ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 266 เซียนเหอนี่ซุกซนจริง ๆ
บทที่ 266 เซียนเหอนี่ซุกซนจริง ๆ
เหอซีเสวี่ยเบิกตาใส่ “ไม่บอกก็ไม่บอก”
“เซียนเหอ เจ้านี่ซุกซนจริง ๆ”
เหอซีเสวี่ย “…”
ชายผู้นี้กล้ามาพูดกับนางแบบนี้ได้อย่างไร
ขณะที่เหอซีเสวี่ยกำลังจะโกรธนั้น สวี่หยางก็วิ่งพรวดพราดออกไป
“หึ! คราวนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน”
เหอซีเสวี่ยไม่ได้โกรธจริงหรอก
หลายวันต่อมา
สวี่หยางนั่งเรือส่านหลิงเฟยของตนเองกลับไปที่เมืองซานชิงซาน
ใจกลางเมือง
หยางโต้วโตวกับเสิ่นปิงสาวใช้ของเขากำลังคุยกันอยู่หน้าประตูถ้ำฝึกตน
ก่อนหน้านี้หยางโต้วโตวอยากจะไปที่เขตแดนลับนั่นจริง ๆ แต่ต่อมาก็เกิดเรื่องยุ่ง เพราะว่าคู่หมั้นที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนเข้ามาขวางแผนของนาง
สุดท้ายแล้ว นางก็ตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยง
ตอนนี้ธุรกิจค่ายกลของนางก็ไปได้ดี จนเมื่อเร็ว ๆ นี้หินวิญญาณเต็มกระเป๋านางแล้ว
นางคิดว่าจะเก็บหินวิญญาณเพิ่มอีกหน่อยก็จะได้กลับตระกูล
กลับมาที่ถ้ำฝึกตน ข้างกันนั้นอวี๋หมิ่นหงก็มาถึงแล้ว
ได้ยินว่าหนิงเฟยตายอย่างน่าเศร้าในเขตแดนลับ อวี๋หมิ่นหงก็ถอนหายใจ “ก่อนหน้านี้ ข้าก็เคยเตือนเขาไปแล้ว ให้เขาระวังหน่อย อย่าบุ่มบ่ามไป เขาก็บอกว่าพาคนรุ่นหลังในตระกูลไปด้วย คิดไม่ถึงว่า เฮ้อ…น่าสงสารที่ภรรยาทั้งสองของเขาก็ตามไปด้วย ตายกันหมดเลย”
“ตอนนี้ ยอดเขาวังหนิงไม่มีคนแล้วละ เราก็คงต้องหาคนมาเช่าที่นี่ใหม่อีกแล้ว” สวี่หยางเสนอ
เสิ่นปิงที่อยู่ข้าง ๆ พูดว่า “เดี๋ยวข้าก็จะป่าวประกาศออกไป”
“ดี”
หลังจากที่สั่งการเรื่องต่าง ๆ เสร็จ ก็ยังมีเวลาเหลือ
สวี่หยางก็มาที่ทุ่งวิญญาณข้าง ๆ ถ้ำฝึกตน
ไม่ได้มาเกือบครึ่งปีแล้ว ทุ่งวิญญาณด้านในก็มีพืชวิญญาณหลายอย่างเติบโตเต็มที่แล้ว
หมอกบาง ๆ ที่พัดเข้ามาก็ชโลมแผ่นดิน
พูดถึงแล้ว ตั้งแต่ที่เหอซีเสวี่ยหลอมยาสร้างจินตานที่นี่ เส้นชีพจรวิญญาณใต้ดินของเมืองซานชิงซานก็เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์
ตอนนี้ เส้นชีพจรวิญญาณที่นี่ อย่างมากก็ถึงระดับสามขึ้นไปแล้ว
นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นพืชวิญญาณที่นี่ถึงได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้น
ระยะนี้พืชวิญญาณที่ปลูกที่นี่ขายได้ราคาดีมาก ไม่ต้องให้สวี่หยางเปลืองแรงดูแลมาก
อย่างผลเสาวรส หญ้าหลิงซวี ก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่ได้ปลูกนานแล้ว ทำยังไงได้ มันไม่ทำเงินเท่าไหร่
สิ่งที่เขาปลูกอยู่ตอนนนี้ล้วนเป็นโอสถวิญญาณทั้งสิ้น!
