ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 272 ลงมือทำก่อน
บทที่ 272 ลงมือทำก่อน
“เฮ้อ…เสี่ยวเฉียง ขยันขันแข็งเข้าไว้ ไม่ต้องรีบ รู้ ๆ กันอยู่ว่ายังไงซะวันหน้าเสี่ยวป๋ายก็จะได้เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน”
ความตั้งใจลึก ๆ ของสวี่หยาง คือน้ำหยดลงหินทุกวัน ย่อมทำให้หินสึกได้ ช้าหรือเร็วเจ้าก็จะสมหวังอยู่ดี เสี่ยวเฉียงจึงไม่ต้องกังวล
เมื่อได้ยินแบบนั้น จิตใจของเจ้าหนูสุ่ยหลิงก็สงบลง
ทว่าจากมุมมองของสวี่หยางแล้ว หนทางแห่งรักของเสี่ยวเฉียงยังอีกยาวไกลนัก
เขาแทบจะเห็นภาพหนูสุ่ยหลิงผู้เชี่ยวชาญวิถี ‘เลียแข้งเลียขา’ เติบโตแล้ว
“แต่ก็นับว่าดีเหมือนกัน ให้เป้าหมายกับเสี่ยวเฉียงสักหน่อย ต่อไปมันจะได้ทำงานหนักขึ้น”
สวี่หยางตั้งใจว่า เมื่อใดที่พบเหอซีเสวี่ย เขาจะต้องไปขอคำชี้แนะเกี่ยวกับการเพิ่มพลังปราณให้หนูสุ่ยหลิงและเสี่ยวไป๋หู
เมื่อพลังปราณของเขาก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ พลังปราณของสัตว์เลี้ยงทั้งสองก็เริ่มกลายเป็นของไก่กา ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้มากนัก
เขาคงไม่คิดจะให้มันช่วยลงไร่ลงนาไปวัน ๆ หรอกกระมัง?
ริมฝั่ง
หญิงสาวฟื้นขึ้นมา
นางบอกว่าจำเรื่องราวก่อนหน้าทั้งหมดไม่ได้
จำได้แค่ว่าตื่นขึ้นมาแล้วก็โดนเฉินซานทำร้าย จากนั้นก็สลบไปอีก
เนื่องจากอยู่ในสภาพสลบไสลมาตลอด นางจึงไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใด
ถึงแม้สวี่หยางจะค่อนข้างเชื่อว่าหญิงผู้นี้ไม่รู้เรื่องแก่นวิญญาณจริง ๆ ก็ตาม
แต่เพื่อความปลอดภัย
สวี่หยางจึงแอบส่งเสียงบอกจ้าวลี่เยี่ยนให้เอาข้ออ้างเรื่องการรักษาตัวมาจัดการให้หญิงผู้นั้นมาพักที่บ้านตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เธอไปพบปะผู้ใด
จนกว่าเซียนเหอจะมา เมื่อถึงเวลานั้น แม้เรื่องแก่นวิญญาณจะถูกเปิดเผยก็คงไม่มีความหมายอันใด
เมื่อจ้าวลี่เยี่ยนได้ยินจึงรู้สึกว่ามีเหตุผล จึงได้ชักชวนหญิงผู้นั้น
โดยบอกว่าเฉินซานยังไม่ถูกจับกุม
เพื่อป้องกันไม่ให้หญิงผู้นั้นกลับบ้านไปแล้วจะถูกเฉินซานแก้แค้น นางจึงบอกจะดูแลผู้หญิงคนนั้นไปก่อน และควรไปพักอยู่ที่บ้านของนาง
นางจะจัดการเรื่องการรักษาให้ด้วย
มีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานคอยปกป้องด้วยตนเองแล้ว หญิงผู้นั้นก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล เพียงแต่รู้สึกว่าหัวหน้าจ้าวลี่เยี่ยนเป็นคนดีจริง ๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ได้ยินมาเลย
“เช่นนั้น เราก็ไปกันเถอะ”
สวี่หยาง พูดพลางเสนอแนะขึ้นว่า “แกล้งทำเป็นว่ายังคงตามล่าเฉินซานอยู่”
เมื่อเดินออกจากป่า
สวี่หยางหรี่ตามอง
มีคนคุ้นเคยมา
ครู่ต่อมา ก็เห็นฟ่านเหม่ยเหม่ยและชายผู้บำเพ็ญมนุษย์ตัวค่อนข้างเตี้ยคนหนึ่งเข้ามา
ชายผู้นั้นมีกลิ่นอายของขอบเขตเจี่ยตานติดตัวมาอย่างเข้มข้นและยังมีซ่งเต้าหมิงตามมาด้วย
ซ่งเต้าหมิงมองสวี่หยางจากระยะไกล ดวงตาเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ รีบส่งจิตไปที่ฟ่านเฉิงตงแจ้งว่าผู้นี้คือ สวี่หยาง
หญิงที่อยู่ด้านหลังคือหลินไห่ถังผู้เป็นภรรยา
เมื่อแจ้งเสร็จเขาก็พูดจาใส่ร้ายว่า “ผู้อาวุโสฟ่าน จ้าวลี่เยี่ยนผู้นี้จงใจต่อต้านท่าน ข้ากับนางสื่อจิตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ข้าบอกนางว่าห้ามช่วยสวี่หยาง แต่นางก็ไม่ฟัง ช่างเป็นผู้ที่จิตใจชั่วช้าสิ้นดี!!”
