ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 270 เจ้าแค่คิดไปเองข้างเดียว
บทที่ 270 เจ้าแค่คิดไปเองข้างเดียว
ภายในป่าตระกูลซ่ง
สวี่หยาง หลินไห่ถัง และจ้าวลี่เยี่ยนทั้งสามลัดเลาะอยู่ในป่าทึบนั่น
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไร ก็ยิ่งมีก้อนหินแปลกประหลาดตั้งเรียงรายอยู่มากขึ้น รูปร่างของก้อนหินเหล่านั้นแปลกประหลาดมาก และยังมีแม่น้ำหลายสายที่ไหลผ่าน ดูเหมือนจะลึกจนไร้ซึ่งก้นบึ้ง
สวี่หยางพบว่าสัตว์อสูรที่นี่มีอยู่เป็นจำนวนมากจริง ๆ
โดยเฉพาะพวกหนูตัวเล็ก ๆ ที่แอบซ่อนอยู่ในที่มืด ซึ่งทำให้เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย
ปกติแล้วเขาจะเลี้ยงหนูสุ่ยหลิงอยู่เป็นประจำ จึงรู้จักพฤติกรรมการใช้ชีวิตของหนูเป็นอย่างดี
โดยทั่วไปแล้ว เหล่าหนูจะนอนหลับในเวลากลางวัน และออกมาหากินในเวลากลางคืน
แม้แต่หนูสุ่ยหลิงที่เลี้ยงไว้เองก็ยังเป็นเช่นนี้ หนูในป่าก็ควรจะไม่ต่างกัน
แต่หนูที่นี่ กลับออกมาหากินกันแทบทั้งวัน
ราวกับกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ
เพราะพวกมันไม่ได้ออกมาหาอาหาร ซึ่งชัดเจนว่าขัดกับกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ
สวี่หยางจึงคาดการณ์ว่า
พวกหนูเหล่านี้น่าจะทำหน้าที่คอยสอดส่องเฝ้าระวังที่นี่ เมื่อมีคนผ่านเข้ามา ก็จะรีบไปส่งข่าวให้กับเจ้านายของพวกมัน
และผู้ที่กระทำการเช่นนี้ได้ ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเฉินซาน
“ไม่แปลกใจแล้วละ ก่อนหน้านี้ในทุ่งนาเองก็มีหนูอยู่บ้างเหมือนกัน ตอนนั้นข้ายังคิดว่าเป็นพวกหนูที่ชอบออกมาขโมยพืชผล แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก”
“บัดนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น! พวกหนูเหล่านี้เป็นหน่วยสอดแนม เมื่อพวกคนของหอบังคับใช้กฎปรากฏตัว เฉินซานก็ได้หนีไปก่อนแล้ว”
อย่างไรก็ตาม
ยังมีความสงสัยอยู่หนึ่งประการ
การเลี้ยงหนูจำนวนมากเช่นนี้มิใช่เรื่องง่ายดาย
แม้แต่ จักรพรรดิสัตว์ร้ายตระกูลโจวที่เชี่ยวชาญด้านนี้ ก็มิได้เลี้ยงสัตว์อสูรไว้มากมายนัก เนื่องจากผู้บำเพ็ญเซียนมีพลังจำกัด ด้วยเหตุนี้จำนวนสัตว์ที่ควบคุมได้จึงถูกจำกัดไว้ด้วย
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณ สามารถเลี้ยงได้เพียงหนึ่งตัวก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
ส่วนขอบเขตสร้างรากฐานไม่เกินห้าตัว
แต่เมื่อพิจารณาถึงเฉินซานผู้นี้แล้ว เขาเลี้ยงสัตว์อสูรไว้มากกว่าสิบตัว
ยังมีความเป็นไปได้อีกประการหนึ่ง
ผู้ที่เลี้ยงหนูเหล่านี้อาจเป็นบุคคลอื่น
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด…”
ขณะที่สวี่หยางกำลังครุ่นคิด หนูสุ่ยหลิงที่ซ่อนตัวอยู่ในถุงสัตว์เลี้ยงก็โผล่หัวออกมาด้วยท่าทีใจร้อน อยากรู้อยากเห็นไปทั่ว
“อืม? เจ้าพบลมปราณของพวกเดียวกันแล้วหรือ?”
