ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 283 ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย ถูกจับกุมแล้ว!
บทที่ 283 ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย ถูกจับกุมแล้ว!
เวลาผ่านไปไม่กี่วัน…
ทุกคนได้รับข่าวสารชิ้นหนึ่งที่ชวนสะเทือนใจ
ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย ถูกจับกุมแล้ว!
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ทั่วเกาะก็เดือดพล่าน
เพราะว่าข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายนี้ได้กระทำความชั่วมากมาย ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง มีผู้คนมากมายที่เพียงได้ยินชื่อนี้ก็ถึงกับนิ่งเงียบไป
แต่ตอนนี้ เขาถูกจับแล้ว
คนที่จับกุมบุคคลนี้ได้นั้น ได้รับการบอกเล่ากันว่าเป็นผู้บำเพ็ญหญิงนางหนึ่ง นางเป็นผู้ดูแลหอการค้าแห่งหนึ่งนามว่าจางลี่
หลังจากที่ผู้บำเพ็ญหญิงผู้นี้จับกุมผู้บำเพ็ญชั่วร้ายแล้ว นางก็ได้เข้าพบจ้าวลี่เยี่ยน!!
หลังจากนั้นจ้าวลี่เยี่ยนได้ประกาศต่อสาธารณชนว่า ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายอย่างข่ายถังนั้นเป็นเพียงชายชราที่ขอบเขตสร้างรากฐาน ระดับกลาง เนื่องจากเขาไม่สามารถเสพสมกับหญิงสาวได้ จึงเกิดจิตใจที่มัวหมอง หลังจากนั้นก็ตอนตัวเองกลายเป็นขันที
จากนั้นจิตใจของเขาก็ยิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้น เริ่มทำร้ายผู้อื่น
และเหตุผลที่เขาสามารถลงมือได้สำเร็จหลายครั้งก็เพราะว่า เขารู้วิธีวางยาพิษ ทำให้เหยื่อเผลอได้รับพิษมาก่อน จากนั้นจึงค่อยลงมือ
สุดท้ายยังได้ประกาศว่า บุคคลผู้นี้ขี้ขลาดเหมือนหนู เป็นเพียงคนชั่วช้าคนหนึ่งเท่านั้น จางลี่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ เป็นวีรสตรี เมื่อเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญชั่วร้ายที่ขี้ขลาดเช่นนี้ นางก็สามารถจัดการเขาได้ด้วยมือข้างเดียว
ทั้งเกาะต่างก็โกลาหล
ไม่น่าเชื่อว่า ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายที่ทำให้ผู้คนได้ยินแล้วต้องเปลี่ยนสีหน้าจะกลายเป็นคนชั่วช้าที่ขี้ขลาดเช่นนี้
ทันใดนั้น การควักไส้ของข่ายถังก็กลายเป็นเรื่องตลกร้ายไปเลย
เรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่
“ฮะฮะฮ่า ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย ก็ทำได้เพียงเท่านี้”
“อืม ก็แค่หนูถีบจักร เป็นไอ้แก่คราวพ่อ”
“หรือจะเป็นขันที เพราะไม่สามารถร่วมห้องหอกับสตรี จริง ๆ แล้วจึงทำร้ายผู้อื่น คนแบบนี้ยังสู้โจรผู้ฝึกตนหรือผู้บำเพ็ญมารไม่ได้เลย!!”
“ใช่แล้ว หรือคิดว่าตนเองเป็นจอมมารกัน? แต่เปล่าเลย ก็เป็นได้แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่งเท่านั้น!”
ชั่วครู่เดียวเรื่องของ ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายก็ได้กลายเป็นเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่
………
ทว่าในมุมหนึ่ง
ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านคนหนึ่งกำมือแน่น ดวงตาเบิกกว้างมีเส้นเลือด กัดฟันกรอด
“ข้ากลับกลายเป็นเรื่องตลกงั้นรึ? ฮ่า ๆ ๆ ดี ดีจริง ๆ กล้าดูหมิ่นกันเช่นนี้ ความสำเร็จของข้ากลับบอกว่าเป็นของขันทีงั้นรึ! หึ!”