เขาก้มศีรษะลง แต่หางตาก็แอบมองมาที่ฟ่านเฉิงตงเป็นระยะ
แน่นอนว่าเขาเห็นว่าฟ่านเฉิงตงมองมาด้วยแววตาเย็นชา
“ข้าเกลียดพวกหมาเนรคุณที่สุด”
ฟ่านเฉิงตงฮึดฮัด
“นั่นสิ ผู้อาวุโสฟ่าน! จ้าวลี่เหยียนผู้นี้ช่างเหลวไหลนัก ท่านคงรู้ว่านางได้รับการวางตัวให้ขึ้นมารับตำแหน่ง โดยท่านโจวป๋อซู่โดยตรง นางจึงกล้าทำเช่นนี้เป็นแน่”
แต่เดิมจ้าวลี่เยี่ยนได้รับการวางตัวให้ขึ้นมารับตำแหน่งโดยโจวป๋อซู่จริง ๆ
จ้าวลี่เยี่ยนรับผิดชอบการเป็นหัวหน้าหอบังคับใช้กฎ ณ ที่แห่งนี้ และคอยส่งเสริมผลประโยชน์บางประการแด่โจวป๋อซู่ในทางลับ
อาทิเช่นภาษีในพื้นที่นี้ หรือโอสถวิญญาณระดับสามที่ค้นพบ หรือแม้กระทั่งทรัพยากรสำหรับการฝึกตน
อย่างไรก็ตาม ซ่งเต้าหมิงเป็นทายาทตระกูลซ่ง ซึ่งเป็นตระกูลผู้ดีในท้องถิ่น ผลประโยชน์ที่ตระกูลซ่งให้มีมากกว่า
ตัวซ่งเต้าหมิงเองก็ไม่พอใจที่เป็นเพียงรองนางเท่านั้น จึงได้เกิดเหตุการณ์ที่จ้าวลี่เยี่ยนทรยศหักหลังเช่นนี้
แท้จริงแล้วจ้าวลี่เยี่ยนก็มิได้โง่เขลา
ภายใต้การชี้แนะของโจวป๋อซู่ ซ่งเต้าหมิงค่อย ๆ กัดกร่อนอำนาจของจ้าวลี่เยี่ยนทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งทำให้จ้าวลี่เยี่ยนรู้สึกตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว
บัดนี้สวี่หยางได้ปรากฏกายขึ้น ทำให้จ้าวลี่เยี่ยนหันมาหาเหอซีเสวี่ยแทน
ฟ่านเฉิงตงไม่สนใจ พลางกล่าวว่า “พวกเจ้าคอยดูเถิด ข้าจะจัดการนางเดี๋ยวนี้”
“นี่…”
ซ่งเต้าหมิงรีบพูดว่า “ผู้อาวุโสฟ่าน สวี่หยางเป็นคนที่เซียนเหอให้ความสำคัญ หากจะจัดการเขา คงมิบังควรกระมัง”
“เจ้าปัญญาอ่อนหรือไร ข้าหมายถึง จ้าวลี่เยี่ยนต่างหาก!” ฟ่านเฉิงตงหัวเราะในลำคอหนึ่งเสียง “สวี่หยางมีแผ่นหยกศิษย์สายตรงของเซียนเหอติดตัวอยู่ ข้าไม่กล้าแตะต้องเขาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแตะต้องจ้าวลี่เยี่ยนไม่ได้”
เมื่อกล่าวจบ
แท้จริงแล้วในใจฟ่านเฉิงตงรู้สึกริษยาสวี่หยางเป็นอย่างมาก
ทั้งที่ต่างก็มาที่นี่เพื่อจัดการเรื่องเดียวกัน
แต่สวี่หยางกลับมีแผ่นหยกศิษย์สายตรงพกติดตัว
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรกัน?