สวี่หยางคิดในใจ
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด…”
หนูสุ่ยหลิงพยักหน้ารัว
“เอาละ หาตัวมันให้เจอ!”
สวี่หยางมีบางอย่างจะคาดเดา
หนูสุ่ยหลิงมีสายเลือดที่สูง หากพลังปราณไปถึงระดับสอง หนูสุ่ยหลิงจะควบคุมหนูประหลาดเหล่านี้ได้แค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น
และยิ่งหากถูกเลี้ยงไว้ ก็เท่ากับควบคุมหนูธรรมดาได้เป็นฝูง
ซูม!!
วินาทีถัดมา
หนูสุ่ยหลิงวิ่งทะยานออกไปด้วยความตื่นเต้น
สวี่หยางตามติดไปจากข้างหลัง
…………
ขณะเดียวกัน
ในโพรงถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณแอ่งน้ำลึก
“บ้าชะมัด เจ้าหาที่นี่เจอได้อย่างไรเนี่ย!!”
เด็กหนุ่มที่สวมชุดธรรมดา แต่สีหน้าเด็ดเดี่ยวมากคนหนึ่ง หน้าตาไม่สู้ดีนัก
จากนั้นก็ลูบหนูสีขาวบนบ่าและพึมพำว่า “ทำได้แค่นี้แล้วเสี่ยวป๋าย เดี๋ยวต้องพึ่งเจ้าแล้วละ ไปจับตัวคนผู้นั้นเอาไว้!!”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่
พลังปราณของเสี่ยวป๋ายแม้จะมีถึงระดับสอง เทียบชั้นกับขอบเขตสร้างรากฐาน
แต่ฝั่งของศัตรูยังมีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน
หากเสี่ยวป๋ายเข้าไป ก็เท่ากับเข้าไปตายน่ะสิ
แต่ไม่มีทางเลือกใดแล้ว!! เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ก็จำต้องทำ
จากนั้นเขาก็หันไปมองสตรีข้างกายที่ร่างกายทรุดโทรมและอ่อนแรงถึงที่สุด “โชคชะตาของเจ้าช่างน่าเวทนา เดิมที ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสองวัน”
พลันสิ้นเสียง
เขาก็ฟาดฝ่ามือลงไปที่ศีรษะของสตรีผู้นั้นทันที…
ในวินาทีที่สตรีผู้นั้นกำลังจะสิ้นใจ
เสียงคำรามก้องกังวานขึ้นมาจากในน้ำ
“ตู้ม ๆ ๆ ๆ ๆ…” ผิวน้ำเกิดระลอกเป็นวงกว้าง สร้างเสียงอันน่าสะพรึงกลัว จิตเทวะกำลังโจมตี!!
เฉินซานปิดหู สีหน้าท่าทางสับสน
เมื่อได้สติ เขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาเหม่อลอยไปนานแค่ไหน หากเมื่อครู่มีคนฆ่าเขา เขาจะรอดชีวิตได้หรือ?
“รีบหนี!!”
ซู่!