“จางลี่…”
เขาเชิดหน้าขึ้น ผมยาวปิดบังดวงตา
ทันใดนั้น หูเขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนตะโกน “จางลี่เวลานี้กลายเป็นแขกของหอบังคับใช้กฎแล้ว และประกาศกร้าวไว้ว่า ในวันนั้น นางจะลงมือฆ่าข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายนี้ต่อหน้าสาธารณชนแน่”
“จางลี่เก่งกาจจริง ๆ หญิงแกร่งจริง ๆ”
“จริง! คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายคนชั่วร้ายจะมาถูกหญิงสาวจับตัวได้”
“ตอนนี้จางลี่พักอยู่ที่คฤหาส์เหวินเฟิงของตระกูลซ่ง คฤหาส์แห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขา นางกลายเป็นแขกประจำของตระกูลซ่งไปแล้ว หลาย ๆ คนไปเยี่ยมเพื่อขอบคุณนางที่ฆ่าคนชั่วผู้นั่นได้”
มีคนหนึ่งแปลกใจ “ถ้าหากคนชั่วร้ายคนนั้นมีพวก แล้วหาเรื่องนางขึ้นมาจะทำอย่างไร”
“กลัวอะไร สหายเต๋าจางลี่พลังปราณนางแข็งแกร่งมาก นางบอกว่าแม้แต่ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายสิบคนนางก็ยังจัดการได้สบาย ๆ เลย!!”
“กร๊อบแกร๊บ!!”
ชายหนุ่มที่มีใบหน้าขาวราวหิมะกำหมัดแน่น มุมปากกระตุกยิ้มอย่างน่ากลัว
“สิบคนงั้นหรือ…ข้าก็จัดการได้สบาย ๆ เหมือนกัน น่าประหลาดใจจริง ๆ นะ ที่นางกล้าพูดเช่นนี้”
ทันใดนั้น เขาก็เกิดความคิดที่บ้าบิ่นขึ้นมา
ฆ่าจางลี่!
ไม่! ถูกต้องแล้ว! ฆ่าจางลี่ให้ทรมาน
ให้คนทั้งโลกได้เห็นว่าใครกันแน่…ที่เป็นตัวตลกที่แท้จริง
ด้วยสถานะของจางลี่ที่ตอนนี้เป็นเหมือนวีรสตรีของเกาะจันทร์ดับ หากนางถูกฆ่าตายอย่างทรมาน การกระทำเช่นนั้นต้องทำให้ผู้คนบนเกาะหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ซึ่งก็บรรลุจุดประสงค์อีกอย่างของเขาด้วย
“จางลี่ เหอะ…”
เขาหัวเราะลั่น ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปด้านนอก
จู่ ๆ ยันต์ส่งข่าวในถุงเก็บของก็ส่องสว่างขึ้นมา
เขาตรวจสอบยันต์ส่งข่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ครอบครัวส่งมาบอกว่าคนนามว่า “จางลี่” มีพิรุธ ขอให้เขาอย่าเพิ่งโกรธ พวกเขาจะค่อย ๆ สืบหาความจริงให้
ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดเอี่ยมขมวดคิ้ว “พิรุธ? มีอะไรให้สืบกันนักหนา ข้าจะไปพบมันด้วยตัวเองเลย!”
สำนักไท่อี้ตั้งอยู่บนเกาะตะวันดับใกล้กับเกาะจันทร์ดับ
ที่นี่คือตำแหน่งที่สำนักไท่อี้และเมืองเซียนชิงหนิวจะต้องประจันหน้ากัน ขณะนี้ได้มีผู้บำเพ็ญมนุษย์แห่งสำนักไท่อี้จำนวนมหาศาลมารวมตัวกัน
ภายในที่พักแห่งหนึ่ง
ผู้บำเพ็ญมนุษย์คนหนึ่งเหลือบตาอ่านข้อความที่ได้รับกลับมา “พิรุธ? มีอะไรให้สืบกันนักหนา ข้าจะไปพบตัวมันด้วยตัวเอง”
เขาขมวดคิ้ว “คุณชายไม่ยอมฟังคำเตือนเสียแล้ว”
“แล้วจะทำอย่างไรดี เรื่องนี้มีกลิ่นแปลก ๆ จางลี่คนนี้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนในฐานะผู้บำเพ็ญอิสระ แล้วเหตุใดจู่ ๆ ถึงออกมายืนกรานว่าตนจับผู้บำเพ็ญชั่วร้ายได้?” คนข้าง ๆ วิเคราะห์
