้เจินเหริน สวี่หยางจึงยิ่งให้ความสำคัญกับวิชายุทธ์บ่มเพาะจิตเทวะมากขึ้น
จำต้องรู้ไว้ว่า
ในเวลานั้นเมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของจิตเทวะจากโม่อวี้เจินเหริน หากเขาได้เรียนรู้ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนแล้ว เขาจะต้องไม่ตกอยู่ในสภาพที่ลำบากเช่นนั้นอย่างแน่นอน
เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาดซ้ำสอง เขาจึงตัดสินใจฝึกศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนเสียก่อน
สวี่หยางหยิบม้วนหยกออกมา
สมแล้วที่เป็นม้วนหยกที่ได้มาจากรางวัล เพียงแค่หยิบออกมา ความคิดแห่งการฝึกฝนก็ค่อย ๆ เข้ามาในหัวของเขา หลังจากนั้นม้วนหยกจึงแตกสลายไปทันที
กระทั่งความสามารถเหล่านั้นได้เข้าสู่ภวังค์จิตของเขาโดยตรง
ความทรงจำของการฝึกฝนอันเลือนรางค่อย ๆ ฉายชัดอยู่ตรงหน้าเขา
ในภวังค์จิต ท่ามกลางดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ มีผู้บำเพ็ญแปลกหน้าผู้หนึ่งกำลังนั่งสมาธิ และปล่อยความคิดของเขาให้แผ่ออกไป
จิตเทวะสีขาวกลายเป็นของเหลว โบยบินอยู่ท่ามกลางเกล็ดหิมะ
‘จิตเทวะ’ เข้มข้นจนกลายเป็นของเหลวไปแล้ว
สวี่หยางตกใจ
จากนั้นพลังจิตเทวะก็เริ่มทำงานขึ้น คำแนะนำมากมายหลั่งไหลออกมาจากปากของผู้บำเพ็ญผู้นี้
ด้วยวิธีการฝึกฝนเช่นนี้ทำให้เขาเรียนรู้ได้รวดเร็วมาก
เพียงสามวัน
เขาค้นพบว่า วิชายุทธ์นี้ได้ปรากฏบนหน้าต่างระบบแล้ว
[เคล็ดวิชา : ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยน : 0/30000]
สวี่หยางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “สุดยอดไปเลย”
แค่เริ่มต้นเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะต้องใช้คะแนนพิเศษถึง 30000 แต้มเพื่อเลื่อนขั้น
แต่ก็ยังพอจะเดาได้ วิชายุทธ์นี้มีความสำคัญมาก
สวี่หยางยิ้ม “ไม่เป็นไร ข้ายังมีเวลา”
เขาคำนวณแล้ว แม้ว่าจะไม่รวมคะแนนพิเศษจากเหอซีเสวี่ย หรือจากภรรยาทั้งสี่คนก็ยังมีคะแนนพิเศษอย่างน้อยวันละร้อยแต้ม
หนึ่งเดือนก็เป็น 3000 แต้มแล้ว
สิบเดือนก็เป็น 30000 แต้มแล้วสิ
เวลาไม่ถึงปีคงไม่ได้ใช้อะไรมาก
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ ฝึกวิทยายุทธ์ใช้เวลาสิบปีก็ยังถือว่าน้อย เขาใช้เวลาไม่ถึงปี ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลจากเหอซีเสวี่ยก็ยังไม่ได้นับรวมเลย
“น่าเสียดายจริง ๆ นี่ทำให้ข้ายังอยากแต่งเพิ่มอีกหลาย ๆ คนเลย”
สวี่หยางสูดปาก แต่ก็ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว บอกกับตัวเองเบา ๆ ว่า อย่าโลภ
พักอยู่หลายวัน
หลี่ลี่จือก็มาเชิญให้เขาไปเมืองเซียนด้วยตัวเอง ครั้งนี้เหอซีเสวี่ยได้ก้าวสู่ขอบเขตจินตานสำเร็จแล้ว เขาได้สร้างวีรกรรมไว้มากมาย การเดินทางไปในครั้งนี้ก็เพื่อรับรางวัล
สวี่หยางติดตามหลี่ลี่จือไปที่เมืองเซียน ระหว่างทางหลี่ลี่จือก็ซักถามเป็นนัย ๆ ว่าในวันนั้นใช่เขาหรือไม่ที่อยู่กับเหอซีเสวี่ย
สวี่หยางอ้างว่าตอนนั้นเขากำลังต่อสู้กับศัตรู หลังจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บและซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ
แต่เท่าที่เขารู้ ก็มีผู้บำเพ็ญมนุษย์ลึกลับคนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือเหอซีเสวี่ย
สวี่หยางบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ เป็นธรรมดาที่หลี่ลี่จือจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่
และเขาก็ไม่ค่อยเชื่ออยู่ดีว่าสวี่หยางจะสามารถฆ่าเจี่ยตานและเจินตานได้จริง ๆ
นึกถึงวันนั้นที่เขาไปถึงค่ายกล เมื่อเห็นผู้บำเพ็ญที่อยู่กับเหอซีเสวี่ยก็คิดว่าเป็นสวี่หยาง
แต่ได้ข่าวว่าเขาเป็นลูกนอกสมรสของอาจารย์?
หลี่ลี่จือพินิจสวี่หยางอย่างละเอียด อืม…ไม่เหมือนอาจารย์แม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำสวี่หยางมาจากแดนเซียนทางเหนือ อาจารย์จะเอาลูกนอกสมรสไปไว้ที่นั่นได้อย่างไร
เขาจึงมั่นใจในคำพูดเมื่อครู่ของสวี่หยางมากนัก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร มีอย่างหนึ่งที่แน่ใจคือสวี่หยางได้สร้างผลงานไว้แล้ว
“สวี่หยาง เซียนเหอชมเจ้าไม่ขาดปาก นางบอกกับอาจารย์ว่าขอให้เจ้าได้เข้าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในอีกสองเดือน”
สวี่หยางรับคำด้วยความดีใจ “เยี่ยมเลย”
“อย่าเพิ่งดีใจไป รางวัลของเจ้าคราวนี้มีมากนัก แม้แต่ข้ายังอิจฉา”
สวี่หยางยิ้ม
แน่นอนเขารู้ว่าจะมีรางวัล อย่างไรเสีย บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมิได้ให้เขาแค่คนเดียว
เหอซีเสวี่ยเคยกล่าวว่า ในอนาคตข้างหน้านั้น ทุก ๆ ปีจะอนุญาตให้ภรรยาของเขาหนึ่งคนเข้าไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้
สนทนากันไปมา ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วพวกเขาก็เข้าสู่เมืองเซียน
เมื่อทั้งสองคนมาถึง ทันใดนั้นสวี่หยางพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขามองไปยังโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านข้างด้วยความประหลาดใจ
กลิ่นอายของจิตเทวะที่คุ้นเคยดึงดูดความสนใจของเขาไว้
“เป็นเขาผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจว”
คนผู้นี้อยู่ในขอบเขตจินตานขั้นปลาย ผู้ร่วมมือกับหลิวเป้าจนเกือบจะทำลายค่ายกลเบญจธาตุของเขาได้สำเร็จ
ภายหลังก็ถอนทัพไปก่อน สวี่หยางและเหอซีเสวี่ยต่างก็แอบสงสัยว่าคนผู้นี้อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความสามารถสูงส่งในเมืองเซียน