ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 254 หยอกเย้าเสียจนภรรยาทนไม่ไหว
บทที่ 254 หยอกเย้าเสียจนภรรยาทนไม่ไหว
“อ๊า…”
เมื่อได้ยินถ้อยคำที่ดูจะเกินเลยของสวี่หยาง หลินหวั่นชิงถึงกับตกใจ รีบมองไปรอบ ๆ
ที่นี่คือบริเวณเชิงเขาถ้ำสุ่ยเหลียนต้งฝู่
โดยรอบไม่มีผู้คน มีเพียงสัตว์ป่าที่ออกมาหากินในยามค่ำคืน
ถึงแม้ว่าจะรู้สึกกังวลอยู่บ้าง อันที่จริงนี่มันน่าอายเกินไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม สวี่หยางก็ยังพานางพิงกับต้นไม้แล้วดึงกระโปรงขึ้นอยู่ดี
“บ้าจริง บ้าที่สุดเลย!”
หลินหวั่นชิงถูกจัดการจนอ่อนระทวยในเวลาไม่นาน
นางแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ จึงเริ่มตอบรับ
“เจ้าห้ามทำแรงมากนะ” หลินหวั่นชิงตัดสินใจพูดกฎสามข้อก่อนที่จะทำเรื่องแบบนี้
“ได้”
สวี่หยางพยักหน้า ตกลงก่อนไปก่อน
บอกเลยว่าตื่นเต้นจริง ๆ
เพียงแค่หนึ่งก้านธูปหนึ่ง หลินหวั่นชิงผู้ยโสโอหังก็คุกเข่าขอชีวิตเสียงสั่นพร่า
“สามี ข้าขอร้อง เจ้าปล่อยข้าเถอะ ฮือ ๆ ๆ ๆ”
หลินหวั่นชิงร้องแทบขาดใจ
“เฮ้อ เอาเถอะ! ต่อไปเจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าควรทำตัวอย่างไร”
“รู้แล้ว รู้แล้ว…”
หลินหวั่นชิงรีบตอบก่อนที่นางกำลังจะโบยบินไปถึงจุดสูงสุด
“ภรรยา…รอข้าด้วยสิ”
ได้ยินดังนั้น หลินหวั่นชิงก็ยิ่งตัวลอยมากขึ้นไปอีก เนื้อตัวนางมอมแมมไปหมด หลังจากนั้นก็รีบจัดการตนเองเสียใหม่แล้วทะยานกลับไปยังถ้ำฝึกตน
……
วันรุ่งขึ้น
สวี่หยางมองรางวัลจากหน้าต่างระบบ แล้วก็หัวเราะออกมา
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ในป่าเมื่อคืนนี้ ด้านหลินหวั่นชิงจะได้รางวัลเยอะพอสมควรสินะ
[ภรรยาหลินหวั่นชิง เมื่อคืนรู้สึกตื่นเต้นกว่าที่เคย ได้รับ 100 คะแนนพิเศษ ได้รับค่าประสบการณ์การฝึกฝนแบบสุ่มสามปี]
“ได้รับค่าประสบการณ์การฝึกฝนแบบสุ่มสามปี”
สวี่หยางครุ่นคิดในใจ
ค่าประสบการณ์การฝึกฝนแบบสุ่มสามปีนี้สามารถเพิ่มลงบนตัวผู้อื่นโดยตรง โดยมอบการบ่มเพาะให้กับผู้อื่นโดยตรงได้
ค่าประสบการณ์สามปีหมายถึงความทรงจำและหัวใจในการฝึกฝนสามปี
ระยะเวลาสามปีสำหรับผู้บำเพ็ญมนุษย์แล้ว ยังไม่นานแต่หากเพิ่มไปเปล่า ๆ สามปีก็ถือว่าไม่เลว
สวี่หยางคิดที่จะเพิ่มให้กับตัวเองก่อน
แต่คำใบ้บอกว่ารางวัลประสบการณ์การฝึกฝนแบบสุ่มสามปีนี้ให้กับผู้อื่นเท่านั้น
อาจเป็นภรรยาหรือคนนอกก็ได้
“งั้นก็ต้องเป็นภรรยาสิ”
สวี่หยางเรียกหลินหวั่นชิงมาโดยเฉพาะ
หลินหวั่นชิงเพิ่งจะกินข้าวเช้าเสร็จ กำลังฝึกฝนยามเช้า นางเดินเข้ามาในบ้านด้วยความอยากรู้ “สหายเต๋าสวี่ เจ้าเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือ”
“ข้าจะมอบโอกาสให้เจ้า”
หลินหวั่นชิงแทบจะทรุดลงไปกับพื้น
“สหายเต๋าสวี่ เช้าตรู่เช่นนี้เจ้าควรพักผ่อนมากกว่า”
เมื่อคืนนางถูกกระทำจนแทบจะทนไม่ได้
ตอนนี้ขาทั้งสองของนางยังอ่อนแรงอยู่เลย
สวี่หยางแทบจะหมดคำพูด “ข้าบอกว่าจะให้โอกาสเจ้า เป็นเรื่องดี เจ้าจะรีบร้องไปไหนกันเล่า?”