อย่างเช่น โอสถวิญญาณสำหรับหลอมยาสร้างรากฐาน โอสถที่ใช้เพื่อทะลวงขั้น โอสถวิญญาณเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่ขายดี แต่ก็หายากในตลาด
จำได้ว่า ในเมืองของตระกูลหลินเวลานั้น
เป็นเพราะเขาจึงทำให้โอสถวิญญาณในท้องถิ่นมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า ราคาจึงลดลงไปบ้าง
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เขาก็รีบเปลี่ยนพืชที่ปลูกทันที เพื่อให้แน่ใจว่าโอสถวิญญาณที่ตนเองปลูกนั้นมีราคาคงที่ และยังได้รับผลกำไรสูงสุด
ตอนนี้ในแปลงมีโอสถวิญญาณอยู่แปดชนิด ซึ่งห้าชนิดก็แก่ได้ที่แล้ว
“อืม หากจะคิดเป็นรายได้ ก็คงได้หินวิญญาณอย่างน้อยห้าพันก้อน”
สวี่หยางเผยรอยยิ้มออกมา
ทว่า สิ่งต่อไปที่เขาเตรียมจะปลูกนั้นดียิ่งกว่าโอสถวิญญาณเสียอีก!
นั่นก็คือโอสถวิญญาณขอบเขตเจี่ยตาน
“ไม่รู้เหมือนกันว่าโอสถวิญญาณขอบเขตเจี่ยตาน ต้องใช้คะแนนพิเศษเท่าไหร่?”
เมื่อครุ่นคิดดังนี้ สวี่หยางก็รีบเดินไปเก็บเกี่ยวโอสถวิญญาณในแปลงอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวไป๋หูและหนูสุ่ยหลิงก็เป็นผู้ช่วยตัวน้อยที่เก่งกาจ และเดินตามเขาไปอีกด้านหนึ่งคอยช่วยเหลือ
สวี่หยางได้สัญญากับพวกมันเอาไว้แล้วว่า หากทำงานได้ดี มื้อเย็นจะได้รับอาหารเสริม มีผลไม้วิญญาณให้กิน
เพียงแค่หนึ่งวัน
โอสถวิญญาณในทุ่งก็เก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว
ยามค่ำคืน
เสียงทุกสรรพสิ่งสงบเงียบ
สวี่หยางหยิบเมล็ดหนึ่งออกมา นี่คือดอกไม้สระหยก กลีบของมันเหมือนพระจันทร์เสี้ยวเล็กน้อย จัดเป็นโอสถวิญญาณขั้นต่ำ ระดับสาม ซึ่งเป็นหนึ่งในยาสร้างจินตาน
ดอกไม้สระหยกหนึ่งดอกมีมูลค่าราวหินวิญญาณกว่าหมื่นก้อน!
ระยะเวลาในการเจริญเติบโตของดอกไม้สระหยกไม่ยาวนานนัก แต่เจ็บป่วยได้ง่าย ทำให้มีผลผลิตต่ำ
เมล็ดพันธุ์ต้นกล้านี้ หวงเสี่ยวเหมยเป็นคนให้มา สวี่หยางค่อย ๆ ย่อตัวลง ปลูกเมล็ดพันธุ์ลงในดิน
โดยอาศัยเคล็ดวิชาปลูกถ่ายวิญญาณ เมล็ดพันธุ์ต้นกล้าดูดซับสารอาหารอย่างละโมบ
ในเวลาเดียวกัน
สถานะของเมล็ดพันธุ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าสวี่หยาง
[ดอกไม้สระหยกระดับสาม : ระดับความสมบูรณ์ 0.002% สถานะ : ดี]
เมล็ดพันธุ์ที่ดีเช่นนี้หายากยิ่งนัก
หากปลูกตามปกติ อย่างน้อยต้องใช้เวลาสิบกว่าปี ดอกไม้สระหยกจึงจะสมบูรณ์
ในช่วงเวลานี้ ยังต้องระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างฉับพลัน ซึ่งอาจทำให้ดอกไม้สระหยกเจ็บป่วยได้
ดังนั้นแม้แต่ ผู้ปลูกพืชวิญญาณขั้นสูงก็ยังไม่กล้ารับปากว่าจะปลูกดอกไม้สระหยกได้ดี
แต่สวี่หยางไม่มีข้อกังวลเหล่านี้เลย
เขาเพียงแค่สามารถเพิ่มคะแนนพิเศษได้โดยตรง!