หลังจากพุ่งออกจากถ้ำฝึกตนแล้ว เขาก็ว่ายอยู่ในน้ำอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าน้ำหลบเลี่ยงเขาไม่เข้ามาใกล้
กลับกันสายน้ำที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขากลับกลายเป็นแรงผลัก ทำให้เขาว่ายน้ำหนีไปได้เร็วขึ้น
ในขณะเดียวกัน
หนูขาวก็พุ่งขึ้นเหนือน้ำไปตามคำสั่งของเขา สวี่หยาง หลินไห่ถังและจ้าวลี่เยี่ยน ทั้งสามลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ
จ้าวลี่เยี่ยนมองสวี่หยางด้วยสายตาเคร่งขรึม
นางไม่รู้ว่าสวี่หยางเพิ่งค้นพบอะไร
แต่การโจมตีเมื่อครู่นี้ของสวี่หยาง ทำให้นางรับรู้ถึงพลังปราณของสวี่หยาง
พูดตามจริง นางก็ไม่รู้ว่านั่นคือการโจมตีแบบใด ราวกับคลื่นเสียง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้ตกใจมาก
ในน้ำลึกลมปราณพุ่งออกมาทันใด จากนั้นก็หนีอย่างตื่นตระหนก
นางรู้ว่า คนคนนั้นต้องเป็นเฉินซานที่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
“สหายเต๋าจ้าว ข้าหาเขาพบแล้ว”
สวี่หยางเอ่ยออกมาพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่คาดคิดเลยว่า จากความผิดพลาด เขากลับช่วยชีวิตสตรีผู้นี้ไว้ได้
เมื่อครู่ เขาใช้จิตเทวะสอดส่องพื้นดินและพบว่าเฉินซานเตรียมจะฆ่าคน
ดังนั้นเขาจึงลงมือและใช้จิตเทวะโจมตี
แน่นอนว่า เขาใช้ลมปราณเพื่ออำพรางจิตเทวะ
พฤติกรรมของเฉินซานบ่งชัดเจน เขารู้ว่าที่ซ่อนถูกเปิดเผย ความโกรธจึงแผดเผาทุกอย่าง ทำให้ตัดสินใจฆ่าสตรีผู้นั้น
แสดงให้เห็นว่า เฉินซานชั่วร้ายมาก
ในขณะนี้
เขาสังเกตเห็นว่า ภายใต้คำสั่งของเฉินซาน หนูสีขาวซึ่งคนผู้นั้นเลี้ยงไว้พุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่กลัวตาย
หนูตัวนี้ไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่ง มันจึงเข้าโจมตีอย่างกล้าหาญ
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด…”
ในเวลานี้ หนูสุ่ยหลิงเกาหน้าอกของสวี่หยาง พร้อมกับส่งเสียงอ้อนวอนกับสวี่หยาง
“อืม เจ้าต้องการให้ข้าปล่อยมันไปหรือ”
สวี่หยางส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
หนูขาวตัวนั้นดูท่าทางจะเป็นตัวเมีย เห็นทีหนูสุ่ยหลิงถงจะถูกใจเข้าแล้วละ
“เอาเถอะ คราวนี้ตามใจเจ้าสักครั้ง กลับไปสำรวจทุ่งวิญญาณให้ข้าใหม่ ทีนี้ต้องสามเดือนเป็นอย่างน้อย” สวี่หยางตอบรับ
หนูสุ่ยหลิงรีบพยักหน้ารัว ๆ แสดงความตื่นเต้นว่าไม่มีปัญหา
หนูขาวที่พุ่งเข้ามาพลังปราณรุนแรงมาก หนูสุ่ยหลิงเป็นแค่ขั้นสูง ระดับหนึ่ง แต่หนูขาวตัวนั้นเป็นถึงระดับสอง
ก็ไม่แปลกใจที่จะควบคุมหนูธรรมดาพวกนั้นได้เยอะแยะ
“หัวหน้าหอจ้าว หนูนี่มีประโยชน์กับข้า ขอให้ไว้ชีวิตมันด้วย”
จ้าวลี่เยี่ยนที่กำลังจะลงมือได้ยินเสียงของสวี่หยางก็ชะงักมือลงพยักหน้ารับ “เมื่อเจ้าพูดมาแบบนี้ ข้ารับทราบแล้ว”
จากนั้นนางก็หยิบเชือกเซียนออกมา
พลังปราณของขอบเขตเจี่ยตานทำให้หนูขาวไม่มีทางต่อต้านได้ มันถูกมัดอย่างรวดเร็ว แล้วก็ส่งมอบให้กับหลินไห่ถัง
“ตามไป!!”
สวี่หยางเพิ่มความเร็วขึ้น เขาสังเกตเห็นว่าขณะที่เฉินซานกำลังหนีไป ในน้ำดูเหมือนจะมีสิ่งวิเศษบางอย่าง
น้ำเหล่านั้นหลบเลี่ยงตัวเขาอย่างไม่ต้องพูดถึง เขายังสามารถหายใจในน้ำได้อีกด้วย
“มีของวิเศษอยู่ที่ตัวแน่ ๆ!!!”