“เจ้ามิได้อยากทำเรื่องอย่างว่าหรอกหรือ?”
“ฮะฮะฮ่า…เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าพูดถึงเรื่องที่ดีต่างหาก ข้าจะถ่ายทอดวิชายุทธ์ให้เจ้าเล็กน้อย นี่เป็นวิชาที่ข้าพัฒนามาใหม่”
สวี่หยางกล่าวอย่างจริงจัง
ของรางวัลนี้ได้มาจากหลินหวั่นชิง เมื่อคืนนี้นางก็เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย เป็นธรรมดาที่เขาจะตอบแทนนาง
“ถ่ายทอดวิชายุทธ์ให้ข้า?” หลินหวั่นชิงทำหน้าไม่เชื่อนัก แต่เมื่อเห็นแววจริงจังในดวงตาของสวี่หยาง นางก็พยักหน้า “ถ่ายทอดอย่างไร”
สวี่หยางยกมือขึ้น ทำท่าราวกับจะถ่ายทอดพลังปราณ จากนั้นก็วางมือลงบนหน้าอกของหลินหวั่นชิง ตรงเสื้อชั้นในของนาง
ในเสี้ยววินาทีถัดมา หลินหวั่นชิงรู้สึกราวกับว่ามีความทรงจำจำนวนมหาศาลไหลเข้ามาในภวังค์จิตของนาง
นางฝึกฝนวิชายุทธ์อย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า รวมเวลากว่าสามปีเต็ม
อีกไม่กี่อึดใจต่อมา หลินหวั่นชิงก็ฟื้นคืนสติ นางรู้สึกได้ว่าพลังปราณของตนเองเพิ่มพูนขึ้นเล็กน้อย
“ได้ผลจริง ๆ ด้วย มีความทรงจำด้วย สามีนี่มันหมายความว่าอย่างไร”
สวี่หยางยิ้มเบา ๆ “เคล็ดวิชาพิเศษอย่างหนึ่ง ข้าก็อธิบายไม่ถูกนัก”
แม้สวี่หยางจะไม่ได้พูดตรง ๆ แต่หลินหวั่นชิงก็รู้ดีว่าสามีจะไม่ทำร้ายตนและเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
นางดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เอ่ยเสียงใส “เคล็ดวิชานี้สุดยอดจริง ๆ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ได้รับประสบการณ์การฝึกฝนเพิ่มขึ้นมาเกือบสามปีเลยแหนะ!”