เปิดหน้าต่างระบบ
[ชื่อ: สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ: 81000 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง : ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชากลั่นลมปราณแห่งฟ้าดินขั้นสมบูรณ์ : 0/60000 (กระตุ้นลักษณะ : ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา ภวังค์จิตขยายใหญ่)]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : ติดตามกลิ่นอาย) (จิตตรวจตรา)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]
[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา: ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : ทนทานเท่าตัว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นระดับปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : ภวังค์จิต)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : ลูกไฟคู่)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : กายาหมอก)]
[ทักษะ: ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : รู้แจ้งวิถียันต์อักขระ)]
[เคล็ดวิชา : ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนขั้นพื้นฐาน :10900/30000]
[เคล็ดวิชา: ตำราโบราณกลั่นวิญญาณขั้นชำนาญ :0/15000]
[กฎ: วิชาบัญชาสวรรค์ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ : พลังกฎเต๋าระดับเจ็ด)]
[พลังวิเศษ: ความเป็นอมตะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้ 100+8]
[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น 100]
[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง 100]
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง 99]
…………
ตอนนี้คะแนนพิเศษ มีค่าถึงหินวิญญาณแปดหมื่นกว่าก้อนแล้ว
นี่เป็นผลจากการเพิ่มในรอบครึ่งปี
แน่นอนว่าบางส่วนก็ใช้ไปแล้วในคัมภีร์โบราณกลั่นวิญญาณ
คัมภีร์วิชายุทธ์เล่มนี้เหอซีเสวี่ยเป็นคนมอบให้
เป็นจิตเทวะสายโจมตี สามารถใช้คู่กับศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนได้
กล่าวได้ว่าที่เขามีคะแนนพิเศษที่มากมายขนาดนั้น ต้องขอบคุณเหอซีเสวี่ยเป็นอย่างมาก
นางอยู่ในขอบเขตจินตานที่สามารถให้คะแนนพิเศษสูงถึง 1000 แต้มเลยทีเดียว
น้อยที่สุดก็ยังได้ถึงสามร้อย
กล่าวคือ นางคนเดียวก็เทียบเท่ากับอีกสี่คนแล้ว
เขาค้นพบกฎบางประการ
ทุกครั้งที่ปรนนิบัติเหอซีเสวี่ยเสร็จใหม่ ๆ ในช่วงเวลานั้น ๆ เหอซีเสวี่ยจะให้คะแนนพิเศษสูงถึง 800 แต้มขึ้นไปเลย