หมายความว่าสวี่หยางมีสถานะสูงกว่าเขา
เรื่องนี้เป็นเหตุให้เขาทุกข์ใจยิ่งนัก เขาริษยาสวี่หยางอย่างมาก มิฉะนั้นเขาคงหาหนทางจัดการสวี่หยางตั้งนานแล้ว
“เป็นอย่างเช่นที่ท่านอาวุโสฟ่านกล่าว!”
ซ่งเต้าหมิงรีบเยินยอและพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
พร้อมกันนั้นในใจก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง
แผนการของเขาสำเร็จแล้วสินะ!!
ตลอดเส้นทางเขาได้พูดจาใส่ร้ายจ้าวลี่เยี่ยนต่อหน้าฟ่านเฉิงตงอยู่บ่อยครั้ง
และวันนี้ฟ่านเฉิงตงก็โกรธแค้นจนถึงขีดสุดแล้ว
ตราบใดที่จัดการจ้าวลี่เยี่ยนได้ เขาย่อมสามารถควบคุมหอบังคับใช้กฎได้อย่างชอบธรรม
“ซวบ!!”
ฟ่านเฉิงตงเร่งฝีเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วและในไม่ช้าก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าสวี่หยางพร้อมกับถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ตามหาเฉินซานพบหรือยัง?!!”
“ยังไม่พบ” สวี่หยางตอบและกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเจ้าช่างรวดเร็วเหลือเกิน พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่ เจ้าก็ตามมาติด ๆ กันแบบนี้แสดงว่ามีวิธีติดตามพวกเราอยู่สินะ”
“พูดอะไรกัน ติดตามอะไร พวกเราจะติดตามพวกเจ้าไปทำไม?”
ฟ่านเฉิงตงปฏิเสธเสียงแข็ง
“อืม ข้าคงไม่พูดกับพวกเจ้าแล้ว ข้ายังต้องตามหาเฉินซานอยู่ ฉะนั้นลาก่อน”
สวี่หยางไม่ต้องการพูดจาให้มากความ
ฟ่านเฉิงตงผู้นี้ก็ยังคงเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานอยู่
เขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตเจี่ยตานธรรมดา ๆ อีกด้วย นั่นเพราะอย่างไรเสียเขาก็ยังได้ติดตามผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานอยู่ และย่อมต้องได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาบางอย่าง บางทีก็อาจจะมีรางวัลมอบให้ด้วย
ดังนั้น หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรปะทะกัน
แต่หลังจากที่สวี่หยางเพิ่งจะเดินออกไป ฟ่านเฉิงตงก็กลับมายืนขวางหน้าจ้าวลี่เยี่ยนไว้
“เจ้าจะไปที่ใด?!”
จ้าวลี่เยี่ยนหรี่ตามองตรงมา “เจ้าว่าอย่างไร สหายเต๋าฟ่าน? ข้าไปล่วงเกินเจ้าที่ใดรึ?”
“ข้าปฏิบัติตามหน้าที่ เพิ่งได้รับเรื่องร้องเรียนว่าเจ้าใช้อำนาจของหัวหน้าหอบังคับใช้กฎหาผลประโยชน์แก่ตนเอง ยักยอกภาษีเข้าห่อ ข้ามีหลักฐานเบื้องต้นแล้ว เจ้าจงตามข้าไปเฝ้าโจวเจินเหรินด้วย เจ้าจะแก้ต่างอย่างไรก็ว่าไป ข้าเชื่อว่าโจวเจินเหรินจะตัดสินอย่างเป็นธรรม”
สวี่หยางใจเต้น
ฟ่านเฉิงตงผู้นี้รู้ว่าจัดการเขาไม่ได้ จึงหันไปจัดการจ้าวลี่เยี่ยนแทน
ซึ่งมีจุดประสงค์ประการเดียวคือกดขี่จ้าวลี่เยี่ยน
อีกประการคือขัดขวางไม่ให้จ้าวลี่เยี่ยนช่วยเหลือเขา
ช่างเป็นเล่ห์กลอันชั่วร้ายยิ่งนัก!