“ใช่แล้ว แล้วเช่นนั้นหวั่นชิงจะตอบแทนข้าอย่างไรล่ะ”
สวี่หยางเอ่ยพร้อมกับโอบกอดนาง
หลินหวั่นชิงแสร้งทำเป็นโกรธ “ก็ได้ ถูกเจ้าเอาเปรียบอีกแล้ว”
ได้ประสบการณ์การฝึกฝนเพิ่มขึ้นฟรี ๆ ถึงสามปี ทำให้หลินหวั่นชิงอารมณ์ดี จึงปล่อยให้สวี่หยางเอาเปรียบนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร
แล้วนางก็หมอบลงไป
………
อีกสามวันต่อมา
สวี่หยางเดินทางมายังเมืองเซียน และมาที่วังของเหอซีเสวี่ย
ในวันนี้เหอซีเสวี่ยสวมชุดคลุมสตรีสำหรับในวัง ขณะที่สวี่หยางเดินเข้ามาในท้องพระโรง เห็นนางกำลังตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่
“เซียนเหอ” สวี่หยางกล่าวคำนับด้วยความเคารพ
เหอซีเสวี่ยไม่เงยหน้าขึ้น “ดูเหมือนว่าช่วงนี้เจ้าจะยุ่งมากเลยนะ”
“เอ่อ…เปล่านี่”
“เปล่ารึ?” เหอซีเสวี่ยปิดหนังสือ แล้วเงยหน้าขึ้น “แล้วไฉนเจ้าจึงไม่ติดต่อข้าเลยช่วงนี้ หากไม่ใช่ว่าข้าส่งข่าวให้เจ้ามารับหินวิญญาณ ดูท่าเจ้าคงลืมข้าไปแล้ว”
สวี่หยางรีบพูด “จะลืมใครก็ได้ แต่ข้าคงมิอาจลืมเซียนเหอได้หรอก ข้าเองก็แค่เพาะปลูก ไถหว่าน ปลูกพืชวิญญาณอยู่ ช่วงนี้ก็เลย…”
“โกหก เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าไม่ยุ่งอยู่”
“เอ่อ…” สวี่หยางรีบเปลี่ยนเรื่อง “เซียนเหอช่วงนี้ยิ่งงามกว่าเดิม อาภรณ์ที่เจ้าสวมใส่ช่างมีพลังปราณอันยิ่งใหญ่ ทำให้พลังปราณของเจ้ายิ่งดูเหนือชั้นขึ้นไปอีก ไม่รู้ไปหามาจากที่ใด งามยิ่งนัก”
“ปากหวานเสียจริง ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าช่างเป็นคนเอาใจเก่งถึงเพียงนี้” เหอซีเสวี่ยพูดเช่นนั้น แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าบอกว่านางชื่นชอบคำชมของสวี่หยางอยู่ไม่น้อย
“เอาเถอะ ช่วงนี้เจ้าก็พักที่นี่ แล้วช่วยข้าทำความสะอาดด้วย”
สวี่หยาง “?!”
“เอ่อ…ทำความสะอาดงั้นรึ”
“ถูกต้องแล้ว ใครใช้ให้เจ้าทำให้ข้าโกรธกันล่ะ”
ในความคิดของเขา การทำความสะอาดของนางเป็นเพียงข้ออ้าง นวดให้ต่างหากคือเรื่องจริง
สวี่หยางคิดในใจอย่างเซ็ง ๆ คราวนี้ดูแล้วคงต้องออกแรงกันอีก
แต่เอาเถอะ ก็ไม่เสียหายอะไร
การหลอมรวมจิตเทวะกับนางก็เป็นผลดีต่อเขาเช่นกัน
หลายครั้งที่ผ่านมา จิตเทวะของเขาก็เพิ่มค่าประสบการณ์อย่างรวดเร็ว
เขาเหลือบดูค่าประสบการณ์ของศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยน
[เคล็ดวิชา : ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนขั้นพื้นฐาน : 6159/30000]
“เซียนเหออย่าเพิ่งโกรธเลย ข้านำของขวัญมาฝากเจ้าด้วย” สวี่หยางเงยหน้ากล่าว
“หืม?”