เมื่อเวลาผ่านไป ใจของเหอซีเสวี่ยได้รับผลกระทบ คะแนนพิเศษก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนที่จะขึ้นเรือสมบัติ คะแนนพิเศษก็ลดลงมาเหลือเพียงร้อยกว่า ๆ เท่านั้น
และคืนวันนั้น ทั้งสองคนที่พลิกเมฆและฝ่าฝนไปจนเสร็จกิจแล้ว คะแนนพิเศษก็พุ่งสูงขึ้นไปถึง 999 แต้มทันที
น่าเสียดายที่เขายังไม่รู้เลยว่าคราวหน้าจะได้พบเหอซีเสวี่ยอีกครั้งเมื่อใด
คะแนนพิเศษมากมายเช่นนี้ เขาก็มิอาจจะใช้จ่ายมั่วซั่วได้เช่นกัน
เมื่อได้โอสถวิญญาณขอบเขตจินตานมามากมายเช่นนี้ เขายังไม่มีความคิดจะยกระดับจิตเทวะชั่วคราว เพราะบัดนี้เขามีคัมภีร์โบราณกลั่นวิญญาณแล้ว ฤทธิ์โจมตีของจิตเทวะก็เพียงพอที่จะรับมือกับขอบเขตจินตานธรรมดา ๆ ได้แล้ว
เวลานี้เขาเตรียมที่จะปลูกโอสถวิญญาณอีกสักชุดใหญ่ ๆ เพื่อเก็บหินวิญญาณเอาไว้
เมื่อมีหินวิญญาณแล้ว ต่อให้พบโอสถวิญญาณภายหลัง เขาก็จะสามารถซื้อมาได้
สวี่หยางวางแผนเอาไว้ดีแล้ว จึงได้ใช้คะแนนพิเศษจำนวนหนึ่งเพิ่มแต้มให้กับดอกไม้สระหยก
260 แต้ม คะแนนพิเศษลดลงมา สภาพของดอกไม้สระหยกก็กลายเป็น…
[ดอกไม้สระหยกระดับสาม: ระยะเวลาเติบโตสิบสามปี สถานะ : ยอดเยี่ยม]
สวี่หยางกลืนน้ำลาย
สุดยอด ใช้คะแนนไปถึง 260 แต้ม ถึงจะปลูกดอกไม้สระหยกจนโตได้
ราคานี้แพงจริง ๆ
ต้องรู้ว่าตอนปลูกพืชวิญญาณระดับสองใช้แค่ 80 แต้มก็โตได้
ดีหน่อยก็แค่ร้อยกว่าแต้ม
แต่ตอนนี้ใช้ไป 260 แต้มเลย
โอสถวิญญาณขอบเขตจินตาน ช่างมีค่าจริง ๆ
สวี่หยางบ่น
แต่คิดว่าดอกไม้สระหยกต้นหนึ่ง สามารถขายได้หินวิญญาณถึงหมื่นกว่าก้อน แปลว่าถ้าขายได้สักยี่สิบสามสิบต้น ก็จะได้กำไรเท่ากับที่ขาดทุนในเขตแดนลับคราวนี้แล้ว
ก็ถือว่าคุ้ม
แล้วก็ปลูกโอสถวิญญาณอื่น ๆ ต่อไป
ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะเสร็จ
แม้การเพิ่มคะแนนโดยตรงจะไม่ต้องใช้แรงใด ๆ แต่หลังจากง่วนอยู่กับมัน ก็ทำเอาเหนื่อยได้เหมือนกัน
สิ้นเปลืองคะแนนพิเศษไปทั้งสิ้นประมาณหมื่นคะแนน
เมื่อเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่ได้มาไม่นานมานี้ถูกสวี่หยางปลูกจนได้ผลผลิตดีแล้ว ในโอสถวิญญาณที่โตแล้วเหล่านี้ยังเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์วิญญาณเพิ่มได้อีกด้วย
ตอนนี้สถานที่เก็บเมล็ดพันธุ์วิญญาณของเขาถูกแบ่งออกเป็นสามถุง
ถุงแรก มีแต่เมล็ดพันธุ์วิญญาณระดับหนึ่ง ทั้งหมดสามร้อยสิบสองชนิด
ถุงที่สอง มีแต่เมล็ดพันธุ์วิญญาณระดับสอง ทั้งหมดห้าสิบหกชนิด
ถุงที่สาม มีแต่เมล็ดพันธุ์วิญญาณระดับสาม ทั้งหมดสิบสามชนิด