เป็นธรรมดาที่จ้าวลี่เยี่ยนจะเข้าใจปัญหาทันที สีหน้านางจึงหม่นลง
หากติดตามเขาไป ชีวิตของนางคงไม่รอดแน่
“เจ้าไม่มีหลักฐานอันใด ไม่มีสิทธิ์จับกุมข้า” จ้าวลี่เยี่ยนกล่าว
“นั่นมันมิได้ขึ้นอยู่กับเจ้า”
ฟ่านเฉิงตงยิ้มอย่างมั่นใจ
พวกเขาต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ในขอบเขตเจี่ยตาน แต่เขาได้ติดตามโจวเจินเหริน พลังปราณของเขาจึงใกล้เคียงกับเจินตาน
ถามเขา เขากลัวหรือไม่ล่ะ!
นี่ก็คือรากฐานปราณของเขา
“จ้าวลี่เยี่ยน ข้าขอให้เจ้าจำนนแต่โดยดี มิเช่นนั้น เจ้าก็ต้องได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“หากเจ้าต้องการใส่ร้ายใครสักคน เจ้าจะไม่มีวันฟังข้อแก้ตัว ฟ่านเฉิงตง เจ้าช่างไร้ยางอายเสียจริง”
พลังปราณจ้าวลี่เยี่ยนไหลเวียนทำให้หน้าอกนางกระเพื่อมขึ้นลงถี่ ๆ
“หัวหน้าจ้าว ผู้อาวุโสฟ่านมีหลักฐานบางส่วนอยู่ โปรดจำนนแต่โดยดี ข้าเชื่อว่าเจ้าจะบังคับใช้กฎอย่างเป็นธรรม หากเจ้าขัดขืน เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าของเมืองเซียนทั้งหมด”
ในอีกทางหนึ่ง ซ่งเต้าหมิงพูดว่า “เจ้าคงไม่อยากให้สามีของเจ้าเดือดร้อนกระมัง”
เจ้าลี่เยี่ยนอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว แน่นอนว่านางก็มีคู่บำเพ็ญเช่นกัน สามีของนางอยู่ขอบเขตเจี่ยตาน แต่ด้วยความที่อายุมากแล้ว ความสามารถในการต่อสู้จึงไม่ค่อยดีนัก
เดิมทีเมื่อก่อนนางยังอ่อนแอกว่านี้มาก นางได้พบกับสามีในปัจจุบันของนาง หลังจากนั้นก็อยู่ด้วยกัน นางได้รับการสนับสนุนจากสามี ทำให้ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเจี่ยต้านได้สำเร็จ
ถึงแม้ว่าช่วงอายุของทั้งคู่จะห่างกันมาก แต่รากฐานความสัมพันธ์นั้นดีมาก
ซ่งเต้าหมิงรู้ดีในจุดนี้ จึงใช้สามีของเจ้าลี่เยี่ยนมาพูดเพื่อหวังจะรบกวนจิตใจของนาง
“แค่คำพูดลอย ๆ ไร้หลักฐาน เรื่องนี้สมควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบและยุติธรรม ข้าจะแจ้งเรื่องนี้ต่อเซียนเหอ เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะดำเนินการสืบสวนเรื่องของหัวหน้าจ้าวด้วยตนเอง”
เมื่อถึงคราวนี้สวี่หยางก็อาสารับหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้เจ้าลี่เยี่ยน
เจ้าลี่เยี่ยนมองเขาด้วยสายตาขอบคุณ
แต่ฟ่านเฉิงตงคงไม่ยอมให้สวีหยางสมปรารถนาอย่างง่ายดายเช่นนั้น
เขาโบกมือพลางเย้ยหยัน “เจ้าเป็นเพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐาน จะมีความสามารถในการสืบสวนใดกัน เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”
เมื่อกล่าวจบ ก็ฉวยโอกาสตอนที่จ้าวลี่เยี่ยนเผลอ ฟ่านเฉิงตงยื่นมือคว้าไปที่คอของจ้าวลี่เยี่ยน
จ้าวลี่เยี่ยนมิอาจยอมจำนน ยาวิเศษได้ทะลวงสุญญากาศซัดเข้าใส่ฟ่านเฉิงตง
ตูม!
เสียงแส้ดังสะเทือน ทำให้ซ่งเต้าหมิงและฟ่านเหม่ยเหม่ยทั้งสองคนกระเด็นออกไป
ทั้งสองคนนี้ต่างก็มีพลังในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย เมื่อจ้าวลี่เยี่ยนใช้พลังของศัสตราศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พวกเขาทั้งสองเจ็บปวดแทบจะกระอักเลือดออกมา
“นังนี่จงใจกระทำ!”