สวี่หยางกล่าวออกมาประโยคหนึ่ง ทันใดนั้นก็ว่ายน้ำด้วยความเร็วไปข้างหน้า ยันต์ระเบิดก็ถูกโยนลงไปในน้ำ
“ตูม!!”
มันก็เหมือนกับระเบิดปลา เฉินซานถูกระเบิดออกมาด้วยเช่นเดียวกัน
“ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก!”
เฉินซานหรี่ตามอง ทะยานขึ้นไปกลางอากาศแล้วจ้องมองสวี่หยางด้วยความโกรธ “เจ้าพวกหมาของหอบังคับใช้กฎ!!”
สวี่หยางเอามือไพล่หลัง แววตาสื่อถึงความสนุกสนาน “พวกหมา? เจ้านี่ช่างหาคำมาเรียกข้านะ”
เฉินซานพลังปราณไม่สูงเท่าไร เขาก็เลยไม่รีบร้อนลงมือฆ่าโดยตรง เขาอยากรู้อยากเห็นว่าเฉินซานมีของดีอะไรบ้าง
อย่างเช่นตอนนี้ที่เขาใช้ของที่ช่วยให้หายใจใต้น้ำได้ นั่นก็ทำให้สวี่หยางสนใจแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวลี่เยี่ยนผู้บำเพ็ญขอบเขตเจี่ยตานก็ลงมือเอง ด้วยเฉินซานผู้นี้มีเคล็ดวิชาที่แปลกมาก ๆ เขาสงสัยว่าบางทีอาจจะได้พบโอกาสอะไรบ้างก็ได้
หากว่ายังมีไม้ตายอีก ก็คงจะยุ่งยาก
“เหอะ เจ้ายังกล้าเถียงอีกหรือ? คนอย่างเจ้าที่นุ่งห่มของดี ๆ กินของดี ๆ มาตั้งแต่เด็ก จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราชนชั้นล่างต้องลำบากยากเข็ญขนาดไหน! แล้วพวกเจ้า…”
เขาชี้ไปที่หลินไห่ถังและจ้าวลี่เยี่ยน “พวกเจ้าก็แค่พวกที่โลภในยศถาบรรดาศักดิ์และความร่ำรวย จึงได้เล็งเห็นชายผู้นี้ ไม่เช่นนั้น พวกเจ้าจะไปหลงใหลเขาได้อย่างไร”
“หนุ่มน้อย เจ้าอัดอั้นตันใจมากเลยนะ”
สวี่หยางพูดไม่ออกไปชั่วขณะ อย่างกับว่าสาว ๆ จะต้องหลงใหลในชายหนุ่มยากจนเท่านั้น ถึงจะดีอย่างนั้นรึ?
“สหายเต๋าสวี่ เช่นนั้นข้าจะจับเขามัดเอาไว้ รอเจ้าลงโทษ”
จ้าวลี่เยี่ยนพูด
“รบกวนหัวหน้าจ้าวแล้ว”
จ้าวลี่เยี่ยนก้าวเดินเข้าไปทีละก้าว โค้งหัวให้เฉินซาน “เฉินซาน เจ้ากระทำชั่วสารพัด ข่มขืนและฆ่าหญิงสาวมากมาย บัดนี้จงยอมจำนนโดยดี ข้าจะช่วยให้เจ้าเจ็บตัวน้อยลง มิเช่นนั้น…”
“ฮ่าฮ่า…คิดว่าเอาข้าอยู่แล้วสินะ!”
เฉินซานหัวเราะเสียงดัง แล้วพูดอย่างเย่อหยิ่ง “ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าต้องทนรับความอัปยศอดสู โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สตรีที่ข้ารักทรยศข้า…”
สวี่หยางขัดจังหวะคำพูดของเขา “ข้าได้อ่านบันทึกของเจ้าแล้ว ดูเหมือนเจ้าจะหลงรักข้างเดียว นางได้ปฏิเสธเจ้าอย่างชัดเจน แต่เจ้าก็ยังตามตื๊อนางไม่เลิก นี่เรียกว่าทรยศตรงไหนเล่า?”