…………
เมื่อสิ้นสุดความวุ่นวาย สวี่หยางก็กลับไปที่ถ้ำฝึกตน
ตอนนี้หากเหล่าภรรยาไม่มีธุระใด ๆ พวกนางก็จะแยกกันนอน
อย่างเช่น เสิ่นม่านอวิ๋นและหลินอวี้ สองคนนี้รู้จักกันมานาน จึงคุ้นเคยกับการนอนด้วยกัน
หลินไห่ถังและหลินหวั่นชิงเป็นคนที่มีความเป็นส่วนตัวสูง จึงชอบนอนคนเดียว
จะมีก็แค่บางครั้งที่นางเหล่านั้นช่วยสวี่หยางผ่านการพลิกเมฆและฝ่าฝนโดยบางครั้งก็ร่วมมือกันต่อสู้กับสวี่หยาง
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางทั้งหลายเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงไม่มีอารมณ์เช่นนั้น พากันเข้านอนกันแต่หัววัน
“เออ วันนี้จะเปิดป้าย หลินหวั่นชิงแล้วละนะ”
สวี่หยางเปล่งเสียงแผ่วเบา
เขาคิดถึงหลินหวั่นชิงซึ่งสัญญากับเขาไว้ก่อนหน้านั้นว่าจะใช้แตงหวานของนางนวดให้เขา
เดินเข้าไปในห้อง
ตรวจสอบปราณของหลินหวั่นชิง
เห็นได้ชัดว่ายังไม่นอน
“สหายเต๋าสวี่ เจ้าไม่ได้ไปปลูกพืชวิญญาณหรอกหรือ!” หลินหวั่นชิงนั่งสมาธิอยู่ที่ขอบเตียง
“ปลูกเสร็จแล้ว ผลผลิตดีทีเดียว”
หลินหวั่นชิงพูดด้วยความประหลาดใจ “ไม่รู้ว่าเจ้าปลูกอย่างไร ถึงได้มีผลผลิตเร็วอย่างนี้”
ระหว่างนี้สวี่หยางทำให้พืชวิญญาณเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเหล่าภรรยาผู้เป็นที่รักก็รับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
สวี่หยางจึงไม่ปิดบังอีกต่อไป
สวี่หยางหัวเราะ “ใช่แล้ว โอสถวิญญาณระดับสาม สิบสามชนิด ข้าเก็บเกี่ยวมาหมดแล้ว”
“โอ้ เร็วอย่างนี้เลยหรือ เดี๋ยวก็คงมีโอสถวิญญาณขอบเขตจินตานแล้วสิ”
“แน่นอน! แต่ก็ยังขาดโอสถวิญญาณอีกสิบกว่าชนิด ถึงตอนนั้นก็จะต้องหลอมยารวมจินตาน”
สวี่หยางอยากหลอมยารวมจินตาน เพราะยาสร้างจินตานคุณภาพต่ำเกินไป ถึงตอนนั้นคุณภาพของจินตานก็คงจะไม่ดีนัก
หลินหวั่นชิงราวกับมีความหวังขึ้นมาพลางประคองแขนสวี่หยางแล้วเอ่ยแผ่วเบาว่า “ก็นับว่าดีแล้ว เจ้าต้องรู้สิว่า คนมากมายผ่านไปหลายปีก็ยังหาโอสถวิญญาณขอบเขตจินตานสักต้นมาไม่ได้ แต่พวกเรากลับได้มาเร็วขนาดนี้”
“จริงอย่างที่เจ้าว่า!”
“เอาละ เอาละ พักผ่อนเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว!”
“เดี๋ยวก่อน หวั่นชิงเจ้ามีอะไรที่สัญญากับข้าแล้วไม่ได้ทำหรือไม่?”
หลินหวั่นชิงตื่นตระหนก “อ๋อ เรื่องที่สัญญากับเจ้าน่ะหรือ? เรื่องอะไรกันล่ะ?”
“แกล้งโง่ เจ้ายังจะมาแกล้งโง่อีก เจ้าตัวเล็กนี่กล้ามาแกล้งโง่ต่อหน้าสามีงั้นรึ” สวี่หยางลูบหัวหลินหวั่นชิง พลางหัวเราะ