ซ่งเต้าหมิงอดด่าไม่ได้
ยามที่แข่งขันตำแหน่งกับจ้าวลี่เยี่ยน จุดด้อยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตน ก็คือเขาอยู่เพียงแค่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย ไม่อาจเทียบเทียมขอบเขตเจี่ยตานได้
ถึงกระนั้นก็มั่นใจว่า ตราบใดที่ได้นั่งตำแหน่ง ก็จะได้ทรัพยากรในการฝึกฝนมากยิ่งขึ้น รวบรวมทรัพยากรขอบเขตเจี่ยตานได้ ทุกอย่างก็จะง่ายดาย ตนก็จะก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเจี่ยตานได้ไม่ยาก หรือไม่ก็ก้าวขึ้นถึงขอบเขตจินตาน
ถึงตอนนั้นก็จะได้เชิดหน้าชูตา
ด้วยความคิดเช่นนั้น จึงแอบส่งเสียงทางจิต “ท่านผู้อาวุโสฟ่าน นางสามารถใช้แรงสะท้อนจากการโจมตีทำร้ายเราได้ ท่านก็อาจจัดการกับสวี่หยางได้ เช่นกัน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็อาจโยนความผิดไปที่จ้าวลี่เยี่ยนได้ด้วยซ้ำ!!”
คำพูดดังกล่าวทำให้ฟ่านเฉิงตงตาเป็นประกาย “ความคิดยอดเยี่ยม”
แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าในตอนนั้น สวี่หยางจะฉวยโอกาสขณะที่ฟ่านเฉิงตงต่อต้านการโจมตีของจ้าวลี่เยี่ยนอยู่ เขาได้ปล่อยยันต์ศักดิ์สิทธิ์ใบหนึ่งพุ่งตรงเข้ามา
ตูม!!
เสมือนฟ้าผ่าคำรามลั่นเก้าชั้นฟ้า
“ยันต์ศักดิ์สิทธิ์!!”
ฟ่านเฉิงตงและฟ่านเหม่ยเหม่ยต่างก็รู้สึกตื่นตกใจจนแทบสิ้นสติ
นั่นคือยันต์ศักดิ์สิทธิ์
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตาน เมื่อได้พบเห็นก็ต้องประคองตนเองอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับคมมีด
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เป็นเพียงแค่เจี่ยตาน
ในยามนี้ ดวงตาของฟ่านเฉิงตงแปรเปลี่ยนไป ราวกับอากาศโดยรอบแข็งตัว
เขารีบใช้ยันต์ป้องกัน พลังยุทธ์ทั้งมวลรวมตัวกันโดยรอบ ปกป้องจุดสำคัญของตนเอง
พลังอันมหาศาลในเสี้ยววินาทีราวกับสายธารแห่งดวงดาวเทลงมาจากฟากฟ้าถาโถมเข้าใส่ร่างของเขา
เดิมทีเขาก็อยู่ในท่าป้องกันการโจมตีจากจ้าวลี่เยี่ยนอยู่แล้ว
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันเช่นนี้จึงทำให้เขาตั้งรับไม่ทัน
“โอ๊ย!!”
ฟ่านเฉิงตงทรุดตัวลง รู้สึกราวกับพลังในร่างกายถูกดูดจนหมด
โครม!
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกใบหนึ่งโจมตีเข้ามา ตรงเข้ามาหาใบหน้าของเขาอย่างแม่นยำ แตะลงบนใบหน้าของเขาอย่างหนักหน่วง
ความรู้สึกเย็นเยียบราวกับ…หยาดฝนเย็นยะเยือกที่มิอาจหยุดกระทบลงบนใบหน้า…
เมื่อกลุ่มควันสลายไป
เสียงฮือฮาก็ดังขึ้น เมื่อทุกคนเห็นว่าร่างไร้ศีรษะของฟ่านเฉิงตงทอดกายแน่นิ่งอยู่บนพื้น เลือดทะลักราวสายน้ำจากลำคอที่ขาดหาย
“ตายด้วยน้ำมือของยันต์ศักดิ์สิทธิ์สองใบ ถือว่าให้เกียรติเจ้ามากแล้ว”
สวี่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
จ้าวลี่เยี่ยนมองสวี่หยางที่สงบราวกับสายน้ำ นางรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ลางสังหรณ์ก่อนหน้านั้นไม่ผิด
หากตอนนั้นนางคิดผิดเรื่องแก่นวิญญาณ นางก็คงกลายเป็นร่างไร้ศีรษะเช่นเดียวกับฟ่านเฉิงตงไปแล้ว
นาง…เลือกข้างถูกแล้ว
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
YP619X6Y
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