“มีสองทางที่เป็นไปได้ จางลี่คนนี้อยากโด่งดัง นี่คือทางที่เป็นไปได้แรก ทางเป็นไปได้ที่สองคือมีคนวางแผน แต่เสียดายคุณชายไม่ยอมฟัง พฤติกรรมแบบนี้ของคุณชาย เกรงว่าเขาจะต้องตอบโต้จางลี่เป็นแน่”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ชราถอนหายใจเฮือกใหญ่
เขาชื่อ ‘เวินกวงจง’ เป็นคนที่คอยดูแลคุณชายมาตั้งแต่เล็ก
คุณชายนั้นเก็บตัวมาตั้งแต่เด็ก แต่พรสวรรค์ในการฝึกตนนั้นยอดเยี่ยมนัก
ครั้งหนึ่งสำนักไท่อี้เคยทำนายว่า คุณชายจะต้องเข้าสู่ขอบเขตจินตานได้แน่
ทว่าหญิงที่เขารักในวัยเยาว์กลับถูกยอดฝีมือผู้หนึ่งหมายปอง นางได้กลายเป็นอนุภรรยาของชายผู้นั้น
เดิมทีเขาคิดจะพานางหนีไปด้วยกัน แต่นางไม่ยินยอม กลับกล่าวว่า ยินดีที่จะปรนนิบัติรับใช้ยอดฝีมือขอบเขตจินตานผู้นั้น
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็โกรธแค้น คิดว่านางช่างใจร้าย ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ
เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงทำให้จิตใจของเขาเปลี่ยนไป เริ่มเกลียดชังสตรีทั้งมวล
จิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การฝึกฝนในการเข้าสู่ขอบเขตจินตานของเขาผิดพลาด
และกลายเป็นขอบเขตเจี่ยตานไปเสียได้
หลังจากนั้น สตรีที่เขาเคยรักได้ผ่านมาเยี่ยมครอบครัวของเขา และได้เยาะเย้ยเขาอีกด้วย
จากนั้น คุณชายก็ได้สังหารหญิงคนแรก…
หลังจากนั้นก็บานปลายไปกันใหญ่
เขามีความสุขกับการฆ่าผู้อื่น
ชายชราเข้าใจความรู้สึกเช่นนั้น คุณชายต้องการให้ผู้อื่นยอมรับในตัวเอง ต้องการให้ชาวโลกเกรงกลัวเขา โดยเฉพาะสตรีที่ทอดทิ้งเขาไป
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าแตะต้องนางผู้นั้น เพราะนางเป็นสตรีของผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานซึ่งเป็นยอดฝีมือ เขาไม่เพียงแต่จะทำร้ายนางไม่ได้ แม้แต่คิดจะพบหน้าก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
ดังนั้น เขาจึงชักดาบไล่ฆ่าผู้ที่อ่อนแอกว่า!!
ส่วนพวกเขาเองก็ไม่สามารถห้ามปรามการกระทำของคุณชายได้ ทำได้เพียงปกป้องเขาไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้
ครั้งนี้สำนักไท่อี้จะบุกเกาะจันทร์ดับ พวกเขาในฐานะคนของสำนักไท่อี้จึงก้าวออกมาเป็นกองหน้าให้
คุณชายต้องการฆ่าคนเป็นเรื่องสนุกอยู่แล้ว จึงจงใจให้ไปยังเกาะจันทร์ดับเพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้คน
………
“เรื่องนี้แปลกพิกล คุณชายถูกความเกลียดชังบดบังสติ อาจตกหลุมพรางกก็เป็นได้!!”
เวินกวงจงกล่าวกระซิบ เบื้องลึกเบื้องหลังของคุณชายนั้นเขารู้ชัดเจนยิ่งนัก
รู้ดีว่าคุณชายผู้นี้เย่อหยิ่งมาก
บัดนี้จางลี่โจษจันให้คนทั้งหลายรับรู้ ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายที่เรียกกันว่าข่ายถังนั้นช่างต่ำช้าสิ้นดี อีกทั้งยังเป็นขันทีอีกด้วย คุณชายย่อมโกรธมากเป็นแน่
“คุณชายยังไม่ตอบกลับ เกรงว่าคงจะไปยังตระกูลซ่งที่คฤหาสน์เหวินเฟิงแล้ว”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์วัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วถาม “ผู้อาวุโสเวิน เราจะทำเช่นไรดีขอรับ จะไปบอกนายท่านดีหรือไม่”
“บอกไปเถอะ!!”