เหอซีเสวี่ยตาเป็นประกาย “ของขวัญอันใด”
สวี่หยางหยิบปิ่นปักผมหยกออกมา
นี่คือปิ่นปักผมหยกขาว เงางามโปร่งใส มีสีขาวนวลแซมเล็กน้อย ยิ่งดูยิ่งน่าทะนุถนอม มีพู่ระย้าหลายเส้นห้อยลงมา เมื่อลมพัดก็เกิดเสียงกริ่งดังกังวาน
ปิ่นปักผมหยกขาวนี้เป็นของที่สวี่หยางซื้อไว้ขณะเดินเล่นบนเกาะสัตตะรัศมี
เหล่าภรรยาทั้งหลายต่างซื้อของมากมาย เขาก็ต้องนึกถึงเหอซีเสวี่ยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้ว เหอซีเสวี่ยจะดูเป็นคนเอาแต่ใจ แต่สวี่หยางก็รู้ดีว่านั่นเป็นเพียงเปลือกนอก
แท้จริงแล้วเหอซีเสวี่ยคอยคิดถึงเขาในทุกเรื่อง
เช่นการจัดเตรียมห้องส่วนตัวอันดีเยี่ยมของโรงประมูลตระกูลสวีเพื่อเขา และการช่วยแก้ปัญหาเรื่องการจำหน่ายโอสถวิญญาณให้เขาในครั้งเดียว
เมื่อพิจารณาจากรายละเอียดบางประการแล้ว เหอซีเสวี่ยย่อมมีความรู้สึกที่ดีต่อเขาแน่
ก็ดูอย่างตอนที่หึงหวงเขา…
“เซียนเหอ ปิ่นหยกนี้ข้าคัดสรรมาอย่างตั้งใจ แม้จะเป็นเพียงของธรรมดาก็ตาม แต่ฝีมือประณีตบรรจงยิ่งนัก ข้ารู้สึกว่ามันเหมาะสมกับความงามและความสง่าของเซียนเหอเหลือเกิน” สวี่หยางยื่นมือส่งปิ่นหยกออกไป
“ฝีมือประณีตจริง ดูดีมากทีเดียว แต่เสียดายที่เป็นเพียงของราคาถูก เจ้าไม่สามารถให้ของที่ดีกว่านี้ได้จริง ๆ น่ะหรือ?”
เหอซีเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เอ่อ…ครั้งหน้า ครั้งหน้าข้าจะหาให้ดีกว่านี้แน่นอน”
“ช่างเถอะ เจ้าเพิ่งทำผิดเป็นครั้งแรก ข้าจึงไม่ถือสาคนกระจอกอย่างเจ้า”
เหอซีเสวี่ยรับปิ่นไป พิจารณาครู่หนึ่งจากนั้นก็กล่าวว่า “ยืนทำอะไรอยู่ล่ะ รีบมาสวมให้ข้าสิ!”
“อ้อ”
สวี่หยางเดินไปด้านหลังเหอซีเสวี่ย
ไม่นานนักปิ่นหยกก็ประดับอยู่บนผมของนาง
“ช่างงามยิ่งนัก!”
“ปิ่นหยกงามใช่หรือไม่?”
“ไม่ ๆ ข้าหมายความว่าเซียนเหอต่างหากที่งามกว่า!”
“เจ้านี่ช่างพูดช่างจาเสียจริง ไปกันเถอะ ไปหลอมรวมเทวะกันเถิด”
“อืม”
ในเวลาต่อมา ทั้งสองก็เดินเข้าไปในบ่อน้ำร้อน และเปิดเผยเรือนร่างต่อกันในบ่อน้ำร้อน
แน่นอนว่าสวี่หยางจะไม่ทำให้เหอซีเสวี่ยผิดหวัง ต่อมาเหอซีเสวี่ยก็รู้สึกถึงความสุขอย่างต่อเนื่อง
โดยไม่รู้ตัว เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ในบ่อน้ำร้อนก็มีของเหลวสีขาวลอยอยู่เป็นหย่อม ๆ
อยู่ที่นี่แล้วสามวัน
ทุกวันจะหลอมรวมเทวะวันละสองครั้ง
มองค่าประสบการณ์ของศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนอีกครั้ง
[เคล็ดวิชา : ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนขั้นพื้นฐาน : 9159/30000]
“สามวัน ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น 3000 คำนวณแล้ววันละประมาณหนึ่งพันค่าประสบการณ์”
พูดตามจริง สวี่หยางก็ค่อนข้างเสียดายที่จะต้องจากไป
อย่างไรก็ตาม เหอซีเสวี่ยก็ได้กล่าวไว้ว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ นางมีธุระและต้องไปที่เขตแดนลับแห่งหนึ่ง
“เช่นนั้น เจ้าต้องระมัดระวังด้วยนะ”
สวี่หยางพบว่าในใจของเขาเริ่มจะมีเหอซีเสวี่ยเข้ามาในพื้นที่ของเขาแล้ว
“ทำไมล่ะ? เจ้าเป็นห่วงข้ารึ?”