ราวกับเพิ่งตระหนักว่าคำพูดของตนไร้เหตุผล เฉินซานสะบัดมือและร้องขึ้น “เป็นไปไม่ได้ ข้ารู้ว่านางรักข้า นางเคยปลอบโยนข้าตอนที่ถูกคนอื่นดูหมิ่น”
สวี่หยาง “…”
“แค่ปลอบโยนเจ้า เจ้าก็คิดว่านางรักเจ้าแล้วหรือ” สวี่หยางพูดไม่ออก
หลินไห่ถังก็พูดไม่ออกเช่นกัน “ข้าเคยเห็นศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ถูกคนอื่นรังแก ก็จะคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจเสมอ ถ้าเช่นนั้น ตามคำพูดของเจ้า ข้าคงชอบพวกเขาทุกคนสินะ”
จ้าวลี่เยี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย “อืม ๆ ๆ ๆ”
เฉินซานคำรามว่า “พวกเจ้าก็พูดได้สิ ไอ้คนเห็นแก่เงินทั้งนั้น ตอนแรกนางไม่ชอบข้าเพราะข้าจน ถ้าไม่ใช่เพราะอย่างนี้แล้วจะให้เป็นเช่นไร แล้วนางยังโยนดอกไม้ที่ข้าตั้งใจเลือกมาทิ้งไป พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ตอนที่ข้าเห็นดอกไม้เหี่ยว ๆ นั้น ข้าเจ็บใจเพียงใด”
“บอกแล้วไงว่าเจ้าตามตื๊อไม่เลิก เจ้ายังไม่เชื่ออีก!”
สวี่หยางส่ายหัวเล็กน้อย
แน่ใจแล้วว่าเฉินซานคนนี้มีบุคลิกค่อนข้างดื้อรั้น ดันทุรังจนอาจถึงขั้นไร้เหตุผล
คนที่ช่วยเหลือเขาไว้ ล้วนถูกคิดว่าเป็นผู้หลงใหลในตัวเขา
หากไร้ซึ่งความหลงใหลในตัวเขา กลับกล่าวหาว่าผู้คนเหล่านั้นเป็นผู้เห็นแก่เงินตราและชื่อเสียง
หมายความว่าสิ่งที่เขากล่าวคือ เหตุผลเหนือสิ่งอื่นงั้นหรือ?
เฉินซานโบกถุงเก็บของจากนั้นก็มีหุ่นเชิดมนุษย์หินออกมา สูงสองราวเมตรปรากฏขึ้นตรงหน้า
หุ่นทั้งตัวเป็นสีเทาขาว ข้อต่อต่าง ๆ ประกอบด้วยก้อนหินที่ซ้อนกัน ราวกับสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์
“ตึง ตึง ตึง!”
หุ่นลอยอยู่กลางอากาศ ก้าวเดินทีละก้าว เสียงดังกึกก้องขึ้นภายในป่า
“พวกเจ้าบีบบังข้าเอง อย่าได้มาโทษข้าหากเราทั้งคู่ต้องตายด้วยกัน”
แววตาเฉินซานปรากฏประกายแห่งความคลุ้มคลั่ง
“เจ้าพูดถึงตายด้วยกัน ก็ดูถูกข้ามากเกินไปแล้ว”
จ้าวลี่เยี่ยนพุ่งเข้าโจมตี แขนเสื้อปลิวไสวในอากาศ นางคว้าอาวุธลับสุดยอดออกมาทันที ซึ่งก็คือแส้เส้นหนึ่ง
“พรึบ!”
เหวี่ยงใส่เฉินซาน
ลมปราณโดยรอบบิดเบี้ยวไปหมด
เฉินซานคำราม “ช่วยข้าสู้!”
หุ่นเชิดพุ่งออกไป อ้าปากพ่นกลิ่นอายที่น่ารังเกียจออกมา
หลังจากนั้น พลังอันป่าเถื่อนก็แผ่กระจายไปทั่ว
“หุ่นเชิดระดับสามเทียบเท่ากับพลังปราณของขอบเขตเจี่ยตาน”
สวี่หยางขมวดคิ้ว หุ่นเชิดนี้พลังปราณแข็งแกร่งมากจริง ๆ