เวินกวงจงกล่าวด้วยความอ่อนล้า
“รับทราบ”
ครอบครัวของพวกเขามีสำนักไท่อี้ค้ำจุน เป็นผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลเวิน บนเกาะแถบนี้ พลังปราณสูงสุดของตระกูลพวกเขาอยู่ที่ขอบเขตเจินตาน
ไม่ว่าคุณชายจะเลวทรามปานใด เขาก็ยังเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน ซึ่งเป็นพลังระดับที่สองของตระกูล
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลอีกด้วย
ข่าวแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ทางตระกูลเวินส่งข่าวมา ให้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อห้ามปรามไม่ให้บุตรชายของเขาเสี่ยงอันตราย หากก่อความเดือดร้อนขึ้นมาจงฆ่าเขาเสีย!!
ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะหากมีข่าวหลุดออกไปว่าบุตรชายของตนเป็นนักฆ่าไร้หัวใจ ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย ทั้งตระกูลอาจจะต้องเผชิญกับหายนะและถูกล้างบางก็ได้
แม้แต่สำนักไท่อี้ก็มิอาจคุ้มครองพวกเขาได้
พลังของความคิดเห็นจากสาธารณชนนั้นทรงพลังมาก แม้แต่ในโลกเซียน ไม่ว่าจะเป็นร่างวิญญาณ ผู้บำเพ็ญมนุษย์ ก็ยังเกรงกลัวต่อความคิดเห็นของสาธารณชนเลย
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเป็นเพียงตระกูลที่มีอิทธิพลในระดับธรรมดาทั่วไปที่อาศัยเพียงพลังของผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตานเท่านั้น
………
คฤหาสน์เหวินเฟิง
ที่นี่คือทรัพย์สินของผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลซ่ง
เล่ากันว่าตระกูลซ่งตั้งใจมอบสถานที่แห่งนี้ให้แก่จางลี่เพื่อแสดงความขอบคุณ รวมถึงสนับสนุนโอสถวิญญาณเพื่อการบำเพ็ญ
ยามดึกสงัด
ด้านนอกภูเขา บรรดาผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่เคยมาเยี่ยมเยือนก่อนหน้านี้ต่างก็จากไปแล้ว เหลือไว้เพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณเฝ้าอยู่เท่านั้น
ร่างของคนผู้หนึ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบท่ามกลางทะเลสาบที่อยู่บริเวณตีนเขารอบนอกของคฤหาสน์เหวินเฟิง
นั่นคือคุณชายตระกูลเวิน เวินเสี่ยวเย่
เขาก็คือผู้ที่ทำให้คนทั้งมวลหวาดกลัวจนตัวสั่น ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายนั่นเอง
นับตั้งแต่ที่รู้ว่าจางลี่พักอาศัยอยู่ที่นี่ และยังโอ้อวดว่าสามารถสังหารเขาได้ถึงสิบคน ในเวลานั้นเขาก็รู้สึกสนุกเป็นอย่างยิ่ง
เขาสันนิษฐานว่าจางลี่เป็นเพียงแค่คนหลอกลวงที่ใช้ชื่อเสียงของเขาเพื่อให้ได้ชื่อเสียงและพลังปราณมา
“แม่นาง เจ้านี่ช่างเป็นคนหลอกลวงจริง ๆ”
แววตาของเวินเสี่ยวเย่หรี่ลง บัดนี้ เขาได้ซ่อนลมปราณไว้อย่างหมดสิ้นแล้ว และปรับเปลี่ยนลมปราณให้เหมือนกับอสูรแมวที่มีปราณอสูรที่อ่อนแอ
อสูรแมวอ่อนโยนเสมอ แม้ว่าผู้คนจะรู้สึกถึงมัน ก็ไม่มีใครสนใจมันเท่าไรห่นัก
ด้วยกลยุทธ์นี้ เขาใช้ได้ผลทุกครั้ง จึงสามารถเข้าใกล้เหยื่อได้อย่างเงียบงัน จากนั้นจึงค่อยลงมือโจมตี
คราวนี้ เขาก็ใช้กลยุทธ์เดิมเตรียมที่จะแทรกซึมเข้าไปในคฤหาสน์
แต่เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำทั้งหมดของเขา ได้ถูกบุคคลหนึ่งในคฤหาสน์มองเห็นทั้งหมดแล้ว!!