“แน่ล่ะ!” สวี่หยาง กล่าวอย่างจริงจัง “เมื่อข้าอยู่ในขอบเขตจินตานแล้ว ข้าจะแต่งงานกับเจ้า”
ในเวลานี้
ระดับความชอบของเหอซีเสวี่ยสูงขึ้นอีกครั้งเป็น 85 แล้ว
“เอาเถอะ ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว กลับดีกว่า”
กลางถนนสายใหญ่ สวี่หยางมองตามเหอซีเสวี่ยที่จากไปแล้ว เขาเองจึงทะยานมุ่งสู่เมืองซานชิงซาน
ต่อมาทุกอย่างก็สงบไม่มีสิ่งใดหวือหวา
สวี่หยางไม่เคยออกจากถ้ำสุ่ยเหลียนต้งฝู่แม้แต่ก้าวเดียว
………
ในพริบตา เวลาผ่านไปสองเดือน
ณ วันนี้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เปิดในที่สุด
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ทั้งสิบแปดคนเตรียมตัวเข้าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ชำระสิ่งสกปรกในร่างกาย ยกระดับรากฐานและการบ่มเพาะ
สวี่หยางร่ำลาภรรยาและนำป้ายเข้าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มุ่งสู่เกาะสัตตะรัศมี
เขาไม่ได้พบปัญหาใด ๆ ภายใต้การนำทางของผู้เชี่ยวชาญ เขาก็มาถึงเชิงเขาที่สูงที่สุดบนเกาะสัตตารัศมี
ผู้บำเพ็ญมนุษย์สิบเจ็ดคนที่รอคอยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ล้วนเป็นวัยกลางคน ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย
พวกเขาใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ จนในที่สุดก็ได้รับค่าสมทบเพียงพอ จึงสามารถเข้ามาในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้
“หลังจากเข้าสู่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ส่วนใหญ่ล้วนสามารถเลื่อนขั้นได้โดยตรง ส่วนผู้ที่มีโชค ลมปราณดีหน่อยอาจจะเลื่อนได้ถึงสี่ระดับเลยทีเดียว!”
หญิงผู้บำเพ็ญกล่าวอย่างตื่นเต้น ใบหน้าแดงก่ำ
“ถึงกระนั้นก็เป็นเพียงส่วนน้อย เท่าที่ข้าจำได้นั่นเป็นเรื่องเมื่อห้าสิบปีก่อนกระมัง คนส่วนใหญ่มักเลื่อนได้เพียงขั้นเดียว ถือว่าดีมากแล้ว”
“ใช่ เป็นอย่างนั้นแหละ”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์อีกคนพยักหน้า “ขณะนี้ข้าอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย เพียงหวังแค่โอกาสเดียวเท่านั้น และในเวลาอันควรข้าก็จะบรรลุถึงขอบเขตจินตาน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้คนรอบข้างต่างก็โค้งคำนับแสดงความยินดีกันล่วงหน้า
บุคคลที่สามารถยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ล้วนแล้วแต่มีพลังปราณอันแข็งแกร่งและมีภูมิหลังอันมั่นคง
การผูกมิตรกับผู้คนในที่แห่งนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี!
การปรากฏตัวของสวี่หยางสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนเป็นอย่างมาก
เพราะเขาดูเยาว์วัยที่สุด
“สหายเต๋าผู้นี้ช่างเยาว์วัยนัก แต่กลับอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลาง นับว่าน่าทึ่งยิ่งนัก”
สาวงามในชุดคลุมสีแดงที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้เดินเข้ามาทักทาย