นั่นก็คือ เหอซีเสวี่ย
นางสวมหน้ากากของศิษย์คนหนึ่ง เปิดเผยพลังปราณที่ธรรมดาของขอบเขตสร้างรากฐานขึ้นมา และใช้ชื่อปลอมว่าจางลี่หลอกลวงทุกคน
ขณะนี้ เมื่อนางรับรู้ว่าเวินเสี่ยวเย่เข้ามาใกล้แล้ว ในใจก็ถอนหายใจ “กลยุทธ์ของสวี่หยางช่างแยบยลจริง ๆ ผู้บำเพ็ยชั่วร้ายคนนี้หลงกลเสียแล้ว”
ทว่านางกลับไม่ได้ลงมือในทันที!!
ถึงแม้ว่าเวินเสี่ยวเย่จะปรากฏกาย แต่เขายังไม่ได้ลงมือ นางจึงเตรียมจับให้ได้คาหนังคาเขา
ในเวลาเดียวกัน สวี่หยางออกตรวจที่อื่น
คราวนี้ที่เขาวางแผนเช่นนี้ ก็เพื่อทั้งสองคน
หากว่าเวินเสี่ยวเย่ไม่ติดกับ เขาอาจจะแสดงตัวตนออกมาด้วยการทำร้ายหญิงสาวอื่น ๆ ก็ได้
ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะดูไม่ค่อยเป็นไปได้สักเท่าไร แต่ก็ต้องเตรียมการไว้ก่อน
ฉะนั้น สวี่หยางจึงใช้ข้อได้เปรียบที่จิตเทวะอันแข็งแกร่งของตนเอง เหินทะยานวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า หากมีสถานการณ์ผิดปกติก็จะลงมือทันที
“อ๊ะ! เซียนเหอส่งข่าวมาแล้ว!”
ได้รับการสื่อสาร สวี่หยางก็อ่านมันทันที
เขาเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นออกมาทันที
แผนการสำเร็จแล้ว
เจ้าฆาตกรผู้ชั่วร้ายนั่นติดกับเพราะความโกรธจริง ๆ
เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แผนการสำเร็จแล้ว ก้อนหินที่กดทับหัวใจในที่สุดก็ถูกยกออกไปเสียที คนชั่วร้ายเพียงนี้หากสักวันไม่กำจัดให้สิ้นซาก ความปลอดภัยที่นี่จะต้องมีช่องโหว่เป็นแน่
อารมณ์ของเขาผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง กำลังจะมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์เหวินเฟง ทันใดนั้น เขาก็เปล่งเสียงอุทานออกมาเบา ๆ
“เอ๊ะ เป็นพวกเขา…”
เขานึกถึงเมื่อหลายวันก่อนที่ข้างกายของหญิงสาวที่ตายไป มีผู้บำเพ็ญมนุษย์บางคนแพร่กระจายข่าวลืออยู่อย่างลับ ๆ ล่อ ๆ กำลังมุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังหนึ่งในป่าที่รกร้าง
หัวหน้าคณะในวันนั้นก็คือผู้นั้น ผู้ที่อุ้มตะกร้า แสร้งแต่งกายเป็นหญิงชาวบ้าน
แต่แท้จริงแล้ว ระดับการบ่มเพาะของนางคือ ขอบเขตสร้างรากฐาน ขั้นกลาง
มีชายฉกรรจ์สามคนเดินตามหลัง นับเป็นผู้บำเพ็ญกล้าแข็ง ขอบเขตสร้างรากฐาน ขั้นต้น
ส่วนภายในกระท่อมไม้เก่าแก่ทรุดโทรมนั้น มีลมปราณที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า
แสงเทียนจากกระท่อมส่องสว่างไสว โดยรอบมีพลังยุทธ์สั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือเครื่องยืนยันว่ามีค่ายกลป้องกันอยู่
“ฮ่า ๆ ที่นี่น่าจะเป็นที่มั่นแห่งหนึ่งใช่หรือไม่? โชคของข้าช่างดีเหลือเกิน” สวี่หยางหัวเราะ
ครั้งก่อนผู้บำเพ็ญมนุษย์เหล่านี้แอบกระจายข่าวลือ เขาจึงสงสัยว่าอาจมีเงื่อนงำบางอย่าง เลยจดจำลมปราณของพวกมันเอาไว้
มิคาดว่าคราวนี้จะได้พบกันโดยบังเอิญ
นี่แหละที่เรียกว่าโชคชะตา
……………………………………………………………………………………………………………….